<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/3008" type="text/javascript"></script> |
|
นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม
ร้อยเรื่องพันราว ตลกโปกฮา สนุก สุข เศร้า คลุกเคล้าประเด็นทาง ว & ท (บางครั้งก็ธรรมมะ) ชวนกันฝัน ช่วยกันสรรค์ เพื่อสังคมไทย - ดร.นำชัย มาเองคร้าบบบ....
post ครั้งแรก: Tue 16 January 2007, 5:03 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 9 July 2008, 10:19 pm
|
หากอยากรู้ว่าคนที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง กลายมาเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร วิธีการแบบหนึ่งที่เราอาจเรียนรู้ได้น่าจะเป็นการเรียนรู้ชีวิตของเขา ดังนั้น เราจะมาดูกันว่า เทซึกะเซ็นเซ (คำว่าเซ็นเซในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อาจารย์ ซึ่งใช้เรียกกว้างขวางมาก ครอบคลุมตั้งแต่อาจารย์, หมอ, ทนายความ ฯลฯ และเทียบเท่ากับคำว่า ซินแส ของจีนที่คนไทยอาจจะคุ้นเคยกันดีนั่นเอง)

คุณหมอโอซามุในยามเยาว์วัย
คุณหมอเป็นลูกชายคนโตในจำนวน 3 คนของครอบครัว ท่านเกิดที่เมืองโตโยนะกะ (
นอกจากนี้ ท่านยังมีลักษณะแปลกจากคนญี่ปุ่นที่เราคุ้นตาคือ ออกจะตัวเล็ก แถมยังมีผมหยักศก ซึ่งว่ากันว่าพบได้เพียง 3% ในหมู่คนญี่ปุ่น ก็เลยได้ฉายาจากเพื่อนๆ ว่าเป็น เจ้าหัวยุ่ง คุณแม่ทำหน้าที่ปลอบโยนคุณหมอโดยการบอกท่านให้มองขึ้นไปยังฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ เพื่อสร้างกำลังใจให้แก่ตนเอง ... ซึ่งก็ช่วยท่านเป็นอย่างมาก
ท่านยังรักธรรมชาติและสอดแทรกความรักของท่านลงในการ์ตูนหลายๆ เรื่อง แม้แต่บริษัทของท่าน ยังตั้งชื่อว่า มุฉิโปรดักชั่น (Mushi Production)
คำว่า มิฉุ ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า แมลง ครับ ... ถ้าเป็นคนไทยอาจจะมีชื่อบริษัทว่า กีฏภาพยนตร์!
อันที่จริงแล้ว คุณแม่ท่านยังทำอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อาจเป็นสิ่งเสริมสร้างบุคลิกและตัวตนของท่าน รวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์ด้วย เช่น เมื่อย้ายมาอยู่ที่เมื่อโกเบ คุณแม่มักจะพาท่านไปที่โรงละคร ทะคะระซูกะ (Takarazuka) ซึ่งมีการแสดงจำเพาะที่ใช้ผู้หญิงเล่นทั้งหมด รวมทั้งเป็นตัวละครชาย (ตรงนี้ตรงกันข้ามกับ ละครนอก ของไทยที่ใช้ชายล้วน ส่วน ละครใน ที่เล่นในวังใช้ผู้หญิงล้วน) ละครส่วนใหญ่เป็นเรื่องรักโรแมนติกที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิง มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าผลงานหลายชิ้นของคุณหมอโอซามุ แสดงให้เห็นว่าได้รับผลกระทบหรือแรงบันดาลใจจากชีวิตในช่วงนี้ด้วย

ตัวอย่างละครที่แสดงในโรงละครทะคะระซูกะ
เด็กต้องการ โอกาส การสัมผัสกับ สุนทรียภาพ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นแล้ว ก็อาจจะส่งผลอย่างยาวนานต่อเนื่องไปชั่วชีวิตเลยก็เป็นได้
ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมพาลูกๆ ออกไป เปิดหูเปิดตา กับโลกภายนอกบ้างนะครับ ... เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้อาจส่งผลอย่างมากต่อบุคลิกหรือแม้แต่อนาคตของลูกหลานท่าน หรือในกรณีนี้ ... ของประเทศและของโลกเลยทีเดียว!
นำชัย
8 พ.ค. 2551
ปล. อยากชวนไปดูเอนิเมชั่นน่ารักๆ ของเว็บไซต์ทางการของท่านที่ http://www.tezuka.co.jp/

สวัสดีคุณย่าเหลและอาจารย์นำชัย
ผมขอถามอาจารย์เรื่องการตัดต่อยีนว่าต้องทำอย่างไร ช่วยอธิบายอย่างคร่าว ๆ ด้วยครับ
ตอบคำถามคุณ jumo นะครับ
ย่อๆ นะครับ ยีนคือท่อนหนึ่งของสายของดีเอ็นเอ (นึกเชิงเปรียบเทียบเหมือนถนนสั้นๆ ช่วงหนึ่ง) ซึ่งมีรหัสประกอบด้วยตัวย่อ A T C และ G เพียง 4 อย่างเรียงกันไปต่างๆ นานา นักวิทย์พบว่า มีเอนไซม์ (โปรตีนแบบหนึ่ง) ที่ตัดสายพวกรหัสพวกนี้ได้ และยังพบอีกว่ามีเอนไซม์อีกแบบหนึ่งที่ต่อรหัสพวกนี้เข้าด้วยกันได้
ความที่ว่ารหัส A T C G พวกนี้เหมือนกันหมดในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ใช้ DNA เป็นสารพันธุกรรม เราจึงสามารถ "ตัด" และ "ต่อ" ดีเอ็นเอหรือยีนของสิ่งมีชีวิตต่างๆ สลับกันไปมาได้ตามใจ เพราะเรามี "เทคโนโลยี" ที่ดีพอ เทคโนโลยีที่ว่านี้มีชื่อว่า "พันธุวิศวกรรม (genetic engineering)" หรือ "เทคโนโลยีรีคอมบิแนนท์ดีเอ็นเอ (recombinant DNA technology) ... ทั้งสองคำนี้ ในปัจจุบันใช้แทนกันได้ (เดิมต่างกันเล็กน้อย)
หากต้องการทราบละเอียดกว่านี้ สามารถอ่านเรื่อง "มหัศจรรย์ดีเอ็นเอ" ในเว็บวิชาการดอทคอมนี้ หรือไปซื้อที่พิมพ์ขายในชื่อเดียวกัน - สนพ. สารคดี - ได้เช่นกันครับ ... เลือกได้ตามใจชอบ
ขอเพิ่มติม ของอาจารย์นำชัยสักเล็กน้อยครับ
เอนไซม์ที่ใช้ในการตัดนั้นเราเรียกว่า restriction enzyme หรือภาษาไทยเรียกว่าเอนไซม์ตัดจำเพาะ ซึ่งถูกโปรแกรมไว้ให้ตัดเฉพาะรหัสเบส ATCG ที่ตรงกับกับที่มันโดนโปรแกรมไว้เท่านั้น เช่น
เอนไซม์ A ตัด
CC|GCGG
GGCG|CC
มันก็จะไล่ตัดเฉพาะรหัส CCGCGG เท่านั้นโดยที่แทบจะไม่แตะต้องรหัสอื่นเลย (ยกเว้น บางที ก็มีบ้างที่อาจจะเบลอตัดมั่วบ้าง ถ้าใช้งานมันหนักไป)
ที่เจ๋งก็คือเอนไซม์ตัดจำเพาะเหล่านี้มีหลายร้อยหลายพันชนิด
เพราะงั้น เราก็สามารถที่จะหั่นดีเอ็นเอได้มากมายหลายแบบตามที่เราต้องการได้ครับ
ขอบคุณทั้งสองท่านมากครับ และขอแสดงความยินดีที่บทความของอาจารย์ได้ลงคอลัมน์ "ตัวเลขกระแทกใจ" ฉบับที่ 35 ด้วย
ใน Blog นี้แหละครับ เป็นมุกตลก ๆ (ฝืด !) ของผมเอง
ความจริงตอนที่ผมจะเขียน Blog ของ Jumo ต่ออยู่ ปุ่ม HTML อะไรทั้งหลายหายหมดเลยครับ ทำต่อไม่ได้เลย
จะเขียนเรื่องอะไรเหรอครับ
น่าเสียดายจัง
ไหนละกลอน4
บทความเทคโนโลยีอุบัติใหม่กับประเด็นด้านสาธารณสุข ของ ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์
ชอบหน้าปกเล่มนี้ที่สุด สื่อได้ดีมากๆ หุหุ
ไปหาดีกว่า...
หวัดดีก๊าบบบ
มาแวะอ่านครับ วันนี้ไม่มีความคิดเห็นอะไรมาก ![]()
เหมือนผมเลยครับ ... ผมก็ชอบปกเล่มนี้ครับ คุณจุฬาฐาญี - ยินดีต้อนรับ "หน้าใหม่" เข้าร่วมวงด้วยนะครับ ... แล้วก้อ สวัสดีคุณ jumo ด้วยครับ ... ฝนตกบ่อย ระวังสุขภาพกันทุกคนเลยนะครับ
สวัสดีคร้าบบบบ
หายหน้าหายตาไปพักนึง แบบว่า งานเยอะมากครับ
รับงานทั้ง งานหอ งานคณะ เล่นดนตรีให้ชมรม แถมกำลังฟอร์มวงอีก
/p>
เหอๆๆ
สวัสดีค่า ไม่ได้เข้ามานานเลยทีเดียวเชียวล่ะ
เหอๆ พอมาก็อ่านตาแฉะเลยทีเดียว
เป็นยังไงกันบ้างคะ สบายดีกันมั้ยเอ่ย เหอๆ หนูป่วยวันละ 2 รอบ
อาทิตย์หน้าอีก อาทิตย์นึงก็สอบ มิดเทอมแล้วค่ะ สู้ๆค่ะ ถ้าไม่เข้าใจอะไรจะมาโพสต์ถามไว้นะคะ
คิดถึงทุกคน
สวัสดีคุณ neverheal กับคุณ hopun นะครับ ... ขอให้สนุกและใช้เวลากับสิ่งที่สนใจอย่างคุ้มค่าที่สุด ... อย่างไรก็ตาม เรื่องเรี่ยนก็อย่าทิ้งนะครับ


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |