<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/280" type="text/javascript"></script> |
|
การค้นพบมนุษย์โบราณสายพันธุ์ใหม่ขนาดจิ๋ว บนเกาะฟลอเรส อินโดนีเซีย
การค้นพบซากโครงกระดูกของมนุษย์ที่สูงเพียง ๑ เมตร ในถ้ำ เลียงบัว บนเกาะ Flores ในประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ได้รับการจัดให้เป็นสปีชี่ใหม่ของมนุษย์โบราณ ผลการศึกษาโครงสร้างสมองด้วย CT scan ยืนยันลักษณะผสานกันทั้งมนุษย์ฮอมินิดและมนุษย์ปัจจุบัน
post ครั้งแรก: Fri 11 March 2005, 1:22 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 11 March 2005, 1:22 pm
|
ภาพ ศาสตราจารย์ Dean Falk คณบดีคณะมานุษยวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยประจำรัฐฟลอริดา กับแบบหล่อสมองของมนุษย์ฟลอเรสในมือขวา และแบบจำลองหัวกะโหลกทำด้วยวัสดุโปร่งแสงในมือซ้าย ที่วางบนโต๊ะทำงาน คือแบบจำลองสมอง และกะโหลกของมนุษย์และลิงต่างๆ ที่ใช้ในการศึกษาเปรียบเทียบกับของมนุษย์ฟลอเรส เพื่อหาคำตอบว่า มนุษย์ฟลอเรส เป็นสายพันธุ์มนุษย์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองหรือไม่ ถ่ายภาพโดย Michele Edmunds แห่งFlorida State University และ นิตยสาร National Geographic สงวนลิขสิทธิ์ศาสตราจารย์ Dean Falk คณบดีคณะมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยแห่งรัฐฟลอริดา สหรัฐ นักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของโลกในสาขาวิชา โบราณประสาทวิทยา(Paleoneurology) ได้นำทีมนักวิทยาศาสตร์หลายแขนง ตีพิมพ์บทความในนิตยสาร Science ฉบับวันที่ ๔ มีนาคม ๒๐๐๕ นี้ พิสูจน์ว่า แม้ชาวฟลอเรส จะมีสมองขนาดเล็ก โดยมีปริมาตรเพียง ๔๑๗ ซีซี แต่โครงสร้างของสมอง แสดงว่า มีรูปแบบของสมองที่พัฒนาแล้วของมนุษย์ชั้นสูง จึงน่าจะเป็นไปได้มากว่า เครื่องมือหินที่พบที่ในถ้ำแห่งเดียวกับที่พบกระดูก จะเป็นเครื่องมือที่มนุษย์ฟลอเรสประดิษฐ์ขึ้นมาใช้สอยได้เอง และยังพบกระดูกของสัตว์ประเภทเดียวกับช้างแต่มีขนาดเล็กที่สูญพันธุ์ไปแล้ว ชื่อว่า Stegodon ราวกับว่า มนุษย์ฟลอเรสนี้ รู้จักร่วมมือกันไปล่าช้างป่ามากินเป็นอาหาร จากการวิเคราะห์กระดูกของช้างโบราณนี้ ก็แสดงว่า ชาวฟลอเรสเลือกล่าเอาแต่ช้างที่เพิ่งย่างเข้าวัยรุ่นมาทำอาหาร แล้วยังเป็นการลบล้างข้อข้องใจของนักมานุษยวิทยาบางท่าน ที่แคลงใจว่า กระดูกชุดนี้ อาจจะเป็นกระดูกของมนุษย์ปัจจุบันที่เป็นโรคทำให้กะโหลกไม่ยอมโต และมีร่างกายแคระแกร็น ไปได้ |
ภาพโดยคอมพิวเต้อร์ ของแบบ endocast ภายในกะโหลกที่เป็นส่วนใสของมนุษย์ฟลอเรส โดย Kirk E. Smith แห่งสถาบันรังสีวิทยา Mallinckrodt มหาวิทยาลัย Washingtonการศึกษาสมองของมนุษย์ฟลอเรสนี้ อาศัยเทคนิคการสแกนภาคตัดขวาง คือ 3D Computed Tomography แล้วใช้คอมพิวเตอร์ประกอบเป็นภาพสามมิติ แล้วนำข้อมูลตัวเลขไปเข้าเครื่องหล่อ หล่อแบบสมองที่เรียกว่า Endocranial cast ออกมาได้สัดส่วนเหมือนสมองของจริง Endocranial cast หรือ เรียกสั้นๆว่า Endocast คือแบบหล่อของช่องโพรงในกะโหลกที่แสดงลักษณะพื้นผิวนอกของสมองได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนจากสมองจริงๆ มักจะเกิดตามธรรมชาติ ในซากฟอสซิลของกะโหลกสัตว์ ที่เมื่อสัตว์ตายลงแล้วถูกฝังในโคลนหรือทราย โดยที่เนื้อเยื่อต่างๆไม่ทันได้เน่าเปื่อย ทำให้ดินหรือทรายพิมพ์แบบของจริงได้อย่างเที่ยงตรง เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ เนื้อเยื่อก็เปื่อยหลุดไปก่อน ดินหรือทรายก็แทรกตัวเข้ามาแทนที่ เมื่อกระดูกที่สลายไปช้ากว่ามากๆ ค่อยๆสลายไปทีหลัง ดินทรายก็เข้ามาแทนที่ส่วนกระดูก ทำให้ส่วนที่แทนที่กระดูก กับส่วนที่แทนที่เนื้อเยื่อ แบ่งแยกกันได้อย่างชัดเจน ถ้าเราเอาแบบหล่อโพรงสมองออกมาศึกษาได้ ก็จะช่วยให้เราเข้าใจสัตว์ชนิดนั้นได้ว่า สมองมีการพัฒนาอย่างไรบ้าง เพราะสัตว์โบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้วนั้น จะไม่มีเนื้อเยื่อสดให้เราวิเคราะห์ได้ เมื่อมีแบบหล่อแทนที่เช่นนี้ ก็ช่วยให้เราได้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนั้ได้ดีขึ้น หากไม่มีแบบหล่อหรือ endocast ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติมาศึกษา นักวิทยาศาสตร์ก็ใช้วิธีอื่นมาแทน เช่น เทเลเท็กซ์ลงไปให้แข็งตัวแต่อ่อนพอที่จะดึงออกมาได้ |
แต่กะโหลกของ ฮอบบิท นั้น มีสภาพบอบบาง และมีค่ามากกว่าที่จะเสี่ยงเทยางหล่อลงไปได้ จึงใช้เครื่องสแกนมาวัดสัดส่วน โดยใช้เทคนิค 3D computed tomography มาวิเคราะห์สัดส่วนในสามมิติ แล้วเอาข้อมูลไปสร้างแบบหล่อ แทนการหล่อลงไปในโพรงกะโหลกโดยตรงTomography มาจากภาษากรีก คำว่า tomo แปลว่า ผ่า graphen แปลว่าภาพ รวมกันแล้วหมายถึงภาพตัดขวาง แต่เราใช้รังสีเอ็กสเรย์มาฉายทะลุเข้าไปดูโครงสร้างภายใน เหมือนกับตัดขวางตัวอย่างจะเห็นภาพหน้าตัดหนึ่งๆ หากฉายภาพจากหลายๆหน้าตัด ก็จะสามารถนำมาประกอบกันเป็นภาพสามมิติได้ ศจ. Falk ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการศึกษาของมนุษย์โบราณชั้นนำของโลก โดยศึกษาเฉพาะด้านนี้มากว่า ๓๐ ปีแล้ว ท่านได้นำแบบหล่อสมองของมนุษย์ฟลอเรส มาเปรียบเทียบกับสมองของมนุษย์และลิงพันธุ์ต่างๆคือ มนุษย์ฮอมินิน(ลิงรุ่นแรกที่เดินด้วยสองขา) ๒ หัว คือ พวกลิงใต้่ Australopithecus africanus, Paranthropus aethiopicus กัีบลิงจริงๆคือ ชิมแปนซีตัวเมียขนาดโตเต็มที่ ๑๘ หัว ลิงกอริลล่า ๑๐ หัว และสมองของผู้หญิงมนุษย์ปัจจุบันที่ปกติ ๑๐ หัว และสมองของผู้หญิงชาวยุโรปเป็นโรคสมองฝ่อ ที่เรียกว่า microcephaly แล้วยังเปรียบเทียบกับตัวอย่างแบบหล่อสมองของ มนุษย์แคระเผ่าพิกมี่ และจากแบบหล่อสมองของมนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว คือ Homo erectus ที่พบในประเทศจีนและประเทศอินโดนีเซีย อีก ๕ ตัวอย่างด้วย โดยย่อขนาดลงให้มีปริมาตร ๔๑๗ ซีซี เท่ากับแบบหล่อสมองของ มนุษย์ฟลอเรส เพื่อจะได้เปรียบเทียบในสเกลเดียวกัน ภาพกะโหลกของมนุษย์ฟลอเรส ถ่ายจากของจริง โดย ศจ. Peter Brown ซึ่งลงตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature ในเดือน ตุลาคม 2004 |
ภาพ Thomas Sutikna แห่ง Indonesian Centre for Archaeology ผู้เป็นคนพบกระดูกฮอบบิทเป็นท่านแรก ถ่ายภาพโดย Ira Block ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก National Geographic สงวนลิขสิทธิ์ |


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |