 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/27946" type="text/javascript"></script> |
|
|
ชีวิตที่ได้กำไร
ฉันเคยเฉียดใกล้ความตายมาหลายครั้งแล้ว มันทำให้ฉันคิดได้ว่า ชีวิตของคนเรานี้ช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน
ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนเลย เรากำลังก้าวเดินไปข้างหน้าทุกขณะจิต ข้างหน้าจะมีอะไรรอเราอยู่ เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย
ผู้เขียน: nit_n ชมแล้ว: 19,675 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 17 June 2008, 1:37 am
|
หน้าที่ 13 - ไป(ถูก)เหยียบกับเขา (1)
เมื่อฉันไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ มหานครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ประมาณ ปี พ.ศ.2534
นับเป็นกำไรชีวิต อย่างมหาศาล หาอะไรเปรียบไม่ได้เลย
เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก จนไม่อาจเก็บไว้คนเดียวได้ ต้องนำมาแบ่งปัน
ได้เคยเล่าความจำเป็นและความเป็นมาของพิธีการทำฮัจญ์ ไว้บ้างแล้ว ในบทต้น ๆ
รถบัส ซึ่งแล่นตัดผ่านทะเลทราย ไปถึงเมืองมาดีนะห์ แล้วเราก็เข้าพักในอพาร์ตเม้นที่เขาจัดเตรียมไว้ เราพักอยู่เมืองนี้ประมาณ 10 วัน เราจะไปละหมาด ไปขอพรในมัสยิด ตลอดทั้งวัน บางคนทั้งคืน ทุกคนแย่งกันทำความดี ประกอบศาสนกิจ เสมือนหนึ่งว่า จะไม่มีวันพรุ่งนี้ !
เมื่อเราอยู่เมืองนี้ 10 วันแล้ว ก็เดินทางไปเมกกะ ไปพักอยู่ที่อพาร์ตเม้นอีกประมาณ 20 กว่าวัน ก็ประกอบศาสนกิจ จนอิ่มเอมใจ
แล้วก็ถึงช่วงเวลาที่สำคัญ
ปีนั้นทางการของประเทศซาอุดิอาระเบีย ออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ว่าเป็นปีที่เป็น
" พิธีฮัจญ์อันยิ่งใหญ่" ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี (มีการนับ วัน เดือน ตามหลักการ แล้วจึงประกาศ)
เมื่อประกาศอย่างนั้น ฝูงชนจากทุกทิศานุทิศ ก็พากันหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น(ซึ่งแต่เดิมก็มากอยู่แล้ว)
วันสำคัญมาถึง พวกเราก็เตรียมตัวเดินทางไปประกอบพิธี ณ ท้องทุ่งทะเลทราย อันกว้างใหญ่ "อารอฟะห์" ฉันเตรียมอินทผาลัม น้ำ ติดตัวไปด้วย
แล้วคณะของพวกเราก็มาถึง "อารอฟะห์" มีลักษณะเป้นเต็นท์ กลางทะเลทราย
มีธงชาติของแต่ละชาติ ติดอยู่ที่เต็นท์ เราต้องเข้าพักให้ตรงตามเต็นท์ของเรา
ฉันก็เข้าพักที่เต็นท์ที่มีธงไตรรงค์ติดอยู่ เป็นที่รวมของคนไทยที่มาจากทั่วประเทศ แบ่งกันเป็นโซน ตามแต่หัวหน้ากรุ๊ปทัวร์จะกำหนดกัน
ก่อนไปทำฮัจญ์ ฉันเคยเล่าให้แม่ฟังว่า ฉันฝันประหลาด คือฝันว่าได้ยินเสียงฟ้าร้อง
เสียงฟ้าผ่า พายุอื้ออึง เสียงคนร้องหวีดว้าย เป็นบรรยากาศของความโกลาหล ในฝันนั้นฉัน
หลบเข้าไปนั่งที่พื้นราบ ซึ่งมีรอยขีดด้วยชอล์ก เป็นตารางสี่เหลี่ยมผืนผ้า เมื่อเข้าไปนั่งแล้ว
ฉันรู้สึกว่า ปลอดภัย เมื่อแม่ได้ยินดังนั้นก็ทำนายฝันว่า จะมีเหตุร้าย แต่ฉันจะปลอดภัย
ฉันก็ยังนึกไม่ออก ว่าจะเกิดเหตุร้ายอะไร
แม่ห่วงฉัน (ออกอาการ วิตกกังวล อย่างเห็นได้ชัด) แม่บอกว่าที่ทุ่งอารอฟะห์นี่จะเป็น
พิธีที่สำคัญที่สุด ขั้นตอนหนึ่ง ใครพลาดตรงนี้ ก็หมายความว่า การทำฮัจญ์ครั้งนั้น สูญเปล่า
(แม่ลงทุนให้ฉันเดินทางมา ใช้เงิน 70,000 บาท ในสมัยนั้น ถ้าเป็นปัจจุบันนี้ ก็ให้คำนวณเอาตามค่าของเงินที่เปลี่ยนแปลงไป) แม่ยังบอกอีกว่า ที่นี่ จะร้อน เพราะอยู่กลางทะเลทราย
ไม่ว่ากษัตริย์ เจ้าขุนมูลนาย คนทุกฐานันดร ก็ต้องมานั่งอย่างนี้ทั้งวัน เหมือนกันหมด
เสมอภาค ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ ที่แตกต่างกัน
เราออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืด มาถึงตอนบ่ายๆ ก็เดินเล่นในทะเลทราย จนค่ำ ก็นอนในเต็นท์ การนอนในทะเลทราย เป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ อากาศเย็นสบาย หลับอุตุ
รุ่งเช้าก็ปฏิบัติกิจวัตรส่วนตัว แล้วก็นั่งอ่านคัมภีร์ ภาวนา นับลูกประคำ มีอาหารกล่องมาให้ทาน เมื่อรู้สึกหิวในช่วงระหว่างมื้อ ก็ทานอินทผาลัม กับน้ำ แล้วก็อ่านคัมภีร์ อย่างดื่มด่ำ
ในใจก็นึกถึงคำที่แม่บอกว่า "มันจะร้อนมาก" ฉันก็เตรียมตัวเตรียมใจ ว่า "เดี๋ยวจะร้อน"
ยกนาฬิกาขึ้นดู บ่ายแล้ว ยังไม่ร้อน เดี๋ยวก็จะร้อนกว่านี้ อ่านต่อไปโดยไม่ได้เหลือบตาไปมองผู้คนรอบข้างเลย เรียกว่า "ตัวใครตัวมัน" อย่างแท้จริง
หัวใจของพิธีตรงนี้คือ เขาเรียกว่า "วุกุฟ" แปล ว่า " หยุด" คือให้เราหยุดพิจารณาตนเองว่า
ที่ผ่านมา เราเป็นอย่างไร ทำอะไร ทำดีพอหรือยัง ทำชั่วอะไรบ้าง ซึ่งฉันก็พิจารณา
ตอนนั้น สำหรับฉันคือ ช่วง "หยุดโลก" คิดดูสิท่าน ว่าคนไม่รู้กี่ล้านคน ทั่วโลกมารวมกัน
ณ จุดนั้น แล้ว ตัวฉันไม่รู้ร้อน รู้หนาว ไม่ได้ยิน ไม่เห็นใครเลย เอาแต่พิจารณาตนเอง
ตั้งสติ พิจารณา ว่า ในอดีต ฉันเคยเกือบตายหลายครั้ง จนรอดมาถึงจุดนี้ ชีวิตข้างหน้า ไม่มีใครรู้ว่า ชีวิตของเราจะเหลืออีกกี่วัน ดังนั้น เราจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในแต่ละนาที ชั่วโมง วัน เดือน ปี ให้มีค่าที่สุด ทำความดีให้มากที่สุด เพื่อลบล้างความผิดพลาดในอดีต
เพื่อเพิ่มพูนความดีขึ้นในอนาคต คิดได้ดังนี้ ฉันก็อธิษฐานว่า ขอให้ฉันมีอายุที่ยืนยาว เพื่อปฏิบัติแต่คุณงามความดี และตั้งปณิธานว่า ต่อไปนี้ ฉันจะ "หยุด" ทุกอย่างที่เป็นเรื่องไม่ดี เช่นหยุดซื้อหวยทุกชนิด หยุดโทษจริต หยุดโลภ หยุดตระหนี่ หยุดเห็นแก่ตัว จะละเว้นแอลกอฮอล์ทุกชนิด จะปฏิบัติศาสนกิจอย่างเคร่งครัด ท่องบ่น ภาวนาต่อไป
จนกระทั่งเป็นเวลาเย็น แดดร่มลมตก ฉันไม่รู้สึกร้อนเลยแม้แต่น้อย
เมื่อเสร็จพิธี ก็เดินเล่น สนทนากันกับคนไทยจากทั่วประเทศ เท่าที่จะคุยกันได้ ก็ทราบว่า
อากาศที่นั่นร้อนมาก หลายคนเป็นลม หมอมารักษาพยาบาล หลายคนเลือดกำเดาไหล
หลายคนต้องให้น้ำเกลือ มีสายระโยงระยาง มีคนลงเปลสนามเต็มไปหมด ไม่มีเปลว่าง
เขา(ผู้ชายวัยฉกรรจ์คนหนึ่ง หน้าตาดี รูปร่างสูงใหญ่ มาจากยะลา)ถามว่า ฉันไม่เห็นเลยหรือว่าเกิดอะไรกันขึ้น ?
ฉันตอบว่า ไม่เห็นเลย และไม่ได้ยินอะไรเลย เขาพยักหน้าน้อย ๆ แล้วเล่าต่อว่าเขาเองก็
"เฉียดตาย" เหมือนกัน
คราวนี้ฉันตื่นเต้น รบเร้าให้เขาเล่าเรื่อง
เขาเล่าว่า
อาหารมื้อกลางวัน เป็นอาหารกล่อง มีเนื้อวัว เป็นชิ้นยาว ๆ มากับแกง(แกงอะไรก็ไม่รู้
ชาวอินโดนีเซีย ได้รับสัมปทาน ทำอาหารทั้งหมด) เขากินข้าวกล่องนั้น และกินเนื้อนั้นด้วย
ปรากฏว่า เนื้อนั้นมีพังผืด เขาเคี้ยวไม่ออก ก็เลยกล้อมแกล้ม......กลืนลงคอไป
เนื้อนั้นไปติดคาอยู่ในคอ กลืนก็ไม่เข้า คายก็ไม่ออก เขาล้วงคอ
ไม่สำเร็จ !
ตาเหลือก !! หมดหล่อ !! (เขาเล่า สำนวนนี้ แต่ตอนนั้นไม่ขำ )
เขาหายใจไม่ออก นึกถึงความตาย นึกถึงพระเจ้า รำพึงในใจ
"ไม่มีพระเจ้าองค์ใด นอกจากพระองค์อัลเลาะฮ์" คิดว่า ความตายจะมาถึงเขาเพียงอีก 1-2 นาที เท่านั้น
ทันใดนั้น มีผู้ชาย ผอมเกร็ง สูงมาก ผิวดำมืด ก้าวสวบ ๆ ข้ามฝูงชนเข้ามา ประชิดตัวเขา เอานิ้ว(ซึ่งยาวมาก) เข้าไปในปากเขา แล้วคืบเอาชิ้นเนื้อออกมา
เขารอดตายราวปาฏิหาริย์ !
แล้วชายคนนั้นก็ ก้าว สวบ ๆ ฝ่าฝูงชน หายไป โดยไม่พูดพล่ามทำเพลง
อาการตกตะลึง เขาไม่ได้กล่าวขอบคุณชายคนนั้นเลย ไม่ได้ปริปากเลย
ชายคนนั้น(จำชื่อไม่ได้ ซึ่งเป็นนิสัยของฉัน ที่แย่มาก ๆ) สรุปว่าพระเจ้าทดสอบเขาแล้ว
เขาเคยเป็นคนเจ้าชู้ มีพฤติกรรมไม่ดีในอดีต แต่ตอนนี้เขาสำนึกตัวแล้ว
เขาจะหยุดพฤติกรรมทุกอย่าง
เขาบอกว่าฉันไม่ได้ถูกทดสอบอะไรเลย เพระฉันสบายดีทุกอย่าง
ฉันพยักหน้า หารู้ไม่ว่า การทดสอบครั้งใหญ่ กำลังจะมาถึง !
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 18 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 30 ก.ย. 2550 (12:32)
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3518 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 307 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 ต.ค. 2550 (05:03) เป็นการต่อว่าที่น่ารักมาก ๆ ค่ะ บางครั้ง ในการใช้ภาษา ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำก็ได้
เพราะภาษา มี 2 ลักษณะ คือวัจนภาษา(ถ้อยคำ การพูด การเขียน)
และอวัจนภาษา(ไม่ใช่ถ้อยคำ เช่นภาพ สีหน้า ท่าทาง สัญลักษณ์ ต่าง ๆ
แม้กระทั่งการแต่งกาย)
บางครั้ง คำพูดก็ไม่ได้เจาะลึกเข้าไปในจิตใจคนได้
คนที่ฉลาด จึงรู้จักประยุกต์ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อสื่อสาร ในทางสร้างสรรค์ค่ะ
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 ต.ค. 2550 (17:03) ชื่อเรื่องโหดดีนะค่ะ แถมนิยายก็สนุกมากๆๆเลยน้า windfall เอาใจช่วยนะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 14 ต.ค. 2550 (07:40) สยามเมืองยิ้ม โย่ว !
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าให้บึ้ง
ยิ้มให้ซึ้งตรึงใจใบหน้าหวาน
ยิ้มเสียเถิดยิ้มสู้หมู่ภัยพาล
ยิ้มชื่นบานซึ้งจิตชวนติดใจ
ยิ้มปลอบใจตัวเองให้เก่งกล้า
ทุกข์โศกมายิ้มนิดคิดแก้ไข
เราน้องพี่เห็นกันหมั่นยิ้มไว้
เราชาวไทยยิ้มให้กันนั้นหละ.....ดี
-------------------------------------------------------------------------
ปล.คัดลอกมาจากกระทู้กลอนสยามเมืองยิ้มครับ
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3518 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 307 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 ต.ค. 2550 (04:09) ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงค่ะ ยังมีอีกมาก อยากจะเล่าไปเรื่อย ๆ ตามแต่เวลาจะอำนวยให้
เพราะการที่เรามาแบ่งปันประสบการณ์ แบ่งปันความคิดกันนั้น ไม่น่าจะมีพิภัยอะไร
และที่สำคัญ ถึงแม้จะไม่เปิดเผยตัว ก็ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เขียนค่ะ
กลอนดีค่ะ ติดตามงานของคุณ JUMO อยู่ นะคะ ติดตามงานของอีกหลาย ๆ คนด้วยค่ะ
อย่างนี้เรียกว่าเรา "รู้เท่าทันเทคโนโลยี"
เด็กหนุ่มเด็กสาวสมัยนี้ ใช้เทคโนโลยีกันไม่ค่อยจะถูกทาง จึงได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไป
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 17 มิ.ย. 2551 (19:27) ว้าว
ชื่อเรื่องกินใจ(อิอิ)
เขียนได้สุดยอดเลยน้า อิอิ