 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/275" type="text/javascript"></script> |
|
Eric Drexler บิดาแห่งนาโนเทคโนโลยี หรือ เพียงแค่นักฝัน
Eric Drexler ถือได้ว่าเคยเป็นเจ้าพ่อของวงการนาโนเทคโนโลยี แต่อัจฉริยะจากสถาบัน MIT ผู้นี้ ผู้ซึ่งฝันที่จะสร้างเครื่องจักรขนาดจิ๋วระดับโมเลกุล ไม่สามารถทนกระแสต้านจากวงการวิทยาศาสตร์ดั้งเดิมได้ และเขาได้กลายผู้ที่ไม่มีใครในวงการอุตสาหกรรมเหลียวแลอีกแล้ว
post ครั้งแรก: Mon 14 February 2005, 5:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 14 February 2005, 5:29 pm
|
หน้าที่ 6 - ยังตามล่าฝันของอย่างไม่ท้อถอย
Smalley กล่าวถึงการสนทนาเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วที่เขาได้นัดDrexlerมาคุยกันระหว่างที่อยู่ที่มหาวิทยาลัย Stanford เขาเล่าว่า ผมอยากจะคุยกับเขามากเรื่องจุดขาย ซึ่งมาถึงโอกาสทางธุรกิจของเครื่องจักรนาโนของ Drexler และเล่าต่อว่า ผมติดใจในความคิดเรื่องเครื่องจักรนาโนมาก จึงอยากที่จะชวนเขามาคุยกันเรื่องจุดขายนั้น แต่เขาก็ปิดกั้นตัวเอง ทำเหมือนกับว่าเรื่องจุดขายนั้นไม่สำคัญ ค่อยเอาไว้คิดทีหลัง
Drexler เองก็จำเรื่องการสนทนานั้นได้ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดพอกัน เขาเล่าว่า ผมรู้สึกลำบากมากที่จะอธิบายอะไรให้เขาเข้าใจ เขาถามแต่สิ่งที่ไม่ใช่ประเด็นหลักและเป็นไปไม่ได้ ในเรื่องของการที่จะต้องควบคุมการเคลื่อนที่ของทุกๆอะตอม คำถามที่ควรถามไม่ใช่ว่าจะมีความคิดอะไรบ้างที่จะทำงานไม่ได้จริง แต่ควรจะถามว่า จะมีอะไรที่ทำได้จริง

ข้อเท็จจริง คือ Smalleyไม่สนใจในแนวคิดของ Drexler ต่อไปแล้ว และเริ่มหันเหไปหาหนทางที่จะสังเคราะห์โครงสร้างทางเคมีที่มีคุณสมบัติพิเศษใหม่ๆแทน ผลที่ตามมานั้นมีสองประการ ประการแรก คือ นักเคมีคนนี้ได้ร่วมค้นพบกลุ่มสารโมเลกุลใหม่ ที่เรียกว่า ฟูลเลอร์ลีน ประการที่สอง คือ เขาได้ก่อตั้งบริษัทธุรกิจขึ้นมาเพื่อแสวงผลประโยชน์จากการค้นพบของเขา เทคโนโลยีคาร์บอน ซึ่ง Smalleyเป็นเลขาธิการคณะกรรมธิการแห่งชาติในเรื่องนี้อยู่ เป็นเทคโนโลยีที่อาจเรียกได้ว่าเป็น ผู้ผลิตผูกขาดของโลกเราในเรื่องบักค์กีย์ทิวป์ (Buckytubes) หรือที่รู้จักกันว่า นาโนทิวป์ (Nanotubes) หรือ ท่อคาร์บอนนาโน
ท่อคาร์บอนนาโนมีความแข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้าถึง 100 เท่า และสามารถนำไฟฟ้าได้ดีกว่าวัสดุใดๆที่มีใช้กันอยู่ จึงเป็นวัสดุที่เหนือกว่าอย่างอื่น โดยอาจจะใช้เป็น เช่น สายไฟฟ้าแรงสูงสำหรับส่งระยะไกล Smalley ได้ทำนายไว้ว่า สายไฟฟ้าทำด้วยท่อคาร์บอนนาโนจะมีประสิทธิภาพมาก จนอาจจะเป็นเรื่องไม่แปลกที่สายไฟฟ้าแรงสูงแบบท่อคาร์บอนนาโนจะไป แทนที่สายไฟฟ้าแรงสูงของเดิมทุกเส้นในโลกจนหมด
แนวคิดการใช้ประโยชน์ได้จริงเช่นนี้ ซึ่งเป็นการพัฒนาที่มีผลตอบสนองกลับมาได้เร็วกว่าเครื่องจักรนาโนหลายเท่า ส่งผลให้รัฐสภาให้การสนับสนุนเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และเลิกล้มความสนใจในเรื่องวิศวกรรมโมเลกุล กลุ่มธุรกิจที่มี Smalley เป็นแกนนำ และหลายกลุ่มอื่น ล้วนได้รับผลพลอยได้จากมติของสภาในครั้งนั้น แต่สำหรับDrexler เขาเหลือเพียงวิสัยทัศน์ที่สวยหรูในโลกของความฝันเท่านั้น
ในการประชุมประจำปีของสถาบัน Foresight เมื่อเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2004 ที่ Palo Alto ในช่วงระหว่างการบรรยาย กลุ่มผู้สนันสนุนDrexler รุ่นใหม่ ได้โจมตี Smalley ในเรื่องการวิจารณ์ของเขา ที่ว่า เป็นการทำให้เด็กๆหวาดกลัว ในวารสาร Chemical and Engineering News ผู้บรรยายคนแล้วคนเล่าตั้งคำถามในทำนองว่า การทำแบบนี้มันเป็นการวิจารณ์ด้วยหลักเชิงวิทยาศาสตร์ด้วยหรือ?
บนจอภาพฉาย Drexler ได้นำเสนอภาพตัวอย่างโรงงานผลิตโมเลกุล ซึ่งมีฟันเฟืองที่จะส่งอะตอมทีละอะตอมไปต่อกับโมเลกุลที่ถูกลำเลียงมาตามสายพาน ภาพล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของ Drexler แต่เป็นแบบที่ง่ายเกินไปจนแทบจะไม่เหลือความจริงอยู่เลย ในภาพนั้นเครื่องจักรนาโนถูกแสดงเป็นวัสดุที่มีพื้นผิวเรียบ แทนที่จะแสดงเป็นโครงสร้างที่ทำด้วยอะตอมและโมเลกุลอย่างที่ควรจะเป็น การเลือกแสดงภาพแบบนี้เป็นประเด็นให้ฝ่ายตรงข้ามวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างมาก
ถึงกระนั้น ยังมีบางสิ่งที่บอกว่า Drexler ยังมีใจสู้ต่อไป แม้ว่าอาจจะต้องกลับไปตั้งหลักใหม่บ้างก็ตาม ประการแรก คือ เขาได้ล้มเลิกแนวคิดชูโรงของเขา เขาเขียนไว้ในจดหมายข่าวของสถาบัน Foresight ฉบับเดือนมกราคม ค.ศ. 2004 ว่า เครื่องจักรนาโนที่สามารถสร้างจำลองตัวเองได้นั้นไม่จำเป็นสำหรับวิศวกรรมโมเลกุล และไม่ควรจะนำมารวมในจุดมุ่งหมายหลักของมัน แนวคิดใหม่ที่มาแทนที่เป็นในลักษณะ โรงงานนาโนขนาดตั้งโต๊ะ ซึ่งจะเป็น ระบบประกอบสร้างโมเลกุลอเนกประสงค์ ประการที่สอง คือ เขาได้อ้างชื่อ Richard Feynman สม่ำเสมอโดยโยงไปถึงคำกล่าวของ Feynman ที่ว่า โมเลกุลต่างๆสามารถถูกจัดเรียงและประกอบด้วยวิธีเชิงกล และเรียกมันว่าเป็น วิทยานิพนธ์ของ Feynman ประการสุดท้าย คือ เขาได้เสนอให้เปลี่ยนชื่อเรียกแนวคิดของเขาใหม่ว่าเป็น เซตตาเทคโนโลยี (Zettatechnology) ซึ่ง zeta หมายถึง 10+21 (คำว่า Zetta คือ 10^21 ซึ่งไม่ได้หมายความถึงขนาดของวัตถุ แต่เป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์จำนวนมหาศาลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสร้างของเตรื่องจักรนาโน) ซึ่งนั่นบ่งชี้ว่า เขาได้ยอมแพ้ในการเรียกร้องอ้างสิทธิ์ในคำว่า นาโนเทคโนโลยี ที่เขาเป็นคนริเริ่ม
ไม่ว่าใครจะวิพากษ์วิจารณ์เขาอย่างไร ปัญหาหลักเรื่องนาโนเทคโนโลยีตามแนวคิดของ Drexler ที่ว่าวิศวกรรมระดับโมเลกุลนั้นจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ ไม่สามารถหาคำตอบได้ไม่ว่าจะเป็นโดยทางทฤษฎี การคำนวณจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ การประชุมสัมมนา การโต้เถียงกัน หรือ แม้แต่การวิเคราะห์ศึกษาเบื้องต้น มันก็เหมือนกับปัญหาทางวิทยาศาสตร์ทั่วๆไปที่ต้องหาคำตอบด้วยการทำการทดลอง แต่เราอาจจะต้องรออีกหลายปีกว่าที่จะมีผู้อุปถัมภ์ใจดีออกมายอมให้ทุนสนับสนุนการทดสอบต่างๆที่จำเป็น เมื่อยังไปไม่ถึงจุดนั้น เครื่องจักรของ Drexler จะยังเป็นเพียงเครื่องจักรในอุดมคติ ที่อาจจะมีโอกาสเป็นไปได้เท่านั้น

สำหรับ Drexler ในขณะนี้ เขาไม่มีที่อื่นที่จะไปนอกจากจะกลับที่จุดตั้งต้น และพยายามโน้มน้าวคนที่ยังสงสัยในตัวเขาให้เปลี่ยนใจ เขายังตามล่าฝันของเขาอยู่อย่างไม่ท้อถอย โดยเขียนบทความทางวิชาการ วาดออกแบบเครื่องจักรสร้างโมเลกุล และอาจจะต้องระบายอารมณ์ด้วยการไปเดินเล่นตามป่าเขาเงียบๆคนเดียว
ดร. สิรพัฒน์ ประโทนเทพ เรียบเรียงจาก The Incredible Shrinking Man, Wired Magazine, Oct 2004 เขียนโดย Ed Regis
หลังจากสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ และกลับมารับตำแหน่งเป็นนักวิจัยหนุ่มไฟแรงแห่ง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ ดร. สิรพัฒน์ ประโทนเทพ ยังคงยินดีที่จะช่วย วิชาการ.คอม เขียนบทความดีๆ ให้คนไทยได้อ่านกันฟรีๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สอง ที่ exclusive เฉพาะเจาะจงส่งให้แก่ วิชาการ.คอม เท่านั้น จากเรื่องแรกที่ได้รับความสนใจอย่างสูง "นาโนเทคโนโลยี คืออะไรกันแน่"
นาโนเทค คืออะไร ลองคลิ๊กไปอ่านกันได้ที่นี่จ้า (เขียนโดย ดร.สิรพัฒน์ คนเดียวกับที่เขียนตอนนี้หล่ะจ้า)
|
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม