 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/283" type="text/javascript"></script> |
|
|
ตามรอยไอน์สไตน์ที่เบอร์น
วิชาการดอทคอมทุบกระปุกพาทุกท่านมุ่งสู่กรุงเบอร์นเมืองหลวงของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อเจาะเวลาหาอดีตดูสถานที่ประวัติศาสตร์ที่ "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" เปลี่ยนโลกด้วยทฤษฎีของเขาเมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว
post ครั้งแรก: Mon 2 May 2005, 11:02 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 2 May 2005, 11:02 pm
|
หน้าที่ 2 - เบอร์นและไอน์สไตน์
ดร. อรรถกฤต ฉัตรภูติ
ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม
ไอน์สไตน์เข้ามาพำนักในเบอร์นเมื่อกุมภาพันธ์ปี ค.ศ. 1902 แต่กว่าที่เขาจะได้งานประจำในสำนักงานจดสิทธิบัตรก็ต้องรอจนถึงเดือนมิถุนายน โดยการช่วยเหลือของเพื่อนรักร่วมชั้นเรียน มาแซล กรอสแมน (Marcel Grossman) ตำแหน่งของไอน์สไตน์เมื่อเริ่มเข้าทำงานคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคระดับสาม (technical expert third class) และได้เลื่อนเป็นตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญระดับสองในปี ค.ศ. 1906 จนถึงปี ค.ศ. 1908 เมื่อไอน์สไตน์เริ่มมีชื่อเสียงแล้วเขาจึงได้งานผู้ช่วยสอนที่มหาวิทยาลัยเบอร์น แต่ก็ยังคงทำงานที่สำนักงานจดสิทธิบัตรแห่งนี้ต่อไปอีกหนึ่งปีจึงลาออกเพื่อที่จะไปรับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยซูริกในปี ค.ศ. 1909
พอรถไฟเทียบชานชลาสถานีเบอร์น ผมก็ตรงดิ่งเข้า Tourist information centre คว้าแผนที่และข้อมูลที่เกี่ยวกับไอน์สไตน์เท่าที่จะหาได้ หลังจากดูแผนที่จนทราบเส้นทางแน่นอนแล้ว ผมก็เดินจ้ำออกจากสถานีรถไฟมุ่งตรงสู่ย่านเมืองเก่าของเบอร์นทันที

คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพขยาย
จุดหมายแรกที่ผมต้องการเยี่ยมชมคือบ้านเก่าหลังหนึ่งของไอน์สไตน์ เลขที่ 49 ถนนแครมกาซเซ่ (Kramgasse) ซึ่งบ้านหนังนี้ทางเมืองเบอร์นได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ ส่วนบ้านเก่าหลังอื่นๆของไอน์สไตน์นั้นถ้าไม่ถูกทุบทิ้งไปแล้ว ก็เป็นมีผู้ครอบครองใหม่อาศัยอยู่ไม่สามารถที่จะเข้าชมได้
ระหว่างทางเดินไปบ้านไอน์สไตน์ผมเดินผ่านถนน มาร์คท์กาซเซ่ ( Marktgasse) หรือ ถนนตลาด ค่าว่า Gasse ในภาษาเยอรมันแปลว่า ตรอก หรือซอย ครับ แต่เจ้าตรอกนี้มันใหญ่กว่าพอๆกับถนนเอกมัย ผมจึงคิดว่าน่าจะเรียกว่าถนนจะเหมาะกว่า ย่านเมืองเก่าของเบอร์นสวยงามมากน่าชื่นชมที่เขาอนุรักษ์และเห็นคุณค่าของตึกเก่าๆ สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองนี้คือหอนาฬิกาและน้ำพุ อย่างที่เห็นในภาพด้านซ้ายน้ำพุอันที่เห็นมีชื่อว่า Fontaine de Tireur ส่วนหอนาฬิกาที่ตั้งอยู่ท้ายถนนมาร์คท์กาซเซ่นั้น ภาษาเยอรมันเรียกว่า
ไซต์กล็อกเค่นทัวร์ม (Zeitglockenturm) ซึ่งมีชื่อเสียงมาก ด้านหลังหอนาฬิกานั่นก็คือถนนแครมกาซเซ่ (Kramgasse) เป้าหมายของผมครับ ส่วนภาพด้านขวามือเป็นถนนมาร์คท์กาซเซ่ในสมัยของไอน์สไตน์ เพียงว่าถ่ายจากมุมที่มองไปยังด้านหัวถนน
ตอนที่ผมไปถึงนั้นเป็นเวลาใกล้เที่ยงพอดี แม้ว่าในขณะนั้นจะมีฝนตกปรอยๆแต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวหลายคนยืนรออยู่หน้าไซต์กล็อกเค่นทัวร์มเพื่อที่จะดูตุ๊กตาตัวเล็กๆออกมาเต้นระบำเมื่อถึงเวลาเที่ยงตรง แม้ว่าผมจะเดินผ่านไปโดยไม่ได้สนใจรอดูตุ๊กตาเหล่านั้น แต่ก็ยังอดสงสัยในใจไม่ได้ว่า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์จะได้รับแรงบันดาลใจจากหอนาฬิกานี้หรือไม่ เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้วเขาอาจจะนั่งรถรางผ่านมันแล้วหันกลับมามองดูเวลาที่นาฬิกาเรือนโต ไอน์สไตน์อาจจะออกแบบการทดลองในหัวสมองอย่างที่ชอบทำ เขาจะสงสัยบ้างไหมนะว่า ถ้ารถรางที่เขานั่งกำลังวิ่งห่างออกไปจากหอนาฬิกาด้วยอัตราเร็วที่เข้าใกล้อัตราเร็วของแสงละก็ นาฬิกาที่เขามองเห็นมันจะเดินช้าลง!
ผมจำต้องหยุดพักจินตนาการไว้ชั่วคราวเมื่อพบว่าตัวเองมายืนหน้าแฟลตเล็กๆ อย่างที่เห็นในภาพนั่นแหละครับ สถานที่แห่งนี้แหละครับ ที่ไอน์สไตน์กับ "มิเลวา" ภรรยาของเขา เคยอาศัยอยู่ช่วงระหว่าง ตุลาคม ค.ศ.1903 ถึง พฤษภาคม ค.ศ.1905 และพวกเขาได้ให้กำเนิดลูกชายคนแรกคือ ฮานส์ อัลเบิร์ต ( Hans Albert)ที่บ้านหลังนี้ด้วย นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่นี้ประวัติศาสตร์ของฟิสิกส์ เพราะทฤษฎีโฟโตอิเล็กตริก การเคลื่อนที่แบบบราวเนียน และทฤษฎีสัมพัทธภาพไอน์สไตน์คิดค้นได้ขณะที่เขาพักอยู่ที่บ้านหลังนี้แหละครับ ...
ขณะที่ผมมาถึงพิพิธภัณฑ์บ้านไอน์สไตน์นั้น ยังไม่สามารถเข้าชมได้ เพราะมีกลุ่มทัวร์จองไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ต้องรอจนถึงเที่ยงสี่สิบห้าถึงจะเข้าได้ ผมจึงยืนรออยู่หน้าบ้าน และพลางจินตนาการต่อไปว่า ในเช้าวันหนึ่งของเดือนเมษายนเมื่อหนึ่งร้อยกว่าปีก่อนหน้านี้ ไอน์สไตน์กำลังเดินออกจากบ้านหลังนี้เพื่อไปทำงานที่สำนักงานจดสิทธิบัตร ในมือของเขาอาจจะถือกระดาษต้นฉบับของทฤษฎีโฟตอนที่กำลังจะตีพิมพ์ในวารสารAnnalen der Physik และเปลี่ยนโลกทั้งโลกให้เข้าสู่ยุคควอนตัม (On a heuristic point of view concerning the production and transformation of light , Ann.Phys.Lpz 17 132-148)
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 มี.ค. 2549 (11:49) ตามมาอ่านครับ ขอบคุณครับอาจารย์
ลองแปลป้ายที่บ้านไอน์สไตน์ดู ภาษาเยอรมันผมเรื้อไปมากแล้ว สงสัยว่าจะแปลผิดไม่มากก็น้อย
"ในบ้านหลังนี้ อัลเบิร์ตไอนสไตน์ ได้อาศัยอยู่ระหว่างปี 1903-1906" หลังจากนั้นแปลไม่ออก แต่เดาว่าเป็นทำนอง "มรดกอันยิ่งใหญ่ของเขา คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ"
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 10 มิ.ย. 2550 (20:07) เจ๋ง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 ก.ค. 2551 (22:31) ความรู้เยี่ยมมากเลยครับ