<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/280" type="text/javascript"></script> |
|
การค้นพบมนุษย์โบราณสายพันธุ์ใหม่ขนาดจิ๋ว บนเกาะฟลอเรส อินโดนีเซีย
การค้นพบซากโครงกระดูกของมนุษย์ที่สูงเพียง ๑ เมตร ในถ้ำ เลียงบัว บนเกาะ Flores ในประเทศอินโดนีเซีย ทำให้ได้รับการจัดให้เป็นสปีชี่ใหม่ของมนุษย์โบราณ ผลการศึกษาโครงสร้างสมองด้วย CT scan ยืนยันลักษณะผสานกันทั้งมนุษย์ฮอมินิดและมนุษย์ปัจจุบัน
post ครั้งแรก: Fri 11 March 2005, 1:22 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 11 March 2005, 1:22 pm
|
ภาพเปรียบเทียบสมองของมนุษย์ฟลอเรส(ซ้ายมือ) กับสมองของมนุษย์พิกมี่(ขวามือ) แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างที่แตกต่างกันมาก โดยสมองของมนุษย์ฟลอเรส มีลักษณะผสมผสานกันทั้ง ลักษณะของมนุษย์ดึกดำบรรพ์กับมนุษย์สมัยใหม่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน คือ ลักษณะของสมองที่กว้างและแบน กับมีความลาดของส่วนหน้าเหมือนมนุษย์สมัยแรกๆที่สมองยังไม่พัฒนามาก กับการที่มีรอยขดรอยหยักมากมาย โดยเฉพาะในส่วนหน้า ซึ่งเป็นลักษณะของมนุษย์ปัจจุบัน ภาพโดย Kirk E. Smith, Mallinckrodt Institute of Radiology of Washington University ด้วยความเอื้อเฟื้อจาก นิตยสาร National Geographic (สงวนลิขสิทธิ์)ผลปรากฏว่า สมองของมนุษย์ฟลอเรส ต่างจาก สมองของมนุษย์พิกมี่่มาก เพราะพวกพิกมี่ จะมีหัวโตแต่ตัวเล็ก และเมื่อเปรียบเทียบกับคนที่เป็นโรคสมองฝ่อ ก็ไม่เหมือนกันเลย แต่งานวิจัยนี้ก็มีจุดอ่อนตรงที่ว่า มีตัวอย่างของคนที่เป็นโรคสมองฝ่อเพียงตัวอย่างเดียว ทำให้ข้อสรุปยังอ่อนอยู่ เพราะขาดความหลากหลายของตัวอย่างไป แต่หากใครจะแย้งผลงานวิจัยครั้งนี้ ก็ต้องหาหลักฐานแน่นหนากว่ามากมายันหลายๆจุดที่ ศจ. ฟอล์ค นำมาสนับสนุนข้อสรุปที่ว่า มนุษย์ฟลอเรส เป็นเผ่าพันธุ์ต่างหากออกไปจากที่เราเคยพบมาก่อน |
ภาพเปรียบเทียบสมองจากด้านหน้าตรง ของมนุษย์ปัจจุบัน(ซ้ายมือ) กับของมนุษย์ฟลอเรส(ขวามือ) ถึงแม้โครงสร้างของสมองจะต่างกัน คือของ มนุษย์ปัจจุบัน จะหนากว่าและขนาดใหญ่กว่า แต่รูปรอยขดรอยหยักต่างๆ ของสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นแหล่งที่บอกถึงความก้าวหน้าทางสติปัญญา จะมีร่องรอยคล้ายคลึงกันมาก สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดจากผลการศึกษาชิ้นนี้ก็คือ แม้ขนาดสมองมนุษย์ฟลอเรสจะเล็ก แต่ลักษณะของสมอง ก็แสดงระดับการพัฒนาสูงมาก โดยเฉพาะส่วนที่เรียกว่า temporal lobes นั้นนูนออกมามาก ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพูดและการฟัง ยิ่งไปกว่านั้น สมองส่วนหน้า (frontal lobe) ก็มีรอยขดรอยหยักมาก ซึ่งแสดงว่า มีสติปัญญาสูง ดิฉันไม่เคยเห็นแบบหล่อสมองของมนุษย์โฮมินิดพันธุ์ไหน ที่มีรอยหยักมากอย่างนี้มาก่อนเลยค่ะ ศจ. ฟอล์ค กล่าว |
จากการที่ไม่มีกระดูกของมนุษย์ประเภทอื่นปะปนอยู่ในถ้ำเลย จึงสรุปได้ว่า เครื่องมือยุคหินต่างๆที่เหมือนๆกันในทุกชั้นดินที่ขุดพบ เป็นฝีมือการสร้างของมนุษย์ฮอบบิท ที่ถ่ายทอดต่อๆกันมานับแสนปีโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเลย และจากกระดูกฟันของช้างโบราณพันธุ์แคระที่สูญพันธุ์ไปแล้ว แสดงว่ามีแต่ตัวที่ยังไม่โตเต็มที่ ก็คงจะเป็นไปได้ว่า ถ้าแก่แล้วช้างพวกนี้ิอาจจะหนังเหนียวกินไม่อร่อย มนุษย์ฟลอเรสจึงเลือกล่าแต่ตัวหนุ่มๆสาวๆมากิน โดยมีสังคมที่พัฒนาสามารถจัดระเบียบไปออกล่าสัตว์ใหญ่เป็นหมู่เป็นกลุ่มได้ มนุษย์สายพันธุ์นี้ จึงมีระบบสังคมพัฒนามากกว่าพวกฮอมินิดที่เคยค้นพบกันมาก่อน จากความที่โครงกระดูกของมนุษย์บนเกาะฟลอเรส มีเอกลักษณ์ของตนเอง ที่ผสานลักษณะของมนุษย์โบราณกับร่องรอยพัฒนาการทางสมองของมนุษย์สมัยใหม่ นักโบราณมานุษยวิทยาจึงตั้งเป็นสปีชี่ใหม่คือ Homo Floresiensis Order Primates Linnaeus, 1758 Suborder Anthropoidea Mivart, 1864 Superfamily Hominoidea Gray, 1825 Family Hominidae Gray, 1825 Tribe Hominini Gray, 1825 Genus Homo Linnaeus, 1758 Homo floresiensis sp. nov. ภาพวาดของ Homo floresiensis โดย Peter Schouten แห่ง นิตยสาร National Geographic |
ผังแสดงสังกัดของ Homo floresiensis ซึ่งสรุปว่า เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นไปจาก Homo erectus ภาพจาก นิตยสาร Nature
|
ปากถ้า เลียงบัว ที่นักมานุษยวิทยาค้นพบมนุษย์ฟลอเรส หรือที่ตั้งชื่อเล่นให้ว่า ฮอบบิท ภาพจาก มหาวิทยาลัย Wollongong
|


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |