<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/29" type="text/javascript"></script> |
|
เที่ยวทั่วไทย : กระบี่ - พังงา
กระบี่-พังงา เที่ยวเมืองไทย กินของไทย ไทยเจิญ !
post ครั้งแรก: Sat 8 December 2001, 3:46 am ปรับปรุงล่าสุด: Sat 8 December 2001, 3:46 am
|
วันนี้เมื่อตอนแรกคิดว่าจะซื้อทัวร์ไป พีพี เพื่อที่จะได้ไป snorkeling กัน
แต่ด้วยความ ที่ไม่ได้ นอนตื่นสายมานาน วันนี้ก็เลยตื่นสายเป็นพิเศษ พลาดทัวร์เที่ยวนี้แน่นอน
เพราะว่า เรือที่จะ ข้ามไปพีพีนั้นออกตอนแปดโมงครึ่ง เราจึงทานอาหารเช้ากันก่อน
จากนั้นก็ซื้อทัวร์ที่ โรงแรม ไปพังงาแทน เรื่องการซื้อทัวร์นี่คงต้องแนะนำให้ผู้ที่จะไป
กระบี่ ว่า ควรไปเลือกซื้อเองใน ตัวเมืองเพราะว่า จะได้ราคาถูกกว่า มากและมีบริการ
มารับ ถึงโรงแรมด้วยเช่นกัน วันนี้ เนื่องจากมันฉุกละหุก ครั้นจะเช่ารถแล้วเที่ยวเอง
ก็คิดว่า ค่าเช่าหนึ่งวัน ก็ พันห้าร้อย ไหนจะ ค่าน้ำมัน ค่าอาหารการกินอีก แถมเหนื่อยอีก
ต่างหาก จึงตัดสินใจซื้อทัวร์ที่โรงแรม ซึ่งสนน ราคา สำหรับคนไทยก็ หัวละ หนึ่งพันบาท
ราคานี้ บอกตรงๆ ว่า แพงมากกกกกกกก เพราะ เมื่อไปดูราคาในตัวเมือง จะเห็นว่า
ราคาจะอยู่ ที่ประมาณ ห้าร้อย ถึง เจ็ดร้อยห้าสิบบาท แล้วแต่บริษัทที่จัดหรือแล้วแต่โรงแรมที่พัก
ว่าจะคิดค่าหัวอย่างไร เพราะว่าโรงแรม หรือบริษัท ทัวร์ส่วนใหญ่ จะส่ง ลูกค้าต่อไปยัง
บริษัทที่จัดทัวร์นั้นๆ อีกทีหนึ่ง ก็ ดูให้ดีนะคะ เอาเป็นว่า วันนี้เราก็ ออกเดินทางไปพังงา
โดย รถตู้ พร้อมลูกทัวร์อีก แปดคน ด้วยกัน เป็นผู้ใหญ่ ซะ หก และ เด็ก อีก สองคน
ซึ่งเป็นฝรั่ง ทั้งหมด รวมเราอีกสอง ก็เป็นสิบ มีไกด์ผู้หญิง และ คนขับรถ อีกหนึ่ง
เมื่อตอนที่อยู่กระบี่ ยังมีแสงแดด แต่ว่าเมื่อเข้าเขตพังงาแล้วเหมือน กับหลังจะรั่ว
จะสังเกตเห็นว่าเขตพังงานั้นจะมีภูเขาหินปูนเป็นลักษณะเฉพาะ เมื่อต้อง ลงเรือ
เพือไปชม เขาพิงกัน ถ้ำลอด เกาะปันหยี นักท่องเที่ยว ทั้งหลายที่ไม่ได้พก เสื้อกันฝนไปด้วยควักเงินซื้อ
เสื้อกัน ฝน ซึ่งสนนราคาก็ตกอยู่ตัวละ ห้าสิบ ถึง ร้อยห้าสิบ บาท แล้วแต่คุณภาพ
จากนั้นก็ off we go ออกเดินทางค่ะ
อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อยู่ในเขตอำเภอเมือง อำเภอตะกั่วทุ่งและอำเภอเกาะยาวครอบคลุม
พื้นที่ 250,000 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2524 การเดินทางไป
อ่าวพังงาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 สายพังงา-โคกกลอยไปประมาณ 8กิโลเมตรมีทางแยก
ซ้ายเข้า ทางหลวง 4144 ไปที่ทำการอุทยานอีก 4 กิโลเมตร มีท่าเทียบเรือ ศุลกากรที่มีเรือ
นำเที่ยวบริการ คือท่าเรือท่าด่านหรือจะเช่าเรือที่ท่าเรือสุระกุลหรือท่าเรือกะโสมในอำเภอ
ตะกั่วทุ่ง ก็ได้ ที่ท่าด่านมีเรือ ขนาดใหญ่บริการเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นคณะใหญ่
เส้น ทางท่องเที่ยวทะเลในอ่าวพังงาจะผ่านเขาหมาจู เขาเขียน เกาะปันหยีแล้วแวะชมถ้ำลอด
เขาตะปู เขาพิงกัน อันเป็นแหล่งท่องเที่ยว หลัก
สองสาวบนเรือหางยาว
เราลงเรือที่ท่าเพื่อนร่วมทางที่มาจากกระบี่ด้วยกันจากนั้นเรือก็พาเราลัดเลาะสู่แนวป่าชายเลน
สลับกับป่า ละอองน้ำกระเซ็นมาจากหัวเรือเป็นระยะ ฝนก็ตกลงมาไม่ขาดสาย ลูกทัวร์ทุกคน
ก็ยังคงยิ้มแป้น เสียดายที่ระหว่างทางไกด์ไม่ค่อยจะอธิบายให้ชาวต่างชาติฟังซะเลย
เราคนไทย ก็ยังต้องถามว่าจุดไหนคืออะไร แบบนี้มาเองก็ได้ ไม่ต้องซื้อทัวร์ให้เสียเวลา
เขาหินปูน ลูกแล้ว ลูกเล่าที่ผ่านสายตา มีคำบอกเล่าจากลุงคำว่า เป็นช้าง เป็นสุนัข
ตามแต่ใครจะจินตนาการ บางลูกเป็นผาทะมึนดู ยิ่งใหญ่ ทำให้ตัวคนมองดูเล็กไปถนัดตา
อ่าวพังงา
เรือมุ่งต่อไปยังถ้ำลอด ซึ่งมีหินย้อยสวยงามราวกับ ปฎิมากรเอกมาสลักเสลาเอาไว้
ลมเย็น พัดพรู เข้ามา ฝนที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดก็ทำให้ รู้สึก เย็นยะเยือกอยากจะอาบน้ำแล้วนอนอยู่
บนเตียง แทนที่จะต้องออกมาเที่ยวท่ามกลาง สายฝนแบบนี้ ถ้าหากอากาศดีคงไม่ต้องพูดถึงว่า
วันนี้จะกลายเป็น วันที่วิเศษขนาดไหน เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ผู้เขียนก็ไม่แน่ใจ
เรือก็พา เรามายังเขาพิงกัน เขาตาปู เรือจอดพักที่นี่ ประมาณ ยี่สิบนาที แต่ฝนตกเหลือเกินนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็เลยยืนหลบฝนในบริเวณใต้
เขาพิงกัน สันนิษฐานว่า เกิดจากการสั่นสะเทือนของเปลือก โลกทำให้ยอดเขาที่อยู่ด้านบน
เลื่อนลงมาในขณะที่ส่วนบนยัง คงพิงกันอยู่
เมื่อมองออกไปจากทางด้านหลังเขาพิงกันจะเห็นท้องทะเลที่สวยงาม แม้ยามฝนตก จะว่าไป
แล้วก็นับว่าคุ้มค่าที่ยอมเปียกฝน (เอิ้กๆ) เวิ้งอ่าว แล้ว ก็เห็นเขาตาปู อยู่กลางน้ำ
ค่ะ เขาตาปูนี้นับเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สามารถจะทำให้แท่งหินขนาดยักษ์
ลักษณะ เหมือนตะปู ตั้งอยู่กลางอ่าวได้อย่างมั่นคงมาเนิ่นนานค่ะ
![]()
เขาตาปู
หลังจากใช้เวลาอยู่ที่เขาพิงกันพอสมควรท่ามกลางสายฝน เรือก็พาเราไปยังเกาะปันหยีเพื่อที่
จะรับประทานอาหารกลางวัน ทันทีที่ออกห่างจากเขาตาปู มาพอสมควร ท้องฟ้าก็กลับเป็นสีฟ้า
แสงสว่างเริ่มสาดส่อง อากาศดี พระอาทิตย์ ยิ้มแฉ่ง สงสัยท่านกลัวว่าถ้าหากยิ้ม
ตอนที่อยู่ที่ เขาพิงกัน เราจะถ่ายรูปกันไม่ได้หยุด จึงแกล้งเราเล่นๆ ธ่ออออ
ก็ยังดีล่ะนะคะ ดีกว่าไม่ออก ซะเลย ไม่งั้นเสื้อผ้าคงจะเปียกทั้งวัน ไม่แห้งซักที
เกาะปันหยี ...ชุมชนมุสลิม กลางทะเล ที่มีวิถีชีวิตน่าสนใจ มัสยิดสีเขียวที่สร้างขึ้นบ่งบอก
ถึงความศรัทธาในศาสนาที่ พวกเขานับถือ ว่ากันว่าชื่อของ ปันหยีมีที่มาจากธงที่ชาวมลายูกลุ่มหนึ่งอพยพมาอยู่
ที่นี่กลุ่มแรก ได้ปักธงบน ยอดเขา เพื่อ เป็นสัญญาณสำหรับผู้ที่ติดตาม มาภายหลัง
แต่เราคงมาช้าไปกว่าสองร้อยปี จึงเห็นเป็นเพียง ทางเดินที่สร้างเชื่อมโยงทั่วเกาะ
อาหารกลางวันวันนี้ ก็ ใช้ได้เลยค่ะ ผัดเปรี้ยวหวาน ต้มยำกุ้ง ไข่เจียว ข้าวผัด
ปลา...(จำไม่ได้อีกแล้ว) ก็นับว่า ทัวร์นี้ รักษา มาตรฐาน อาหารได้ดีค่าา เอิ้กๆๆ
(เรื่องกินเรื่องใหญ่) จากนั้นก็ปล่อยให้นักท่องเที่ยวหาซื้อ ของฝากบนเกาะ ตัวผู้เขียนเองได้เสื้อยืด
มาใส่หนึ่งตัวในราคา หกสิบบาท เพราะใส่ ของเด็ก (ฮ่าาา )


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |