คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/289" type="text/javascript"></script>
เสวนา 100 ปี Albert Einstein ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เสวนา โดย ศ.ดร. สุทัศน์ ยกส้าน และ คุณ วินทร์ เลียววารินทร์ (นักเขียนซีไรต์) ดำเนินรายการโดย ทีมงานวิชาการ.คอม (ดร. พิเชษฐ กิจธารา) ในวันสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ
ผู้เขียน: ดร. พิเชษฐ กิจธารา ชมแล้ว: 28,856 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 16 May 2005, 6:40 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 16 May 2005, 6:40 pm
อยู่ในส่วน: ฟิสิกส์

หน้าที่ 1 - ผลงานและจินตนาการ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

เสวนา 100 ปี Albert Einstein ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตย์ในวันสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ


วิทยากร ศ.ดร. สุทัศน์ ยกส้าน และ นักเขียนซีไรต์ คุณ วินทร์ เลียววารินทร์

ผู้ดำเนินรายการ ดร. พิเชษฐ กิจธารา


[ ... บันทึกบทเสวนาต่อไปนี้ถอดจากเทปบันทึกเสียงหลังจากได้เริ่มการเสวนาไปแล้วครู่หนึ่ง ในตอนต้น ศ.ดร. สุทัศน์ ได้กล่าวถึงประวัติของไอน์สไตน์ในตอนเด็กอย่างคร่าวๆและกล่าวถึงผลงาน 3 เรื่องของไอน์สไตน์ที่ได้ตีพิมพ์ในปี 1905 ซึ่งถือว่าเป็นปีทองทางฟิสิกส์ ผลงานทั้ง 3 เรื่องนั้นคือ 1. ว่าด้วยการเคลื่อนที่แบบบราวน์เนี่ยน 2. Photoelectric Effect 3. ทฤษฏีสัมพัทธภาพพิเศษ และนอกจากนี้ยังกล่าวถึงทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วไปและบทบาทของไอน์สไตน์ในฐานะที่เป็นผู้ก่อตั้งทฤษฏีควอนตัมด้วย ... ]

ดร. สุทัศน์

... ประการที่สอง สูตรของฟิสิกส์สำหรับคนที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสม่ำเสมอกับคนที่อยู่นิ่งใช้สูตรเดียวกัน ไม่มีการทดลองอะไรที่จะแยกความแตกต่างได้จากหลักง่ายๆ สองอย่างคือ E=MC 2 ใช้หลักง่ายๆที่เรียกว่าหลักของ invariance หลักของการไม่แปรเปลี่ยน สามอย่างนี้และสิ่งนี้นี่คือผลงานอันยิ่งใหญ่แล้วก็ยิ่งใหญ่ เพราะว่าเป็นการวางรากฐานให้คนรุ่นหลังสร้างทฤษฎีควอนตัมขึ้นมา สร้าง Statistical Mechanics ขึ้นมา สร้างทฤษฎีสัมพัทธภาพขึ้นมา เอาพลังงานปรมณูมาใช้อธิบายสิ่งต่างๆในจักรวาล



ดร. พิเชษฐ

นั่นก็คืออย่างคร่าวๆคือผลงานของไอน์สไตน์ก็เหมือนกับเป็นการวางรากฐานทฤษฎีควอนตัมและทฤษฎีสัมพัทธภาพ ซึ่งเป็นสองทฤษฎีที่เป็นหลักที่นักฟิสิกส์ในปัจจุบันใช้กันอยู่ ถ้าลองพิจารณาทฤษฎีควอนตัม ถ้าเราไม่มีทฤษฎีควอนตัม เราคงไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ เราคงยุ่งยากสักหน่อยในการนำ Microphone มาใช้ในปัจจุบัน ถ้าจะพูดถึงวิทยาศาสตร์แฟนตาซี สมมติว่ามีโลกใบหนึ่งที่ไม่มีไอน์สไตน์มาเกิด ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็จะไม่มีทฤษฎีควอนตัม หรือทฤษฎีสัมพัทธภาพ โลกใบนั้นจะเป็นอย่างไรครับคุณวินทร์



วินทร์

ผมฟังอาจารย์สุทัศน์กล่าวมาพอสมควร น่าจะพูดต่ออีก ผมอาจจะเป็นคนวงนอกวงการวิทยาศาสตร์ แต่ก็มีมองจากในมุมมองของนักเขียนซึ่งเขียนเรื่องนิยายวิทยาศาสตร์ด้วย ผมคิดว่าจินตนาการของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุดไม่ว่าจะมีหรือไม่มีไอน์สไตน์ก็ตาม วันหนึ่งเราก็ต้องไปถึงจุดนั้น อาจจะมีนาย ก . นาย ข . หรือนายซักคนในเมืองไทยอาจเป็นได้ มันต้องเป็นไปได้ เพราะว่ามนุษย์เราพัฒนาไปตลอดเวลา ความคิดมันลอยอยู่ในอากาศ มันต้องมีซักคนที่จับเอามาได้ แต่ว่าก็รู้สึกดีใจที่ไอน์สไตน์คิดขึ้นมาได้ในศตวรรษที่แล้วซึ่งก็ทำให้ช่วยย่นระยะเวลาของการพัฒนาได้หลายๆอย่าง ทั้งในเรื่องของการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ซึ่งผมคิดว่า นิยายวิทยาศาสตร์ในช่วงประมาณ 100 ปีที่ผ่านมา คงจะไม่น่าสนใจหากว่าไม่มีทฤษฎีสัมพัทธภาพหรือการเดินทางย้อนเวลา เพราะว่ามันแตกไปมากจนกระทั่งที่เราได้นิยายวิทยาศาสตร์หรือว่าได้หนังวิทยาศาสตร์ดีๆหลายเรื่องส่วนหนึ่งก็มาจากการคิดทฤษฎีเหล่านี้ขึ้น

ยกตัวอย่างทฤษฎีที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันเช่นการเดินทางย้อนเวลาต่างๆ ส่วนนึงมาจากทฤษฎีของไอน์สไตน์ทำให้เรื่องที่เขียนสนุกแล้วก็แตกต่างกันออกไปเรื่อยๆ มีหลายอย่างมากคือ ตั้งแต่สมัยเด็กที่ผมอ่านนิยายวิทยาศาสตร์ มีหลายเรื่องเช่น ที่เข้ากันเลยก็มีเรื่องของฝาแฝด ผู้ชายที่เดินทางเป็นนักบินอวกาศไปในต่างดาวเสร็จแล้วก็ไปสร้างพระอาทิตย์เทียมขึ้นมา หลังจากนั้นต้องใช้พลังงานของยานอวกาศในการสร้างพระอาทิตย์เทียม พูดง่ายๆ คือใช้เชื้อเพลิงเกือบจะหมด การกลับมาก็จะเดินทางกลับมาช้ากว่าเดิม ก็คือผ่านไปอีก 300 ปีกว่าจะถึงบนโลก พอมาถึงบนโลกก็จะพบว่าคนรุ่นเดียวกันก็ตายหมดแล้วเพราะเวลาเดินทางมาด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพมันก็เป็นการเปิดหูเปิดตาดีเหมือนกัน


มีอีกหลายเรื่อง เช่นของ โรเบิร์ต เอ ไฮไลท์ ซึ่งเป็นนักเขียน 1 ใน 3 นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ของโลก มี ไฮไลท์ , ไอแซค อาสิมอฟ และ อาร์เธอร์ ซี คาล์ก ไฮไลท์ ซึ่งเขียนเรื่องแนวนี้มากพอสมควร เรื่องที่มีชื่อเสียงมากเขียนขึ้นเมื่อสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สองด้วยซ้ำไป ก็คือช่วงหลังไอน์สไตน์อาจจะไม่นานเท่าไหร่ ซึ่งก็น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดในเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน Bihis Bootstrub การที่ผู้ชายนักศึกษาคนนึงนั่งทำงานเขียน Thesis อยู่ที่ห้องพักของตัวเองเสร็จแล้วก็พบว่าข้างหลังเค้ามีผู้ชายอีกคนนึงเดินออกมาแล้วผู้ชายคนนั้นก็บอกให้เค้าเดินทางออกไป แล้วเค้าก็เดินทางพลัดไปสู่อีกระยะเวลาหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นก็จะพบตัวตนของตัวเค้าเอง สี่หรือ ห้า ตัวตนในระยะเวลาที่ต่างกันออกไป สิ่งเหล่านี้ก็คือแนวคิดที่สนุกมาก มันคิดไม่ได้ถ้าหากไม่มีแนวคิดอย่างที่ไอน์สไตน์วางพื้นฐานมาว่าเรื่องเหล่านี้เป็นไปได้ ถ้าอยู่ดีๆไม่มีแนวคิดทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นมา แล้วจะจินตนาการในลักษณะเช่นนี้ค่อนข้างจะยาก คือจะคิดได้ยังไงถ้าไม่มีคนคิดทฤษฎีแปลกๆ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าทุกครั้งที่มีใครคิดทฤษฎีวิทยาศาสตร์ที่มันฉีกแนวหรือว่าอาจจะเกินไปในวงการวิทยาศาสตร์ ในวงการนักเขียนวิทยาศาสตร์จะชอบมาก เป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ และมันเป็นการสานต่อความคิด และหลายๆความคิดที่สานต่อมา จนกลายเป็นความจริงได้ ในอนาคตด้วยซ้ำไป ถึงเห็นว่าการคิดทฤษฎีต่างๆ ถึงแม้ว่าจะแปลกออกไป แต่ว่าเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เหมือนกับที่ไอน์สไตน์พยายามเน้นตลอดชีวิตว่า จินตนาการเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สำคัญกว่าความรู้สำคัญกว่าทุกๆอย่าง แล้วก็ไม่มีอะไรที่ทำให้มนุษย์เราก้าวไปข้างหน้า หากไม่มีแฟนตาซี หรือไม่มีจินตนาการ ผมคิดว่าในส่วนนี้ จะช่วยในการปลูกฝัง ผมคิดว่าโลกทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยความฝัน คือมีคนที่กล้าคิดกล้าฝัน นักวิทยาศาสตร์ก็ต้องฝันเหมือนกัน อย่างไอน์สไตน์ซึ่งเป็นนักทฤษฎีต่างๆ ถ้าพูดไปแล้ววิธีการคิดหรือวิธีการทำงานของไอน์สไตน์ผมคิดว่าไม่ต่างจากนักเขียนวิทยาศาสตร์เท่าไหร่ นักเขียนวิทยาศาสตร์อาจจะมีข้อจำกัดทางความจริงหรือทางวิทยาศาสตร์น้อยกว่านักทฤษฎีต่างๆ ซึ่งต้องคิดทฤษฎีที่ต้องผ่านการพิสูจน์ออกมา แต่กระบวนการคิดผมคิดว่าคล้ายคลึงกันคือเป็นการสร้างคอนเซ็ปต์บางอย่างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นคอนเซ็ปต์ที่ base on ของเก่าหรือ คอนเซ็ปต์ที่คิดขึ้นมาใหม่ก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็คล้ายกับเป็นการสร้างความฝันขึ้นมาบางอย่างแล้วหาทางที่จะพิสูจน์มันขึ้นมาให้เป็นความจริง ซึ่งอันนี้ผมว่าไม่ว่าจะทำงานในลักษณะของนักวิทยาศาสตร์หรือนักฝันมันก็เหมือนกัน สิ่งนี้คืดจุดหนึ่งที่ผมคิดว่าไอน์สไตน์ได้สอนชาวโลกไว้มาก ในเรื่องของการใช้ความฝัน





หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 30 ม.ค. 2549 (21:38)
fเป็นบทความที่ดีมากๆครับ
surasak68@hotmail.com (IP:125.24.17.174,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 2 เม.ย. 2549 (08:33)
.................
worawut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 ก.ค. 2549 (13:12)
เป็นการผสมผสานแนวความคิดที่ดีที่ทำให้เห็นภาพจากสองมุมมองที่แตกต่างในประเด็นเดียวกัน เป็นการลงตัวทางความคิดที่ดีที่สุดที่รวมนักวิทยาศาตร์ชั้นครูและกวีซีไรต์ชั้นครู เป็นปรากฎการณ์ที่ดีมากและสวยงาม จนทำให้ไม่อาจพลาดการสมัครสมาชิกwebนี้
N.P.CHEMISTRY เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


เปี้ยว
(พิเชษฐ กิจธารา)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 7,477 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 1,204 ครั้ง
ได้รับดาว 178 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

เสวนา 100 ปี Albert Einstein ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ [28,857]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [537,257]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [398,123]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [415,894]
Global Warming { English } [159,132]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.