 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/275" type="text/javascript"></script> |
|
Eric Drexler บิดาแห่งนาโนเทคโนโลยี หรือ เพียงแค่นักฝัน
Eric Drexler ถือได้ว่าเคยเป็นเจ้าพ่อของวงการนาโนเทคโนโลยี แต่อัจฉริยะจากสถาบัน MIT ผู้นี้ ผู้ซึ่งฝันที่จะสร้างเครื่องจักรขนาดจิ๋วระดับโมเลกุล ไม่สามารถทนกระแสต้านจากวงการวิทยาศาสตร์ดั้งเดิมได้ และเขาได้กลายผู้ที่ไม่มีใครในวงการอุตสาหกรรมเหลียวแลอีกแล้ว
post ครั้งแรก: Mon 14 February 2005, 5:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 14 February 2005, 5:29 pm
|
หน้าที่ 4 - การประกอบเรียงโมเลกุลอาจจะนำไปสู่หายนะที่คาดไม่ถึง
ในที่สุดDrexlerได้สำเร็จปริญญาเอกในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัย MIT ได้ให้ปริญญาสาขานาโนเทคโนโลยีระดับโมเลกุล
แม้ว่าเขาไม่ชอบยุ่งเรื่องการเมือง ในปี ค.ศ. 1992 Drexlerได้นำเสนอทฤษฎีของเขาต่อคณะอนุกรรมการวุฒิสมาชิกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและอวกาศ ในระหว่างการประชุมเรื่อง นวัตกรรมเทคโนโลยีสำหรับโลกที่ยั่งยืน ประธานคณะอนุกรรมการนั้น คือ Al Goreได้ตอบรับความตั้งใจของDrexler และให้คำมั่นในการจัดสรรทุนสำหรับงานวิจัยแนวหน้าล้ำยุคเช่นนี้
ในปี ค.ศ. 1992 เช่นกัน Drexlerได้ตีพิมพ์ผลงาน 550 หน้าเกี่ยวกับแนวทางการสร้างระบบวิศวกรรมโมเลกุล มีชื่อว่า ระบบนาโน: เครื่องจักรกลโมเลกุล การสร้าง และการคำนวณ (Nanosystems: Molecular Machinery, Manufacturing, and Computation หนังสือเล่มหนานี้ ซึ่งเต็มไปด้วยสมการ กราฟ และรูปภาพ แสดงให้เห็นวิธีการที่โมเลกุลจะสามารถถูกลำเลียง คัดแยกและเพิ่มความบริสุทธิ์ แล้วหมุนจัดมุม จากนั้นจึงส่งต่อไปที่แขนกล ซึ่งจะนำโมเลกุลนั้นไปวางตามที่ที่ต้องการ ซึ่งเป็นวิธีการสร้างวัตถุใหญ่ตั้งแต่ระดับโมเลกุลขึ้นไป

Kim Eric Drexler
หนังสือ ระบบนาโน นี้ เป็นผลงานเอกชิ้นเดียวของDrexler เป็นผลงานที่ไม่เคยมีมาก่อน และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีใคร เหมือน แม้ว่าจะมีข้อมูลต่างๆมากมาย แต่หนังสือนี้ไม่ได้รับความสนใจมากนักจากวงการวารสารวิทยาศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าเนื้อหานั้นไม่ตรงกับศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่งโดยตรง มีเพียงวารสารวิทยาศาสตร์ชื่อดัง คือ Nature เท่านั้น ที่ได้เขียนวิจารณ์เกี่ยวความเป็นไปได้ของแนวคิดของDrexlerในหนังสือนี้ไว้ว่า ยังไม่มีใครที่แม้แต่จะเริ่มแสดงให้เห็นว่ามันเป็นไปได้
ข้อเท็จจริงที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นนัยสื่อถึงคำถามต่างๆที่คาใจDrexler มาตั้งแต่เริ่มแรก แนวคิดของเขาเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หรือแค่ความคิดฝัน? มันอันตรายหรือเป็นเรื่องเหลวไหลหรือไม่? มันเป็นผลิตผลจากความรู้ขั้นสูงที่หยั่งลึกถึงกระบวนการธรรมชาติหรือว่าเป็นเพียงความคิดที่ผิดหลักพื้นฐานทางเคมี? แม้แต่ที่ MIT เองผลงานของDrexlerได้สร้างความแตกแยกในภาควิชา
มันน่าทึ่งมาก นั่นไม่ต้องสงสัยเลย เป็นคำกล่าวของ Rick Danheiser นักเคมีที่ MIT ผู้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาในการทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของDrexlerในปี ค.ศ. 1992 เขาเสริมอีกว่า ผมคงทำได้ไม่ดีไปกว่าเขาหรอก
มันแสดงถึงความละเลยต่อหลักทางเคมีอย่างมาก เป็นข้อโต้แย้งจาก Julius Rebeck เพื่อนร่วมงานของ Danheiser ซึ่งได้เสริมว่า พวกเรื่องการสังเคราะห์เชิงกลที่ผมอ่านในวิทยานิพนธ์เล่มนั้น อาจจะคิดได้ว่าเป็นงานที่เขียนขึ้นโดยใครที่กำลังเมายาก็ได้

Bill Joy
แม้แต่คนที่เชื่อในวิสัยทัศน์ของDrexler ยังมีความกลัวเหมือนกัน ในเรื่องที่ว่า การประกอบเรียงโมเลกุลอาจจะนำไปสู่หายนะที่คาดไม่ถึง ในวารสาร Wired ฉบับเดือนเมษายนปี ค.ศ. 2000 Bill Joy ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Sun Microsystems และนักวิจัยอาวุโส ได้เล็งเห็นว่าถึงแม้ว่าอาจจะมีใครประดิษฐ์เครื่องจักรจิ๋วของDrexler นี้ได้ในช่วง 20 ปีข้างหน้า และมันจะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ Joy เขียนไว้ว่า นาโนเทคโนโลยีสามารถใช้ในการทหารและการก่อการร้ายได้อย่างเห็นๆ แต่เราไม่จำเป็นต้องทำลายตัวเองด้วยการปล่อยให้เครื่องจักรนาโนมหาประลัยให้หลุดออกมา แต่มันยังอาจจะมีตัวทำลายล้าง ที่อาจจะหลุดออกมาจากอุบัติเหตุในห้องทดลองเพียงครั้งเดียวเท่านั้น อ้าวแย่แล้วซิ

ไม่นานหลังจากนั้น Michael Crichton ได้จับแนวเรื่องความหายนะนี้มาเขียนเป็นนิยายดังเรื่อง เหยื่อ (Prey) เนื้อเรื่องหลัก คือ กลุ่มควันของ อนุภาคนาโน หลุดออกมาจากห้องทดลอง อนุภาคเหล่านั้นเกิดการสร้างตัวเอง วิวัฒนาการไปจนมีความฉลาด แล้วบินแพร่ไปทั่วทะเลทรายนาวาดา ฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้าตั้งแต่กระต่ายทุ่ง สุนัขจิ้งจอง และมนุษย์
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม