 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/309" type="text/javascript"></script> |
|
|
แปลงไคโทซานธรรมชาติ สู่ยารักษาข้อสายพันธุ์ใหม่
ผศ. ดร. มงคล สุขวัฒนาสินิทธิ์ งานวิจัยเพื่อสุขภาพฝีมือนักวิจัยไทย สังเคราะห์ไคโทซานเปลือกกุ้งด้วยเอนไซม์ธรรมชาติ
post ครั้งแรก: Tue 27 November 2007, 4:35 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 27 November 2007, 4:36 pm
อยู่ในส่วน: ไม่ได้ระบุว่าให้อยู่ห้องใด
|
หน้าที่ 1 - บทนำ
ด้วยสภาพสังคมไทยที่เปลี่ยนเป็นสังคมเมืองมากขึ้น ส่งผลให้วิถีชีวิตของผู้คนเร่งรีบและแข่งขันกันมากขึ้น เวลาสำหรับการเอาใจใส่สุขภาพ อาหารการกิน และการออกกำลังกายจึงน้อยลงทุกที บวกกับค่านิยมแบบตะวันตกที่เน้นความรวดเร็วเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ดังจะเห็นได้ชัดจากจำนวนร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด คนไทยจึงเลือกแฮมเบอเกอร์เป็นอาหารมื้อเที่ยงมากกว่าผัดผักรวมมิตรเช่นเคย
แม้อาหารฟาสต์ฟู๊ดจะตอบรับความต้องการของคนเมืองเป็นอย่างดี แต่การบริโภคอย่างไม่ระมัดระวัง กลับทำให้เกิดโรคร้ายอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะโรคอ้วนซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคภัยต่างๆตามอีกมาก เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น
จากข้อมูลของกระทรวง สาธารณสุข ระบุว่า คนไทยกว่า 83,000 คน เสียชีวิต เพราะโรคใดโรคหนึ่ง ใน 3 โรคที่เกิดจากไขมัน ผิดปกติ คิดเป็นอัตราเสียชีวิตวัน ละ 230 คน หรือชั่วโมงละ 10 คน ทีเดียว
โรคอ้วนมิได้สามารถคร่าชีวิตคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นหนึ่งในสาเหตุของ โรคข้ออักเสบ ซึ่งสร้างเจ็บปวดให้ผู้ป่วยอีกไม่น้อย โรคดังกล่าวเป็นภาวะการอักเสบของข้อ เอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก ซึ่งจะมีอาการปวด บวม กดเจ็บ หากเป็นเรื้อรังผู้ป่วยจะปวดทรมานบริเวณข้อบ่อยครั้ง ซึ่งอาจทำให้พิการได้
โดยปกติโรคข้ออักเสบหรือข้อเสื่อม มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ หรือนักกีฬาซึ่งต้องใช้งานบริเวณข้อมากเป็นพิเศษ เนื่องจากประสิทธิภาพในการผลิตน้ำตาลกลูโคซามีนของร่างกายลดลง จึงทำให้เกิดอาการปวดบริเวณข้อ และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ผู้ป่วยส่วนมากจะเข้าพบแพทย์ต่อเมื่ออาการหนักจนต้องใช้วิธีรักษาทางรังสีวิทยา ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
หลายคนจึงเลือกจะทานอาหารเสริมผลิตจากสารไคโทซาน เพื่อบรรเทาอาการระยะเริ่มต้น แต่เท่าที่ผ่านยังต้องนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ซึ่งต้องผ่านการควบคุมอย่างเข้มงวด ทำให้หายากและราคาสูงจึงยังไม่เป็นที่นิยมในเมืองไทย แม้จะทราบกันดีแล้วว่าไทยมีแหล่งวัตถุดิบเพียงพอสำหรับการผลิตเวชภัณฑ์จากไคโทซาน โดยโรงงานแปรรูปอาหารทะเลมีเปลือกกุ้ง/หมึกทิ้งถึง 90,000 ตันเท่าวันทีเดียว แต่ยังไม่สามารถนำของเสียเหล่านี้มาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายจึงพยายามค้นหาคุณสมบัติพิเศษของสารไคโทซานมากขึ้น เพื่อให้เอื้อต่อการพัฒนาเชิงการแพทย์ และเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ในเชิงธุรกิจอีกด้วย
สำหรับวงการวิทยาศาสตร์ไทยแล้ว งานวิจัยที่ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่สร้างประโยชน์โดยรวมแก่มนุษยชาติในอนาคต อันใกล้เกิดจากความมุ่งมั่นของ ผศ. ดร. มงคล สุขวัฒนาสินิทธิ์ นักวิทยาศาสตร์ไฟแรงทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตรืและเทคโนโลยี (พสวท.) ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี พ.ศ. 2545 จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งศึกษาถึงการประยุกต์ใช้และแปรรูปไคทินไคโทซาน ซึ่งเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติสกัดจากเปลือกกุ้ง ปู และแกนหมึก เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น หรือเป็นสารเคมีนำไปต่อยอดงานวิจัยด้านสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพต่อไป
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม