วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/29" type="text/javascript"></script>
เที่ยวทั่วไทย : กระบี่ - พังงา
กระบี่-พังงา เที่ยวเมืองไทย กินของไทย ไทยเจิญ !
ผู้เขียน: wimma ชมแล้ว: 10,193 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 8 December 2001, 3:46 am ปรับปรุงล่าสุด: Sat 8 December 2001, 3:46 am

หน้าที่ 4 - กินๆเที่ยวๆ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

วันนี้ตื่นสายเช่นเคยค่ะ
เมื่อวานหมดแรงไปหนึ่งรอบนี่คะ ตอนเย็นวานนี้กลับมาทำเอา ปวดหัว ตัวร้อนทีเดียว
ทานพาราเซตามอนไปก็ค่อยยังชั่วขึ้น วันนี้เราจึงออก ไปในเมือง ประมาณ สิบโมงเช้า
เดินดูอะไรต่อมิอะไร และที่สุดก็ตัดสินใจว่า ไปเที่ยวเกาะกันดีกว่า ก็ไปที่ ลายครามแทรเวล
ใกล้ๆ กับห้าง โวค เพื่อสอบถามว่า พอจะมีทัวร์ หรือ จัดเรือ พาไปทัวร์เกาะได้หรือไม่
เจ้าของร้านก็อัธยาศัยดีเกินคาด แนะนำ ว่าวันนี้ทัวร์ส่วนใหญ่ ก็ออกไปแล้ว คิดว่าเช่าเรือออกไปเองจะง่ายกว่า
เราสองคนจึง ตกลงใจ เช่าเรือหางยาว เที่ยวเกาะต่างๆ ในเมืองกระบี่ คนขับเรือที่เราคิดว่าไว้ใจได้
ชื่อพี่ ปู อัธยาศัยก็ดี และไม่ น่ากลัว เมื่อปรึกษากันแล้วก็คิดว่า ไม่น่ามีอันตรายก็ตกลง
ค่าเช่า กับคนขับเรือโดยตรง ก็ ได้ที่ เจ็ดร้อยบาท สำหรับครึ่งวัน เราก็ตกลงไม่มีปัญหา
จากนั้นจึงไปที่เรือค่ะ ระหว่างทางก็ซื้อน้ำ ขนม และอาหารกลางวันติดมือไปด้วย


การเดินทางของเราเริ่ม ด้วยการเดินทางผ่านอ่าวพระนาง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ที่มีชื่อเสียงของกระบี่อีกแห่งหนึ่ง มีชายหาดที่ยาว และ สวยงาม แต่ตอนนี้ จะเห็นได้ว่า
เต็มไปด้วยร้านค้า รีสอร์ท บังกาโล ทำให้มนต์เสน่ห์ลดไปเยอะทีเดียว



ทางด้านเหนือ ที่ไม่ไกลจากอ่าวพระนาง เป็นที่ตั้งของหาดนพรัตน์ธารา
ค่ะ เป็นชายหาดที่ สงบ ร่มรื่นไปด้วยทิวสน เมื่อน้ำลด จะสามารถเดินเล่นไปชมเกาะแก่งเล็กๆ
ทีอยู่บริเวณ หน้าหาดได้




หาดนพรัตน์ธารา


จากหาดนพรัตน์ธาราไปตามถนนเลียบชายทะเล ไปทางทิศใต้ระยะทาง ประมาณ 6 กิโลเมตร
ก็ถึงบ้านอ่าวนาง ประกอบด้วยชายหาดที่สวยงาม หลายแห่ง บริเวณชายหาด ด้านหนึ่งมีลักษณะแปลกกว่าหาดทรายอื่น
ๆ เพราะมีหน้าผาและถ้ำหินงอกหินย้อย เรียกว่า "ถ้ำพระนาง" ด้านหน้าของอ่าวนางมีกลุ่มเกาะน้อยใหญ่ถึง
83 เกาะที่เป็นโขดหินรูป ร่างแปลกประหลาด บ้างก็คล้ายรองเท้าบู๊ท เรือสำเภา หัวนก
และอื่นๆ กลุ่มเกาะเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีชื่อเป็นภาษายาวีที่ยากจะหาความหมาย เช่น
เกาะปอดะ หรือเกาะหัวขวาน เกาะยาหมัน เกาะบะติงมิ้ง เกาะยาวาซา เกาะล่าดิง เกาะหม้อ
เกาะทับ เป็นต้น

ก่อนไปอ่าวนาง และ ถ้ำพระนาง ก็ต้องแวะที่ เกาะไก่ เกาะทับ และ เกาะ ปอดะ
ก่อนล่ะค่ะ สำหรับเกาะไก่นั้น เห็นแต่เพียงเผินๆ เข้าไปดูใกล้ๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจแต่เกาะที่อยู่
ถัดไปสิ เกาะทับเกาะนี้จากภาพ จะเห็นเป็นเกาะเล็กๆ ที่ห่างออกไป เป็นเกาะสองเกาะทับกัน
และมี หาดทราย ยาวเชื่อมระหว่างเกาะ สามารถที่จะเดินจากฝั่งหนึ่งไปยัง อีกฝั่งหนึ่งได้
สำหรับเกาะปอดะนั้น มีหาดทรายที่สวยและเหมาะสำหรับ การดำผิวน้ำเพราะมีปะการังให้ดู
แต่ แค่เล่นน้ำเฉยๆ ผู้เขียนก็เป็นโรค กลัวน้ำจะแย่แล้ว ใช้เวลาที่เกาะทับ
ค่อนข้างนาน เพราะเพื่อนผู้เขียนนั้นชอบเล่นน้ำเหลือเกิน และเราสองก็ชอบถ่ายรูปพอๆ
กันจึงถือโอกาสโพสต์ท่าเป็นนางแบบโวคกันบ้าง (ฮาาา )

ใช้เวลาอยู่นานก็จัดการแปลงโฉม เปลี่ยนเป็นชุดที่แห้ง เพราะเตรียมไปด้วยล่ะค่ะ
จากนั้นก็ ออกไปถ่ายรูปที่เกาะปอดะกัน เมื่อชมทั้งสามเกาะแล้ว เราก็เดินทางต่อไปยัง
ถ้ำพระนาง หาดไร่เลย์ สำหรับถ้ำพระนาง นั้นอยู่ริมสุดของอ่าวพระนาง มีหินงอกหินย้อย
แต่พิเศษตรงที่สามารถจะมองลอดถ้ำออก มา เห็นวิวทะเลด้านหน้าได้ด้วยค่ะ




หน้าผาในบริเวณหาดไร่เลย์ สำหรับ การฝึกปีนเขาโดยเฉพาะ

นับเป็นกีฬาที่น่าสนใจอีกอย่าง ที่ผู้เขียนขอปฎิเสธการทดลอง (ฮาา)


 




บริเวณ หาดไร่เลย์ ภาพถ่ายทางอากาศ แหะๆ สแกนมา จากโปสการ์ดค่


งานนี้จะพลาดถ่ายรูปได้ยังไงคะ ต้องขอซักหน่อยล่ะ หินงอก หินย้อย ข้างนอกถ้ำแค่เห็นก็ชื่นนนน
ใจค่ะ สวย จริงๆ ต้องไปดูเองนะค้าาาาาาา ภาพถ่ายยังไม่ชัดเจน เมื่อออกจากถ้ำพระนางก็เดินเล่นและหาอะไรดื่มที่หาด
ไร่เลย์ จนคิดว่า สมควรแก่เวลาก็ออกเดินทางกลับ ตัวเมืองกระบี่ แต่ว่ายังไงซะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว
เราก็ถือโอกาสนี้แวะที่ สุสานหอยเจ็ดสิบห้าล้านปีค่ะ สุสานหอย นับว่าเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ
เพราะ เป็นแหล่งฟอสซิลเก่าแก่ขนาดใหญ่และมีเพียงแห่ง เดียว ในประเทศไทยและเป็น
หนึ่งในสามของโลก ก็ว่าได้ สำหรับคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องราวทางโบราณคดี มากนัก สุสานหอยนี้ก็คงดูไม่ต่างอะไรจากชายทะเล
คอนกรีตที่มีลักษณะคล้ายใครเอาแผ่นคอนกรีตมาวางทับๆ ซ้อนๆกันริมทะเล แต่หากมอง
ลงไปในเนื้อหินที่มีลักษณะคล้ายคอนกรีตนั้นจะพลซากหอยจำนวนมหาศาล นั่นเป็นซาก ดึกดำบรรพ์
หรือ ฟอสซิลของหอยจำพวกหอยขม ที่ทับถม และเชื่อมติดเป็นเนื้อเดียวกัน โดยหินปูนในทะเล
ในบริเวณสุสานหอยก็มีร้านค้าจำหน่ายของที่ระลีกด้วยเช่นกัน ก็ไม่วาย ที่เพื่อนเราจะได้ของฝากให้
สวีทฮาร์ท (เอิ้กๆๆ แซวแต่เค้าล่ะน่าา )









สุสานหอยค่าาาาาา


และแล้วฝนก็เริ่มตั้งเค้า และค่อยๆ โปรยลงมา แต่นับเป็นโชคดีที่ฟ้ายังเมตตาไม่ตกลง
มาแต่วัน สุดท้ายเราก็มาถึงกระบี่โดยสวัสดิภาพค่าาาาา เย็นวันนี้ เราก็ไปทานอาหาร
ที่ร้านเจ้าสัว คิดว่าจะสั่ง ปูเผา มากินซักหน่อย แต่ก็ผิดหวังเพราะว่า ไม่มีปูในวันนี้
เพราะ เรือประมงทั้งหลายเกิดปัญหาขัดข้อง โดนมรสุม เข้าให้ ชวดเลย ปูนิ่มก็ไม่มี
ใครบางคน เลยทำหน้าเศร้าไปเลยเพราะอยากกิน ด้วยเหตุนี้เราจึงสั่ง กุ้งเผา ต้มตะไคร้หอยอะไรเนี่ย
ลืมชื่อค่ะ ไม่แน่ใจว่าหอยลายรึเปล่า แล้วก็ อีกหลายอย่าง อ่อยๆๆ กินกันจนพุงกาง
อิ่มแล้ว ก็กลับไปนอนพักผ่อนเอาแรง


วันที่ 4


วันนี้หมดสภาพ ไม่มีแรงจะเที่ยวที่ไหน ก็เลยนอนดูทีวี ไปหาอาหารบ่ายทานที่อ่าวนาง
ดูหาดทรายขาว น้ำทะเลใส จากนั้นก็นั่งรถโรงแรมกลับเข้าเมือง แวะในเมืองก็ไม่วาย
เดินผ่านร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านขนม ก็ทานต่อ แวะตลาดหาซื้อของติดไม้ติดมือ จากนั้นก็ถึง
เวลาแล้วสำหรับอาหารเย็น ก็ไป ทานที่ร้านริมชล ก็ได้ทานปูเผาสมใจอยาก ทั้งกุ้งเผา
ปูเผา หอยชักตีน จะสั่งไข่แมงดา แล้ววว แต่เห็นแล้ว ไม่ไหว กลัวทนไม่ได้ซะก่อน
แล้วก็ กลับโรงแรมสลบเป็นตาย


วันที่ 5


ชักจะเบื่อเมืองกระบี่ ไปพักที่เกาะพีพี ดีกว่า ออกเดินทางแต่เช้านั่งเรือไป
พีพี เช็คเอาท์ จากเมอริไทม์ ซื้อตั๋วเรือมาราคาร้อยห้าสิบ นึกว่าถูกแล้ว ยังถูกโก่งราคาอีก
เพราะ ที่ท่า เค้าขายกัน ร้อยยี่สิบ ก็เลยซื้อขากลับไว้เลย แต่เมื่อป้าคนท้องถิ่นขึ้นมา
พูดคุยกัน ก็บอกว่า ราคาตั๋ว ร้อยบาท เท่านั้น ทำเอาเลือดขึ้นหน้า ทำไมหากำไรกันเป็นทอดๆ
ยังงี้ ไม่รู้ ไม่เป็นไร แต่รู้แล้วมันเจ็บใจนี่นา ถึงพีพี ซึ่งเป็นหมู่เกาะกลางทะเล
อยู่ห่างจาก จังหวัดกระบี่ 40 กิโลเมตรและอยู่ระหว่างกลางเส้นทางเดินเรือกระบี่-ภูเก็ต
นั่งเรือมา ก็หลับมาตลอดล่ะค่ะ นิ่งเป็นหลับจริงๆ เมื่อพูดถึงพีพี แล้วคงไม่มีใครนะคะ
ที่จะไม่เคย ได้ยินชื่อ แต่จะมีกี่คนน้าา ที่รู้ว่า พีพี เปลี่ยนไป สภาพที่เคยสงบเงียบ
เมื่อเรือเทียบท่า แล้วจะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กลายเป็นว่า บริเวณ
อ่าวต้นไทร ที่เป็นที่จอดเรือนั้น ทุกๆตารางนิ้ว มีค่าราวกับทองคำ เต็มไปด้วยบังกะโล
และรีสอร์ท แต่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือลึกลงไปใต้พื้นดินกลับเต็มไปด้วยสิ่งปฎิกูล จากบ้านพัก
ร้านค้า กองขยะที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นทราย และถุงขยะที่ถูกคลื่น ซัดเข้ามาเกยหาด
เฮ้อออ คงไม่ หนักหนาสาหัสที่จะ บอกว่า พีพี กำลังจะตาย กำลังจะเน่า มาตรการต่างๆ
ถูกนำมาใช้ เพื่อหวังที่จะคืนความงามความบริสุทธิ์ให้กับ พีพี แต่ กลัวจริงๆ ว่ามัน
จะช้าเกินไป น่าเสียดายจริงๆค่ะ เมื่อเห็นสภาพพีพีแล้ว อยากให้หันหัวเรือ ไปที่เกาะลันตาแทน
แต่ช้าไปแล้ว เมื่อถึงพีพี เราก็เข้าพัก ที่ พีพี พรินซเซสรีสอร์ท


สภาพที่พัก ( แหะๆ ไม่มีใครจ่ายค่าคอมมิชชั่น
เล้ยย )









พนักงานคนอื่นๆ ก็นิสัยดี แต่ทำมั้ยยยย ทำไม คนที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์ทั้งหลาย
ถึงได้ หน้า บอกบุญไม่รับอย่างนั้น แถมที่สำคัญ ก็ตอนเข้าพัก ก็เค้าให้พนักงานเอากระเป๋าเราไป
เก็บก่อนจากนั้นค่อยมาเช็คอิน แล้วดั้นนนน เอากระเป๋าเงินไว้ในห้อง แล้วแบบนี้
คุณ จะ ถามหาบัตรประจำตัวประชาชน บัตรอะไรอีกล่าาาา มันอยู่ในห้องนี่คะ กลัวว่าจะไม่จ่ายเงิน
หรือยังไงก็ไม่ทราบนะคะ แต่ทำเอารับประทานโอยั้วะไปเลย (อิอิ) แค่จะเดินไปเอากระเป๋า
เงิน ดูดู๋ ยังกลัวเราจะเบี้ยว แหะๆ ถ้าขันแตก คงเดินเข้าไปคุยกะ ผู้จัดการ แต่ว่า
พนักงาน คนอื่นบอกแล้วค่ะอัธยาศัยดี เหมาะอย่างยิ่งที่จะทำงานบริการ (ยกเว้นสองคนข้างหน้า
อิอิ) อย่าไปเอ่ยชื่อเอ่ยนามเลยนะคะ แค่นี้เค้าก็หาว่าเราเอาชื่อเสียงเค้ามาทำมิดีมิร้าย
(เอิ้กๆ)


เก็บของเสร็จก็เดินเล่นรอบเกาะ แล้วก็หาอะไรทานค่ะ วันนี้จึงเป็นวันสบายๆ
อีกวันนึง นั่งดูทะเล


ตอนเย็นๆ ก็ ออกมาเดินเล่นชายหาด แล้วก็เช่าเจ้านี่ล่ะค่ะ ปั่นไปในทะเล
ก็ชั่วโมงละ สามร้อยบาท จักรยานยุคไหนเนี่ยย สีเข้ากันสุดๆกะเสื้อ (เอิ้กๆๆ )



ปั่นออกไปกลางทะเลก็สนุกดีหรอกนะคะ ให้ความรู้สึกที่ดี แม้ว่าโรคกลัวน้ำนั้นจะยัง
มีอยู่เต็มสมองก็เหอะ (ฮ่าาา )




<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 3) หน้าถัดไป (หน้า 5) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 เม.ย. 2551 (15:41)
....................
vmd เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 720 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 17 เม.ย. 2551 (15:42)
อ่านฆ่าเวลาได้เยอะเลยล่ะ เพลินดี
vmd เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 39 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 720 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


wimma
(Dr.Wim)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,147 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 203 ครั้ง
ได้รับดาว 169 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.