 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/296" type="text/javascript"></script> |
|
มหัศจรรย์ ดีเอ็นเอ (DNA)
มีกี่คนที่ทราบว่า ดีเอ็นเอ ในร่างกายเรา รวมกันแล้วยาวกว่า ระยะทางไปกลับโลกดวงอาทิตย์ 50 รอบ รวมทุกเรื่องราว ทุกรายละเอียดของ ดีเอ็นเอ (DNA) ถ่ายทอดง่ายๆ อ่านกันได้ทุกคน
post ครั้งแรก: Mon 4 July 2005, 10:37 am ปรับปรุงล่าสุด: Mon 4 July 2005, 10:37 am
|
หน้าที่ 1 - ดีเอ็นเอ คือ ...
ดร.
นำชัย ชีววิวรรธน์
หน่วยปฏิบัติการวิจัยกลางไบโอเทค
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)
ปัจจุบันนี้หากพูดถึงคำว่า ดีเอ็นเอ (DNA) ก็คงจะคุ้นหูกันจนเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับคนไทย เพราะหากดูจากพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์จะมีคำว่า ดีเอ็นเอ ปรากฏออกมาเป็นระยะๆอย่างไม่ขาดสาย... จะหาคนร้ายหรือตรวจสอบฆาตกรก็ต้อง ตรวจดีเอ็นเอ อยากรู้ว่าเป็นญาติกับคนดังจริงหรือไม่ก็ต้อง ตรวจดีเอ็นเอ อยากรู้ว่า มีอะไรกับใคร จริงหรือไม่ก็ต้อง ตรวจดีเอ็นเอ (อีกเช่นกัน)
ไม่เว้นแม้แต่จะตรวจว่า ไม้ท่อนที่ตำรวจเก็บไว้เป็นของกลางมาจากสาละวินจริงหรือไม่
ก็ยังต้องมีการขอให้ ตรวจดีเอ็นเอ กันเลยครับ

[รูปที่ 1]
[ดีเอ็นเอ โมเลกุลแห่งชีวิต]
นอกจากดีเอ็นเอจะกลายมาเป็น อุปกรณ์ หรือ หลักฐาน สำคัญในการไขปริศนาคดีลึกลับต่างๆแล้ว ดีเอ็นเอยังเป็น สัญลักษณ์ (symbol) หรือ ( ถ้าจะเรียกให้ทันสมัยทันยุคที่คอมพิวเตอร์ครองเมืองก็คงต้องว่าเป็น ไอคอน (icon)) สำหรับวิทยาศาสตร์ชีวภาพไปแล้ว ในแบบเดียวกับที่เวลาคิดถึงวิชา ฟิสิกส์ คนจำนวนไม่น้อยจะนึกถึงภาพนักวิทยาศาสตร์หัวฟูๆท่านนั้น (ก็จะใครเสียอีกล่ะครับ
ก็คุณปู่ไอน์สไตน์นั่นแหละครับ) และ สมการสะท้านโลกอย่าง E= mc
2 สมการนั้น

[รูปที่ 1]
[ดีเอ็นเอที่มีโครงสร้างเป็นรูปเกลียวคู่
ประกอบขึ้นจากน้ำตาล หมู่ฟอสเฟต และเบสรวม 4 ชนิด]
ความจริงคนเรารู้จักกับดีเอ็นเอมาเกือบ 140 ปีมาแล้ว แต่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับมันมากนัก เนื่องจากกำลังมัวสนใจกับ
โปรตีน โมเลกุลมหัศจรรย์อีกชนิดหนึ่ง เหตุผลสำคัญก็คือ โปรตีนมีความหลากหลายและลักษณะซับซ้อน จึงเชื่อกันว่า โปรตีนน่าจะเป็นสารที่เหมาะสมกับหน้าที่ในการกุมความลับของชีวิตและเป็น
สารพันธุกรรม ที่ถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตจากรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง
ดีเอ็นเอกลายมาเป็นที่สนใจในวงกว้างมากขึ้นเมื่อ 50 ปีที่แล้วมานี่เอง เมื่อนักวิทยาศาสตร์หนุ่มสองคนในขณะนั้นคือ
เจมส์ วัตสัน และ
ฟรานซิส คริก ได้ประกาศการค้นพบโครงสร้างดีเอ็นเอว่าเป็นสายคู่ที่บิดพับเป็นเกลียวคล้ายบันไดเวียนแบบที่เรียกว่า
ดับเบิลเฮลิกซ์ (double helix) ในวารสารวิทยาศาสตร์ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงฉบับหนึ่งคือ
Nature เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2496

[รูปที่ 2]
[เจมส์ วัตสัน และ ฟรานซิส คริก สองนักวิทยาศาสตร์
ผู้ค้นพบโครงสร้างดีเอ็นเอกับโมเดลและรูปวาดดีเอ็นเอของพวกเขา]

[รูปที่ 3]
[บทความของวัตสันและคริก ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature ในปี 2496
สังเกตนะครับว่ามีความยาวเพียงหนึ่งหน้ากระดาษนิดๆเท่านั้น]
เหตุที่บทความดังกล่าวกระตุ้นความสนใจของนักวิทยาศาสตร์ในสมัยนั้น ก็เพราะว่า วัตสันและคริกสังเกตและแนะนำไว้อย่างถูกต้อง (ตรวจสอบด้วยการทดลองในภายหลัง) ว่าสายดีเอ็นเอแต่ละสายทำหน้าที่เป็น ต้นแบบ ในการสร้างสายดีเอ็นเอสายใหม่ขึ้นได้ ซึ่งทำให้สมมติฐานที่เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆในสมัยนั้นว่า ดีเอ็นเอนี่เองที่น่าจะทำหน้าที่เป็น สารพันธุกรรม ... ฟังดูมีน้ำหนักและสมเหตุสมผลอย่างที่สุด
การค้นพบดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและลึกซึ้งต่อแวดวงวิทยาศาสตร์ และ ส่งผลให้วัตสันและคริกได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์หรือสรีรวิทยาร่วมกับนักวิทยาศาสตร์อีกท่านหนึ่งที่มีผลงานเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด คือ มัวริส วิลคินส์ ในปี 2505
นับจากการประกาศการค้นพบโครงสร้างของดีเอ็นเอ ก็มีการค้นพบคุณสมบัติต่างๆของดีเอ็นเอออกมาเรื่อยๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่น่าสนใจจนกล่าวได้ว่าถึงขั้น มหัศจรรรย์ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
ดังที่ผมจะได้ยกตัวอย่างและสาธยายให้ฟังโดยละเอียดต่อไป
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 45 ความเห็น, หน้า่ |
1|
2| -
3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 3 ก.พ. 2550 (15:11) เพิ่งเรียนเรื่องDNAมาคะ
คนผิวเผือกเกิดจาการมิวเทชันหรือการเปลี่ยนแปลงของพันธุกรรม(การกลายพันธุ์)คะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 15 ก.พ. 2550 (16:31) โรคผิวเผือกเกิดจากโครโมโซมร่างกาย autosome เช่น ได้จากพ่อหรือได้จากแม่ โรคชนิดนี้จะเป็นยีนด้อยนะจ่ะ ต้องมี ยีนด้อยทั้งคู่คนคนนั้นถึงจะเป็นโรคนี้ ถ้ามียีนเด่น1ตัวยีนด้อย1ตัวโรคนี้ก็จะไม่แสดงอาการจ่ะ เพราะยีนเด่นจะกดยียด้อยเสมอ คนๆนั้นจะเป็นแค่พาหะเท่านั้น
นานะ (IP:203.153.175.189)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 19 มี.ค. 2550 (18:48) น่าอัศจรรย์จังเลยค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 27 ก.ค. 2550 (08:14) DNAคืออะไร....hansa2_9
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 30 ก.ค. 2550 (11:34) ข้อมูลดีมากคับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 14 ส.ค. 2550 (14:05) ถ้าเราถอดรหัสพันธุกรรมได้หมดแล้ว เราเลือกจะตัดต่อส่วนที่ไม่ดี มีปัญหาทิ้งให้หมด หรือเราเลือกส่วนที่ต้องการไว้ได้ แล้วมนุษย์เราจะเป็นอย่างไรกันนะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 17 ส.ค. 2550 (13:08) พูดกันดีๆหน่อย อารมณ์เสียเลย อ่านอย่างได้ความรู้ พอเจอคำพวกนี้ความรู้หายหมด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 27 ก.ย. 2550 (09:32) มีความร้มากเลยครับ ปัจจุบันนี้การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มีความสำคัญมาก ในชั้นศาล และศาลก็ให้ความสำคัญทางวิทยาศาสตร์และมีการแก้ไขกฎหมายใหม่ด้วยอย่ใน ( สนช )
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 28 พ.ย. 2550 (09:35) อยากทราบว่า ปัจจุบันสามารถถอดรหัส DNA ทั้งหมดได้แล้ว ซึ่งสามารถทราบได้ว่า บุคคลนั้น ต้องมีพฤติกรรมอย่างไร เจ็บป่วยเมื่อไหร่ ในอนาคต เหมือนถูกตั้งโปรแกรมอัตโนมัติไว้ ตั้งแต่เกิด จนตาย ผมมาคิดๆดู ถ้าหากใช่ คงเหมือน องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้สอนเอาไว้ ว่า
กัมมัสสะโกหิ เรามีกรรมเป็นของตน กัมมะทายาโท เราจะต้องรับผลของกรรม
กัมมะโยนิ เรามีกรรมนำมาเกิด กัมมะพันธุ เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ พวกพ้อง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 4 ธ.ค. 2550 (17:29) ชาตินี้ก็เพิ่งจะจินตนาการได้ครั้งแรกครับ ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 5 ธ.ค. 2550 (11:24) มหัศจรรย์จริงๆ DNA
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 6 ธ.ค. 2550 (20:42) ตอบความเห็นที่ 40
สำหรับใครนึกภาพไม่ออกให้ลำดับดังนี้ จากเล็กสุดไปหาใหญ่
gene = ช่วงหนึ่งของสาย DNA (ใน DNA หนึ่งเส้นมี gene หลายตัว แต่ละตัวทำหน้าที่ของมันเอง )
DNA = สายเกลียวคู่ทั้งเส้น
โครโมโซม = สาย DNA ที่ขยุกขยุยกลายเป็นปาท่องโก๋
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 23 ธ.ค. 2550 (13:11) ได้สาระมากๆ มีความรู้ สามารถนำเรื่องนี้ ไปสอบได้ เรียน หรือบอกเพื่อนให้ได้รู้จักกำคำว่าดีเอ็นเอ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 6 ม.ค. 2551 (11:53) โรคผิวเผือกเกิดจากความผิดปกติที่ยีนด้อยบนออโตโซม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 6 ม.ค. 2551 (11:58) ถ้าเอาแบบให้หนุกจริงๆเลยอ่ะนะ ต้องมองจากเอกภพ มาถึงเซลล์เลย เคยลองป่ะ เด็กค่ายดาราศาสตร์ต้องเคยเห็น(ในภาพอ่ะนะ ของฝรั่งเค้าทำไว้ สวยมาก)........................................................................................................................................................................................^o^........-_-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 4 ก.พ. 2551 (15:21) ตอบคห. 39
DNA = DeoxyriboNucleic Acid
มีส่วนประกอบสำคัญสามส่วน คือ น้ำตาล ribose, กลุ่มฟอสเฟส, และก็ เบส pyrimidine(C,T) หรือ purine (A,G)
ribose แต่ละโมเลกุลจะเชื่อมต่อกันโดยมีฟอสเฟสเป็นตัวเชื่อม เหมือนรางรถไฟ
น้ำตาล ribose หนึ่งตัวจะมีเบสเกาะอยู่หนึ่งตัว
เบสแต่ละตัวจะจับคู่กันเป็นกลุ่ม ๆ โดยมี A-T, G-C
เปรียบง่าย ๆ เมื่อดีเอ็นเอต่อกันเป็นสายก็จะดูเหมือนรางรถไฟ มีน้ำตาล-ฟอสเฟต เป็นรางเหล็ก และคู่เบสเป็นหมอนราง
ทำไมดีเอ็นเอถึงสำคัญ?
ในวิทยาศาสตร์ชีวภาพมีหลักที่เรียกว่า "central dogma" ซึ่งหมายถึงกฎตายตัวในการเปลี่ยนข้อมูลดีเอ็นเอเป็นโปรตีน
DNA -> RNA -> protein
ดีเอ็นเอ เปรียบเหมือนแถบบันทึกข้อมูลรหัสที่จำเป็นสำหรับการสร้างโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของสิ่งมีชีวิต
RNA เป็นตัวถ่ายทอดข้อมูลและแปลข้อมูลออกมาเป็นโปรตีน
ฉะนั้นถ้ารหัสข้อมูลตัวจริงถูกเปลี่ยนแปลง โปรตีนก็จะมีการเปลี่ยนแปลง หรือผลิตโปรตีนไม่ได้ เซลล์ก็ไม่มีโปรตีนใช้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 22 เม.ย. 2551 (16:51) ขอบคุณครับ