สารบัญ
หน้าที่ 10 - ทำดีเพื่อพ่อ
ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านของฉันจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระราชโอรส พระราชธิดา ทุกพระองค์ ใส่กรอบสีทอง ขนาดใหญ่ ประดับไว้ที่ข้างฝาบ้าน ไม่มีรูปของใคร ๆ คนอื่น ติดข้างฝาเลยแม้แต่รูปเดียว
พระบรมฉายาลัษณ์นั้น ดูเหมือนจะทอดพระเนตรมาทางฉันทุกวัน แย้มพระโอษฐ์สรวล น้อย ๆ มองดูแล้วเกิดความรู้สึกดี ๆ แต่ก็บรรยายไม่ถูกในตอนนั้นว่าเพราะอะไร
เวลาว่าง ๆ พ่อจะเล่าพระราชประวัติของทุกพระองค์ให้ฉันฟัง ฉันก็นั่งฟัง ค่อย ๆ ซึมเข้าไปในความคิดทีละน้อย ๆ ดูเหมือนพ่อจะชื่นชมพระองค์ท่านมาก พ่อเล่าถึงเรื่องความทรงพระปรีชาสามารถของทั้ง 2 พระองค์ โดยตลอด
พ่อของฉันเป็นผู้ชายที่มีความเข้มแข็ง(แต่บางทีอารมณ์อ่อนไหว ฉันจะได้อย่างท่านในเรื่องนี้อยู่มาก) พ่อเก่งในการทำมาหากิน ขยันขันแข็ง จนเป็นที่เลื่องลือ
พ่อได้เรียนแค่ ป. 4 เท่านั้น ปู่ก็ไม่ให้เรียน แต่ส่งอาคนสุดท้องให้เรียนจนจบ ม. 8 พ่อต้องทำนา ทำสวนหาเลี้ยงครอบครัวตลอดมา
พ่อเขียนหนังสือลายมือสวยมาก การพูด การคิด ไม่เหมือนคนจบ ป. 4
พ่อส่งให้ฉันเรียน บอกว่าให้เรียนแทนพ่อ เพราะพ่ออยากเรียน แต่ไม่ได้เรียน
พ่อคาดหวังกับฉันมาก พ่อมักจะคุยกับเพื่อนบ้านว่า ลูกสาวคนนี้เก่งอย่างนั้น เก่งอย่างนี้
สอบได้ที่ 1 ทุกปี จนฉันรู้สึกว่า ถูกกดดัน มีอยู่ปีหนึ่ง ฉันไม่ได้ที่ 1 แต่ฉันสอบได้ที่ 2 แพ้คนที่1ไป1 % ฉันแอบไปนั่งร้องไห้อยู่ข้างบ่อน้ำ ไม่กล้าบอกพ่อว่าฉันสอบได้ที่ 2
ตอนที่ฉันเรียนอยู่ชั้นมัธยม ฉันทำทุกอย่าง ที่ใช้วิชาที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์
เช่น วันหนึ่ง พ่อเอายาน้ำเป็นกล่อง มีภาษาอังกฤษทั้งนั้นเลย มาให้ฉัน แล้วบอกว่า ให้อ่านดู
แล้วบอกพ่อว่า ยานี้กินอย่างไร ขนาดไหน ฉันก็ต้องเปิดดิคชั่นนารี แปล ให้แน่ชัดว่าพ่อกินแล้วจะไม่เป็นอันตราย เมื่อแน่ใจแล้วก็บอกพ่อว่ากินขนาดไหน เวลาไหน พ่อก็หายจาก
อาการรป่วย
วันหนึ่งพ่อเดินนายหน้าค้าที่ดินได้สำเร็จ จะต้องไปรับเงินค่านายหน้า พ่อก็ให้ฉันคิดว่าที่ดินขนาดนี้ ขายราคานี้ อัตราค่านายหน้าเท่านี้ พ่อจะได้เงินเท่าไร เมื่อฉันคิดแล้วก็เขียนใส่กระเป๋าให้พ่อไปรับเงิน ก็ได้รับเงินจำนวนที่ถูกต้อง(พ่อทำเพื่อป้องกันคนโกงพ่อ)
ต่อมา พ่อจะสร้างรั้วคอนกรีตล้อมบ้าน พ่อก็ให้ฉันคิดคำนวณ ว่า พื้นที่กว้าง ยาวเท่านี้ จะทำรั้วสูงขนาดนี้ จะใช้อิฐ กี่ก้อน ฉันก็คิดให้ เหลือเผื่อไว้ จำนวนพอดี
พ่อจะกล่าวชมฉันทุกครั้งที่ทำงานให้พ่อ และกล่าวตักเตือนเพื่อให้งานออกมาดีขึ้น
แม้กระทั่งเวลาไฟขาด ฟิวส์ หรือหลอดไฟฟ้าขาด ฉันก็จะเป็นคนต่อไฟ
ยามว่าง พ่อก็จะให้ฉันเอาปืนลูกโม่ มาซ้อมยิงลูกมะละกอ สอนวิธีจับปืน
การเซฟ ฯลฯ
สรุปแล้ว ฉันเกิดเป็นหญิง แต่ภารกิจเหมือนลูกผู้ชายดี ๆ นั่นเอง
พอโตเป็นสาว พ่อก็จะสอนฉันเรื่องการระมัดระวังตัว เล่ห์เหลี่ยมของผู้ชาย
พ่อบอกว่า คนอย่างฉัน ไม่มีทางที่จะทำผิด เรื่องนี้เด็ดขาด ยกเว้นว่าจะถูกเขากระทำโดยใช้กำลัง พ่อจึงพร่ำสอนฉันให้ระมัดระวังตัว ที่ไหนควรไป ที่ไหนไม่ควรไป
พ่อจะเป็นคนเนี้ยบไปทุกเรื่อง เช่นการแต่งตัว การผัดหน้าต้องไม่ให้เป็นคราบ เป็นหน้ากาก การพูดการจา พ่อบอกว่าไม่ต้องไปกลัวใคร คนเหมือนกัน การพูดต่อหน้าคน
พ่อก็สอน
ตอนที่ฉันเป็นครู พ่อดีใจมาก บอกว่าพ่อตายนอนตาหลับแล้ว พ่อบอกว่าให้รับใช้ชาติ
จนเต็มความสามารถ อย่าขี้เกียจ อย่าเบียดบังเวลา และเงินหลวง ให้รักเด็ก อย่าเป็นครู
ที่ตวาดแว้ด ๆ กับเด็ก (เหมือนอย่างที่พ่อเคยเห็นมา)
พ่อยังบอกอีกว่า ให้เป็นตัวของตัวเอง อย่าให้ใครมาครอบงำ
พ่อติดตามข่าวสารบ้านเมือง เรื่องการเมือง พ่อรู้หมด คิด วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์
ฉันจึงมีความรู้เรื่องนี้ ตามพ่อ
เวลาสอน พ่อจะสอน แบบยกตัวอย่างมาประกอบ บางทีก็สอนเป็นบทกลอน
เช่น พ่อตำหนิฉันว่าไม่ช่วยงานบ้าน พ่อบอกว่า "เรื่องกินเรื่องอยู่ ใครไม่สู้พ่อ เรื่องพายเรื่องถ่อพ่อไม่สู้ใคร" ฉันรู้สึกขำ แต่ก็เจ็บปวดเหมือนกัน แล้วฉันก็ไม่ทำตัวอย่างนั้นอีก
พ่อสอนเรื่องความซื่อสัตย์ ท่านก็บอกว่า "ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน"
พ่อเอาผลไม้มาขาย ก็ชั่งกิโล ให้เกิน ๆ เข้าไว้ พ่อบอกว่า ถ้าเราชั่งพอดี บางทีมันอาจจะขาดเพราะกิโลของเราอาจจะไม่ตรง จึงควรเกินไว้เพื่อความปลอดภัย
ฉันก็ถามว่า ปลอดภัยเรื่องอะไร?
พ่อบอกว่า ปลอดภัย จากไฟนรก เพราะถ้าเราขายของแล้วชั่งของขาด ชาติหน้าเราต้องตกนรก และชาตินี้เราก็จะเป็นหนี้คนๆ นั้น ไปตลอด ไม่รู้จะไปตามใช้หนี้เขาได้ที่ไหน
เพราะลูกค้าเป็นลูกค้าจร
ฉันก้จำไว้
เคยมีคนมาขอยืมเงินพ่อ พ่อไม่มีเงิน แต่ให้แม่ถอดสร้อยคอทองคำ ให้เขาไป
แม่โกรธ พอเขาไปแล้วก็ทะเลาะกัน พ่อบอกว่า ลูกเขาไม่มีจะกิน แต่สร้อยทองของเราใส้ไว้เฉย ๆ ไม่ได้ทำให้ใครอิ่มขึ้นมาได้ แม่เลยเงียบไป แต่พอลับหลังพ่อ แม่ก็แอบมาบ่นกับฉัน
(ทำนองหาพวก ฉันก็เลยไม่รู้จะเข้าข้างใครดี)
พ่อเล่าเรื่องการประหยัดว่า มีครั้งหนึ่งพ่อเห็นคนจีน ถ่อเรื่อมาเทียบท่าน้ำริมคลองแสนแสบ พูดจ้าภาษาใบ้กันอบู่นานก็รู้ว่า จะมาซื้อข้าวเปลือก
ปู่ก็มาต่อรองราคาขาย เรือลำไหนให้ราคาไม่ดี ปู่ก็จะเอาไม้ดันหัวเรือออกไป
มีเรือลำนี้ให้ราคาดี ปู่จึงให้ผูกเรือไว้ และขนข้าวเปลือกลงเรือ
พ่อยังเด็กอยู่ ทำงานอะไรไม่ได้ จึงได้แต่สังเกตการกินการอยู่ของคนในเรือ
พ่อบอกว่า เวลาเขาเตรียมอาหารนั้น เขาจะเอากรวดกลม เกลี้ยง ๆ ล้างให้สะอาด
เอาไปคั่วในกระทะใบใหญ่ คั่วไปคั่วมา ดังแฉ่ ๆ แล้วเอาน้ำเกลือสาดลงไปในกระทะ
คั่วไปมาอีก จนเกิดเป็นขุยเกลือ ขาว ๆ จับเต็มเม็ดกรวด เขาก็เอาตะหลิว ตักใส่จานไว้
แล้วคนทำอาหาร ก็ขึ้นไปเก็บผักบุ้ง กระถิน ผักทุอย่างที่กินได้ เอามาหอบใหญ่ ๆ
ล้าง หั่น แล้วโยนโครมลงในกระทะ (ใบเดิม แล้วเปิดไห เอาเต้าเจี้ยว ใส่เข้าไป ผัด ๆ แล้วยกลง กลิ่นหอมฉุย ควันโฉ่ ตักเอาเต้าหู้ยี้ สีแดง ๆ ออกมาจากไหน ใส่ถ้วยกลม เล็กๆ
แล้วเขาก็ล้อมวงกินข้าวกัน เอาตะเกียบคีบกรวดมาอม ๆ แล้วคายออกวางไว้ในที่ที่เตรียมไว้ พ่อดูเขากินน่าเอร็ดอร่อยมาก
พ่อเล่าให้ฟังว่า คนจีนเหล่านี้แหละ ที่ต่อมาเป็นคนที่กุมเศรษฐกิจของชาติเรา
เขารู้จักกิน รู้จักอยู่ เขาจึงตั้งตัวได้ แต่คนไทยเรา เวลากินอาหาร กินดึ อยู่ดี เราจึงตั้งตัวกันไม่ค่อยได้
วันหนึ่งในฤดูหนาว มีการนวดข้าวกัน คือเอาข้าวที่เกี่ยวแล้วมาวางให้ควายย่ำไปย่ำมา
จนข้าวเหลือกหลุดจากรวง ก็เอาใส่ในเครื่องฝัดข้าว มันก้จะหมุน ๆ แล้วจะเหลือเป็นเมล็ดข้าวเปลือก โดยเอาใส่ยุ้งฉางไว้ รอคนมาซื้อ การนวดข้าวนี้ทำในตอนกลางคืน
อาจะต้มถั่วเขียว ใส่ไข่หวานมาเลี้ยง พวกเราก็กินกันอร่อยดี พอเสร็จงานพ่อแม่ก็ให้เราไปนอน
บางช่วงที่พ่อพักจากงาน พ่อจะให้ฉันดูต้นมะขาม ซึ่งอยู่ตรงนั้น ต้นมะขามมีใบดก เต็มไปหมด อาบอกว่าจะทำแกงส้มใบมะขามอ่อน พ่อบอกกับฉันว่า ต้นมะขามใหญ่ขนาดนี้
ทำแกงส้มสักร้อยหม้อ ใบของมันก็ไม่หมดต้น
แล้วพ่อชี้ให้ฉันดู ต้นมะขามเล็ก ๆ ที่เพิ่งงอก มีใบเลี้ยง อยู่แค่ 4 ใบ พ่อถามฉันว่า ถ้าเราเอามันมาแกงส้ม มันจะพอกินไหม
พ่อสอนฉันทางอ้อม ว่าเมื่อเรายังยากจนอยู่ ก็ให้กินอยู่ อย่างเจียมไปก่อน
พอเรามีฐานะดี มั่นคง เราจะกินอยู่อย่างหรูหราอย่างไร ก็ไม่หมด
จริงอย่างพ่อว่าทุกอย่าง ฉันเดินตามรอยเท้าของพ่อ มาตลอด และฉันก็เดินตามรอยพระยุคลบาทของพ่อหลวง แม่หลวงมาตลอดเช่นกัน
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 18 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 30 ก.ย. 2550 (12:32)
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3464 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 298 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 ต.ค. 2550 (05:03) เป็นการต่อว่าที่น่ารักมาก ๆ ค่ะ บางครั้ง ในการใช้ภาษา ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำก็ได้
เพราะภาษา มี 2 ลักษณะ คือวัจนภาษา(ถ้อยคำ การพูด การเขียน)
และอวัจนภาษา(ไม่ใช่ถ้อยคำ เช่นภาพ สีหน้า ท่าทาง สัญลักษณ์ ต่าง ๆ
แม้กระทั่งการแต่งกาย)
บางครั้ง คำพูดก็ไม่ได้เจาะลึกเข้าไปในจิตใจคนได้
คนที่ฉลาด จึงรู้จักประยุกต์ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อสื่อสาร ในทางสร้างสรรค์ค่ะ
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 ต.ค. 2550 (17:03) ชื่อเรื่องโหดดีนะค่ะ แถมนิยายก็สนุกมากๆๆเลยน้า windfall เอาใจช่วยนะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 14 ต.ค. 2550 (07:40) สยามเมืองยิ้ม โย่ว !
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าให้บึ้ง
ยิ้มให้ซึ้งตรึงใจใบหน้าหวาน
ยิ้มเสียเถิดยิ้มสู้หมู่ภัยพาล
ยิ้มชื่นบานซึ้งจิตชวนติดใจ
ยิ้มปลอบใจตัวเองให้เก่งกล้า
ทุกข์โศกมายิ้มนิดคิดแก้ไข
เราน้องพี่เห็นกันหมั่นยิ้มไว้
เราชาวไทยยิ้มให้กันนั้นหละ.....ดี
-------------------------------------------------------------------------
ปล.คัดลอกมาจากกระทู้กลอนสยามเมืองยิ้มครับ
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3464 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 298 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 ต.ค. 2550 (04:09) ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงค่ะ ยังมีอีกมาก อยากจะเล่าไปเรื่อย ๆ ตามแต่เวลาจะอำนวยให้
เพราะการที่เรามาแบ่งปันประสบการณ์ แบ่งปันความคิดกันนั้น ไม่น่าจะมีพิภัยอะไร
และที่สำคัญ ถึงแม้จะไม่เปิดเผยตัว ก็ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เขียนค่ะ
กลอนดีค่ะ ติดตามงานของคุณ JUMO อยู่ นะคะ ติดตามงานของอีกหลาย ๆ คนด้วยค่ะ
อย่างนี้เรียกว่าเรา "รู้เท่าทันเทคโนโลยี"
เด็กหนุ่มเด็กสาวสมัยนี้ ใช้เทคโนโลยีกันไม่ค่อยจะถูกทาง จึงได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไป
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 17 มิ.ย. 2551 (19:27) ว้าว
ชื่อเรื่องกินใจ(อิอิ)
เขียนได้สุดยอดเลยน้า อิอิ