 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/27946" type="text/javascript"></script> |
|
|
ชีวิตที่ได้กำไร
ฉันเคยเฉียดใกล้ความตายมาหลายครั้งแล้ว มันทำให้ฉันคิดได้ว่า ชีวิตของคนเรานี้ช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน
ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนเลย เรากำลังก้าวเดินไปข้างหน้าทุกขณะจิต ข้างหน้าจะมีอะไรรอเราอยู่ เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย
ผู้เขียน: nit_n ชมแล้ว: 19,680 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 17 June 2008, 1:37 am
|
หน้าที่ 5 - เด็กน้อยผู้ยากจน แต่ไม่จนใจ
ตอนเด็ก ๆ สมัยที่เรียน ชั้น ป. 1 ฉันเข้าเรียนช้ากว่าคนอื่น
หลายวันมาแล้ว ที่เฝ้าดู คนอื่น ๆ เขาไปโรงเรียนกัน แต่ฉันยังไม่ได้ไป
จึงถามแม่ว่า ทำไมฉันจึงยังไม่ได้ไปโรงเรียน
วันต่อมา แม่ก็พาฉันไปส่งที่โรงเรียน ไม่มีเครื่องเขียน ไม่มีสมุด ไม่มีอะไรสักอย่าง
ไปแต่ตัว จริง ๆ รองเท้า ไม่มี มีแต่เสื้อ กับกระโปรง
ครูให้กระดานชนวนเก่า ๆ ฉันครึ่งแผ่น(มันแตกไปซะครึ่ง) และดินสอนเขียนกระดานชนวนที่เขียน ลากเส้นแล้วจะรู้สึกเสียวฟัน
ฉันก็เขียน ก. ไก่ ข. ไข่ ครูจับมือฉันเขียน คุณครูท่านนั้น ชื่อ คุณครูจันทร์ เสมอเหมือน
ต่อมา ฉันก็ได้สมุด เล่มหนึ่ง ฉันก็ขีดเขียนไปตามเรื่อง แล้ว สมุดก็หมด ก็กลับมาใช้กระดานชนวนตามเดิม บางทีต้องเขียนในอากาศ ยังขำตัวเองที่พอใจกับการเขียนสะกดตัวในอากาศ
เขียนผิด ก็เผลอเอามือไปลบ แล้วเขียนใหม่ ถ้าใครแอบสังเกต จะคิดว่าเด็กนี่ท่าจะประสาทไม่ดี เขียน ๆ ลบ ๆ
โรงเรียนที่ฉันเรียนเป็นโรงเรียนราษฎร์
ลุงของฉันเป็นเจ้าของโรงเรียน (แต่หลานยากจนสุด ๆ คุณป้าเป็นคนร่ำรวย มาก ๆ )
ฉันได้เรียนฟรี ไม่ต้องเสียเงิน
นี่เองเป็นสาเหตุให้ฉันได้เรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่ชั้น ป. 1 ฉันจึงหัดเขียนภาษาอังกฤษ
เขียนในอากาศ ลากเส้นหนักเส้นเบา คนอื่นเขามีปากกาคอแร้งเขียน แต่ฉันเขียนในอากาศ
ฉันจึงมีงานอดิเรกทำชิ้นหนึ่ง คือ การเที่ยวไปรื้อขนถังขยะ ของบ้าน นักเรียนนายร้อย
ซึ่งอยู่ข้างบ้าน และถังขยะ บ้าน "เจ้านาย" (ซึ่งพ่อจะเรียกบ้านตึกใหญ่ ๆ ว่า บ้านเจ้านาย
และบอกให้ฉันเรียนให้มาก ๆ เพื่อจะได้เป็นเจ้านาย ไม่ต้องเป็นชาวนาอย่างพ่อแม่
เรียน ป. 1 ชั้นเตรียมขี้หมูไหลเนี่ยนะ)
สิ่งที่ฉันจะเก็บเอามาก็คือ สมุด ที่มีหน้าว่าง ๆ เหลืออยู่ หนังสือทุกชนิด สีน้ำหลอดลีบ ๆ
สีเทียน สีดินสอ สีโปสเตอร์ เป็นขวด ๆ บางขวดมีสีอยู่มาก บางขวด แห้งกรัง
ดินน้ำมัน ไม้บรรทัด ยางลบ ปากกา ดินสอ ฯลฯ อย่างอื่น ฉันไม่สนใจจะเก็บ
เมือ่ได้สิ่งเหล่านี้มา โลกส่วนตัวของฉันก็กว้างมากขึ้น ฉันใช้เวลาในการวาดภาพ คัดลายมือ
ลองเขียนเส้นหนักเส้นเบา ปั้นดินน้ำมัน ฯลฯ สนุกอยู่คนเดียว
ความยากจน ไม่ได้ทำให้ชีวิตของฉันรู้สึกว่าลำบาก เพราะเราจนแต่เงิน แต่เราไม่เคยจนใจ
พ่อบอกลูกว่าเราจน แต่เมื่อมีใครมายืมเงิน พ่อให้ไป ฉันและแม่ มองดูด้วยความงง ๆ
พ่อปลูกผักสวนครัวไว้รอบบ้าน ในบ่อ เลี้ยงปลาสลิด ปลาสวาย ใต้ถุนบ้านมีเป็ด ไก่ ห่าน
มีลูกมะพร้าวพันหลักไว้เต็มใต้ถุนเรือน มีฟืนเต็มใต้ถุน แต่เราไม่มียุ้งข้าว เพราะยุ้งข้าวจะรวมไว้ที่บ้านปู่ ย่า เราต้องไปเอาข้าวบ้านปู่มากิน
แม่ถนอมอาหารเก่ง ที่บ้านมีปลาร้าข้าวคั่วอัดใส่ไห ไว้รอบบ้าน (คราวต่อไปจะเล่าเรื่องนี้)
พ่อเคยบอกแก่หญิงหม้ายคนหนึ่งว่า ถ้าไม่มีอะไรจะให้ลูกกิน ให้มาที่บ้านนี้ และหาอาหารในบ้านนี้ไปกิน ไปเลี้ยงลูก พ่ออนุญาต ล่วงหน้าไว้ตลอดกาล (เรื่องนี้รู้จากหญิงหม้ายคนนั้น
เล่าให้ฟังหลังจากพ่อแม่ ท่านสิ้นบุญไปแล้ว)
ย้อนกลับมาที่โรงเรียน ฉันไม่ค่อยมีสตางค์ไปกินที่โรงเรียน มีข้าวใส่ปิ่นโตเคลือบสีเหลืองๆ
เก่าคร่ำคร่า ได้สตางค์ไปกิน วันละ 1-2 สลึง ซื้อขนมได้อย่างเดียว ขนมน้ำแข้งไส ราคา 1 สลึง ก๋วยเตี๋ยว ราคา 2 สลึง เมื่อกินเสร็จ ก้ทำทีว่า ขยันซะเหลือเกิน ไปอ่านหนังสือในห้องสมุด ทั้งที่ไม่ได้อยากอ่านเลย แต่ ไม่อยู่มองปากเพื่อนเวลาเขากิน และไม่อยากกินของใคร
และไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าเงินหมดแล้ว
การอ่านหนังสือทำให้โลกของฉันกว้างออกไปอีกมากมาย ฉันดำดิ่งลงไปใต้ทะเล 2 หมื่นโยชน์ กับจูนส์ เวิร์ลด์ ไปเที่ยวรอบโลกกับ จูนส์เวิร์ลด์ ไปดาวอังคาร ย้อนกลับไปในสงครามโลก รู้จักกับ ฮิตเลอร์ มาตาฮารี ฯลฯ (ในขณะที่เพื่อนของฉันกำลังอยู่ในโรงอาหาร)
นี่คือวิกฤต ที่กลายเป็นโอกาสของฉัน ฉันไม่เคยรู้สึกว่าต่ำต้อย น้อยหน้า หรือว่ายากจน
ฉันเรียนเก่งขึ้น ๆ พ่อตั้งความหวังไว้กับฉันมาก และฉันก็สอบได้ที่ 1
คุณลุงเจ้าของโรงเรียนก็หน้าบาน เพราะหลานสอบได้ที่ 1 ก็เรียนฟรีเรื่อยมา (แต่ไม่มีรองเท้าใส่)
บัดนี้พ่อแม่ได้จากไปนานแล้ว ฉันรู้สึกว่า ฉันต้องเป็นลูกของพ่อ แม่จริง ๆ เพราะผู้ใหญ่หลายคนบอกว่า ฉันเหมือนพ่อ มาก ๆ ทั้งอุปนิสัย ใจคอ ความคิด ความอ่าน
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 18 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 30 ก.ย. 2550 (12:32)
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3519 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 307 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 ต.ค. 2550 (05:03) เป็นการต่อว่าที่น่ารักมาก ๆ ค่ะ บางครั้ง ในการใช้ภาษา ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำก็ได้
เพราะภาษา มี 2 ลักษณะ คือวัจนภาษา(ถ้อยคำ การพูด การเขียน)
และอวัจนภาษา(ไม่ใช่ถ้อยคำ เช่นภาพ สีหน้า ท่าทาง สัญลักษณ์ ต่าง ๆ
แม้กระทั่งการแต่งกาย)
บางครั้ง คำพูดก็ไม่ได้เจาะลึกเข้าไปในจิตใจคนได้
คนที่ฉลาด จึงรู้จักประยุกต์ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อสื่อสาร ในทางสร้างสรรค์ค่ะ
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 ต.ค. 2550 (17:03) ชื่อเรื่องโหดดีนะค่ะ แถมนิยายก็สนุกมากๆๆเลยน้า windfall เอาใจช่วยนะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 14 ต.ค. 2550 (07:40) สยามเมืองยิ้ม โย่ว !
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าให้บึ้ง
ยิ้มให้ซึ้งตรึงใจใบหน้าหวาน
ยิ้มเสียเถิดยิ้มสู้หมู่ภัยพาล
ยิ้มชื่นบานซึ้งจิตชวนติดใจ
ยิ้มปลอบใจตัวเองให้เก่งกล้า
ทุกข์โศกมายิ้มนิดคิดแก้ไข
เราน้องพี่เห็นกันหมั่นยิ้มไว้
เราชาวไทยยิ้มให้กันนั้นหละ.....ดี
-------------------------------------------------------------------------
ปล.คัดลอกมาจากกระทู้กลอนสยามเมืองยิ้มครับ
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3519 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 307 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 ต.ค. 2550 (04:09) ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงค่ะ ยังมีอีกมาก อยากจะเล่าไปเรื่อย ๆ ตามแต่เวลาจะอำนวยให้
เพราะการที่เรามาแบ่งปันประสบการณ์ แบ่งปันความคิดกันนั้น ไม่น่าจะมีพิภัยอะไร
และที่สำคัญ ถึงแม้จะไม่เปิดเผยตัว ก็ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เขียนค่ะ
กลอนดีค่ะ ติดตามงานของคุณ JUMO อยู่ นะคะ ติดตามงานของอีกหลาย ๆ คนด้วยค่ะ
อย่างนี้เรียกว่าเรา "รู้เท่าทันเทคโนโลยี"
เด็กหนุ่มเด็กสาวสมัยนี้ ใช้เทคโนโลยีกันไม่ค่อยจะถูกทาง จึงได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไป
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 17 มิ.ย. 2551 (19:27) ว้าว
ชื่อเรื่องกินใจ(อิอิ)
เขียนได้สุดยอดเลยน้า อิอิ