 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/316" type="text/javascript"></script> |
|
มหัศจรรย์ แห่งค่า e
ตัวเลข e มีค่าประมาณ 2.718281828 ดูเผิน ๆ แล้ว ไม่น่าโดนใจอะไร แต่เอาเข้าจริง e เป็นตัวเลขที่นักคณิตศาสตร์หลงใหลเอามากๆ เพราะมีคุณสมบัติที่น่ารัก(ทางคณิตศาสตร์)อยู่หลายประการ และเป็นน้องเล็ก ถ้าเทียบกับพี่ใหญ่ เช่น ค่า ¶, ค่า Ø หรือ ค่า i
post ครั้งแรก: Wed 10 January 2007, 6:38 pm ปรับปรุงล่าสุด: Mon 16 July 2007, 3:07 pm
|
หน้าที่ 2 - e กับการออกดอก
ดร. กิตติกร นาคประสิทธิ์
ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม
จากที่กล่าวมาว่าตัวเลข
e เกี่ยวข้องกับความงอกงาม
ถามว่า ดอกอะไร โตเร็วที่สุด ? ชาวยุทธจักรลูกหนี้ทั้งหลายคงพร้อมใจตอบเป็นเสียงเดียวว่า
ดอกเบี้ย !
ค่า
e และดอกเบี้ย เกี่ยวพันกันอย่างมาก ขอยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมครับ

ภาพประกอบ : น้องลานนา (ตัวอย่างเป็นรูปธรรม ก็ต้องเป็นรูปธรรมที่ดูดีหน่อยครับ)
สมมติว่าน้องลานนา มาขอยืมเงินผมหนึ่งบาท เป็นเวลาหนึ่งปี จะไปลงทุนออกเทป (สมมติครับ อย่าซีเรียส) ผมสวมบทบาทเจ้าหนี้หน้าเลือด คิดดอกเบี้ยร้อยละร้อย แสดงว่าสิ้นปี น้องลานนา (ถ้าไม่หนีหนี้ผมไปซะก่อน) จะต้องจ่ายเงินต้นผมหนึ่งบาท ดอกเบี้ยอีกหนึ่งบาท
รวมเป็น 2 บาท
ผมเขี้ยวกว่านี้ได้อีก โดยคิดดอกเท่าเดิม แต่คราวนี้ผมคิดดอกเบี้ยทบต้นทุกครึ่งปี แสดงว่าหกเดือนผ่านไป ผมเริ่มคิดดอกเบี้ย แต่ผมสัญญากับน้องเขาว่าดอกยังเป็นร้อยละร้อย ต่อปี ดังนั้นผ่านมาครึ่งปี ผมคิดดอกเบี้ยได้แค่ร้อยละห้าสิบ แสดงว่าครึ่งปีผ่านไป น้องลานนาจะติดเงินผมอยู่ 1.50 บาท
สิ้นปี ผมคิดดอกเบี้ยอีกร้อยละห้าสิบของ 1.50 บาท ดังนั้นผมจะได้ดอกเบี้ยสิ้นปีอีก 0.75 บาท รวมกับของเก่า 1.50 บาท เป็นทั้งหมด 2.25 บาท
ถ้าคิดในรูปยกกำลัง จะได้
= 2.25 บาท ทำนองเดียวกัน ถ้าผมคิดดอกเบี้ย n งวด ในหนึ่งปี แต่ละครั้ง ดอกเบี้ยเท่ากัน แต่ต้องเป็นร้อยละร้อยต่อปี
เงินที่จะได้ในหนึ่งปีคือ

บาท
ถ้าเก็บดอก 3 งวด แทนค่าเข้าในสูตร จะได้เงินปลายปี

หรือประมาณ
2.37 บาท
ถ้ากำเริบขึ้นมา คิดดอกเบี้ยรายเดือน คือ 12 งวดต่อปี น้องลานนาต้องจ่าย

ประมาณ
2.61 บาท
ดอกเบี้ยต่อปีเท่าเดิม แต่ยิ่งแบ่งงวดทบต้นมากเท่าไร ยิ่งคิดเป็นเงินปลายปีได้มากขึ้น ถ้าผมจะขอคิดดอกเบี้ย เป็นรายวัน รายชั่วโมง หรือ เป็นรายวินาที น้องลานนามิต้องหมดเนื้อหมดตัว
ใช้หนี้ผมหรือ ?

ภาพประกอบ จาคอบ แบร์นูลลี
จาคอบ แบร์นูลลี ตั้งคำถามทำนองนี้ เมื่อสามร้อยปีที่แล้ว และสรุปว่า
ถ้าเราแทน n ในสูตรด้วยค่าอสงไขย หรือ พูดแบบคณิตศาสตร์ก็ว่า ให้ลิมิตของ n เข้าสู่อนันต์แทนเข้าไปในสูตร
จะได้ค่าคงตัวออกมาค่าหนึ่ง |
ซึ่งคุณเบอร์นูลลี คำนวณมาประมาณว่าไม่เกิน 3 ดังนั้น ไม่ว่าเจ้าหนี้หน้าเลือด จะคิดเป็นกี่ล้านงวดในหนึ่งปี
น้องลานนาผู้น่ารัก ก็จะจ่ายไม่เกิน 3 บาท
ต่อมา คนจึงรู้ว่า เจ้าค่าคงตัวที่คุณเบอร์นูลลี คำนวณออกมา ที่แท้ก็คือค่า
e นั่นเอง
สิ่งที่คุณแบร์นูลลี คิดขึ้น เป็นที่มาของนิยาม

แสดงว่าน้องลานนาไม่ต้องจ่ายถึง 3 บาทด้วยซ้ำ แค่
e บาท หรือ 2.718 เศษๆ ก็พอ
จากนิยามข้างต้น เรายังเล่นแร่แปรธาตุได้ต่อ คราวนี้ ถ้า 1 บาท คิดดอกเบี้ย x บาทต่อปี
แต่คิดเป็นอสงไขยงวด สูตรก็จะเปลี่ยนเป็น

นักคณิตศาสตร์คำนวณได้
= ex
คนชอบเลขหลายคนบอกว่าสมการนี้น่ารัก น่าศึกษา จะน่าเอ็นดูพอ ๆ กับน้องลานนาหรือไม่ ก็แล้วแต่ใครจะคิดล่ะครับ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 29 ความเห็น, หน้า่ |
1| -
2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 2 ก.ย. 2549 (11:08) เหอๆ e มันมีประโยชน์มากๆเลยครับ ใช้กับ logarithm ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 4 พ.ย. 2549 (21:57) e^{i*pi}+1 = 0
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 12 ม.ค. 2550 (12:02) อยากได้การคำนวณที่ออกมาเป็นตัวเลขและสูตรที่ใช้ในการคำนวณเดอคับ?
sattaya_ct05@hotmail.com (IP:203.158.221.227)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 12 ม.ค. 2550 (19:19) อ่านตรงที่คิดดอกเบี้ยแล้วเข้าใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
ว่าแต่ e นี่จะได้เรียนตอนม.ไหนอ่ะคะ
[H]io[M]io- - -/gink_michiyo@hotmail.com (IP:203.113.67.103)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 17 ม.ค. 2550 (12:06) ไม่เคยคิดว่า การอ่านเรื่องราวของจำนวน 2.718281828459045... จะน่าสนุกปานนี้
นับเป็นความสามารถของนักคณิตศาสตร์และนักเขียนในคนเดียวกัน
เชื่อว่าท่านจะยังมีความสามารถที่น่าตื่นใจทางด้านอื่นออกมาให้เราชื่นชมกันอีก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 22 ก.พ. 2550 (16:49) สมการของออยเลอร์เป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 9 มี.ค. 2550 (17:14) คือว่าผมไม่เข้าใจไอ้สมการนี่แหละครับ
ไม่รู้จะอ่านยังไง
ช่วยเขียนเป็นร้อยแก้วที่อ่านเข้าใจง่ายๆได้มั๊ยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 12 มี.ค. 2550 (15:16) ขอบคุณครับสำหรับบทความดีๆ ผมจะโหลดไปเก็บไว้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 8 พ.ค. 2550 (12:22) การพิสูจน์ว่า
e
ix=cos(x)+isin(x)
นั้นจะต้องใช้ Calculus ช่วยในการพิสูจน์
มันมี 3 วิธีหลักๆเอาวิธีนี้ก็ละกัน (แนะให้ไปอ่านที่ Wikipedia โดย search คำว่า Euler's formula แต่มันเป็นภาษาอังกฤษนะ)
เอาวิธีนี้ก็ละกัน
ให้ f(x)=cos(x)+isin(x)/e
ix
e
ix.e
-ix=e
0=1
ดังนั้นe
ixจึงไม่เท่ากับ 0 อย่างแน่นอน
f'(x)=[[-sin(x)+icos(x)]e
ix-[(cos(x)+isin(x))ie
ix]/e
2ix
แต่ [[-sin(x)+icos(x)]e
ix-[(cos(x)+isin(x))ie
ix]=-sin(x)e
ix+isin(x)e
ix+icos(x)e
ix-icos(x)e
ix=0
ดังนั้น f'(x)=0/e
2ix=0
ได้ว่า f(x) เป็นค่าคงที่
จาก f(0)=cos(0)+isin(0)/e
0=1
ดังนั้น f(x)=1
1=cos(x)+isin(x)/e
ix
นั่นคือ e
ix=cos(x)+isin(x)
ให้ x=pi
e
ipi=cos(pi)+isin(pi)=-1
ดังนั้น e
ipi+1=0
Q.E.D.
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 25 มิ.ย. 2550 (21:11) เหมือนมั่ว แต่มันไม่มั่ว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 9 ก.ค. 2550 (16:43) เหอๆๆๆผมขอกวนหน่อยนะคับ ที่มหาลัย มอ.เนี่ย e คือตัวอักษรที่ไม่มีใครอยากได้กันน่ะคับ จาก่ีที่ว่า e=2.718 ไรเนี่ย แต่สำหรับผม มันหมายถึง e = 0
ยกตัวอย่าง : วิชาคณิตศาสตร์ 4 หน่อยกิจ 4*0=4*e= 0
แล้วถ้าสะสมมากๆเข้า SUM e = รีไทน์
(ขำๆคับ อย่าคิดมาก)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 1 ก.ย. 2550 (01:38) อ.กิตติกร ขอบคุณมากค่ะ ^__^
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 9 พ.ย. 2550 (17:48) ขอบคุณมากครับสำหรับบทความ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 28 มี.ค. 2551 (14:13) เลื่อมใสๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 12 ก.ค. 2551 (19:30) 2.718281828459045
ตัวเลขที่แฝงของ อนาคต