 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/27946" type="text/javascript"></script> |
|
|
ชีวิตที่ได้กำไร
ฉันเคยเฉียดใกล้ความตายมาหลายครั้งแล้ว มันทำให้ฉันคิดได้ว่า ชีวิตของคนเรานี้ช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน
ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืนเลย เรากำลังก้าวเดินไปข้างหน้าทุกขณะจิต ข้างหน้าจะมีอะไรรอเราอยู่ เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เลย
ผู้เขียน: nit_n ชมแล้ว: 19,674 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 17 June 2008, 1:37 am
|
หน้าที่ 6 - ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน
ตอนที่ฉันเป็นเด็กเล็ก ๆ อาศัยอยู่กับคุณปู่ คุณย่า ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองแสนแสบ
บางครั้งก็มาอยู่ที่บ้านคุณยาย ที่ริมคอลแสนแสบเหมือนกัน ไม่ใกล้ไม่ไกลกันมากนัก
ได้เห็นชีวิตของเด็ก ๆ ที่กระโดดน้ำ ดำผุด ดำว่าย เกาะเรือโยงในคลอง สนุกสนานมาก
ใคร ๆ เขาก็ว่ายน้ำเป็นกันหมด
แต่ฉัน ได้แต่นั่งมองดูเขาเล่นน้ำกัน เพราะทั้ปู่ ย่า ตา(เลี้ยง) ยาย(แท้) ห้ามเด็ดขาด
ไม่ให้ลงจากเรือน ฉันจึงว่ายน้ำไม่เป็น จนบัดนี้ก็อายที่จะนุ่งชุดว่ายน้ำไปฝึก เรียนว่ายน้ำ
คลองแสนแสบแต่ก่อนนี้มีอะไรให้น่าศึกษามาก เราได้กินกุ้งตัวโต ๆ จากในคลอง
กินต้มยำกุ้ง อันอร่อยล้ำ น้ำในคลองใสสะอาด เรานั่งดูเรือที่แล่นไปมา บางครั้งมีขบวนแห่เรือ (ไม่ใช่เห่เรือ) เป็นการแห่จริง ๆ คือมีเรือเขบวนหลายลำ ในเรือจะมีคนแต่งตัวสวยงาม
มีการแสดงต่าง ๆ ในเรือ เช่นการเต้น การตีกลอง การโบกธง ฯลฯ เราจะนั่งดู ลำแล้วลำเล่าที่ผ่านมา ผ่านไป นั่นเป็นสีสัน ของชีวิตคนริมคลองแสนแสบ ในสมัยนั้น(พ.ศ.2500)
พอโตหน่อย ฉันก็กลับมาอยู่กับพ่อ แม่ ที่บ้าน ริมสวนน้ำนันทศักดิ์เรืองเดช ปัจจุบันนี้
เป็นบ้านคนอื่นไปแล้ว
เมื่ออยู่กับพอ่แม่ ก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง
จะเห็นว่าฉันเป็นคนว่านอน สอนง่าย ไม่ให้ทำอะไร ก็ไม่ทำ ให้ทำอะไร ก็ทำ
สิ่งที่ฉันยังจดจำได้ ไม่ลืม คือเหตุการณ์นี้
ค่ำวันหนึ่ง ทุกคนอยู่ในบ้านหมด ยกเว้นพ่อ ฝนตก ฟ้าคะนอง น่ากลัว
ขณะที่ฉันกำลังนอนพักผ่อน ใกล้จะหลับนั้น แม่บอกว่า เป็ดยังไม่ได้เข้าเล้าเลย ให้ฉันไปไล่เป็ดหน่อย มีพี่ 2 คน ฉัน น้อง แม่ให้ฉันไปไล่เป็ด (คนเดียว)
ฉันรู้สึกมีก้อนอะไร ในลำคอ กลืนก็ไม่เข้า คายก็ไม่ออก มันมาพร้อมกับอารมณ์
มันเป็นอารมณ์ที่อธิบายยาก น้อยใจ ไม่เข้าใจ คิด อยากพูด อยากถาม อยากเกี่ยง
อยากขอร้อง แต่พูดไม่ได้แม้แต่สักคำเดียว ก้อนนั้นก็ติดตัวฉันไป กลางทุ่งนา
เด็กหญิงตัวเล็กๆ ผอม ๆ ดำ ๆ 2 มือ ถือไม้ยาว ๆ ต้อนเป็ด ซ้ายที ขวาที เก้ ๆ กัง ๆ
2 เท้าเปล่าเปลือย เดินย่ำไปบนคันนา ลงไปในท้องนาบ้าง ตามแต่ฝูงเป็ดจะพาไป
ท้องฟ้ามืดครึ้ม สายฟ้าแลบแปลบปลาบ เปรี้ยง!! โครม ครืน ก้อนแข็ง ๆ นั้นก้ยังติดอยู่ที่คอหอย ยังไม่หายไป หยาดน้ำตา ผสมผสานกับน้ำฝน เนื้อตัวเปียกชุ่ม หนาว สั่น
สองเท้า ก้าว วิ่งไป ในใจคิดว่า เป็ด เป็นของมีค่า เราได้กับข้าวไปกินที่โรงเรียน ก็เพราะเป็ด
ถ้าเราบอกว่า ไม่ทำก็ได้ เพราะ แม่เป็นคนที่ ไม่น่าเกรงกลัว เท่าพ่อ แต่เราก็ไม่กล้า
ปฏิเสธ เพราะแม่จะเสียใจ และแม่อาจจะมาไล่เป็ดเอง
ไม่รู้ว่าฉันคิดมากขนาดนั้นได้อย่างไร ฉันไม่กลัวเกรงต่อสภาวะอันเลวร้ายรอบข้าง
ฉันคิดว่า ถ้าจะตายด้วยฟ้าผ่า หรืออะไรก้แล้วแต่ ในขณะนั้น ก็ดีเหมือนกัน
แต่ฉันไม่ต้องการให้แม่มาเป็นอย่างนี้ เพราะสงสารแม่ แม่เหนื่อยมากแล้ว และถ้าแม่เป็น
อะไรไป พวกเรา รวมทั้งฉันจะอยู่อย่างไร แต่ถ้าฉันตายไปเสียคนหนึ่ง ก็คงไม่มีผลเสียต่อใคร
เพราะไม่มีใครสนใจฉันอยู่แล้ว
ฉันไล่เป็ดหลายสิบตัวเข้าเล้าได้สำเร็จ แม่บอกว่า ครบ
ฉันเพิ่งรู้สึกว่าเจ็บที่ฝ่าเท้า เพราะไปเหยียบเศษกระเบื้อง เลือดออก ก็ล้างแผล (ไม่ได้ใส่ยา ไม่ได้บอกใคร) เข้านอน น้ำตา และก้อนแข็งนั้น หายไปแล้ว
สีหน้า สายตาของแม่ ที่มองดูฉัน เต็มไปด้วยความชื่นชม แม่ไม่ได้พูดอะไร
พ่อกลับมาแล้ว มาดูเป็ด ไม่มีใครเล่าว่าฉันเป็นคนไล่เข้าเล้า
เหตุการณ์นี้สอนอะไร แก่ฉัน
มันเป็นเรื่องยาก สำหรับเด็ก อายุ ไม่เกิน10 ขวบ
ต่อมา พอฉันศึกษาวิชาครู จึงรู้ว่า คนที่ทำเรื่องยากๆ ได้สำเร็จ เรียกว่าเป็นคนมีความสามารถ เป็นคนมีวุฒิภาวะ ฉันแอบภูมิใจเงียบ ๆ
ในการทำงานของฉัน เวลาได้งานที่ยาก ๆ (ที่เขาเรียกว่าหิน ๆ) ฉันก็นึกปลอบใจตัวเองว่า
ที่ยาก ๆ หิน ๆก็ทำมาแล้ว อะไรจะยากเท่านั้น ไม่มีอีกแล้ว
มันทำให้ฉัน ทำงานอย่างมีความสุขขึ้น
ฉันรู้สึกว่า เจ้าความรู้สึก มีก้อนแข็ง ๆ ในคอ ไม่เคยเกิดขึ้นกับฉันอีกเลย นับแต่นั้นมา
เคยไปอยู่ค่ายทหารกับนักเรียน ไปพบข้อความหนึ่งในค่ายทหาร เขาเขียนไว้ว่า
"ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน"
ฉันว่าจริง
ถ้าเทียบกับเด็กสมัยนี้แล้ว พ่อแม่ ไม่ค่อยได้ใช้ให้ทำอะไร
ไม่เคยต้องทนอะไร เด็ก เยาวชนสมัยนี้ จึงทนอะไรไม่ได้ เปราะบาง ในสถานการณ์ต่างๆ
เด้กสมัยนี้ "สู้สิ่งยาก" ไม่ค่อยได้
ตอนเด็ก เคยหลงใหล หนังญี่ปุ่น ในโทรทัศน์สมัยก่อนนี้ เป็นเรื่อง นักกีฬาญี่ปุ่น ที่ต่อสู้ เอาชนะ อุปสรรคต่าง ๆ นางเอกต้องตื่นขึ้นมาซ้อมตบลูกวอลเล่ย์บอล ตอนตี2 เพื่อคิดค้น ไม้ตาย ไม้เด็ด ไว้เอาชนะคนอื่น
สิ่งเหล่านี้คือต้นเหตุแห่งความเป็นคนแกร่ง อย่างฉัน
ทำไม สื่อต่าง ๆ จึงไม่หาภาพยนตร์ที่สื่อถึงเรื่อง ความเข้มแข้ง การต่อสู้ เสริมคุณธรรม
จริยธรรม มาฉายให้เด็ก ๆ ดู เหมือนกับที่ฉันได้ดูในสมัยก่อนบ้าง เผื่อเยาวชนสมัยนี้จะเป็น
นักสู้ชีวิตขึ้นมาบ้าง แทนที่จะเป็น ไข่ในหิน แอ๊บแบ๊ว คิกขุ คุณหนู อย่างที่เห็นอยู่มากมาย
ในสมัยนี้
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 18 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 30 ก.ย. 2550 (12:32)
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3518 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 307 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 ต.ค. 2550 (05:03) เป็นการต่อว่าที่น่ารักมาก ๆ ค่ะ บางครั้ง ในการใช้ภาษา ไม่จำเป็นต้องใช้ถ้อยคำก็ได้
เพราะภาษา มี 2 ลักษณะ คือวัจนภาษา(ถ้อยคำ การพูด การเขียน)
และอวัจนภาษา(ไม่ใช่ถ้อยคำ เช่นภาพ สีหน้า ท่าทาง สัญลักษณ์ ต่าง ๆ
แม้กระทั่งการแต่งกาย)
บางครั้ง คำพูดก็ไม่ได้เจาะลึกเข้าไปในจิตใจคนได้
คนที่ฉลาด จึงรู้จักประยุกต์ใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อสื่อสาร ในทางสร้างสรรค์ค่ะ
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 ต.ค. 2550 (17:03) ชื่อเรื่องโหดดีนะค่ะ แถมนิยายก็สนุกมากๆๆเลยน้า windfall เอาใจช่วยนะค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 14 ต.ค. 2550 (07:40) สยามเมืองยิ้ม โย่ว !
ยิ้มเถิดนะหัวใจอย่าให้บึ้ง
ยิ้มให้ซึ้งตรึงใจใบหน้าหวาน
ยิ้มเสียเถิดยิ้มสู้หมู่ภัยพาล
ยิ้มชื่นบานซึ้งจิตชวนติดใจ
ยิ้มปลอบใจตัวเองให้เก่งกล้า
ทุกข์โศกมายิ้มนิดคิดแก้ไข
เราน้องพี่เห็นกันหมั่นยิ้มไว้
เราชาวไทยยิ้มให้กันนั้นหละ.....ดี
-------------------------------------------------------------------------
ปล.คัดลอกมาจากกระทู้กลอนสยามเมืองยิ้มครับ
jumo
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3518 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 307 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 ต.ค. 2550 (04:09) ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงค่ะ ยังมีอีกมาก อยากจะเล่าไปเรื่อย ๆ ตามแต่เวลาจะอำนวยให้
เพราะการที่เรามาแบ่งปันประสบการณ์ แบ่งปันความคิดกันนั้น ไม่น่าจะมีพิภัยอะไร
และที่สำคัญ ถึงแม้จะไม่เปิดเผยตัว ก็ต้องรับผิดชอบกับเรื่องที่เขียนค่ะ
กลอนดีค่ะ ติดตามงานของคุณ JUMO อยู่ นะคะ ติดตามงานของอีกหลาย ๆ คนด้วยค่ะ
อย่างนี้เรียกว่าเรา "รู้เท่าทันเทคโนโลยี"
เด็กหนุ่มเด็กสาวสมัยนี้ ใช้เทคโนโลยีกันไม่ค่อยจะถูกทาง จึงได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับเงินและเวลาที่เสียไป
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 17 มิ.ย. 2551 (19:27) ว้าว
ชื่อเรื่องกินใจ(อิอิ)
เขียนได้สุดยอดเลยน้า อิอิ