<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/28" type="text/javascript"></script> |
|
สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ
เที่ยวเมืองไทย เที่ยวใกล้ตัว สวนสมเด็จพระนางเจ้าฯ
post ครั้งแรก: Sat 8 December 2001, 3:02 am ปรับปรุงล่าสุด: Sat 8 December 2001, 3:02 am
|
![]() ด้านหน้าบริเวณทางเข้า |
หากจะเปรียบเทียบกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เสมือนหนึ่งเป็นบุคคล ในสังคมบุคคลผู้นี้มีวัฒนธรรมอันดีงาม มีความยิ่งใหญ่ มีศักดิ์แห่งความเป็น ประชาชน ที่มีอารยธรรมเก่าแก่ ผสมผสาน กับความทันสมัยในยุค แห่งวิทยาการ เทคโนโลยี ทัดหน้าทียมตานานาประเทศ ทั่วโลก ไม่ด้อยไปกว่าชาติใดๆ แต่บุคคล ผู้นี้ประการหนึ่งว่า จะมีเวลา ดูแลเอาใจใส่ ตัวเองน้อยไปสักนิด เมื่อคิดถึงสุขภาพโดย ภาพรวม ของบุคคลที่ชื่อว่ากรุงเทพฯ เนื่องจากมลภาวะที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้ปฏิเสธ ไม่ได้ ว่าทุกวันนี้ชีวิตของเราท่านที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ก็อาจไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ สุขภาพของตัวเอง เช่นเดียวกัน ถ้ามีเวลาหยุดพักสักนิด พักผ่อนคลายความตึงเครียด ที่พบได้บ่อยๆ บนท้องถนน และหน้าที่การงาน หายใจเอาอากาศสะอาดๆ ไปเติมไฟใน ร่างกายให้สดชื่น สดใสมากกว่านี้ก็คงจะดี ไม่น้อย เชื่อว่าหลายท่านคงคิดเช่นนี้ อากาศดีๆ ช่วยให้พักผ่อนได้อย่างสงบ ร่างกายเมื่อรับเอา ออกซิเจนเข้าไปเพื่อช่วย ในการสูบฉีดโลหิต จะทำให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดี อันจะนำไปสู่ความ สดชื่นและปลอดโปร่ง และเมื่อเรายิ่ง ลดความเครียดลงหรือทำให้หมดไปได้ สมองก็จะยิ่งแจ่มใส สุขภาพแข็งแรง โรคาพยาธิ ต่างๆ ก็ไม่สามารถจะมาทำอันตรายอะไรได้
|
สถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ที่กำเนิดขึ้นในกรุงเทพฯ เสมือนเป็นปอด แห่งใหม่ ช่วยชุบชีวิตชีวาให้เกิดขึ้น ในเมืองหลวง ขณะที่เรากำลัง เริ่มให้ ความสำคัญกับ เรื่องมลภาวะที่มีอยู่ ด้วยการร่วมมือร่วมแรงกัน ช่วยลด กิจกรรมทุกอย่างที่ก่อให้เกิดมลภาวะ ช่วยกันสร้างเสริมและ ปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยฟอกอากาศที่ไม่สะอาด ให้กลับคืน สู่ความ สดชื่นรื่นรมย์ดังเดิม สถานที่ พักผ่อนแห่งนี้ก็คือ"สวนสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ฯ" อันเป็นสวนสาธารณะที่จัดสร้าง ขึ้น โดยกระทรวงคมนาคมและดูแลรักษา โดยกองสวนสาธารณะสำนักสวัสดิการสังคม กรุงเทพมหานคร สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ แห่งนี้ มีอาณา บริเวณประมาณ 208 ไร่ อยู่ใน บริเวณสำนักงานฝึกอบรมและพัฒนา การรถไฟแห่ง ประเทศไทย ใกล้กับถนนกำแพงเพชร และทาง ทิศใต้นั้นติดกับสนามกอล์ฟการรถไฟฯ สวนแห่งนี้ได้รับการปรับปรุง ให้มีลักษณะเป็นสวนป่า ส่วน พื้นที่ที่เหลือนั้นได้ดำเนินการจัด ปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก และมีอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ที่ผ่านมาด้วย
|
เมื่อเราได้เข้าไปสัมผัส เราจะได้พบกับสวน พฤกษศาสตร์ ขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยไม้ยืนต้นกว่า 80 ชนิด มีไม้ดอกและไม้คลุมดิน มากมายหลายหลากพันธุ์ โดยเฉพาะพันธุ์ไม้ในตระกูล "ชบา" ที่มีมากกว่า 100 พันธุ์ สวนหิน ลานบัว และบ่อน้ำพุ ที่มีต้น ราชพฤกษ์ ให้ดอกสีเหลือง และอินทนิล ให้ดอกสีม่วง - ชมพู เราจะได้ชมความสวยงามจากจุดนี้ได้ดีที่สุด เมื่อไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้ ออกดอกบานสะพรั่ง โดยพร้อมเพรียงกันราวเดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม อันเป็นช่วงฤดูแสนสุขนี้พอดี แนวทางที่ได้ทำการจัดสวนสาธารณะแห่งนี้ ในรูปแบบของสวนป่า สวนพฤกษศาสตร์ นั้นก็คือ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่พระองค์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะที่เป็น นักอนุรักษ์ ด้วยพระราชหฤทัย ห่วงใยต่อ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการที่พระองค์ทรงให้ความสำคัญในเรื่องต้นไม้ ต้นน้ำ รวมถึง สรรพชีวิต ในป่านั่นเอง อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจและน่าเที่ยวชมนั่นก็คือ ลานบัว ซึ่งอยู่บริเวณ ด้านหน้าของอาคาร ที่ทำการมูลนิธิสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ มีจุดเด่น เพราเป็นสถานที่ รวบรวมพันธุ์บัวพื้นเมือง และบัวต่างประเทศเอาไว้หลายพันธุ์ เช่น บัว "สัตตบงกช" (บัวฉัตรสีชมพู) บัว "สัตตบุษย์" (บัวฉัตร สีขาว) จัดอยู่บริเวณส่วนของลานรายรอบด้วยพันธุ์บัว จากต่างประเทศ เช่น ฟาบิโอล่า (Fabiola) จากประเทศฝรั่งเศส มอรอาย (Moorei) จาก ออสเตรเลีย ฯลฯ ที่มีความงดงามไม่แพ้กันเลย ด้าน ลักษณะของบ่อจะเป็นบ่อคอนกรีต โดย ออกแบบสร้างให้มีรูปลักษณะคล้ายกลีบดอกบัว ตกแต่งด้วย กระถางเก่าแก่สมัยราชวงศ์เช็งเรียงรายอยู่โดยรอบดังนั้นจึงมีทั้งความงามจากธรรมชาติและความงาม จากการตบแต่ง ที่วิจิตรอีกด้วย
|
ที่น่าสนใจที่สุดสำหรับนักชมธรรมชาติและ มวลหมู่ดอกไม้นานาพันธุ์ ก็เห็น จะเป็น "ดอกไม้พระนาม" ซึ่งเป็นไม้พุ่มที่ให้ดอกตลอดปี และเป็นดอกไม้ที่มีการถวาย พระราชสดุดี พระเกียรติคุณจากนานาประเทศ เช่น "แคทลียาควีนสิริกิต์" ซึ่งจัดเป็น ดอกกล้วยไม้ ที่บริษัทผู้เพาะพันธุ์กล้วยไม้เก่าแก่ แห่งประเทศ อังกฤษ Black & Flory ได้ผสมพันธุ์ขึ้น ต่อมาจึงนำกล้วยไม้พันธุ์นี้เข้าประกวดจนได้รับ ประกาศนียบัตรระดับสูง และทางบริษัทจึง ดำเนินการขอพระราชทานนามกล้วยไม้พันธุ์นี้ว่า Cattleya "Queen Sirikit" นอกจากนั้นยังมี "กุหลาบควีนสิริกิติ์" ซึ่งมีปรากฏในคำสดุดี เกี่ยวกับกุหลาบพันธุ์นี้ว่า สมเด็จพระราชินี ของประเทศไทย มีพระสิริโฉมเป็นเสน่ห์งดงาม ตามแบบตะวันออก ที่เหนือ กว่าตะวันตก ลักษณะของดอกกุหลาบพระนาม มีขนาดใหญ่สมบูรณ์มาก กิ่งและใบแข็งแรง กลีบดอกมีสีเหลือง สดใส หนึ่งกิ่งอาจให้ ดอกตั้งแต่ 1 - 3 ดอก อีกพันธุ์หนึ่งก็คือ "ดอนญ่าควีนสิริกิติ์" โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ ได้ขอพระราชทานนาม Queen Sirikit เพื่อใช้เป็นชื่อดอก"ดอนญ่า" พันธุ์ใหม่เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณ เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ พระราชดำเนินเยือน ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี พ.ศ. 2506 โดยประเทศฟิลิปปินส์ มักให้เกียรติ ขนานนาม ดอกดอนญ่าโดยใช้ชื่อตามนามสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของประเทศ นับได้ว่าสวนแห่งนี้ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่สมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศที่ควรค่าแก่การชื่นชม และอนุรักษ์ ไว้เพื่อการ ศึกษาค้นคว้าสำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจ และสำหรับผู้ที่มี โอกาสได้เที่ยวชม และพักผ่อนหย่อนใจใน "สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์" แห่งนี้ เชื่อเหลือ เกินว่าจะต้องได้ทั้ง ความรู้ ความเข้าใจในองค์ประกอบของธรรมชาติ ที่ได้สร้างสรรค์ ไว้อย่างลงตัว นอกเหนือไปจากความรู้สึก สดชื่นแจ่มใส อากาศที่บริสุทธิ์ เพื่อจิตใจ ที่ปลอดโปร่ง สำหรับการเริ่มต้น ต่อสู้กับการทำงานและ ใช้ชีวิตในวันต่อๆ ไป
|


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |