สารบัญ
หน้าที่ 3 - พิพิธภัณฑ์บ้านไอน์สไตน์
ดร. อรรถกฤต ฉัตรภูติ
ภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม

ที่หน้าบ้านเลขที่ 49 ถนนแครมกาซเซ่ ระหว่างที่ผมกำลังยืนรอจนท้องร้อง ก็ปรากฎว่ามีกรุ๊ปทัวร์จากเมืองไทยกลุ่มใหญ่เดินผ่านมา หัวหน้าไกด์ทัวร์ยิ้มให้ผมด้วยความยินดีที่ได้พบคนไทยด้วยกันในต่างแดน พูดคุยกันเล็กน้อย แล้วเขาหันไปบรรยายให้แก่คณะลูกทัวร์ แนะนำว่าสถานที่นี่คือบ้านของไอน์สไตน์ ...ฯลฯ ซึ่งบางคนก็สนใจฟังส่วนบางคนก็สนใจนาฬิกาสวิสเรือนหรูที่ขายอยู่ร้านข้างๆมากกว่า ผมมาสะดุดใจอยู่นิดหนึ่งก็ตรงที่ ทุกๆครั้งเวลาที่มีคนพูดถึงไอน์สไตน์ มักจะต้องโยงไปถึงเรื่องของระเบิดปรมาณู ทั้งที่ความจริงแล้วไอน์สไตน์มีส่วนร่วมน้อยมากกับโครงการสร้างอาวุธมหาประลัยนั้น ในความคิดของผมจดหมายที่เขาเขียนถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯนั้น จะเขียนหรือไม่ อาวุธมหาประลัยก็ยังจะถูกสร้างออกมาอยู่ดี และตัวไอน์สไตน์คงไม่คิดว่าจะมีการใช้ระเบิดปรมาณูจริงๆ กับมนุษย์ผู้อยู่ร่วมโลกเดียวกันกับเขา น่าเศร้าที่การกระทำนั้นทำให้ชื่อเขาต้องตราบาปไปตลอดกาล ไม่ว่าจะมีบุคคลชื่ออัลเบิรต์ไอน์สไตน์หรือไม่ ถ้ามนุษย์ยังไม่หยุดการเข่นฆ่า อาวุธร้ายแรงอย่างระเบิดอะตอมก็ย่อมถูกสร้างขึ้นมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง
หลังจากที่ยืนคุยกันอยู่ซักพักหนึ่งทัวร์กลุ่มนี้ก็เดินออกไปคงจะไปดูจุดสวยงามอื่นๆของเมืองนี้ ส่วนตัวผมก็ยืนเฝ้าหน้าบ้านต่อไป ทัวร์กลุ่มนี้ใหญ่มากคิดว่าน่าจะเกือบสามสิบคนได้ พวกเขาจึงค่อยๆทยอยเดินผ่านหน้าผม คนท้ายๆของคณะคงไม่ได้ยินคำอธิบายจากไกด์ทัวร์ และคงไม่ทันสังเกตว่ากำลังเดินผ่านบ้านเก่าของบุคคลที่นิตยสาร Time ยกให้เป็นบุคคลแห่งศตวรรษที่ 20
หลังจากรออยู่สี่สิบนาที ในที่สุดผมก็ได้เข้าไปชมสมความตั้งใจที่ได้เดินทางข้ามทวีปมา บ้านหลังนี้เป็นหลังที่สองของไอน์สไตน์และมิเลวา มีลักษณะเป็นห้องแถวเล็กๆมากกว่าบ้าน ทางพิพิธภัณฑ์เปิดให้ชมเพียงสองชั้นคือชั้นสองและชั้นสาม
ก่อนจะเข้าชมก็ต้องจ่ายตั๋วตามธรรมเนียม ก็ราคาไม่แพงมากนัก 4 ยูโร (ตกราวๆสองร้อยบาท) ทันทีที่ได้เหยียบย่างเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ ก็จะพบกับทางเดินแคบๆ ซึ่งด้านหนึ่งจัดเป็นบอร์ดเล็กๆแสดงประวัติของไอน์สไตน์ ส่วนอีกด้านหนึ่งก็จะมีชุดสูทของไอน์สไตน์ตั้งแสดงอยู่ แต่เมื่อผมพิจารณาดูแล้วคิดว่าไม่น่าจะเป็นตัวเดียวกันกับที่ไอน์สไตน์ใส่ในรูปที่ถ่ายเมื่อร้อยปีก่อน เพราะยังใหม่อยู่มาก และสูทตัวจริงนั้นไอน์สไตน์คงใส่จนเปื่อยขาดไปนานแล้ว
พิพิธภัณฑ์พยายามที่จะจัดตกแต่งห้องโดยใช้เครื่องเรือนให้ใกล้เคียงกับยุคสมัยของไอน์สไตน์ อย่างในรูปแสดงเป็นห้องรับแขกที่เห็นจะเหมือนกับสมัยที่ไอน์สไตน์พักอยู่หรือไม่นั้นก็ยากที่จะเดา ร้อยปีที่ผ่านมาคงมีการเปลี่ยนเจ้าของและปรับปรุงหลายครั้งจนไม่เหลือเค้าเดิมอีก
อาจจะลองเปรียบเทียบกับภาพด้านล่างซึ่งเป็นรูปภาพของห้องรับแขกแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ.1911 ครับ จะเห็นว่าต่างกันเยอะเหมือนกัน
สำหรับคนที่หวังว่าจะเข้ามาของสวยๆงามๆ คงไม่ประทับใจบ้านหลังนี้นัก เพราะเป็นบ้านของเสมียนจนๆคนหนึ่งผู้ชอบความเป็นอยู่แบบสมถะ ห้องรับแขกแคบๆที่เห็นนั้น หมุนตัวสามสีรอบก็ไม่มีอะไรเหลือให้ดูอีก คุณค่าของบ้านหลังนี้อยู่ที่คนที่เคยอาศัยอยู่ มันเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ ในที่แคบๆธรรมดาๆอย่างบ้านหลังนี้แหละ คนๆหนึ่งได้สร้างทฤษฎีที่เปลี่ยนโลกทั้งโลก
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 มี.ค. 2549 (11:49) ตามมาอ่านครับ ขอบคุณครับอาจารย์
ลองแปลป้ายที่บ้านไอน์สไตน์ดู ภาษาเยอรมันผมเรื้อไปมากแล้ว สงสัยว่าจะแปลผิดไม่มากก็น้อย
"ในบ้านหลังนี้ อัลเบิร์ตไอนสไตน์ ได้อาศัยอยู่ระหว่างปี 1903-1906" หลังจากนั้นแปลไม่ออก แต่เดาว่าเป็นทำนอง "มรดกอันยิ่งใหญ่ของเขา คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพ"
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 10 มิ.ย. 2550 (20:07) เจ๋ง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 ก.ค. 2551 (22:31) ความรู้เยี่ยมมากเลยครับ