 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/275" type="text/javascript"></script> |
|
Eric Drexler บิดาแห่งนาโนเทคโนโลยี หรือ เพียงแค่นักฝัน
Eric Drexler ถือได้ว่าเคยเป็นเจ้าพ่อของวงการนาโนเทคโนโลยี แต่อัจฉริยะจากสถาบัน MIT ผู้นี้ ผู้ซึ่งฝันที่จะสร้างเครื่องจักรขนาดจิ๋วระดับโมเลกุล ไม่สามารถทนกระแสต้านจากวงการวิทยาศาสตร์ดั้งเดิมได้ และเขาได้กลายผู้ที่ไม่มีใครในวงการอุตสาหกรรมเหลียวแลอีกแล้ว
post ครั้งแรก: Mon 14 February 2005, 5:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 14 February 2005, 5:29 pm
|
หน้าที่ 5 - วิศวกรรมโมเลกุลนั้นเป็นเหมือน คำต้องห้าม
Crichton ได้เขียนคำนำในหนังสือนิยายของเขา ด้วยการแนะนำเรื่องนาโนเทคโนโลยี ซึ่งได้อ้างถึงDrexlerไว้หลายที่ แม้ว่าเหตุการณ์ต่างๆที่เล่ามาในหนังสือนี้จะเป็นเรื่องในนิยาย แต่ Crichton เตือนไว้ว่าเทคโนโลยีที่อ้างถึงนั้นมีโอกาสเป็นไปได้จริงมาก
การถูกมองว่าแนวคิดของเขานั้นเป็นเรื่องอันตรายนั้น มันแตกต่างอย่างมากกับ การมองว่ามันเป็นเรื่องเพ้อฝัน ในวารสาร Scientific American ประจำเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 2001 Richard Smalley ได้แสดงความคิดเห็นออกมาเป็นครั้งแรกว่า เครื่องจักรประกอบโมเลกุลนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เขาชี้แจงว่า เครื่องจักรนาโนนั้นต้องอาศัยแขนกลเป็นร้อยเป็นพันในการควบคุมทุกๆอะตอมที่ร่วมในการเกิดปฏิกิริยา มากเกินกว่าที่จะจับใส่เข้าไปในพื้นที่เล็กๆได้ Smalley ยังเขียนไว้อีกว่า ข้างล่างมีที่ว่างไม่มากขนาดนั้น ซึ่งเป็นการล้อ Feynman นักฟิสิกส์โนเบลชื่อดังที่เคยไม่มีใครกล้าแตะต้อง

ขณะที่Drexler ถูกโจมตีจากทุกฝ่าย เขาดูเหมือนว่ายังมีความหวังสำหรับชัยชนะที่ทำเนียบขาว จากการที่ Foresight Instituteได้ไปเกลี้ยกล่อมสภาผู้แทนฯอยู่หลายปี ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2003 สภาจึงได้ผ่านร่างบัญญัติว่าด้วยการวิจัยและพัฒนาด้านนาโนเทคโนโลยี ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นถึง 405 ต่อ 19 เสียง ร่างบัญญัตินั้นรวมบทนำซึ่งเขียนขึ้นโดย Bred Sherman ผู้แทนรัฐ California และเป็นผู้สนับสนุนDrexler Sherman ได้กล่าวบรรยายที่งานประชุมประจำปีของ Foresight Institute โดยได้เรียกร้องให้มีงานการศึกษาความเป็นไปได้อย่างถี่ถ้วนที่สุด เพื่อไขปัญหาที่ว่าเรื่องวิศวกรรมโมเลกุลนั้นเป็นไปได้ทางเทคนิคหรือไม่ ถ้าผลออกมาว่าเป็นไปได้ งานนี้ต้องทำต่อไปด้วย การประมาณระยะเวลาที่จะต้องใช้ในการศึกษาพัฒนาเรื่องวิศวกรรมโมเลกุลจนไปสู่การค้าได้ และยังให้ข้อแนะนำในการวางแผนงานด้านการวิจัย ที่สำคัญต่อความสำเร็จของงานนี้
ด้วยคำโน้มน้าวเช่นนี้ รัฐสภาสหรัฐเกือบที่จะทำให้ฝันของ Drexler เป็นจริง แต่พอ 5 เดือนให้หลัง ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2003 บทนำเรื่องนั้นไม่ปรากฏอยู่ในบัญญัติกฎหมายเรื่องนาโนเทคโนโลยีฉบับจริง
อะไรเป็นสิ่งที่เปลี่ยนกระแสความคิดในรัฐสภา แนวคิดของ Drexler นั้นที่จริงแล้วถูกคิดว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะไกลตัวเสมอมา นอกจากนั้นเขาไม่เคยมีความช่ำชองจากการเมือง ทั้งสองสิ่งได้กลายเป็นจุดอ่อนของเขา ในเวลาเดียวกันผู้ที่ต่อต้านเขาได้เริ่มแสดงตัวออกมาถึงสองกลุ่ม กลุ่มแรก คือ กลุ่มพันธมิตรธุรกิจ (NanoBusiness Alliance) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2001 กลุ่มพันธมิตรนี้ไม่สนใจในสิ่งที่หวือหวาหรือน่าหวาดกลัวอย่างเครื่องจักรกลนาโนที่สร้างจำลองตัวเองได้ กลุ่มนี้ต้องการแค่จะขายผลิตภัณฑ์ไฮเทค เช่น ครีมกันแดดนาโนเทค สเปรย์เคลือบสกี สีนาโน F. Mark Modzelewski หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อตั้งและนักบุกเบิกธุรกิจ เป็นผู้ต่อต้านชื่อดังในแนวคิดของDrexler เขาได้เขียนจดหมายอีเมลติดต่อกับ Glen Reynolds ผู้สนับสนุนเรื่องธุรกิจนาโนเทค โดย Modzelewski เปรียบทฤษฎีต่างๆของDrexlerว่าเหมือนกับ คนขี้เมาที่มาบอกให้คนอื่นเชื่อว่ามีแมลงเลื้อยอยู่ใต้ผิวหนังของเขา
ในขณะที่แรงสนับสนุนในแนวคิดของDrexler จากฝ่ายต่างๆในวอชิงตันได้เริ่มอ่อนลง สำนักงานนโยบายด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทำเนียบขาวเริ่มกังวลว่า ความหวาดกลัวที่ปลุกเร้าขึ้นมาโดยคนอย่าง Crichton และJoy จะชักนำให้คนทั่วไปต่อต้านเรื่องนาโนเทคโนโลยี ซึ่งเหมือนกับที่เคยเกิดกับอาหารจีเอ็มโอและพลังงานนิวเคลีย์มาแล้ว John Sununu วุฒิสมาชิกรัฐ New Hampshire ตั้งข้อสังเกตไว้ต่อที่ประชุมวุฒิสมาชิกว่า หลายคนได้แสดงความวิตกกังวลว่า นาโนเทคโนโลยีจะนำมาซึ่งเผ่ามนุษย์ที่พิเศษเหนือคนธรรมดา หรือ สถานการณ์ที่เครื่องจักรนาโนจู่โจมหรือมาควบคุมปกครองมนุษย์
เจ้าหน้าที่วุฒิสภาคนหนึ่งเล่าไว้ว่า วิศวกรรมโมเลกุลนั้นเป็นเหมือน คำต้องห้าม และเสริมว่า มันทำให้หลายคนไม่สบอารมณ์
กลุ่มผู้สนับสนุนร่างบัญญัตินาโนเทคโนโลยีนี้ห่วงเรื่องการทำให้มันได้รับอนุมัติผ่านวุฒิสภาไปได้ มากกว่าที่มาพะวงเรื่องการรักษาแนวคิดของDrexlerไว้ในฉบับร่างนี้ด้วย ดังนั้นเมื่อสภาผู้แทนและวุฒิสภาประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างบัญญัตินี้ สภาจึงมีมติตัดเรื่องวิศวกรรมโมเลกุลออกไป ในการแถลงการณ์ของวุฒิสภา โดย John McCain วุฒิสมาชิกรัฐ Arizona อ้างถึง การแก้ไขโดยวิจารณญาณของผู้แทน ซึ่งทำให้บทนำเรื่องนาโนเทคโนโลยีในแนววิศวกรรมโมเลกุลนั้นถูกตัดออกไป
ร่างบัญญัติใหม่นี้ซึ่งได้ลดความแรงของเนื้อหาลง ได้ผ่านวุฒิสภาไปด้วยมติเอกฉันท์ในวันที่ 18 พ.ย. ค.ศ. 2003และประธานาธิบดี Bush ลงนามออกเป็นกฎหมายในวันที่ 3 ธ.ค. ปีนั้น ในระหว่างพิธีการลงนาม คนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างท่านประธานาธิบดีก็คือ Richard Smalley

ภาพข่าวจากสำนักข่าว AP
เรื่องผิดขาดที่เกิดในรัฐสภานี้ เผยให้เห็นถึงความแตกร้าวที่ซ่อนอยู่ในวงการนาโนเทคโนโลยี ฝ่ายหนึ่ง คือ Drexler กับแนวคิดพลิกโลกของเขาเรื่องการประกอบโมเลกุล อีกฝ่ายหนึ่ง คือ Smalley กับนักวิทยาศาสตร์ส่วนมาก ซึ่งในแนวคิดของพวกเขา นาโนเทคโนโลยีนั้นหมายรวมถึงการศึกษาวิจัยใดๆก็ตามที่มุ่งศึกษาวัตถุในขนาดช่วงนาโนเมตร ซึ่งโดยแก่นแท้ มันก็คือการศึกษาทางเคมีของโมเลกุลขนาดเล็กหรือการศึกษาทางวัสดุศาสตร์ในระดับอะตอมนั่นเอง
Smalleyได้ให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในระหว่างการประชุมสุดยอดนาโนเมื่อเดือนมิถุนายนปี ค.ศ. 2004 ว่าเขาเองก็ได้เคยหลงใหลในแนวคิดของ Drexler เช่นกัน โดยเล่าว่า ผมคลั่งไคล้กับหนังสือเรื่อง เครื่องจักรผู้สร้าง นั้นมาก ผมอ่านทั้งเล่มจนจบในรวดเดียว และอ่านซ้ำอีกครั้งด้วย แม้จนกระทั่งเมื่อไม่นานนักในปี ค.ศ. 1999 Smalleyเองได้กล่าวรายงานต่อหน้ารัฐสภาถึง ประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นได้ถ้าเราเรียนรู้ถึงการสร้างวัตถุด้วยความสามารถในการควบคุมระดับสุดยอด นั่นคือการเรียงต่อทีละอะตอม
แต่ความสงสัยได้เริ่มเกิดขึ้นกับSmalley เมื่อเขาเริ่มคิดถึงหลักทางทฤษฎี เขาเล่าว่า ผมถามตัวเองตลอดเวลาหลายเดือนว่า เราพลาดเรื่องนี้ไปได้อย่างไร? มันจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะสังเคราะห์สารเคมีด้วยวิธีแบบนี้? หลังจากที่คิดอยู่นานผมจึงเริ่มมองเห็นสิ่งที่เป็นปัญหาในหลายด้าน ยิ่งคิดเรื่องนี้มากเท่าไร ก็ดูจะมีปัญหามากขึ้น สุดท้ายผมเลยคิดสรุปว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม