 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/27946" type="text/javascript"></script> |
|
|
ชีวิตที่ได้กำไร
ฉันเคยเฉียดใกล้ความตายมาหลายครั้งแล้ว มันทำให้ฉันคิดได้ว่า ชีวิตของคนเรานี้ช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน
ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนเลย เรากำลังก้าวเดินไปข้างหน้าทุกขณะจิต ข้างหน้าจะมีอะไรรอเราอยู่ เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย
ผู้เขียน: nit_n ชมแล้ว: 19,683 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 17 June 2008, 1:37 am
|
หน้าที่ 4 - งูเขียวกินตับตุ๊กแก
เมื่อตอนที่ฉันเด็ก ๆ อยู่ พ่อแม่ออกไปช่วยปู่ ย่า ทำนา โดยปู่ ย่า จะรับเลี้ยงหลาน ๆ ที่ยังเล็ก ๆ ให้อยู่แต่บนบ้าน ห้ามลงใต้ถุนเด้ดขาด มีไม้เรียว อันยาว วางขนาบข้างกายของปู่ไว้
(แต่ไม่เคยเห็นว่าใครจะถูกตีสักครั้งเดียว)
พ่อ แม่ ต้องไปทำนา ร่วมกับ บรรดา ลุง ป้า อา หลายคน อยู่กลางท้องทุ่งนา อันกว้างใหญ่ ไกลสุดลูกหูลูกตา
แม่เล่าว่า ตอนที่ฉันยังไม่อดนม มีหลานเล็ก ๆ ที่ปู่ ย่า ต้องเลี้ยง 2 คน คือฉัน และอีกคนหนึ่ง เป็นลูกของอา เวลาที่ฉันร้อง หิวนม ปู่ก็จะให้คนไปชักธงสีแดง ขึ้นสู่ยอดเสา
เมื่อแม่ เห็นเข้าก็จะวิ่งมา ปลอบ หรือเอานมให้กิน(กินนมแม่ จนโตมาก ๆ) และเมื่อลูกของอาร้อง ปู่ก็จะให้คนไปชักธงสีเขียว ขึ้นสู่ยอดเสา อาก็จะวิ่งมาปลอบ หรือให้กินนมเหมือนกัน
ตลกดีนะ
ฉันเป็นหญิง ลูกของอา เป็นชาย ไม่ค่อยถูกกัน เล่นแกล้งกันตลอดมา
วันหนึ่งปู่ให้ฉันนอนกลางวัน ลูกของอาก็นอนเหมือนกัน ปู่จะผูกเปลให้อยู่ห่าง ๆ กัน
บ่ายวันนั้น ฉันนอนอยู่ในเปล หลับสบาย เปลอยู่ที่โถง (บ้านเป็นเรือนทรงไทย หลายห้อง มีนอกชานกว้าง โถงคือไม่ได้อยู่ในห้อง แต่ก็ไม่ใช่นอกชาน จึงไม่มีฝาปิดมิดชิด)
ฉันนอนอิ่มแล้ว ก็ลืมตาขึ้น ยังไม่ลงจากเปล เพราะไม่รู้ว่าปู่จะอยู่หรือเปล่า ก็ดูลาดเลาก่อน
พลัน สายตาก็จับจ้องไปที่ฝาผนัง!!
ฉันห็นงูตัวหนึ่ง สีเขียว ๆ และตุ๊กแก ตัวดำใหญ่ตัวหนึ่ง ตุ๊กแก อ้าปากขึ้น ค่อย ๆ กว้างออก
ทุกที ๆ งูเขียว เลื้อยช้า ๆ เข้าไปในปากตุ๊กแก และคาอยู่อย่างนั้น เข้าไปครึ่งตัว
มันคาอยู่อย่างนั้น นานมาก ฉันกลัวมาก ไม่กล้าขยับตัว ร้องไม่ออก ตกตะลึง มองอยู่อย่างนั้น นานเท่าไรไม่รู้ งูเขียวค่อย ๆ เคลื่อนออกมาจากปากตุ๊กแก แล้วต่างตัวก็ต่างแยกย้ายกันไป
ภาพนั้นติดตาฉันมาจนบัดนี้ เล่าให้แม่ฟัง แม่ก็บอกว่า งูเขียวมันกินตับตุ๊กแก
แม่บอกว่าตุ๊กแก จะมีอาการ ตับโต งูเขียวก็ไปช่วยกินให้
อะไรจะปานนั้น มาคิดตอนนี้ คิดให้เป็นวิทยากศาสตร์ ฉันก็ชักไม่แน่ใจว่า ส่งที่เห็นน่ะ
มันเป็นความฝันหรือความจริง
น่าจะเป็นความฝันมากกว่ามั้ง!!
มีบทกล่อมเด็ก ที่กล่อมฉันก่อนนอนว่า " ตุ๊กแกเอย มากินตับเด็ก เด็กนอนไม่หลับ
กินตับเถิดวา" นี่หรื่อเปล่าที่ทำให้ฉันเอาไปฝันเห็นงูเขียวกินตับตุ๊กแก
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 18 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 30 ก.ย. 2550 (12:32)
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3519 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 307 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 ต.ค. 2550 (05:03) เป็นการต่อว่าที่น่ารักมาก ๆ ค่ะ บางครั้ง ในการใช้ภาษา ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำก็ได้
เพราะภาษา มี 2 ลักษณะ คือวัจนภาษา(ถ้อยคำ การพูด การเขียน)
และอวัจนภาษา(ไม่ใช่ถ้อยคำ เช่นภาพ สีหน้า ท่าทาง สัญลักษณ์ ต่าง ๆ
แม้กระทั่งการแต่งกาย)
บางครั้ง คำพูดก็ไม่ได้เจาะลึกเข้าไปในจิตใจคนได้
คนที่ฉลาด จึงรู้จักประยุกต์ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อสื่อสาร ในทางสร้างสรรค์ค่ะ
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 ต.ค. 2550 (17:03) ชื่อเรื่องโหดดีนะค่ะ แถมนิยายก็สนุกมากๆๆเลยน้า windfall เอาใจช่วยนะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 14 ต.ค. 2550 (07:40) สยามเมืองยิ้ม โย่ว !
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าให้บึ้ง
ยิ้มให้ซึ้งตรึงใจใบหน้าหวาน
ยิ้มเสียเถิดยิ้มสู้หมู่ภัยพาล
ยิ้มชื่นบานซึ้งจิตชวนติดใจ
ยิ้มปลอบใจตัวเองให้เก่งกล้า
ทุกข์โศกมายิ้มนิดคิดแก้ไข
เราน้องพี่เห็นกันหมั่นยิ้มไว้
เราชาวไทยยิ้มให้กันนั้นหละ.....ดี
-------------------------------------------------------------------------
ปล.คัดลอกมาจากกระทู้กลอนสยามเมืองยิ้มครับ
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3519 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 307 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 ต.ค. 2550 (04:09) ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงค่ะ ยังมีอีกมาก อยากจะเล่าไปเรื่อย ๆ ตามแต่เวลาจะอำนวยให้
เพราะการที่เรามาแบ่งปันประสบการณ์ แบ่งปันความคิดกันนั้น ไม่น่าจะมีพิภัยอะไร
และที่สำคัญ ถึงแม้จะไม่เปิดเผยตัว ก็ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เขียนค่ะ
กลอนดีค่ะ ติดตามงานของคุณ JUMO อยู่ นะคะ ติดตามงานของอีกหลาย ๆ คนด้วยค่ะ
อย่างนี้เรียกว่าเรา "รู้เท่าทันเทคโนโลยี"
เด็กหนุ่มเด็กสาวสมัยนี้ ใช้เทคโนโลยีกันไม่ค่อยจะถูกทาง จึงได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไป
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 17 มิ.ย. 2551 (19:27) ว้าว
ชื่อเรื่องกินใจ(อิอิ)
เขียนได้สุดยอดเลยน้า อิอิ