<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/3008" type="text/javascript"></script> |
|
นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม
ร้อยเรื่องพันราว ตลกโปกฮา สนุก สุข เศร้า คลุกเคล้าประเด็นทาง ว & ท (บางครั้งก็ธรรมมะ) ชวนกันฝัน ช่วยกันสรรค์ เพื่อสังคมไทย - ดร.นำชัย มาเองคร้าบบบ....
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 8 July 2008, 10:11 pm
|
เห็นข้อมูลเรื่องพฤติกรรมทางเพศของสัตว์ต่างๆ ใน Discover ฉบับล่าสุด (เม.ย. 2008) แล้วอยากเก็บมาเล่าสู่กันฟังครับ แต่ขอเป็นพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะครับ ... วันนี้เกิดสงสัยอยากรู้ว่า นิตยสารวิทยาศาสตร์ที่ทำให้คนทั่วไปอ่านนั้นอายุยืนยาวกันสักเท่าไหร่แล้ว
พูดถึง Discover นี่ก็เป็นนิตยสารวิทยาศาสตร์รายเดือนสัญชาติอเมริกันค่อนข้างใหม่ทีเดียว คือออกฉบับปฐมฤกษ์เดือนตุลาคม 1980 (อยู่ในเครือไทม์อิงก์) แต่เปลี่ยนมือหลายหนแล้ว ... ที่บอกว่าใหม่เพราะ Scientific American ออกฉบับแรกปี ค.ศ. 1845 (ครับ พิมพ์ไม่ผิด ... ปี 1-8-4-5 หรือ 163 ปีที่แล้ว ... ทำให้เป็นนิตยสารฉบับเดียวในขณะนี้ที่สามารถมีคอลัมน์เรื่องที่ตีพิมพ์ฉบับที่ 50, 100 และ 150 ปีที่แล้ว!)

นิตยสารวิทยาศาสตร์เก่าแก่อื่นๆ ก็เช่น Nature (อันนี้ของอังกฤษเค้า) พิมพ์ออกมาปี 1869 ในขณะที่ Popular Science ออกปี 1872 และ Science ปี 1880
อิจฉาฝรั่งที่มีนิตยสารวิทยาศาสตร์ดีๆ อ่านมากกว่าศตวรรษครึ่งแล้ว นิตยสารแบบเดียวกันของไทยที่เก่าแก่ที่สุดและ ยังมีชีวิตอยู่ น่าจะได้แก่ วารสารวิทยาศาสตร์ ของสมาคมวิทยาศาตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็เข้าปีที่ 62 (ฉบับแรกน่าจะออกราวๆ ปี 1946 แต่ผมเดาว่าอาจจะก่อนหน้านั้น เพราะปีนั้นยังอยู่ในช่วงสงครามโลก นักวิทยาศาสตร์ไทยไม่น่าจะขยันออกนิตยสารใหม่ในปีนั้น)
ถ้าเป็นวารสารวิทยาศาสตร์ที่เอกชนทำก็น่าจะเป็น อัพเดท Update ของเครือซีเอ็ดฯ ที่เข้าปีที่ 23 และต้องแปลงกายกันมาหลายหน จากเดิมที่เป็น ทักษะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนมาเป็น รู้รอบตัว และ มิติที 4 อันที่จริงเขียนเรื่องนี้แล้วก็นึกถึงสมัยผมอยู่ ม.ปลาย เมื่อ 20 กว่าปีก่อนที่มีนิตยสารแนววิทยาศาสตร์ออกมาพร้อมๆ กันมากกว่า 10 ฉบับ ... เฮ้อ กลายเป็นอดีตไปหมดแล้ว ความจริงน่าสนใจว่าสมัยนั้นเกิดเหตุการณ์นั้นได้อย่างไร แล้วทำไมไม่เจริญงอกงาม แต่กลับถดถอยจนกลายเป็นดังปัจจุบันได้อย่างไร

เว็บไซต์ของ "อัพเดท" นิตยสารด้านวิทยาศาสตร์ที่ "เอกชน" ทำมานานกว่า 2 ทศวรรษ
คิดมาถึงตรงนี้แล้วละเหี่ยใจครับ เพราะมองไปที่แผงหนังสือแล้วต้องตกใจว่า จากเดิมที่มีนิตยสาร พระ-หวย-เที่ยว-เล่น ต่างๆ กินพื้นที่หลักอยู่ ตอนนี้ไทยเราเริ่มจะกลายเป็นผู้นำด้านนิตยสาร (กะโหลกกะลา) ดารา-นักร้อง-นางแบบ ... ที่มีคุณภาพต่ำแบบได้ใจ (ใช้ดัชนีชี้วัดเรื่องการฟ้องร้องกันเป็นคดีกันเป็นหลัก ... ซึ่งมีอยู่เพียบ)
ฮิตฮ็ฮตขนาดออกเป็นรายวันหลายฉบับเลยนะครับ แถมยังลามไปกินพื้นที่เวลาออกอากาศของโทรทัศน์แทบทุกช่อง และลามไปวิทยุแล้วอีกต่างหาก
ขอให้โชคดีนะครับประเทศไทย (เพราะคุณต้องการ โชค จริงๆ เลยครับ ... กับการหล่อหลอมสังคมแบบนี้ - - - ขอโทษทีนะครับ แฟนๆ บล็อกที่รัก ... เปิดสัปดาห์มาก็เล่นเรื่องหนักๆ เลย ... ประเด็นมันพาไปน่ะครับ ไม่ได้เจตนา ;-P
นำชัย
28 เม.ย. 2551

พึ่งจะย้อนกลับไปอ่านเจอเรื่องโนโมโฟเบียครับ
น่าสนใจมากครับ โน โมบายล์โฟสโฟเบีย
ตอนแรกนึกว่าโรคกลัวนม เสียอีก แบบว่ากินแล้วท้องเสียไงครับ อย่าคิดลึกนะ :P
สวัสดีคุณย่าเหลและอาจารย์นำชัย
ผมขอถามอาจารย์เรื่องการตัดต่อยีนว่าต้องทำอย่างไร ช่วยอธิบายอย่างคร่าว ๆ ด้วยครับ
ตอบคำถามคุณ jumo นะครับ
ย่อๆ นะครับ ยีนคือท่อนหนึ่งของสายของดีเอ็นเอ (นึกเชิงเปรียบเทียบเหมือนถนนสั้นๆ ช่วงหนึ่ง) ซึ่งมีรหัสประกอบด้วยตัวย่อ A T C และ G เพียง 4 อย่างเรียงกันไปต่างๆ นานา นักวิทย์พบว่า มีเอนไซม์ (โปรตีนแบบหนึ่ง) ที่ตัดสายพวกรหัสพวกนี้ได้ และยังพบอีกว่ามีเอนไซม์อีกแบบหนึ่งที่ต่อรหัสพวกนี้เข้าด้วยกันได้
ความที่ว่ารหัส A T C G พวกนี้เหมือนกันหมดในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ใช้ DNA เป็นสารพันธุกรรม เราจึงสามารถ "ตัด" และ "ต่อ" ดีเอ็นเอหรือยีนของสิ่งมีชีวิตต่างๆ สลับกันไปมาได้ตามใจ เพราะเรามี "เทคโนโลยี" ที่ดีพอ เทคโนโลยีที่ว่านี้มีชื่อว่า "พันธุวิศวกรรม (genetic engineering)" หรือ "เทคโนโลยีรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ (recombinant DNA technology) ... ทั้งสองคำนี้ ในปัจจุบันใช้แทนกันได้ (เดิมต่างกันเล็กน้อย)
หากต้องการทราบละเอียดกว่านี้ สามารถอ่านเรื่อง "มหัศจรรย์ดีเอ็นเอ" ในเว็บวิชาการดอทคอมนี้ หรือไปซื้อที่พิมพ์ขายในชื่อเดียวกัน - สนพ. สารคดี - ได้เช่นกันครับ ... เลือกได้ตามใจชอบ
ขอเพิ่มติม ของอาจารย์นำชัยสักเล็กน้อยครับ
เอนไซม์ที่ใช้ในการตัดนั้นเราเรียกว่า restriction enzyme หรือภาษาไทยเรียกว่าเอนไซม์ตัดจำเพาะ ซึ่งถูกโปรแกรมไว้ให้ตัดเฉพาะรหัสเบส ATCG ที่ตรงกับกับที่มันโดนโปรแกรมไว้เท่านั้น เช่น
เอนไซม์ A ตัด
CC|GCGG
GGCG|CC
มันก็จะไล่ตัดเฉพาะรหัส CCGCGG เท่านั้นโดยที่แทบจะไม่แตะต้องรหัสอื่นเลย (ยกเว้น บางที ก็มีบ้างที่อาจจะเบลอตัดมั่วบ้าง ถ้าใช้งานมันหนักไป)
ที่เจ๋งก็คือเอนไซม์ตัดจำเพาะเหล่านี้มีหลายร้อยหลายพันชนิด
เพราะงั้น เราก็สามารถที่จะหั่นดีเอ็นเอได้มากมายหลายแบบตามที่เราต้องการได้ครับ
ขอบคุณทั้งสองท่านมากครับ และขอแสดงความยินดีที่บทความของอาจารย์ได้ลงคอลัมน์ "ตัวเลขกระแทกใจ" ฉบับที่ 35 ด้วย
ใน Blog นี้แหละครับ เป็นมุกตลก ๆ (ฝืด !) ของผมเอง
ความจริงตอนที่ผมจะเขียน Blog ของ Jumo ต่ออยู่ ปุ่ม HTML อะไรทั้งหลายหายหมดเลยครับ ทำต่อไม่ได้เลย
จะเขียนเรื่องอะไรเหรอครับ
น่าเสียดายจัง
ไหนละกลอน4
บทความเทคโนโลยีอุบัติใหม่กับประเด็นด้านสาธารณสุข ของ ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์
ชอบหน้าปกเล่มนี้ที่สุด สื่อได้ดีมากๆ หุหุ
ไปหาดีกว่า...
หวัดดีก๊าบบบ
มาแวะอ่านครับ วันนี้ไม่มีความคิดเห็นอะไรมาก ![]()
เหมือนผมเลยครับ ... ผมก็ชอบปกเล่มนี้ครับ คุณจุฬาฐาญี - ยินดีต้อนรับ "หน้าใหม่" เข้าร่วมวงด้วยนะครับ ... แล้วก้อ สวัสดีคุณ jumo ด้วยครับ ... ฝนตกบ่อย ระวังสุขภาพกันทุกคนเลยนะครับ
สวัสดีคร้าบบบบ
หายหน้าหายตาไปพักนึง แบบว่า งานเยอะมากครับ
รับงานทั้ง งานหอ งานคณะ เล่นดนตรีให้ชมรม แถมกำลังฟอร์มวงอีก
/p>
เหอๆๆ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |