วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/31" type="text/javascript"></script>
เที่ยวยุโรปตะวันออก
เดินทางไปยุโรปตะวันออก ไปเวียนนาเมืองมนต์เสน่ห์ซึ้งตรึงใจ บูดาเปสต์ ตัวแทนแห่งประวัติศาสตร์ของชาวฮังกาเรียน ลุ่มน้ำดานูบ ปราก ..... โดย กนกวรรณ สุขนานา
ผู้เขียน: wimma ชมแล้ว: 21,879 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 8 December 2001, 4:23 am ปรับปรุงล่าสุด: Sat 8 December 2001, 4:23 am
สารบัญ
หน้า : 1 บทนำ
หน้า : 2 เช้าวันนี้......
หน้า : 3 somewhere in Graz
หน้า : 4 เทศกาลดอกไม้
หน้า : 5 สาธารณรัฐเชค
หน้า : 6 เวียนนา

หน้าที่ 5 - สาธารณรัฐเชค
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

12 ตุลาคม 2543



เรามาทำความรู้จักกับสาธารณรัฐเชค กันสักนิดดีกว่า เชค
มีเมืองหลวงคือ กรุงปราก ที่เราจะเที่ยวกันเป็น โปรแกรม ต่อไป ปรากเคยเป็นศูนย์กลางความปั่นป่วน
ทางการเมืองและ ทางศาสนาที่ เคลื่อนไหวไปทั่วยุโรป ตะวันออก ถึงตะวันตก รวมทั้ง
สงครามโลกครั้งที่ 2 และการรุกรานจากโซเวียต แต่กรุงปราก ก็อยู่รอดมาได้ ปรากนับว่าเป็นเมือง
แห่งปราสาทร้อยยอด กล่าวคือ เมือที่มีอดีตอันยิ่งใหญ่ สอดแทรกอยู่ตามหลังคาโบสถ์
แหลม และปราสาทงดงาม กรุงปรากเป็นนครหลวงอยู่ตรงใจกลางยุโรป มีทำเลอันมีเสน่ห์บนลาดเนินสูง
และต่ำลงไปคือ แม่น้ำวลัตวา ห้อมล้อม ไปด้วยบรรยากาศแห่งความลี้ลับ ด้วยเหตุที่มีสถาปัตยกรรม
อันเก่าแก่ให้เห็นทั่วไป ปราสาทปรากโดดเด่น มีกำแพง ล้อมปราสาทซึ่งประกอบด้วย พระราชวัง
โบสถ์ วิหาร วัด ถนน อุทยาน หอคอย ในการเดินชมปราสาท จะผ่าน ลานกว้าง หน้าอาคารสถาน
แต่ละกลุ่ม สี่ แห่งด้วยกัน ประตูทางเข้าเป็น ประติมากรรมสมัยคริสต์ศตวรรษที่ สิบแปด
รูปยักษ์ กำลังต่อสู้กัน ฝีมือปั้นของอิกนาซ แพลทเซอร์ (Ignaz Platzer) อิริยาบถการเคลื่อนไหวและ
กล้ามเนื้อของรูปปั้นให้ ความรู้สึกเข้มแข็ง จากประตูนี้สู่ลานชั้นแรก แล้วผ่านประตู
แมธธีอัส สูลานชั้นที่สอง อาคารที่ล้อมรอบลาน กว้าง ชั้นที่ สองนี้ ส่วนหนึ่งเป็นที่แสดงภาพ
อีกส่วนหนึ่งคือที่ทำงาน ของประธานาธิบดี จากลานชั้นที่สองเข้าสู่มหาวิหาร เซนต์ไวตัส
(St. Vitus's Cathedral) ทางขวาของมหาวิหาร คือ เขตพระราชวัง ภายในคือห้องโถงใหญ่แบบกอทิก
และ เรอเนสซองซ์ สวยงาม มีตราประจำตระกูลต่างๆ ติดตามผนังและเพดาน



เยื้องจากมหาวิหารเซนต์ไวตัส ไปทางด้านหลังคือ เซนต์จอร์จ
บาสิลิกา (St. George's Basilica) โบสถ์ที่ระลึกถึง เซนต์ลุดมิลา ชาวโบฮีเมียน
ภายในมีภาพวาดสมัยคริสต์ศตวรรษที่ สิบหก ตกแต่งสวยงาม เซนต์จอร์จคอนแวนต์ (St.George's
Convent) ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ใช้เป็นที่แสดงศิสปะแบบโบฮีเมียน ยุคต้น


จากเซนต์จอร์จบาสิลิกา เดินตัดเลียบกำแพงด้านในปราสาทไปตามตรอกเล็ก
เลียบผ่านอาคารเตี้ยแถวยาว เรียก โกลเดนเลน (Golden Lane) เมื่อก่อนนี้เป็นที่พักของช่างฝีมือต่างๆ
ในราชสำนักและสำหรับทหารยาม แต่ปัจจุบัน เป็นร้านขายของ ที่ระลึก เครื่องแก้วโบฮีเมียน
หนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมปราก งานศิลปะ ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ สาธารณรัฐเชค ค่าครองชีพในกรุงปราก
นั้น ค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในยุโรป เรียกได้ว่าไม่ผิดหวัง หากจะไปเที่ยว
ส่วนที่สำคัญที่สุดของปราสาท น่าจะได้แก่ ลานชั้นที่สาม เพราะส่วนนี้เป็นที่ตั้งของ
มหาวิหาร เซนต์ไวตัส เซนต์จอร์จบาสิลิกา เซนต์จอร์จคอนแวนด์ และพระราชวังหลวง มหาวิหารเซนต์ไวตัส
เป็นมหาวิหาร ใหญ่ที่สุดในกรุงปราก เปรียบเสมือนเพชร ยอดมงกุฎแห่งราชบัลลังก์ วิหารแห่งนี้เป็นที่เก็บ
เครื่องเพชรของราชวงศ์ และหลุมศพกษัตริย์เวนเซสลาส ( Wenceslas)


เมื่อเข้าประตูใหญ่ของมหาวิหารนี้ไปทางด้านตะวันตก
อย่าลืมแวะชมกระจกลวดลายต่างๆ ศิสปะแบบเชค ประดับตกแต่งหน้าต่างอย่างงดงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรูป
นักบุญซีริล และ นักบุญแมธอดิอุส ต่อไปถึงเฉลียงใกล้ ที่บูชาหลังคาแบบโกธิค เพดานโค้งสูง
ภายในตัดกันไปมา เหมือนกลีบดอกลำดวน แท่นยกพื้นที่ แสดงธรรม


พระราชวังหลวง เป็นแบบโรมาเนสก์และโกธิคยุคต้นๆ สร้างตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่สิบสอง
ปัจจุบันคือห้องใต้ดิน ชั้นบนถัดมา เป็นห้องแบบ โกธิค ห้องโถงขนาด ใหญ่ นี้เรียกว่า
วลาดิสลาฟฮอลล์ ( Vladislav Hall) ระหว่างทั้งสองชั้นนี้ มีบันไดเชื่อม เหนือ บันไดเป็นโค้ง
แบบโกธิค เล่ากันว่าพวกอัศวินใช้เส้นทางนี้ ขี่ม้าเข้าเฝ้า กษัตริย์ในห้องโถง


เมื่อเข้าชมพระราชวังแล้วก็เดินข้ามสะพานชาร์ลบริจด์ ใครก็ตามที่ไปเที่ยวปรากแล้วไม่เดินข้ามสะพานนี้
ถือว่ายังไปไม่ถึงปราก เข้าสู่ย่าน OLD TOWN แปลเป็น ไทยก็เมืองเก่า ฟังชื่อก็อาจทำให้คิดว่า
เป็นย่านแหล่ง ของเก่า หรือ ร้านค้าของเก่า ทำนองนั้น แต่ย่านเก่าใน กรุงปราก ต่างจากที่อื่นโดยสิ้นเชิง
และ น่าสนใจมาก ทีเดียว เพราะย่านเก่านี้ คือ ตัวเมืองเก่า ซึ่งกลายเป็น ส่วนหนึ่งของเมืองใหม่ในปัจจุบัน
เดินข้ามฝั่งมาแล้ว ก็ได้เวลาอาหาร รับประทานอาหารจีนเสร็จ ก็ได้เวลา shopping
ซึ่งบริเวณนี้เป็นย่าน ค้าขายเครื่องแก้วโบฮีเมีย ที่มีชื่อเสียง และที่สำคัญราคาไม่แพง
สภาพบ้านเมืองที่เกือบจะเหมือนเดิม ทันทีที่รัสเซียล้มสลายลง กรุงปรากก็ เริ่มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
เพิ่มขึ้นในยุโรปตะวันออก มาเข้าเรื่องของเราต่อ ศูนย์กลางของจัตุรัสเมืองเก่าคือ
โอลด์ทาวน์ฮอลล์ (Old Town Hall) หรือศาลาว่าการเทศบาลเก่า อาคารแห่งนี้สูงเกือบ
เจ็ดสิบเมตร หอคอยของ อาคารศาลาว่าการนี้ยอดบนสุดเป็นแกลอรี่ และจุดชมเมือง หอคอยสร้างเติมขึ้นใหม่จากอาคารซึ่งเป็น
บ้านเดิม ของเอกชนมาก่อน ตัวบ้านชื่อ วอล์ฟลินออฟคาเมน ( Volflin of kamen) จุดเด่นของหอคอยคือ
นาฬิกาขนาดใหญ่ หอคอยจึงเป็นหอนาฬิกาบอกวันเวลา โมงยาม และ จักรราศี แสดงการเดินทางของดวงอาทิตย์
ดวงจันทร์ และโลกใน สุริยจักรวาล นายช่างนาฬิกา ชื่อ ฮานุส สร้างนาฬิกานี้ เป็นผลงานสุดยอดฝีมือของเขา
จนกระทั่งคณะเทศมนตรี ไม่ต้องการให้เขาไปสร้างงาน ชิ้นเอกอย่างนี้ที่อื่นอีก จึงทำให้เขาตาบอดเสีย
( แบบนี้ก็มีด้วย โหดๆๆๆๆ)




Charles Bridge ชาร์ลบริดจ์ เวลากลางคืน



OLD TOWN HALL


ลานใต้หอนาฬิกาคับคั่งไปด้วยผู้คน
ที่ต้องการฟังเสียง นาฬิกาตีดังกังวาน ทุกครั้งที่นาฬิกาตีบอกเวลา กลไกภายใน จะเคลื่อนหมุน
รูปปั้น สิบสอง นักบุญ ให้เวียนเปลี่ยนเข้า ขบวนบนเวทีเล็กๆ เหนือ นาฬิกา เหล่านักบุญมีอิริยาบถ
ต่างกันตามความหมาย ของ ชื่อ เช่น vanity คือ ความฟุ้งเฟ้อ หลงตัวเอง เพราะฉะนั้นจึงมองแต่ตนเองในกระจก
Greed หรือ มักได้ หมายถึงผู้ให้ กู้เงินชาวยิว สองข้างหน้าปัดนาฬิกา ด้านหนึ่งเป็นโครงกระดูก
อีกด้านหนึ่งเป็นรูปคล้ายทหารเติร์ก สัญลักษณ์ของตัณหา คือ ความทะเยอ ทะยาน โครงกระดูกสั่น
เกรียวกราวเมื่อนาฬิกาตี เข็มนาฬิกาบนหน้าปัดนี้บอกเวลา สาม แบบ กล่าวคือ วงนอกใช้ตัวเลขอารบิค
บอกเวลาแบบ โบฮีเมียน นับเวลาตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถือ เป็นเริ่มต้น วันซึ่ง มียี่สิบสี่ชั่วโมง
การนับเวลาแบบโรมัน ใช้ตัวเลขโรมัน บอกเวลาปกติที่เรารู้จักกัน นอกจากนี้แสดงการ
นับเวลาแบบ บาบิโลเนียน โดยแบ่งหน้าปัดสีน้ำเงินออกเป็น สิบสองส่วน บนหน้าปัดประดับด้วย
ภาพวงกลมสิบสองวง แสดง วัฎจักร ชีวิต ของชาวนาโบฮีเมียน และสัญลักษณ์ สิบสองราศี
ล้อมรอบ ศูนย์กลาง ซึ่งเป็นตราประจำเมืองเก่า


 




หอนาฬิกา ที่ Old Town Hall


 




<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 4) หน้าถัดไป (หน้า 6) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


wimma
(Dr.Wim)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,429 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 6 ปี
แบ่งปันความรู้ 203 ครั้ง
ได้รับดาว 169 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

หางาน - สมัครงาน
งานคุณภาพจากบริษัทชั้นนำของไทย
www.JobTH.com

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   ทีมการตลาด
คุณอันนา : 086-4907585
คุณนัชชา : 086-4907600
คุณกนกแก้ว: 089-8613727
สำนักงาน :   02-5832802 ,0847619653
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.