 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/310" type="text/javascript"></script> |
|
|
สังเคราะห์คู่แฝดดีเอ็นเอ สานต่อยับยั้งโรคทางพันธุกรรม
ผู้ช่วยศาสตร์จารย์ ดร. ธีรยุทธ วิไลวัลย์ นักวิจัยรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ดีเด่นปี 2543 ผุดงานวิจัยระดับนานาชาติสังเคราะห์ พีเอ็นเอ คู่แฝด ดีเอ็นเอ หนทางเยียวยาโรคทางพันธุกรรม
post ครั้งแรก: Fri 28 October 2005, 1:12 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 28 October 2005, 1:12 pm
|
หน้าที่ 2 - ดร ธีรยุทธ วิไลวัลย์ นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ดีเด่น

อาจารย์ธีรยุทธเล่าถึงลักษณะงานวิจัยว่าเป็นการสังเคราะห์โมเลกุลของสารประกอบประเภทเพพไทด์หรือพีเอ็นเอซึ่งมีสมบัติคล้ายคลึง
และสามารถจับคู่กับดีเอ็นเอซึ่งมีโครงสร้างเป็นเกลียวคู่พันเกลียวคล้ายบันไดวน
และแต่ละขั้นจะมีรหัสทางพันธุกรรมแตกต่างกันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้พีเอ็นเอยังมีคุณสมบัติในการจับตัวในทิศทางเฉพาะตามต้องการและมีข้อดีมากกว่าดีเอ็นเอ
เช่น การละลายน้ำ ความสามารถในการแทรกผ่านเยื่อหุ้มเซล ความจำเพาะเจาะจงในการจับยึดกับสารพันธุกรรม
และช่วยให้สามารถควบคุมการทำงานของดีเอ็นเอได้ เพพไทด์จึงเป็นสารประกอบที่มีศักยภาพสูงในการนำไปประยุกต์ใช้รักษาโรคทางพันธุกรรม
ผมสนใจศึกษาด้านเคมีอินทรีย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตโดยมีสารคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลัก
เช่นการศึกษาโมเลกุลใหม่ๆที่มีฤทธิต่อระบบการทำงานของร่างกาย หรือการพัฒนาด้านยารักษาโรค
เมื่อเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอกจึงเลือกทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อนี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นแรกๆของโลกที่สนใจสังเคราะห์คุณสมบัติของเพพไทด์กับดีเอ็นเอ
ถึงวันนี้ผมก็ยังคงศึกษางานวิจัยนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อหาสมบัติอื่นๆของเพพไทด์เพิ่มเติม
อาจารย์ธีรยุทธกล่าวต่อ
พีเอ็นเอ มีศักยภาพสูงในการนำไปพัฒนาและประยุกต์ใช้รักษาโรคในระดับพันธุกรรม รวมทั้งนำไปพัฒนาชุดตรวจโรคที่ใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอให้มีความว่องไวและละเอียดแม่นยำมากขึ้น
ซึ่งพีเอ็นเอที่ค้นพบใหม่นี้แตกต่างกับพีเอ็นเอที่ค้นพบในต่างประเทศ เพราะมีความสามารถใจการเจาะจงยึดจับกับดีเอ็นเอเฉพาะส่วนได้
จึงสามารถนำไปรักษาโรคทางพันธุกรรมที่แสดงความผิดปกติเฉพาะบางส่วนเช่น มะเร็ง เป็นเหมือนกับการปิดสวิชท์ไม่ให้การแสดงออกของยีนนั้นเกิดขึ้นได้
แม้งานวิจัยดังกล่าวจะเป็นการศึกษาโมเลกุลขั้นตอนของสารประกอบต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาของวงการวิทยาศาสตร์อันเป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ
จึงส่งผลให้งานวิจัยฝีมือคนไทยชิ้นนี้ได้การยอมรับจากนักวิทยาศาสตร์โดยลงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลก
เช่น Journal of the American Chemical Society, Tetrahedron Letters, Bioorganic
and Medicinal Chemistry Letters ซึ่งบทความจำนวนมากได้รับการอ้างอิงโดยนักวิชาการที่ทำวิจัยทางด้านพีเอ็นเอจากทั่วโลก
นอกจากงานวิจัยระดับนานาชาติแล้ว อาจารย์ธีรยุทธยังสร้างสรรค์งานวิจัยอื่นๆอันมีผลเอื้อต่อการศึกษาสารประกอบเพพไทด์เพิ่มเติม
อีกทั้งยังเป็นผลงานดีเด่นจนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้อาจารย์ได้รับรางวัล
นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชชูปภัมภ์ปีพ.ศ.
2543 ได้แก่งานวิจัยด้านเคมีทางยาและการสังเคราะห์โมเลกุลแบบสมมาตร
งานวิจัยชิ้นแรกเป็นการพัฒนายารักษาโรคมาเลเรียเพื่อเป็นยาต้านโรคชนิดใหม่ที่สามารถยับยั้งเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ดื้อยา
โดยร่วมกับนักวิทยาศาสตร์แห่งศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีแห่งชาติและได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสหภาพยุโรปและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.) การศึกษาดังกล่าวจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ การสังเคราะห์โครงสร้างของยาหาจุดบกพร่อง
และสังเคราะห์โครงสร้างของตัวรับในเชื้อมาลาเรียว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่/อย่างไร
จึงจะทราบถึงสาเหตุอันแท้จริงของการดื้อยา พร้อมกับพัฒนาตัวยาใหม่ในการยับยั้งเชื้อมาลาเรียขึ้นด้วย
ผศ. ดร. ธีรยุทธ กล่าวเสริมว่า แม้เราจะพบตัวยาใหม่ที่ยับยั้งเชื้อมาลาเรียที่ดื้อยาได้แล้ว
แต่เป็นเพียงการทดลองในระดับห้องทดลอง ซึ่งในการใช้งานจริงจะมีปัจจัยอื่นๆในร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมาก
นอกจากนี้ต้องหาวิธีไม่ให้เชื้อดื้อยาอีก งานวิจัยชิ้นนี้จึงยังต้องมีการศึกษาต่อไป
ความท้าทายของงานวิทยาศาสตร์พื้นฐานอยู่ตรงที่ การคิดค้นหรือสังเคราะห์โมเลกุลของสารประกอบต่างๆอันเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์
ซึ่งงานวิจัยบางชิ้นต้องอาศัยเวลานับ 10ปีว่าจะประสบความสำเร็จ เปรียบเหมือนการเสาะแสวงหาขุมทรัพย์ของนักล่าสมบัติแม้จะต้องเหนื่อยยากเพียงใดก็ตาม
แนวคิดดังกล่าวนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้
อาจารย์ธีรยุทธเดินหน้าสร้างสรรค์งานวิจัยใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง
ผลงานวิจัยของอาจารย์ธีรยุทธอีกชิ้นหนึ่ง เป็นการศึกษาคุณสมบัติของโมเลกุลแบบไม่สมมาตรซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับร่างกายของมนุษย์
เพื่อสังเคราะห์สารที่มีฤทธิอันเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาเลือกใช้ในเชิงยารักษาโรค
กล่าวคือ ลักษณะโมเลกุลตามธรรมชาติจะมี 2 แบบ คือ แบบสมมาตรและไม่สมมาตร ซึ่งลักษณะโมเลกุลไม่สมมาตร
หรือเรียกตามศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ว่า ไครัลโมเลกุลนั้น จะมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง คือจะมีส่วนของตนเอง
และส่วนที่เป็นเงาในกระจกซึ่งมีรูปลักษณ์เหมือนกันแต่ไม่สามารถนำมาทับซ้อนกันได้สนิท
เหมือนกับมือซ้ายและขวาของมนุษย์ที่ไม่สามารถซ้อนกันได้เช่นกัน ร่างกายของมนุษย์เองก็มีลักษณะแบบไม่สมมาตรซึ่งมีโมเลกุลซ้ายและขวาไม่เท่ากัน
ดังนั้นสารประกอบที่ใช้กับโมเลกุลของร่างกาย 2 ส่วนไม่เหมือนกัน สารประกอบข้างซ้ายอาจเป็นพิษแต่ข้างขวากลับให้ประโยชน์
ผมเลือกศึกษาและสังเคราะห์กรดอะมิโนซึ่งมีคุณสมบัติแบบไม่สมาตรที่ชัดเจน โดยต้องการสังเคราะห์เอาส่วนที่เป็นสารโปรตีนพิเศษซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้
เพื่อนำมาช่วยยืดอายุของยารักษาโรคให้ออกฤทธิในร่างกายยาวนานขึ้น ส่งผลดีต่อการรักษาโรคบางชนิด
เนื่องจากยารักษาโรคในปัจจุบันมีส่วนประกอบของโปรตีนมาก เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะย่อยสลายอย่างรวดเร็วทั้ง
ๆ ที่ยายังไม่ออกฤทธิเท่าที่ควร อาจารย์ธีรยุทธกล่าว
งานวิจัยทั้ง 3 ส่วนข้างต้นนับว่าเป็นผลงานคุณภาพที่ได้รับความเชื่อถือจากนักวิชาการทั้งหลาย
ดังจะเห็นจากการอ้างอิงถึงงานวิจัยของอาจารย์ธีรยุทธในการศึกษาวิจัยในแขนงอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน
ความสำเร็จของอาจารย์ธีรยุทธในวันนี้ นอกเหนือจากความตั้งใจและมุ่งมั่นจะเป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างใจฝันแล้ว
การที่อาจารย์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(พสวท.) ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ซึ่งมุ่งหวังผลิตผู้มีสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์เพื่อศึกษาและวิจัยเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ
ทำให้อาจารย์ได้มีโอกาสศึกษาต่อด้านวิทยาศาสตร์ในสาขาที่สนใจอย่างเต็มที่ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก
ซึ่งถือได้ว่าโครงการดังกล่าวเป็นสะพานเพื่อสานฝันให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์มีโอกาสเล่าเรียนที่สนใจมากขึ้นพร้อมทั้งสนับสนุนในการทำวิจัยด้วย

อาจารย์ธีรยุทธกล่าวอย่างภูมิใจว่า ผมเข้าร่วมโครงการ พสวท.ในรุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นส่วนผลักดันให้ความฝันในวันเด็กของผมเป็นจริง
ผมเชื่อว่าโครงการนี้ช่วยสนับสนุนให้นักเรียนและนักศึกษาหันมาเรียนวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์มากขึ้น
เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมาก็เริ่มเห็นดอกผลจากโครงการ พสวท. มากขึ้น เมื่อนัก
วิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในเมืองไทยส่วนมากเป็นนักเรียนทุนจากโครงการนี้
จึงนับว่า ผศ. ดร ธีรยุทธ วิไลวัลย์ เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ซึ่งมีผลงานเป็นน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อวงการวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก
อีกทั้งยังเป็นต้นแบบที่ดีให้กับนักวิทยาศาสตร์รุ่นหลังให้ก้าวสู่ถนนแห่งวิทยาศาสตร์ต่อไป
เนื่องจากอาจารย์ธีรยุทธเป็นบุคคลผู้มีเลือดของนักวิจัยอย่างเต็มตัว โดยยึดถือคติในการทำวิจัยว่า
ความรู้ใหม่ๆที่ค้นพบในการทำวิจัยแต่ละวันถือเป็นรางวัลที่ดีที่สุดของชีวิต ทำงานด้วยใจรักจึงเป็นสุขแม้จะมีอุปสรรคแต่เมื่อสำเร็จนั่นคือความภาคภูมิใจสูงสุด
เพิ่มเติมเกี่ยวกับ ดร.ธีรยุทธ
http://www.ipst.ac.th/dpst/homenew/dpst1/award/teerayut.html
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-