ข้อสอบ ข่าววิทยาศาสตร์ ทุนการศึกษา บทความ บทเรียน โครงงาน นิยาย blog รวมลิงค์ : วิชาการ.คอม
เว็บเพื่อการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย) | เว็บสื่อวิทย์ฯ ดีเด่น 2549(กระทรวงวิทย์) | เว็บการศึกษายอดผู้ชมสูงสุด 2549-2551(TrueHits)
จุดกำเนิดของ กูเกิ้ล (The birth of Google)
รศ.ดร.บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ (271,286 views) first post: Wed 14 March 2007 last update: Tue 9 March 2010
และแล้วจุดเริ่มต้นของไอเดียเล็กๆ ก็กลายเป็นไอเดียที่เปลี่ยนโลกอินเตอร์เน็ตทั้งใบ จุดกำเนิดของยักษ์ใหญ่ในวงการซอฟท์แวร์ ก็เริ่มขึ้นที่นี่ …

หน้าที่ 1 - เซอร์เก บริน1 (Sergey Brin) และ ลาร์รี่ เพจ (Larry Page)
**หมายเหตุ (1บทความนี้เป็นแบบ XML Live-Feeding Article ทดลองใช้เป็นครั้งแรกใน วิชาการ.คอม บทความจะออนไลน์ทันที และผู้เขียนบทความสามารถปรับแก้บทความ ได้ตลอดเวลา จนกว่าบทความจะสมบูรณ์ 2บทความนี้เขียนเพื่อวิชาการ.คอม โดยเฉพาะ (VCharkarn.com's exclusive article) )



ผศ.ดร.บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม



แหม เห็นแฟนๆเรียกร้องกันมามากมาย ก็เริ่มทนไม่ได้ครับ ต้องหาเวลาที่ว่างที่สุดของวันที่ไม่ค่อยว่าง ปั่นต้นฉบับเรื่องจุดกำเนิดของ Google ออกมาซักหน่อย เข้าใจว่าหลายคนคงเรียกร้องเพราะจะเอาไปทำรายงาน (ผมแนะนำให้ cut-paste ไปเลย – พูดเล่นครับ – เพราะถ้าทำจริงขอให้ได้ 0 และ คงได้ 0 แน่นอนครับ เพราะภาษาที่ผมใช้เขียนต่อไปนี้เป็นภาษาพูดครับ ไม่ใช่ภาษารายงาน อ่านแล้วก็เอาไปเรียบเรียงใหม่เป็นรายงานเองนะจ๊ะหนูๆ)




จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้อยู่ที่ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) อีกหนึ่งสุดยอดแห่งมหาวิทยาลัยด้านไอที (จริงๆแล้ว Stanford ก็จัดว่าเป็นอันดับต้นๆของโลกในสาขาอื่นๆอีกมากมาย ด้วยเช่นกัน) มหาวิทยาลัยแห่งนี้ นอกจากจะเป็นต้นกำเนิดของสุดยอด 2 ไอเดียออนไลน์ระดับโลกอย่าง Yahoo! และ Google แล้ว มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ๆกันอยู่ด้วยซ้ำไป ที่นี่เป็นที่ที่ คุณ John von Neuman (จอห์น วอน นูแมน) คิดและประิดิษฐ์คอมพิวเตอร์ที่มีสถาปัตยกรรมที่เหมือนกับที่เราใช้อยู่นี่แหล่ะ เป็นคนแรกของโลก (แม้จะไม่ใช่คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกก็ตาม – สับสนมั้ยครับ – คืออย่างงี้ครับ คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกชื่อว่า ENIAC ซึ่งเป็นเครื่องที่มีความซับซ้อนสูง ต่อมาคุณ von Neuman ซึ่งก็ช่วยงานในการสร้างคอมพิวเตอร์ ENIAC อยู่ด้วย แกเสนอว่า เราน่าจะแยกส่วนของคอมพิวเตอร์ออกเป็น หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ หน่วยรับเข้าและส่งข้อมูล ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากคอมพิวเตอร์เครื่องแรก และเป็นสถาปัตยกรรมที่เรายังใช้มาอยู่จนในปัจจุบัน หลายสถาบันก็เลยยกย่องให้ von Neuman เป็นบิดาของคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว) แหม! พูดถึงมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดซะยืดยาวเลย พักไว้แค่นี้ก่อน เดี๋ยวหาใครที่กำลังเรียนแถวนั้นมาบรรยายสรรพคุณของ Stanford ต่อ ตอนนี้เข้าเรื่องกูเกิ้ลดีกว่าครับ เดี๋ยวกระดาษจะหมดซะก่อน



Sergey Brin (เซอร์เก บริน1)



เรื่ิิองก็เริ่มตอนปิดเทอมภาคฤดูร้อนปี 1995 ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แหละครับ ตอนนั้น Sergey Brin (เซอร์เก บริน1) 1 ใน 2 ของผู้ก่อตั้ง กูเกิ้ล เป็นแค่นักเรียนปริญญาเอก ที่กำลังจะขึ้นปี 2 ของภาควิชา วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) ธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่อาสาเข้ามาเป็นนักศึกษาช่วยงาน Open House

โดยปกติทุกๆปีในช่วงก่อนเปิดเทอมนี้ มหาวิทยาลัยต่างๆเค้าจะมีการเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือน เราเรียกว่า Open House (ที่เมืองไทยก็เห็นมีบ้างแล้วหลายมหาวิทยาลัย) คือว่าใครที่สนใจที่จะเรียนในมหาิวิทยาลัยไหน คณะไหน ก็จะไปงาน Open House ของที่นั่น ที่จะมีคนมาคอยพาทัวร์ และแนะนำสถานที่ แนะนำคณะ แนะนำ Lab แนะนำครูอาจารย์ เป็นปกติเหมือนทุกๆปี แต่ปีนี้เองพระเอกคนที่สองของเรา คือคุณ Larry Page (ลาร์รี่ เพจ) ก็โผล่มาในงาน Open House ในปีนี้ หลังจากได้ดีกรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (Michigan
University
) มาหยกๆ



Larry Page (ลาร์รี่ เพจ)



ทั้งสองเจอกันเพราะ Larry Page ไปอยู่ในกลุ่มทัวร์ ที่มี Sergey Brin เป็นหัวหน้ากลุ่มทัวร์พอดี

ดูท่าว่างานนี้ไม่ใช่รักแรกพบครับ เพราะระหว่างทางที่เดินทัวร์มหาวิทยาลัย และเมือง San Francisco อยู่ ทั้งสองคนนี้ก็มีเรื่องให้ถกเถียงกันได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องของการจัดผังเมืองของ San Francisco (??!!??)

Page เล่าให้ฟังว่าตอนนั้นเค้าจำได้ว่า Sergey Brin เป็นคนที่มีความคิดที่ค่อนข้างจะติดยึด
เป็นคนที่ไม่ค่อยโสภาที่น่าจะอยู่ใกล้เท่าไหร่ ถ้าคิดว่าตัวเองถูกละก็จะเีถียงหัวชนฝา ซึ่งบังเอิญว่า ตัวเอง (Page) ก็เป็นคนแบบนั้น ส่วน Sergey ก็บอกว่าจริงๆแล้ว Larry ก็ออกจะแปลกๆอยู่เหมือนกันแหละ เถียงหัวชนฝา ไม่ค่อยยอมใคร (เอากันเข้าไป มิน่าหล่ะ เถียงกันได้ทั้งวัน)


เอาเป็นว่า ทั้งคู่ถกเถียงกันเรื่องต่างๆทั้งวันที่เดินทัวร์ แม้จะไม่ลงรอยด้วยดี แต่ทั้งคู่ก็จำกันได้ดีก่อนจะแยกจากกันในตอนเย็น (แหม! พล็อตยังกับหนังไทยเลยครับ พระเอกกับนางเอกเจอกันครั้งแรกจะต้องมีทะเลาะตบตี ต่างคนต่างบอกว่าเกลียด แต่ในใจคิดถึงอยู่)

อีก 2-3 เดือนถัดมา มหาวิทยาลัยก็เปิดเทอมครับ Page ก็เข้ามารายงานตัว และเลือก Prof. Terry Winograd ผู้เชี่ยวชาญด้านการโต้ตอบระหว่างคอมพิวเตอร์และมนุษย์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา และก็เริ่มมองหาหัวข้อวิทยานิพนธ์

พ่อของ Larry Page (ขณะนั้นเป็นอาจารย์ด้าน Computer Science อยู่ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน) บอกว่า Thesis ปริญญาเอก จะเป็นเหมือนกรอบ ที่จะคอยกำหนดอนาคต ด้านวิชาการของเราไปทั้งชีวิต ก่อนจะตัดสินใจเลือกทำให้ไตร่ตรองให้ดี ทำให้ Page ใช้เวลาอยู่นานในการเลือกหัวข้อทำวิทยานิพนธ์ หลังจากลองนึกๆดูสิบกว่าเรื่อง สุดท้ายก็มาลงที่เรื่อง World Wide Web นี่เอง


และแล้วจุดเริ่มต้นของไอเดียเล็กๆ ก็กลายเป็นไอเดียที่เปลี่ยนโลกอินเตอร์เน็ตทั้งใบ จุดกำเนิดของยักษ์ใหญ่ในวงการซอฟท์แวร์อีกตน ก็เริ่มขึ้นที่นี่ …






Remark1 ชื่อ Surgey Brin อ่านออกเสียง ว่า เซอร์เก บริน โดย Assoc. Prof. Stanislav Makanov (อาจารย์ชาวรัสเซีย ประจำสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

หน้าที่ 2 - อินเตอร์เน็ต ทฤษฎีกราฟ และ BackRub Project
**หมายเหตุ (1บทความนี้เป็นแบบ XML Live-Feeding Article ทดลองใช้เป็นครั้งแรกใน วิชาการ.คอม บทความจะออนไลน์ทันที และผู้เขียนบทความสามารถปรับแก้บทความ ได้ตลอดเวลา จนกว่าบทความจะสมบูรณ์ 2บทความนี้เขียนเพื่อวิชาการ.คอม โดยเฉพาะ (VCharkarn.com's exclusive article) )

ผศ.ดร.บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม


Page เริ่มหัวข้อวิจัยเกี่ยวกับเว็บก็จริง แต่ไม่ได้เริ่มมองหาวิธีที่จะค้นหาข้อมูลบนเว็บ แต่สิ่งที่เค้ามองเห็นกลับเป็น มุมมองทางด้านคณิตศาสตร์ของเว็บไซท์มากกว่า คือ Page มองแบบนี้ครับ...

ถ้าหากมองว่า 1 เซอร์ฟเวอร์ หรือ 1 เว็บไซท์ เช่น วิชาการ.คอม หรือ 1 คอมพิวเตอร์ เป็นเพียง จุด (Node, Vertex) จุดหนึ่งบนกราฟ (Graph) และ ลิ๊งค์ (link) เช่น www.ipst.ac.th ที่ วิชาการ.คอม เชื่อมต่อไปยังเว็บไซท์อื่นๆ เหมือนกับเป็นทางเชื่อมต่อกัน หรือ ขอบ(Edge) ระ่หว่างจุดเหล่านั้น หรือ พูดง่ายๆว่า Page มองเห็น อินเตอร์เน็ตเป็นกราฟ นั่นเอง (แฮ่ะๆ แบบนี้เรียกว่ามันอยู่ในสัญชาติญาณ มองอินเตอร์เน็ตเป็นกราฟ ทำได้ไงเนี่ย) ซึ่งบ้านเรา นิสิต นักศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านทางสายวิทย์ มักจะได้เรียนเรื่อง กราฟ ประเภทนี้ในเรื่อง ทฤษฏีกราฟ (Graph Theory) แถวๆปีต้นๆ (ซึ่งน้องๆตัวเล็กๆอาจสับสนนิดนึง เพราะกราฟที่คุ้นเคยอาจจะหมายถึง กราฟที่เป็นตัวแทนของข้อมูล เช่น กราฟแท่ง กราฟเชิงเส้น ซะมากกว่า)

ถ้าไม่ใช่ในวิชาคณิตศาสตร์ ก็จะเป็นวิชา Algorithm โดยเฉพาะพวกที่เรียน วิทยาการคอมพิวเตอร์ ก็น่าจะผ่านหูผ่านตากันมาแล้วทุกคน (ถ้าไม่ใส่ไหคืนอาจารย์ไปหมดแล้วซะก่อน) (มีอาจารย์และนักคณิตศาสตร์ ในเมืองไทยหลายคน ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Graph Theory เช่น ดร.จริยา อุ่ยยะเสถียร ภาควิชาคณิตศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่จบปริญญาเอกเรื่องนี้มาโดยเฉพาะ เดี๋ยวจะลองเกี้ยวมาช่วยเขียน เรื่อง Graph Theory อีกซักบทความ)


 
ตัวอย่างกราฟ สมมติให้จุดแต่ละจุด แทนคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง และเส้นเชื่อมแทนลิงค์ที่เชื่อมหากัน


แต่คราวนี้ลองใช้จินตนาการดูกันหน่อยนะครับ ว่าแน่นอนเว็บไซท์หนึ่งเว็บ ก็ลิงค์ไปยังหลายร้อย หลายพันเว็บ และมีเว็บไซท์หลายๆเว็บ ที่ลิงค์มายังเว็บไซท์หนึ่งๆ และปัจจุบันเรามีกันเป็น พันๆ ล้านเว็บ เพราะฉนั้น กราฟ ที่เราใช้แทน อินเตอร์เน็ต ก็จะเป็นกราฟขนาดมหึมา และมีความซับซ้อน มีเส้นโยงกันไปโยงกันมาอย่างยุ่งเหยิง

ซึ่งตรงนี้แหละที่ Page มองแล้วเห็นว่ามันช่างน่าตื่นเต้น น่าสนใจ น่าติดตาม เสียเหลือเกิน Page เคยบอกว่า Internet คือ กราฟที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น และมันก็ยังจะเติบโต ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ทุกๆวัน ด้วยอัตราเร็วในการเติบโตสูงมาก โอ! มันช่างเป็นเรื่องที่น่าสนใจทำวิทยานิพนธ์เหลือเกิน (ถ้าเป็นคนสามัญชนคนไทยธรรมดา ก็อาจจะบอกว่า โอ! มันซับซ้อนเหลือเกิน ไม่มีทางทำได้หรอก ทำไปเดี๋ยวไม่จบ หนีดีกว่า) ซึ่ง Prof. Winograd อาจารย์ที่ปรึกษาของเค้าก็เห็นด้วย และเห็นว่าน่าจะศึกษาเรื่องของโครงสร้างของกราฟของเว็บ เป็นการเริ่มต้นวิทยานิพนธ์

Page ทำการศึกษาด้วยตัวเองอยู่ไม่นาน เค้าก็เจอปัญหาแรกเข้าให้...

โอเคตรงนี้เราเข้าเรื่อง graph theory กันนิดนึง (เอาเป็นว่าผมพยายามวงเล็บภาษาอังกฤษของคำไทยไว้ด้วยครับ จะได้ช่วยให้คนทีคุ้นเคยกับคำอังกฤษในวิชานี้แล้ว ได้เห็นภาพง่ายขึ้นนะ) คืออย่างนี้ ในกราฟปกติ ขอบของกราฟ (Edge) จะเป็นตัวบ่งถึงความสัมพันธ์กันระหว่าง จุด (Vertex) ซึ่งโดยปกติแล้ว เราจะรู้และนับจำนวนได้ว่า จากจุดจุดหนึ่ง มีขอบ หรือ เส้นลากไปยังจุดอื่นๆ อีกกี่จุด และมีกี่จุดที่ลากมาหาตัวเอง แต่หน้าเว็บเพจกลับไม่เป็นแบบนั้นซะทีเดียว เพราะ ที่หน้าเว็บเพจหนึ่งๆ (สมมติว่าเว็บ 1 หน้าเป็น 1 จุดในกราฟ) เรารู้ครับว่า จากจุดที่เราอยู่ปัจจุบัน มันลิงค์ไปยังหน้าไหนบ้าง คือ เรารู้ว่ามันมี จำนวนขอบที่วิ่งออกไป (Out Degree) จากตัวเองกี่ขอบกี่เส้น และไปที่ไหนบ้าง แต่ที่เราไม่รู้นี่คือว่า มีเว็บเพจใดบ้าง กี่หน้า ที่ลิงค์มาหาหน้าที่เราสนใจ

โอยสับสนใช่มั้ยครับ ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบแบบนี้ก็แล้วกัน  ถ้าผมถามคุณว่าคุณรู้จักคนกี่คน คุณอาจจะต้องนั่งไล่นับนิ้วไปเรื่อยๆ แต่คุณก็บอกได้ว่าคุณรู้จักใครบ้าง และคล้ายๆกัน ผมถามว่า "คุณรู้มั้ยว่ามีใครในโลกนี้รู้จักคุณบ้าง?" (เปรียบกับ "รู้มั้ยว่ามีเว็บไหนลิงค์มาที่เราบ้าง") คำตอบคือ ไม่รู้ จะไปรู้ได้ยังไงว่าใครรู้จักเราบ้าง

โอเค เริ่มเห็นภาพนะครับ ลองนึกตามแบบนี้นะครับ ว่าหน้าเว็บที่คุณอ่านอยู่ตอนนี้เนี่ย ลิงค์มาจากหน้าไหน URL อะไรบ้าง ถ้าคุณไม่กด Back มีข้อมูลตรงไหนบอกมั้ยครับ ? หรือแม้แต่คุณจะกด Back คุณก็รู้แค่ลิงค์เดียวที่ลิ๊งค์มาหาหน้านี้ แต่ที่จริง อาจจะมีหน้าเว็บอื่นๆอีกเป็นร้อยๆ ที่มีลิ๊งค์มาหาหน้านี้ ที่เราไม่รู้ คำถามคือ แล้วเราจะรู้ได้ยังไง ?

ซึ่งตรงนี้หล่ะยาก เพราะอินเตอร์เน็ตไม่ได้ให้ข้อมูลนี้มา และตรงนี้เองที่ Page คิดว่า มันน่าจะดี ถ้าหากว่าเรารู้ (หรืออย่างน้อย มีวิธีการที่จะทำให้รู้) ว่าใครลิงค์หาใครบ้าง หรือ มีใครลิงค์มาหาหน้านี้บ้างกี่คน Page ก็เลยเลือกเอาปัญหานี้ มาทำเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก และตั้งชื่อเล่นโปรเจ็คของเค้าว่า "BackRub Project" (โครงการ "ถูหลัง" - แหม! ผมแปลตรงตัวไปหน่อยหรือปล่าวเนี่ย - สงสัยว่า Page คงอยากรู้ว่า ตอนที่อาบน้ำนี่ ใครถูหลังให้เค้าบ้าง - เอ้า ! ว่าไปโน่น)

โอเค งั้นกลับมาที่คำถามเดิม ถ้าเราอยากจะรู้ว่ามีใครรู้จักเราบ้างกี่คน เราจะทำอย่างไร  จริงๆคำตอบนี้ง่ายมากครับ คุณก็ถามคนทุกๆคนทั่วทั้งโลกนี้เลยซิครับว่าเค้ารู้จักใครบ้าง ด้วยวิธีนี้ พอคุณถามครบทุกคนทั้งโลก คุณก็จะรู้ว่าทั้งโลกนี้มีคนรู้จักคุณกี่คนใช่ป่าวครับ แหม! คิดได้ไง ง่ายจัง

คล้ายๆกัน เพื่อจะรู้ว่าใครลิงค์มาที่หน้าเว็บนี้บ้าง Page ก็เริ่มจากการไล่ไปที่ละหน้าเว็บแล้วดูว่าหน้านั้นลิงค์ไปที่ไหนบ้าง (เหมือนว่าหน้านั้นรู้จักใครบ้าง) แล้วเก็บลิงค์ทั้งหมดในหน้านั้นมาเข้าคิวไว้ เพื่อจะได้ไล่ถามไปเรื่อยๆ (ตรงนี้แหล่ะครับที่เรียกว่า Crawler - หน้าถัดไปจะอธิบายอีกที) Page คิดว่าแหมไล่ไปเรื่อยๆแบบนี้ ซักอาทิตย์นึงก็เก็บเว็บหมดจากทั่วโลกแล้ว ... น้าน.... ก็เป็นจุดเริ่มต้นของ Backrub โปรเจ็คนั่นเอง



โอ 
back rub line - ถ้ามองไปข้างหน้าอย่างเดียว เราไม่มีทางรู้ว่าใครกำลังถูหลังเราอยู่


จาก BackRub Project ที่ค่อยๆ เติบโตมา ด้วยน้ำมือของนักศึกษา 2 คน ที่ใช้ห้องนอนที่หอพักนักศึกษา ทำเป็น ห้อง Server และ ห้องเขียนโปรแกรม ได้กลายเป็น Google Project โปรแกรม Search Engine ขนาดจิ๋ว ที่ดูดทรัพยากร Network ของมหาวิทยาลัย สแตนฟอร์ด ที่ได้ชื่อว่า Network ที่เร็วเป็นอันดับต้นๆของโลก ได้อย่างไร ติดตามหน้า 3 จ้า...



หน้าที่ 3 - จอมไต่เว็บ Crawler และ PageRank
**หมายเหตุ (1บทความนี้เขียนเพื่อ วิชาการ.คอม โดยเฉพาะ (VCharkarn.com's exclusive article) )

ผศ.ดร.บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม


Page เริ่มที่จะคิดว่า เราจะทำไงถึงจะรู้ว่า ลิงค์ใดบ้างที่ลิงค์มาัยังเว็บหนึ่งๆ หลังจากที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไม่นาน(ไม่กี่เดือน) Page ก็พบว่า จริงๆแล้ว เรื่องของการลิงค์ไปลิงค์มาของเอกสารนี่ มีกันมานานแล้วในวงการวิชาการ ก็คือเรื่องของ ผลงานวิชาการ นั่นเอง คือโดยปกติแล้ว หากนักวิชาการท่านใด คิดทฤษฎีอะไรออกมาได้ใหม่ๆ หรือค้นพบอะไรใหม่ หรือต้องการจะแก้ไขสิ่งที่มีอยู่แล้ว ก็จะทำการตีพิมพ์ผลงานของตนเองในวารสารวิชาการ (Journal) โดยจะต้องอ้างอิงถึงที่มาของความรู้ หรือ ผลงานที่มีมาก่อนของคนอื่น หรือที่ใกล้เคียง ก็เพื่อให้องค์ความรู้ใหม่ที่ตีพิมพ์ มีรากฐานจากองค์ความรู้ ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว (ตีพิมพ์แล้ว) นั่นเอง ดังนั้น ผลงานวิชาการ ไหนที่ได้รับการอ้างถึง (Citation) บ่อยๆ จาก นักวิชาการคนอื่นๆ แสดงว่า ผลงานวิชาการชิ้นนั้นได้รับการยอมรับอย่างจริง ในวงการวิชาการเรามีตัวชี้วัดกันเลยว่า ผลงานหนึ่งๆ มีการถูกอ้างถึงมากน้อยเพียงใด เราเรียกดัชนีตัวนี้ว่า Citation index ซึ่งการอ้างอิงด้านวิชาการถือเป็นเรื่องใหญ่ ใหญ่ขนาดไหนครับ ก็ใหญ่พอที่จะมีิวิชาที่ว่าด้วยเรื่องนี้โดยเฉพาะเลย คือวิชา bibliometrics (ผมเองก็ไม่เคยเรียนครับ แต่เข้าใจว่าน่าจะเป็นทางกลุ่มนักศึกษา วารสาร หรือ บรรณารักษ์ หรือ สารสนเทศ - เดี๋ยวจะค้นมาให้ว่าที่ไหนสอนบ้างในเมืองไทย)




• Kiattisin Kanjanawanishkul and Bunyarit Uyyanonvara, Novel fast color reduction algorithm for time-constrained applications, Journal of Visual Communication and Image Representation, Volume 16, Issue 3, June 2005, pp. 311-332 (2005) • Y. Sirisathitkula, S. Auwatanamongkola and Bunyarit Uyyanonvara, Color Image Quantization using Adjacent Colors’ Line Segments. Pattern Recognition Letters, Vol 25/9 pp 1025-1043. (2004) • Lloyd Bender, David J. Spalton, Bunyarit Uyyanonvara, James Boyce, Catherine Heatley, Romina Jose and Jaheed Khan, POCOman: New system for quantifying posterior capsule opacification, Journal of Cataract & Refractive Surgery, Volume 30, Issue 10, October 2004, Pages 2058-2063 (2004)


ตัวอย่างของการอ้างอิงทางวิชาการ


ตอนที่ Tim Berners-Lee (ตอนนี้ได้รับการแต่งตั้ง เป็น Sir Tim Berners-Lee เรียบร้อยแล้ว) วิศวกรอิสระของ CERN คิดค้น World Wide Web ขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก (ไว้วันหลังค่อยเขียนเรื่อง จุดกำเนิดของ WWW อีกทีแล้วกัน) คุณ Tim แกก็คิดว่า เราน่าจะมีวิธีที่ละลิงค์ผลงานวิชาการของนักวิชาการเข้าด้วยกันเลย ไม่ต้องมานั่งกำหนดรูปแบบที่ยุ่งยาก (เหมือนที่เห็นในกรอบด้านบน) คุณ Tim ก็เลย คิดเรื่องของ Hypertext ขึ้นมา แต่สิ่งที่ Page กำลังทำเป็นการ Reverse Engineer ของ WWW เพราะเค้าต้องการค้นหาถึงที่มา ต้นตอของเอกสารที่ิลิงค์กันนั่นเอง ด้วยความรู้นี้ งานของเค้าก็ง่ายขึ้นเยอะครับ (แม้ที่เหลือก็จะยังสุดหินก็ตาม) ที่เหลือก็คือว่าเค้าจะต้องหาให้ได้ ว่า ใคร อ้างอิงจาก ใคร โดยอัตโนมัติ พูดง่ายๆ ว่าเค้าต้องวาด กราฟของอินเตอร์เน็ต ขึ้นมา บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเค้านั้นเอง แน่นอนว่า กราฟที่เค้าจะสร้างขึ้น จะมีความซับซ้อนสูง และการคำนวนจำนวนลิงค์ ที่เชื่อมหากันก็ทำได้ยาก เนื่องจากกราฟมีการเจริญเติบโตเรื่่อยๆ เพราะความซับซ้อนของข้อมูลสูง ดังนั้นสูตรการคำนวณเพื่อให้คะแนนแต่ละหน้า ก็จะมีความซับซ้อนด้วย ตรงนี้นี่เอง ที่ทำให้ Brin กระโดดเข้ามาในโปรเจ็คนี้


 
Page และ Brin ในช่วงเริ่มต้นโปรเจ็ค google ที่หอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัย (ภาพจากวารสาร WIRED )


ด้วยพื้นเพ back ground เดิมของ Brin ที่เป็นนักคณิตศาสตร์ ที่จัดว่าเข้าขั้นเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง มีเชื้อสายเป็นคนรัสเซีย เกิดที่รัสเซีย มีพ่อเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย ที่ทำงานที่องค์การ NASA และ เป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ (University of Maryland) โดยครอบครัวเค้าอพยบ มาอยู่ทีอเมริกา ตอนที่ Brin อายุแค่ 6 ขวบ Brin เรียนจบ ม.ปลาย 1 ปีก่อนชาวบ้าน และหลังจากจบปริญญาตรี ที่แมรี่แลนด์ Brin ก็มาต่อเอกทันทีที่ Stanford ตัว Brin เองก็ต้องมองหาโปรเจ็คปริญญาเอก ด้วยเช่นกัน แต่เค้าเลือกไปเลือกมา่เกือบ 2 ปีแล้ว ก็ยังหาหัวข้อลงตัวไม่ได้ จนได้เข้ามคลุกคลีกับโปรเจ็คของ Page ก็เกิดความสนใจ ที่จะเข้ามาทำในส่วนคณิตศาสตร์ ของโปรเจ็คนี้ และอีกสาเหตุก็คือเค้าชอบ Page (ฮั่นแน่! กะแล้ว เหมือนหนังไทยไม่มีผิด)

การสร้างกราฟของอินเตอร์เน็ตโดยอัตโนมัติ เป็นจุดเริ่มให้ Page เขียนโปรแกรมเล็กๆ ประเภท Crawler ขึ้นมาตัวหนึ่ง ในห้องนอน ตอนที่ Page เริ่มเขียน crawler นี่ จำนวนหน้าเว็บทั่วโลกก็มีอยู่ประมาณ 10 ล้านหน้าเห็นจะได้ แต่จำนวนลิงค์ที่เชื่อมกันอยู่นี่คงนับไม่ถ้วน โดยหวังจะให้เจ้า Crawler ไต่ไปเก็บข้อมูลมาสร้างเป็นกราฟโดยอัตโนมัติ ในตอนนั้น เค้าอาจจะยังไม่รู้หรอก ว่าโปรแกรมเล็กๆที่เค้าเริ่มเขียนในห้องนอน จะเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก ต่อจาก Internet ....

หลายคนคงอาจจะยังไม่คุ้นกับคำว่า Crawler ผมขยายความให้อีกนิด Crawler เป็นโปรแกรมเล็กๆโปรแกรมนึง ที่ทำหน้าที่ไปดึงเว็บเพจต่างๆมา ซึ่งปกติแล้วข้อมูลแสดงหน้าเว็บไซท์ที่เราเห็นนี่ เป็นแค่ text file หรือ ข้อมูลตัวอักษรธรรมดาๆนี่เอง (ลองกดที่เมนู view->source ดูนะครับ นั่นแหละคือข้อมูลของหน้าเว็บที่แท้จริง) พอโปรแกรมประเภท บราวเซอร์ เช่น IE หรือ FireFox ได้รับข้อมูลพวกนี้แล้วมันก็ทำการแปล และแสดงให้เป็นสิ่งที่คุณเห็นบนหน้าจอตอนนี้อีกที)

หลังจากที่โปรแกรมประเภท crawlwer ได้รับข้อมูลมาแล้ว มันก็จะทำการแยกข้อมูล และลิงค์(ที่จะไปหน้าอื่น) ออกมา

สมมุติว่าหน้าที่คุณอ่านอยู่ตอนนี้นี่ มีลิงค์ออกจากมันไป อีกประมาณ 30 ลิงค์ เจ้าตัว crawler ก็จะทำการจัดการเอาลิงค์เหล่านี้มาเข้าคิวเรียงกันไว้ แล้วก็ไล่ไต่ไปทีละลิงค์ตามคิว แล้วก็ไปดึงข้อมูลหน้านั้นมา แล้วแยกลิงค์แบบเดิมอีก แล้วลิงค์ที่ได้จากหน้าถัดไปนี้ก็จะเอามาเข้าคิว เรียงต่อกันไป เรื่อยๆ เพื่อจะทำการไปดึงข้อมูลมาในเวลาถัดๆไป เพราะฉะนั้นมันก็เลยให้ความรู้สึกคล้ายๆกับว่า เจ้า crawler มันค่อยๆคืบคลานออกจากจุดเริ่มต้นไปทีละน้อย ทีละน้อย

และแล้ว ในเดือนมีนาคม 1996 (เพียงแค่ไม่ถึงปีจากที่เค้าเริ่มศึกษา) Page ก็ปล่อยเจ้า crawler ตัวแรกให้เริ่มทำงาน โดยไต่จากหน้าเว็บเพจของเค้าเอง ที่อยู่บนเว็บไซท์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เจ้า crawler เวอร์ชั่นแรกของ Page ไต่ไปตามเว็บเพื่อเก็บแค่ ชื่อเว็บ และ ข้อมูลใน header เท่านั้นเอง แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเิริ่มอย่างเป็นรูปธรรมของ Google (ที่ในปัจจุบันกลายเป็น ซุปเปอร์อภิมหาอมตะนิรันดร์กาล crawler ไปแล้ว เพราะมันไต่ไปเก็บข้อมูลทุกอย่าง ของทุกหน้าเว็บ) เพราะตอนนั้นขืนเก็บทุกอย่าง ทรัพยากรของระบบ เช่น memory หรือ ฮาร์ดดิสต์ ที่จะต้องใช้ในการจัดการกับข้อมูลเหล่านี้ ก็คงต้องมีขนาดใหญ่มหึมา และมันก็มากเกินกว่าจะเป็นโปรเจ็คของเด็กนักเรียนคนนึง

โปรแกรมเล็กๆ ที่ถูกปล่อยออกจากห้องนอนที่หอพักนักศึกษาคนนึง ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ ที่ใหญ่ที่สุด รองจากการคิดค้นอินเตอร์เน็ต ได้อย่างไร อ่านหน้าถัดไปนะครับ...



หน้าที่ 4 - จาก โปรเจ็ค BackRub Project สู่ โปรเจ็ค Google

รศ.ดร.บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT)
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม



Page และ Brin ได้ร่วมกันคิดหาสูตร หรือ วิธีคำนวณว่า จะให้คะแนนแต่ละหน้าเว็บเพจอย่างไรดี

เว็บเพจหนึ่งหน้า ถ้ามองให้ดีมันก็เป็นเหมือนผลงานวิชาการชิ้นนึง ภายในผลงานวิชาการนี้ ก็จะมีการอ้างอิงผลงานคนอื่น (หรือลิงค์ไปหาคนอื่นนั่นเอง) (แต่บ้านเราอาจจะไม่เป็นแบบนั้น เพราะบ้านเรา ถ้าเห็นว่าเรื่องไหนดี ก็ใช้วิธี cut-paste เนื้อหานั้นไปเลย โดยไม่ได้อ้างอิงที่มา นอกจากจะละเมิดลิขสิทธิแล้ว ยังถือว่าเป็นการเสียมารยาทอย่างรุนแรงด้วยครับ แม้ว่าจะนำไปใช้ในทางไม่ก่อรายได้ ที่อาจจะไม่ผิดลิขสิทธิในบางกรณี แต่ก็น่าจะมีมารยาทในการอ้างอิงถึงที่มาของเนื้อหานั้นด้วย ช่วยๆกันผลักดันให้มันไปในทางถูกต้องมากขึ้นนะครับ) เพราะฉนั้นหากหน้าเว็บใดมีคนอ้างอิงถึง (ลิงค์) ถึงหน้านั้นเยอะ ก็น่าจะแสดงว่าหน้านั้นมีข้อมูลที่ดี หรือ น่าเชื่อถือ ซึ่งหากมีการให้คะแนนแต่ละหน้าเว็บ Page คิดว่าการอ้างถึงจากเว็บอื่นก็จะมีส่วนสำคัญต่อคะแนน



PageRank




ภายหลังเค้าตั้งชื่อเล่นระบบคิดคะแนนของเค้า ว่า Pagerank (ซึ่งล้อคำ 2 ความหมาย คำแรกคำว่า Page หมายถึงได้ทั้งหน้าเว็บ หรือ หมายถึงชื่อของเค้าเอง) ซึ่งก็ล้อเลียนการคิดคะแนนมาจากการอ้างอิงกันของผลงานวิชาการ เพราะเค้ารู้ว่า การอ้างอิงกันของเอกสารทำอย่างไร มีการให้คะแนน Citation Index อย่างไร และเค้าก็ได้เพิ่มเรื่องของการให้และลดคะแนนพิเศษด้วย หากว่าลิงค์ที่ลิงค์มาหาหน้าใดหน้าหนึ่ง เป็นลิงค์ที่มีคะแนนสูง เป็นเว็บที่มีความน่าเชื่อถือ เว็บที่ถูกลิงค์ ก็จะย่อมได้คะแนนสูงด้วย และหากนำเว็บมาเรียงลำดับกัน เว็บที่ได้คะแนนสูงกว่า ก็จะอยู่ลำดับต้นๆ ส่วนเว็บที่มีคะแนนต่ำก็จะอยู่ท้ายๆ

สมมุติว่าตอนนี้มีคนลิงค์มาหา เว็บ วิชาการ.คอม อยู่ 1000 ลิงค์ ในขณะเดียวกัน มีคนลิงค์ไปที่เว็บ ของเด็กชาย ก. จากจังหวัดสงขลา เพียง 10 ลิงค์ ทำให้ ณ ตอนนี้ ถ้าดูแค่จำนวนลิงค์เฉยๆ เว็บของ วิชาการ.คอม จะมีคะแนน สูงกว่า เว็บของ เด็กชาย ก และ ต่อจากนั้น ถ้า เว็บ วิชาการ.คอม มีลิงค์ไปยังเว็บของ สสวท. และ เว็บของเด็กชาย ก ก็ลิงค์มายังเว็บของ สสวท เช่นกัน ดังนั้น เว็บของ สสวท ก็จะไ้ด้คะแนน จาก เว็บของ วิชาการ.คอม มากกว่า จากเว็บของ เด็กชาย ก. ด้วยนั่นเอง (คือไม่ได้นับเฉพาะจำนวนของลิงค์) ซึ่ง Google ก็ทำการให้คะแนน แต่ละหน้าของเว็บ แบบนี้ไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ จนวนเกือบครบทั้งโลก คะแนนของแต่ละหน้า ก็ขึ้นอยู่กับคะแนนของหน้าทีลิงค์มาหามัน คะแนนของหน้าทีลิงค์มาหามัน ก็ขึ้นกับ คะแนนของหน้าทีลิงค์มาหามันก่อนหน้านี้ คะแนนของหน้าทีลิงค์มาหามันก่อนหน้านี้ ก็ขึ้นกับ คะแนนของหน้าทีลิงค์มาหามันก่อนหน้านี้ก่อนหน้านี้ ไปเรื่อยๆ 

จินตนาการออกมั้ยครับว่า คณิตศาสตร์สำหรับคำนวณคะแนนของ Google Pagerank จะซับซ้อนขนาดไหน นั่นหล่ะของเล่นของนาย Surgey Brin เค้าหล่ะ



ภาพตัวอย่าง สมมติให้หน้ายิ้มแต่ละอันแทนแต่ละเว็บ ขนาดของหน้ายิ้มแทนความสำคัญของเว็บ


สังเกตุว่า เว็บสีแดงด้านบนจะมีขนาดใหญ่กว่าเว็บสีเขียวด้านล่าง แม้จะมีลิงค์เข้ามาแค่ 1 ลิงค์ จากสีส้ม เท่านั้น แต่เพราะเว็บสีส้มมีความสำคัญสูง เพราะได้รับการลิงค์มาจากหลายที่ เว็บสีแดงด้านบนก็เลย มีความน่าเชื่อถือด้วย (ดังนั้นถ้าเว็บไซท์ไหน ได้รับการลิงค์จากเว็บที่เป็นที่ยอมรับ ก็จะได้รับความยอมรับด้วย)

งงมั้ยครับ เอางี้ เปรียบเทียบง่ายๆอีกตามเคย การจัดอันดับเว็บก็เหมือนกับการจัดอันดับความสำคัญของคน สมมุติว่าเมืองไทยมีคนชื่อ คุณลำไย หลายคนมาก เอาเป็นว่า สมมุติเป็น คุณลำไย  A กับ คุณลำไย  B ก็แล้วกัน คุณลำไย A เป็นที่รู้จักกันทั่วในหมู่เด็กอนุบาล มีเด็กอนุบาล 50 กว่าคนที่รู้จักคุณลำไย A แต่ ในขณะเดียวกัน มีเพียง 3 คน คือ ท่านนายกทักษิณ  คุณอภิสิทธ์ และ หมอพรทิพย์ เท่านั้นที่รู้จัก คุณลำไย B แต่จะเห็นได้ว่า คนที่รู้จักคุณลำไย B ได้รับการยอมรับจากคนทั้งประเทศว่ารู้จัก ว่ามีชื่อเสียง ดังนั้นเวลาคนค้นหาคำว่า คุณลำไย ใน Google คุณคิดว่า Google จะเอาชื่อคุณลำไย A หรือ คุณลำไย B ขึ้นก่อนกัน คำตอบคือ คุณลำไย B ครับ เพราะ Google คิดว่าคุณลำไย B ได้รับการยอมรับ จากคนที่ได้รับการยอมรับแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นคุณลำไย ที่ผู้ใช้ต้องการค้นหานั้นเอง (เหมือนเว็บที่ได้ใหญ่ๆลิงค์มาที่เรา เราก็ได้คะแนนดีกว่า เว็บเล็กๆหลายเว็บลิงค์มาที่เรา นั่นเอง)

ตอนที่ทั้งสองคนคิดระบบให้คะแนนนี้ขึ้น ทั้งสองคนไม่ได้คิดถึงเรื่องของการค้นหาข้อมูลบนเว็บเลย ที่คิดอยู่ในหัวก็มีแต่เรื่องที่ว่า จะค้นหาให้ได้ว่าใครลิงค์มาที่เว็บเพจหน้าหนึ่งๆบ้าง (ฺBacklinks) โดยที่ทั้งสอง ทำโปรเจ็ค Backrub นี้ มาจนถึงขั้นที่ รับ ลิงค์ (URL) มาหนึ่งลิงค์ มันก็จะให้ ผลลัพธ์ มาเป็น ลิงค์ที่ลิงค์มาหา (backlinks) ทั้งหมดที่ลิงค์มาหาหน้าที่กำหนด โดยเรียงลำดับตามความสำคัญ (เช่นถ้าใส่ เว็บ สสวท ไป ก็จะได้ทั้งเว็บ วิชาการ.คอม และ เว็บเด็กชาย ก. และเว็บอื่นๆ ที่ลิงค์มาหา สสวท เป็น ผลการค้นหา แต่เว็บ วิชาการ.คอม จะอยู่ด้านบนกว่า เว็บของ เด็กชาย ก. เป็นต้น)

ซึ่งเค้าก็พบว่าจริงๆแล้ว มันสามารถประยุกต์ ไปทำเป็น Search Engine น่าจะได้ หลังจากเล่นไปเล่นมากับ กราฟของเว็บ ที่ทั้งคู่สร้างขึ้นมา พบว่า การค้นหาข้อมูลทำได้รวดเร็ว และ ถูกต้อง อย่างไม่น่าเชื่อ ชนิดที่ทั้งสองคนยังงงว่าทำไม ไอเดียที่จะใช้เรื่องนี้ทำ Search Engine ถึงไม่ผุดมาในหัวตั้งแต่ต้น เพราะมันชัดเจนเหลือเกิน

หลังจากทดลองปรับแต่ง Backrub ให้กลายเป็น โปรแกรม Search engine ทำการค้นหาข้อมูล บนหน้าเว็บหน้าใดหน้าหนึ่ง (ผมละเชื่อเค้าเลย สองคนนี้ ปกติแล้วเรื่อง การค้นหาข้อมูลใน document นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะไม่ได้ค้นกันแบบ เอาคำเทียบคำ แต่ต้องมีการแปลงรูปแบบของ ข้อมูลให้เป็นเมตริกซ์ ทั้ง SVM กับ LSI (Latent Sematic Indexing - เป็นวิธีการที่กำลังมาแรง) ก็สุดหิน ที่อยู่ในวิชา Information Retrieval - แต่สองคนนี้เล่นเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ชนิดที่ประมาณว่า ชั่วข้ามคืน) เค้าพบว่าผลการค้นหา ดีกว่า search engine ที่มีอยู่ในตอนนั้น เช่น AltaVista หรือ Excite มาก โดย Search Engine ที่มีอยู่นั้นมักจะให้ผลการค้นหา ที่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องการหาจริงๆ เพราะอาศัยเพียงแค่การจับคู่คำ ไม่คำนึงถึงสัญญาณ หรือข้อมูลอื่นๆที่ใกล้เคียง search engine ใหม่ของพวกเค้า ไม่เพียงว่าผลการค้นหาจะดี แต่ ระบบการให้คะแนนนี้จะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเว็บโตขึ้นเรื่อยๆ กราฟของเว็บโตขึ้นเรื่อยๆ ผลการค้นหาก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะจะมีตัวให้คะแนนซึ่งกันและกัน เยอะขึ้น ตรงนี้นี่เองที่

ทั้ง Brin และ Page รู้ว่าเค้า สะดุดขุมทรัพย์ มหึมาเข้าให้แล้ว...


และแล้ว โปรเจ็ค search engine โดยนักศึกษา 2 คน ... ก็เริ่มเป็นรูปร่างที่ชัดเจน เค้าเริ่มขอบริจาคเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าๆที่มหาวิทยาลัยไม่ได้ใช้แล้วมาต่อกันเป็น server เค้าเริ่มจะหาเงินมาซื้อ harddisk เพิ่มเติม เพราะตอนนี้ข้อมูลที่ clawler เก็บมามันโตขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งสองคนจึงตั้งชื่อ search engine ตัวใหม่ของเค้าว่า Google ที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่สะกดผิด เพี้ยนมาจากคำว่า googol (ที่แปลว่า เลข หนึ่ง ตามด้วย ศูนย์ 100 ตัว - สังเกตุสัญลักษณ์ของ Gooooooooooooooooooooogle)



Server ของ Google เมื่อปี 1998 สมัยที่ยังอยู่ที่ Stanford เป็นเครื่องที่ได้จากการบริจาคทุกเครื่อง
(ปัจจุบัน Search Engine ของ Google ทำงานอยู่บน Linux Server Farm จำนวนประมาณ 250,000 เครื่อง)


และ Google เวอร์ชั่นแรก ถูกปล่อยออกสู่สาธารณะชน ไว้บนเว็บของมหาวิทยาลัย Stanford เป็นครั้งแรก ตอนเดือนสิงหาคม 1996 - เพียง 1 ปี หลังจากที่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรก - เพียงไม่กี่เดือนนับจากเริ่มศึกษาปัญหา - โอ จอร์จ ทำได้ยังไงเนี่ย ! ! ! ! อัจฉริยะจริงๆ ! ! !

อ่านบทความตอนต่อไป เรื่องราวการเปลี่ยนแปลง จาก Google Project โปรเจ็คเล็กๆของนักศึกษา 2 คน ให้กลายเป็น Google Inc. บริษัทระดับโลกยักษ์หน้าใหม่ที่กล้าต่อกรกับ Microsoft ได้อย่างไร กูเกิ้ล กับ ความสำเร็จที่เปลี่ยนโลก ได้ที่ http://www.vcharkarn.com/varticle/1119 


แหล่งความรู้เพิ่มเติม และ อ้างอิง
+ เทคโนโลยีของกูเกิ้ล (http://www.google.com/technology/) อธิบาย PageRank โดยต้นสังกัด
+ PageRank ทำงานอย่างไร (http://www.webworkshop.net/pagerank.html) รายละเอียดพร้อมสูตรคำนวณ
+ วารสาร WIRED ฉบับ August, 2005 (John Battelle, The Birth of Google, WIRED, August 2005)
+ ประวัติศาสตร์ของ Google (http://www.google.com/corporate/history.html)

บทความใกล้เคียง
+ GMail ขีดสุดความล้ำหน้าด้านธุรกิจสารสนเทศ
+ Google Earth


เกี่ยวกับผู้เขียน




รศ. ดร. บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ (1 ใน 3 ผู้ก่อตั้ง วิชาการ.คอม) จบ ม.ต้น จากโรงเรียนเบญจมราชูทิศ นครศรีธรรมราช และ ม.ปลาย ที่ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย สงขลา และจบ ป.ตรี ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ปริญญาเอก จาก King's College มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ (ด้วยทุนเล่าเรียนหลวง โครงการ พสวท. ตั้งแต่ ม.4 จน จบ ป.เอก)

ปัจจุบันเป็น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาไอที ที่ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ดร.บุญญฤทธิ์ ขอเป็นอีกหนึ่งแรงเล็กๆ ที่ช่วยผลักดัน การเรียนรู้ของคนไทย เผยแพร่เรื่องราว ดีๆ สู่ประเทศไทย ผ่านวิชาการ.คอม
.



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง




จำนวน 62 ความเห็น, หน้า | 1 | 2 | 3 | 4 |
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 16 ม.ค. 2551 (22:19)
เหอๆ



สุดยอดจิงๆ



ซักวัน ต้อง สร้างอะไรมั่ง
เด็กเกรต3 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 87 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 15 เม.ย. 2551 (10:13)

เก่งจังคับ


saturdayseiko เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 21 เม.ย. 2551 (10:36)
อยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ อะครับ แบบที่ คุณ New user ว่าอะครับ
oozingplanet เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 21 เม.ย. 2551 (10:45)
ย้อนรอยประวัติความเป็นมาของ Google



ช่วงปี 1995-1997 ปี แห่งการเริ่มต้น

เป็นช่วงปีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของตำนาน Google เมื่อ 2 ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ตั้งแต่แรกคือ 2 หนุ่มวัยรุ่น Larry Page และ Sergey Brin ทั้งคู่ได้รู้จักกันที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สาขา Computer science เมื่อปี 1995 ขณะนั้น Larry อายุ 24 ปี และ Sergey อายุ 23 ปี ด้วยบุคลิกที่กล้าคิดกล้าแสดงออกในบรรดาเรื่องต่าง ๆ ที่ตัวเองสนใจของทั้งคู่ ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเรื่องของการสร้างเทคโนโลยีระบบจักรกลที่สามารถดึงสืบค้นข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ ๆ ได้ ซึ่งยังเป็นหัวข้อที่สำคัญและสามารถพัฒนาต่อได้อีกมากมายในด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับการขนถ่ายข้อมูล

เดือนมกราคมปี 1996 Larry Page และ Sergey Brin ได้เริ่มค้นคว้าเทคโนโลยีจักรกลค้นหาหรือว่า search engines ที่สมัยนั้น ถูกเรียกว่า BackRub ซึ่งหมายถึงความสามารถอันพิเศษที่สามารถสามารถจะเข้าไปวิเคราะห์ “back links” ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ โดยในช่วงแรก ๆ นั้น การทำงานของทั้งคู่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะยังขาดปัจจัยด้านทุนทรัพย์เหมือนกับเด็กนักศึกษาทั่วไป เมื่อเวลาผ่านไป ปรากฎว่าเทคโนโลยี BackRub กลับเริ่มมีชื่อเสียงและเป็นที่กล่าวขวัญตื่นตาตื่นใจไปทั่วมหาวิทยาลัยกับระบบจักรกลค้นหาที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ในสมัยนั้น



ปี 1998 สัญญาณของความสำเร็จ

ทั้ง 2 หนุ่มได้พยายามสานต่อรากเหง้าของเทคโนโลยีที่ตนเองคิดค้นขึ้นมาให้เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง โดยใช้หกพักของ Larry มาเป็นห้อง Data center ห้องแล็บแรกของ Google ซึ่งในช่วงแรกทั้งคู่ก็ไม่ได้สนใจที่จะจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีนี้ออกไปสู่ท้องตลาด ขณะนั้นเว็บไซต์ของ Yahoo! เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ของพวกเขา แต่เหมือนฟ้าดลใจ เพราะตอนนั้น Yahoo! ไม่สนใจระบบ Search engine และมองว่ากลุ่มลูกค้าของยาฮูไม่จำเป็นต้องใช้จักรกลค้นหาแบบนี้ และแนะนำให้ Larry และ Sergey ตั้งบริษัทขึ้นมารองรับเองจะดีกว่า

เมื่อได้รับคำตอบแบบนี้ ก็เลยทำให้ทั้ง 2 คนตัดสินใจที่จะเริ่มต้นสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมา สิ่งแรกที่พวกเขาคิดก็คือ หาเงินทุนสำหรับใช้เป็นงบประมาณใจการย้ายออฟฟิศออกไปจากหอพักนักศึกษาแห่งนี้ และหาทางจ่ายเงินค่าฮาร์ดดิสก์ที่พวกเขาลงทุนที่จะมาช่วยโครงการนี้ให้สำเร็จ

คนแรกที่มองเห็นศักยภาพของ Search engine ก็คือ Andy Bechtolsheim ผู้ร่วมก่อตั้ง Sun Microsystems เมื่อ 2 หนุ่มได้นำโปรแกรมตัวอย่างเข้าไปนำเสนอ และได้มีการพูดคุยกันทุกเช้า



ปี 1999 เงินทุนก้อนใหญ่มาแล้ว

วันที่ 7 มิถุนายน 1999 Google ก็ได้ประกาศว่าได้มีผู้ร่วมทุนขนาดใหญ่เข้ามาอีก 2 รายคือ Mike Moritz แห่งกลุ่มบริษัทเงินทุน Sequoia และ John Doerr ของบริษัท Kleiner Perkins มานั่งอยู่ในตำแหน่งคณะกรรมการบริหารของบริษัทพร้อมกับเม็ดเงินลงทุนเพิ่มเข้ามาอีกถึง 25 ล้านดอลลาร์ และโปรแกรม Search Engines ก็ได้ถูก AOL/Netscape นำไปใช้สำหรับเป็นเครื่องมือด้านในเว็บไซต์ ซึ่งมียอดใช้งานสูงถึง 3 ล้านครั้งต่อวันเลยทีเดียว



เริ่มปรากฏ

ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แล้ววันหนึ่ง Andy ได้พูดประโยคที่กลายเป็นตำนานของ Google นั่นก็คือ “แทนที่จะมาพูดกันแต่เรื่องของรายละเอียดของโปรแกรม เอาเป็นว่าผมเขียนเช็คให้กับคุณเลยดีกว่า” แล้วเช็คเงินจำนวน 1 แสนดอลลาร์ก็ทำให้ Google Inc. ถูกก่อตั้งขึ้นมาอย่างเป็นทางการนับแต่การพูดคุยกันในวันนั้น เมื่อร่วมกับเงินทุนจากญาติพี่น้องเพื่อนฝูงและคนที่มองเป็นอนาคตของ Google สุดท้ายเงินลงทุนเบื้องต้นในการสร้างอาณาจักรของ Google ก็เลยลงเอยของการเริ่มต้นที่ 1 ล้านดอลลาร์

เดือนกันยายน ปีเดียวกันนี้ที่ Menlo Park แคลิฟอร์เนียก็กลายเป็นที่พำนักใหม่ของ Google Inc. และได้ Craig Silverstein มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยี หลังจากนั้นเว็บไซต์ Google.com ก็เริ่มออกสู่สายตาของนักท่องเว็บไซต์ทั่วโลก มีคนเข้ามาใช้บริการค้นหาเว็บไซต์ในช่วงแรกที่ยังเป็นเบต้าเวอร์ชันสูงถึงวันละกว่าหมื่นครั้ง พอถึงเดือนธันวาคม หนังสือ PC Magazine ได้จัดเว็บไซต์ของ Google ให้เป็นส่วนหนึ่งของ Top 100 Web Sites และ Search Engines ประจำปี 1998 มาถึงตอนนี้ชื่อของ Google ก็ไม่ได้เป็นชื่อโนเนมอีกต่อไป แต่กลายเป็นแบรนด์เนมระดับโลกไปเรียบร้อยแล้ว



ปี 2000 ปีแห่งการสยายปีกของ Google

เป็นปีที่อาณาจักรของ Google เริ่มค้นคว้าเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาเสริมอย่าง Google Directory และบริการค้นหาข้อมูลผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อแบบไร้สาย รวมถึงความสามารถในการให้บริการภาษาต่าง ๆ สำหรับใช้ค้นหาลิงก์เว็บไซต์ได้ถึง 10 ภาษาทั่วโลก

วันที่ 26 เดือนมิถุนายน Google และ Yahoo! ได้ประกาศการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันโดยทั้ง 2 บริษัทจะมีการและเปลี่ยนเทคโนโลยีซึ่งกันและกัน เพื่อรองรับบริการที่เข้ามาสูงถึง 18 ล้านครั้งต่อวัน และตอนนี้เว็บไซต์ NetEase ของประเทศจีน และ Biglobe ของญี่ปุ่น ต่างก็ใช้ระบบค้นหาของ Google เข้ามาใช้ในเว็บไซต์ของตนเป็นครั้งแรก

บริการใหม่ ๆ ของ Google ในช่วงปีนี้ ได้แก่ AdWords บริการคีย์เวิร์ดค้นหาเกี่ยวกับการโฆษณาสำหรับธุรกิจองค์กรขนาดเล็ก และพอมาถึงช่วงปลายปี 2000 Google Toolbar ก็ได้เผยโฉมออกมาสู่ท้องตลาดเว็บไซต์ ซึ่งช่วยทำให้บริการค้นหาของ Google สามารถทำได้อย่างง่าย ๆ โดยที่ ยูสเซอร์ที่ใช้งานไม่จำเป็นต้องเข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ของ Google อีกต่อไป

สิ้นปี 2000 Google สามารถทำยอดสถิติคนใช้บริการค้นหา Search Engines ได้สูงถึงวันละ 100 ล้านคน การใช้งานของโปรแกรมนี้แพร่หลายไปกลุ่มคนทุกระดับที่มีการใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา นักวิจัยค้นคว้า รวมถึงบริการค้นหาแบบไร้สายนั้นก็ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เพราะอุปกรณ์มือถือนั้นมีการใช้งานกันทั่วโลก และเมื่อโทรศัพท์มือถือสามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ การมีเครื่องมือสำหรับใช้ค้นหาเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน



ปี 2001 การแตกไลน์ด้านการบริการครั้งสำคัญ

ในเดือนกุมภาพันธ์ Google ได้เริ่มรุกเข้าสู่ธุรกิจดอทคอมอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เมื่อได้เข้าไปถือหุ้นซื้อบริษัท Deja.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านระบบฐานข้อมูลอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ โดยการนำระบบฐานข้อมูลเหล่านี้ให้กลายมาเป็นฟอร์แมตที่สามารถใช้ Search Engines เข้าไปค้นหาได้ ด้วยความสำเร็จที่ก้าวเข้ามาถึงจุดนี้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปลายปี 2001 Google ก็เริ่มประกาศให้ชาวโลกได้ทราบว่าตอนนี้ธุรกิจออนไลน์ของตนกำลังทำรายได้และผลกำไรให้อย่างเป็นล่ำเป็นสันแล้ว

ชื่อเสียงของ Google เริ่มขจรขจายไปทั่วโลก เมื่อเดือนตุลาคม Google ได้ตกลงเซ็นสัญญาร่วมกับ Lycos Korea ในการนำจักรกลค้นหาของ Google ไปใช้บริการในด้านกลุ่มข่าวหรือว่า Usenet Archive ใน New Group สำหรับกลุ่มยูสเซอร์ที่อยู่ในฝั่งเอเชีย และ Google ก็สามารถรองรับภาษา ทั่วโลกได้ถึง 26 ภาษาแล้ว รวมถึงภาษาอาราบิกและภาษาตุรกี

ในเดือนธันวาคม Google ได้ขยายความสามารถในการให้บริการไปอีกขั้นหนึ่ง นอกเหนือไปจากระบบการค้นหาข้อมูลส่วนทีเป็นตัวหนังสือ โดยบริการใหม่ที่ชื่อว่า “Google Image Search” ซึ่งเป็นบริการค้นหาภาพแบบออนไลน์โดยใช้ระบบดัชนีค้นหา รวมไปถึงบริการซื้อขายของออนไลน์Google สามารถเข้าไปค้นหาอีเมล์ออเดอร์แคตาล็อกได้มากกว่า 1,100 รายการ อย่างง่ายดาย เทียบกับระบบเดิมที่ต้องใช้โทรศัพท์หรือว่าแฟกซ์ออเดอร์เป็นหลัก

เดือนธันวาคมนี้เหมือนจะเป็นเดือนแห่ง Google โดยแท้ เพราะว่าระบบค้นหาของ Google นั้นมีฐานข้อมูลที่สามารถค้นหาเอกสารที่เป็น Web Documents ได้สูงถึง 3 พันล้านรายการ เป็นการพังทลายกำแพงกั้นเทคโนโลยีด้านข้อมูลแบบเติม ๆ และทำให้โลกของระบบข้อมูลข่าวสารนั้นถูกย่อลงมาเหลือเพียงแค่ปลายนิ้วคลิ้กเท่านั้นเอง



ปี 2002 สานต่อเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในระดับโมเลกุล

เดือนกุมภาพันธ์ 2002 Google ได้รับรางวัล “Search Engine Watch Awards” ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้จากการลงความเห็นของเว็บมาสเตอร์จากทั่วโลกที่ให้คะแนน Google ในฐานะบริการยอดเยี่ยมด้านต่าง ๆ เช่น Best Image Search Engine, Best Design, Most Webmaster Friendly Search Engine และบริการ Best Search Feature

นวัตกรรมในช่วงปีนี้ของ Google มีการพัฒนาเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรมเว็บแอพพลิเคชัน (Application Programming Interfaces-APIs) ซึ่งช่วยทำให้องค์กรหรือว่าบริษัทต่าง ๆ สามารถค้นหาเอกสารที่เก็บและหมุนเวียนอยู่ภายในบริษัทได้นับเป็นพันล้านฉบับ และบริการใหม่ Google Compute ที่เพิ่มเข้าไปไว้ใน Google Toolbar โดยเป็นโปรแกรมที่สามารถเข้าไปตรวจค้นได้ว่าช่วงจังหวะเวลาไหนที่คอมพิวเตอร์ของคุณเกิดไม่ยอมทำงานขึ้นมา โปรแกรมจะเข้าไปตรวจสอบและกระตุ้นให้ระบบทำงานตามหลักตรรกะทางคณิตศาสตร์คล้ายกับระบบการออกแบบยาเพื่อให้เข้าสู่ระบบการทำงานของร่างกายนั่นเอง

มีอีกบริการหนึ่งของ Google ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ก็คือ บริการ AdWords บริการเกี่ยวกับระบบโฆษณาโดยการใช้วิธีวัดแบบ Cost-Per-Click (CPC) เพื่อทำให้โฆษณานั้นสามารถสื่อไปถึงกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายต้องการจะชมสื่อโฆษณาตามที่ตัวเองต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องยัดเยียดโฆษณาแบบเหวี่ยงแหเหมือนเดิมอีกต่อไป เรียกว่าตรงใจทั้งผู้บริโภคและบริษัทที่ต้องการจะขายสินค้าของตนได้มากที่สุด

มาถึงเดือนกันยายนปีเดียวกันนี้ Google ได้เปิดเว็บเซอร์วิส Google News มาให้บริการสำหรับแหล่งข้อมูลข่าวสารทั่วโลก เป็นบริการฟรีที่ยูสเซอร์สามารถสแกนค้นหาหัวข้อข่าวใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา และช่วงส่งท้ายปี 2002 คือในเดือนธันวาคม เราก็ได้เห็นบริการ Froogle บริการค้นหาสินค้าที่มีการจัดออกมาเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีเว็บไซต์ให้คุณเลือกชอปปิ๊งนับล้านเว็บไซต์เลยที่เดียว



ปี 2003 ปีแห่งการพลิกโฉมใหม่ให้กับวงการโฆษณา

ปี 2003 เป็นก้าวทีสำคัญในการพลิกโฉมให้กับวงการโฆษณาออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กับบริการ Google AdSense บริการที่ช่วยทำให้เว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เข้ามาใช้บริการของ Google สามารถสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์ของตนเอง ด้วยการเพิ่มมูลค่าหน้าเว็บไซต์ของตนเองเพียงแค่การคลิ้กหน้าโฆษณาบนเว็บไซต์เท่านั้นเอง

พร้อมกันนั้น Google Toolbar เวอร์ชัน 2.0 ก็ได้ออกสู่ท้องตลาดพร้อม ๆ กับ Google Deskbar คราวนี้แถบเครื่องมือ Toolbar ของ Google ได้เพิ่มประสิทธิภาพในด้านของระบบป้องกัน Pop-up โฆษณาของเว็บไซต์ต่าง ๆ (Pop-Up blocker) และระบบ Form Filler ที่ช่วยย่นเวลาในการกรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวของคุณในกรณีที่คุณต้องการไปสมัครใช้บริการที่เว็บไซต์อื่น ๆ และต้องมีการกรอกข้อมูลสมัครสมาชิกอยู่เป็นประจำ รวมถึงทูลบาร์ยูทิลิตี้อื่น ๆ ที่เข้ามาเสริม เช่น ระบบเครื่องคำนวณ หรือระบบค้นหาสายการบิน เป็นต้น



ปี 2004 การประกาศศักดาของ Gmail และโปรแกรม Picasa

มาถึงปี 2004 ปีที่ระบบฐานข้อมูลดัชนีค้นหาของ Google มีจำนวนสูงถึง 4.28 พันล้านหน้า เว็บเพจ Google ได้รับตำแหน่ง “Brand of the Year” ประจำปี 2003 รวมถึงสถานีช่องข่าว ABC News ก็ให้เกียรติ Larry กับ Sergey ในฐานะ “Person of the Week”

เดือนกุมภาพันธ์ วันที่ 17 Google ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ตอนนี้ระบบดัชนีฐานข้อมูลของ Google มีอยู่สูงถึง 6 พันล้านรายการ โดยแบ่งออกเป็นดัชนีรายชื่อเว็บไซต์ 4.28 พันล้านชื่อเว็บเพจที่มีภาพเป้นส่วนประกอบอีก 880 ล้านเว็บไซต์ และมีระบบส่งข้อความ Usenet อีก 845 ล้านกลุ่ม กลายเป็นระบบฐานข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาผู้ให้บริการทั้งหมด

บริการใหม่ ๆ ในช่วงต้นปี 2004 นี้ก็มี บริการ Local Search ซึ่งเป็นบริการแผนที่ประจำเมืองหรือรัฐต่าง ๆ ในอเมริกา ยูสเซอร์สามารถคลิ้กเข้าไปค้นหาร้านค้าหรือว่าแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่สำคัญได้และบริการ Personalized search อันนี้ก็เป็นบริการที่ต่อยอดมาจากคนที่เป็นสมาชิกอีเมล์ของ Google ยูสเซอร์สามารถเข้าไปค้นหารายชื่อของดัชนีค้นหาต่าง ๆ ในอดีตที่คุณเคยทำเอาไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมาเริ่มค้นหาไหม่อีก เพียงแต่ว่าถ้าจะใช้บริการนี้คุณจะต้องเข้าไปจดทะเบียน Google Account เสียก่อน

วันที่ 1 เมษายน Google ได้ประกาศบริการใหม่ล่าสุดที่ท้าทายยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Yahoo! หรือว่า Microsoft MSN กับบริการ Web-based mail service ที่เรียกว่า Gmail ซึ่งให้บริการพื้นที่เก็บจดหมายให้กับยูสเซอร์กว่า 2.6 กิกะไบต์ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่เก็บจดหมายที่มากกว่า Yahoo! สำหรับฟรีอีเมล์ที่ให้พื้นที่ 1 กิกะไบต์เสียอีก

บริการใหม่ที่เกี่ยวกับการค้นหารูปภาพ Picasa ได้ฤกษ์เปิดตัวในวันที่ 13 กรกฎาคม บริการที่ทำให้คุณสามารถบริหารภาพถ่ายดิจิตอลของคุณได้อย่างง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดเก็บภาพให้เป็นหมวดหมู่หรือว่าการแชร์ภาพถ่ายของคุณไปให้กับคนอื่น ๆ

วันที่ 14 ตุลาคม Google ได้นำบริการ Google Desktop Search เวอร์ชันแรกออกสู่ท้องตลาดในฐานะฟรีแวร์ และบริการ Google SMS สำหรับส่ง SMS เข้ากับเครื่องโทรศัพท์มือถือของคุณ โดยไม่ว่าคุณจะอยู่จะไหนในโลกที่มีเครือข่ายสัญญาณของโทรศัพท์มือถือ

ปิดท้ายในเดือนธันวาคม บริการส่งท้ายปีของ Google คือ Google Groups เวอร์ชันล่าสุดซึ่งเป็นบริการ Usenet ที่มีกลุ่มหัวข้อต่าง ๆ ให้เลือกถึง 1 พันล้านเรื่องต่อยอดมาตั้งแต่ปี 2001 เวอร์ชันนี้ ยูสเซอร์สามารถที่จะสร้างและบริหารอีเมล์แบบเป็นกรุ๊ปส่วนตัวของคุณเอง สมาชิกในกลุ่มสามารถเข้ามาพูดคุยถกปัญหาหรือว่าประเด็นกันได้ทุกเรื่อง และบริการ Google Print ซึ่งเป็นบริการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างห้องสมุดของมหาวิทยาลัย Harvard, Stanford, Michigan, Oxford และห้องสมุดสาธารณะของกรุงนิวยอร์ก ที่เปิดโอกาสให้ยูสเซอร์สามารถเข้าไปสแกนดูหน้าตัวอย่างหนังสือที่ได้รับการเก็บสะสมเอาไว้ในห้องสมุดได้ โดยใช้ดัชนีค้นหาของ Google



ปี 2005 กับการมาของ Google Earth

นับได้ว่าเป็นปีของ Google ที่มีบริการใหม่ ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่โปรแกรมเวอร์ชันล่าสุดของ Google Desktop Search และ Google Search for the Enterprise บริการจัดการงานด้านข้อมูลข่าวสาร ระบบรักษาความปลอดภัย และระบบการควบคุมด้าน IT ขององค์กร

ส่วนบริการหลังอื่น ๆ ของ Google ในปี 2005 นี้ก็ยังมี Google Maps, Google Talk, Google Blog Search และที่โด่งดังเป็นข่าวหน้าหนึ่งในบ้านเราก็คือ บริการ Google Earth เทคโนโลยีภาพถ่ายดิจิตอลจากดาวเทียมที่ทำให้คุณสามารถเห็นแผนที่โลกทั้งโลกทั้งจากระยะใกล้และระยะไกลเพียงแค่การคลิกไม่กี่คลิกบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นั่นเอง



ปี 2006 ปีแห่งการเข้าสู่ระบบวิดีโอออนไลน์

ถือได้ว่าปี 2006 นี้เป็นปีทองของ Google ที่ขยายไลน์ธุรกิจออกไปสู่สังคมคนบันเทิงที่มีฐานผู้ชมเป็นจำนวนมหาศาลคอยรองรับกับบริการ Google Vides Store บริการร้านเช่าวิดีโอแบบออนไลน์ที่คุณสามารถเข้าไปชมคุณภาพวิดีโอ ทั้งระบบเช่าหรือว่าดาวน์โหลดซื้อรายการต่าง ๆ จากรายการกีฬาดัง ๆ ภาพยนตร์ทีวีซีรีส์เรื่องดัง รายการทีวีโชว์ หรือว่ามิวสิควิดีโอแบบเว็บออนไลน์ได้จากเว็บไซต์แห่งนี้

นอกจากนั้น Google ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถเข้าไปดาวน์โหลดสุดยอดของโปรแกรมรวมฮิตของ Google นั่นก็คือ Google Pack เป็นชุดโปรแกรมที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพของบราวเซอร์และทำให้การท่องเว็บของคุณนั้นง่ายขึ้นกว่าเดิมมากมายหลายเท่าเลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้เป็นปูมหลังหรือประวัติของ Google โดยสังเขป ซึ่งผมได้รวบรวมเอามาสรุปให้ได้อ่านกันเพราะว่า Google นั่นเริ่มต้นจากห้องแล็บ ซึ่งเป็นห้องพักในมหาวิทยาลัยของ 2 นักศึกษา ที่มีอุดมการณ์และความคิดที่เหมือนกัน มาถึงวันนี้ธุรกิจของ 2 หนุ่มนั้นแตกไลน์ไปแบบกู่ไม่หยุดแล้ว ถ้านับเป็นมูลค่าก็เป็นพันเป็นหมื่นล้านดอลลาร์ ถือได้ว่าเป็นกรณีศึกษาทางด้านไอทีที่เราสามารถนำไปศึกษาและเป็นตัวอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี



ประวัติโดยย่อของ Sergey Brin

ตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน : Co-Founder & President. Technology

Sergey Brin เดิมเกิดในกรุงมอสโคว์ จบการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ โดยได้รับคะแนนเกียรตินิยมจากสาขาวิชา mathematics and computer science และเข้าเรียนต่อหลักสูตรปริญญาโท Ph.D. ทางด้าน Computer Science จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่ซึ่งเขาได้พบกับ Larry Page และทำงานในโครงการสร้าง Search Engine ร่วมกันตั้งแต่ปี 1998

Sergey Brin เป็นนักวิจัยดาวรุ่งที่มีผลงานด้านการค้นคว้าเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลมากมายที่ได้รับการตีพิมพ์ อาทิเช่น Extracting Patterns and Relations from the World Wide Web; Dynamic Data Mining: A New Architecture for Data with High Dimensionality, Which he published with Larry Page; Scalable Techniques for Mining Casual Structures; Dynamic Itemset Counting and Implication Rules for Market Basket Data. และ Beyond Market Baskets: Generalizing.

ปัจจุบันนอกเหนือจากงานบริการใน Google แล้ว เขามักจะได้รับเชิญให้ออกไปขยายพูดคุยในเรื่องของเทคโนโลยีของระบบดัชนีค้นหาในอนาคต ตามรายการชื่อดังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น World Economic Porum and the Technology, Entertainment and Design Conference หรือว่าตามสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ อย่าง CNBC, ABC และ CNN เป็นต้น



ประวัติโดยย่อของ Larry Page

ตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน : Co-Founder & President. Products

Larry Page หนึ่งในสองผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของ Google เป็นบุตรชายของ Dr. Carl Victor Page ศาสตราจารย์ที่เสนอวิชา Computer science ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน ลารรี่เริ่มหลงใหลในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่อายุได้ 6 ปี และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนด้วยคะแนนระดับเกียรตินิยมทางด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์

ขณะที่ลารรี่ได้เข้าเรียนหลักสูตร Ph.D ทางด้าน Computer science ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในปี 1998 ลารรี่ได้พบกับเพื่อนคู่หู Sergey Brin ที่มีอุดมการณ์เดียวกันและร่วมกันพัฒนา Google ขึ้นมาจนกระทั่งลารรี่จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและในปี 2004 ลารรี่ก็ได้รับรางวัล Marconi Prize และได้รับแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการของสถาบันวิศวกรรมแห่งชาติมาจนถึงทุกวันนี้



บริการต่างๆ ของ Google

หลังจากที่เราได้รู้จักกับประวัติของ Google กันไปแล้ว ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องราวของบริการต่าง ๆ ที่ตอนนี้ Google ได้เปิดให้บริการแบบออนไลน์อย่างมากมาย นอกเหนือไปจากระบบดัชนีค้นหาหรือว่า Search Engines ซึ่งเป็นธุรกิจแรกเริ่มเดิมทีของ Google



บริการในกลุ่มดัชนีค้นหา(Search Engines)

Google Web Search Features ประกอบด้วยบริการค้นหาต่อไปนี้

 Book Search : บริการค้นหาหนังสือแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นบริการใหม่ของ Google ที่เพิ่งเปิดให้บริการกับแฟนหนังสือโดยเฉพาะ

 Cached Links : บริการช่วยจับประเด็นหรือหัวเรื่องสำคัญของเว็บไซต์ที่คุณต้องการจะค้นหา

 Calculator : เครื่องคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่คุณสามารถตั้งตัวเลข โดยคีย์ลงในช่องค้นหาของ Google แล้วคลิ้กหาคำตอบที่ต้องการได้เลย

 Currency Conversion : บริการแปลงหน่วยมาตราเงินสำหรับระบบแลกเปลี่ยนเงินตรา

 Definitions : หมวดคำศัพท์ที่คุณสามารถค้นหาความหมายของคำศัพท์ที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย

 File Types : ดัชนีค้นหาสินค้าออนไลน์ทั่วทุกมุมโลก

 Groups : ถ้าหากว่าคุณอยากรู้ข้อมูลข่าวสารที่มีคนโพสต์กันบนเว็บไซต์ สามารถค้นหาได้จากบริการนี้

 I ‘m Feeling Lucky : ปุ่มบริการดัชนีค้นหาที่ช่วยให้ค้นหาเว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว และตรงประเด็น โดยข้ามลิงก์ของเว็บไซต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้ถูกตัดออกไป

 Images : ระบบดัชนีค้นหารูปภาพที่คลิกได้ง่าย และเร็วทันใจ

 Local Search : บริการค้นหาธุรกิจและบริการต่าง ๆ ที่เปิดในสหรัฐ อังกฤษ และแคนาดา

 Movie : คุณสามารถเข้าไปดูรีวิวภาพยนตร์หรือว่าตารางโปรแกรมฉายแบบเรียลไทม์ได้จากฟีเจอร์นี้

 Music Search : ดัชนีค้นหาเพลงหรือว่าดนตรีที่มีให้บริการฟังเพลงออนไลน์หรือว่าดาวน์โหลดเพลงจากทั่วโลก

 News Headlines : บริการที่ทำให้คุณสารารถรู้ข้อมูลข่าวสารทันในที่ส่งมาจากรอบโลกแบบเรียลไทม์

 PhoneBook : บริการค้นหาเบอร์โทรศัพท์และเลขที่บนท้องถนนของสหรัฐอเมริกา

 Q&A : บริการใหม่ที่คุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับ Google บริการนี้ตอบปัญหาให้คุณได้ทุกเรื่อง

 Similar Pages : บริการแสดงหน้าเว็บเพจที่แสดงผลในหน้าเว็บที่เกี่ยวข้อง

 Site Search : กำหนดขอบเขตของการค้นหาเว็บไซต์ให้แคบลง

 Spell Checker : เครื่องมือช่วยในการสะกดคำ

 Stock Quotes : ดัชนีค้นหาสำหรับราคาหุ้นแบบเรียลไทม์

 Travel Information : บริการตรวจสอบสายการบินในสหรัฐ รวมถึงรายงานสภาพอากาศของสนามบิน

 Weather : บริการตรวจสอบสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศในทุกรัฐของสหรัฐ

 Web Page Translation : บริการแปลหน้าเอกสารภาษาอังกฤษเป็นภาษาอื่น ๆ



บริการในกลุ่ม Google Services

 Alerts : บริการแจ้งเตือนข่าวสารและผลการค้นหาผ่านอีเมล์แบบออนไลน์

 Answer : บริการตอบคำถามให้กับคุณได้ทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ โดยนักวิจัยชื่อดังกว่า 500 คน

 Blog Search : บริการค้นหาหัวข้อเรื่องที่เป็น Blog ในประเด็นที่คุณสนใจ

 Catalogs : บริการค้นหารายการสินค้าที่คุณสนใจและต้องการจะสั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์

 Directory : บริการค้นหาสาระสำคัญต่าง ๆ ที่อยู่บนเว็บไซต์

 Labs : บริการใหม่ ๆ ของ Google ที่คุณสามารถเข้าไปทดสอบใช้งานได้ฟรี ก่อนที่จะออกมาเป็นชุดเต็มของโปรแกรม

 Mobile : บริการหลักของ Google ที่สามารถนำไปใช้ได้กับเครื่องโทรศัพท์มือถือ เช่น บริการดัชนีค้นหาเอกสาร รูปภาพ หรือส่ง SMS

 News : บริการรายงานข้อมูลข่าวสารใหม่ ๆ จากทั่วทุกมุมโลกที่มีให้คุณได้อ่านก่อนใคร

 Scholar : บริการค้นหาเอกสารงานวิจัยใหม่ ๆ รวมทั้งบทคัดย่อจากห้องสมุดใหญ่ ๆ มากมาย

 Special Searches : บริการค้นหาประเด็นสาธารณะในส่วนที่เป็นองค์กร หรือว่าสถาบันที่ไม่หวังผลกำไรต่างๆ รวมถึงบริการค้นหาเว็บไซต์ของสถานศึกษาต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดในเรื่องของหลักสูตรการสอนและระเบียบวิธีการเข้าศึกษาต่อทั้งในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย

 Video : บริการค้นหารายการทีวีทางโทรทัศน์ เกมโชว์ มิวสิควิดีโอ ที่คุณสามารถเช่าชั่วโมงมาดูกันแบบออนไลน์ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณ



บริการในกลุ่ม Google Tools

 Blogger : เว็บไซต์ที่มีเครื่องมือสำหรับสร้าง Blogger ของคุณเอง

 Code : เครื่องมือสำหรับดาวน์โหลด APls และ Source code

 Desktop : เครื่องมือสำหรับช่วยค้นหาไฟล์และข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์

 Earth : เครื่องมือที่ทำให้คุณสามารถค้นหาแผนที่โลกจากดาวเทียม

 Gmail : บริการอีเมล์รุ่นทดสอบของ Google ที่มีความจุกว่า 2.6 กิกะไบต์

 Pack : ชุดเครื่องมือรวมฮิตของ Google รวมถึงบราวเซอร์สุดเก่ง Firetox

 Picasa : เครื่องมือสำหรับการบริหารและจัดการรูปภาพทั้งหมดที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์

 Local for Mobile : เครื่องมือสำหรับค้นหาแผนที่ของสถานที่ต่าง ๆ บนโทรศัพท์มือถือ

 Talk : เครื่องมือที่ทำให้คุณสามารถพูดคุย ส่งอีเมล์ กับเพื่อนของคุณแบบเรียลไทม์ออนไลน์

 Toobar : กล่องเครื่องมือที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลได้โดยตรง โดยไม่ต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Google

 Translate : เครื่องมือที่ทำให้คุณสามารถดูเว็บไซต์ได้หลาย ๆ ภาษา

 Labs : กลุ่มของชุดเครื่องมือใหม่ ๆ ของ Google ที่คุณสามารถเข้าไปทดลองดาวน์โหลดได้ฟรี



บริการสำหรับคนที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ (website owner)

 Google AdWords : ระบบสร้างโฆษณาและลิงก์เกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณ ด้วยวิธีการสร้างโฆษณาแบบง่าย ๆ นี้ จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายได้โดยไม่ยาก

 Google AdSense : เป็นบริการหาโฆษณาที่เจ้าของเว็บไซต์สามารถมีรายได้เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของตนเอง เพียงแต่คุณนำโฆษณาของ Google มาไว้บนเว็บไซต์ ด้วยระบบ Cost-per-click นี้จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ถ้าหากว่ามีคนคลิ้กดูโฆษณาบนเว็บไซต์ของคุณ



บริการสำหรับกลุ่มธุรกิจองค์กร (Enterprise Solutions)

Google Mini : บริการเครื่องมือค้นหาสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ บริการที่ทำให้บริษัทของคุณสามารถค้นหาเอกสารต่าง ๆ ในหน้าเว็บไซต์หรือในระบบเครือข่ายอินทราเน็ตได้ โดยใช้ Search Engine ได้สูงถึง 1 แสนแผ่นถึง 15 ล้านแผ่น บริการต่างๆ ของ Google นั้นส่วนใหญ่จะเป็น Freeware ที่คุณสามารถเข้าไปดาวน์โหลดและใช้บริการได้ฟรี ยกเว้นบริการในกลุ่มนี้เท่านั้นที่บริษัทหรือว่าองค์การต่าง ๆ อาจจะต้องเสียเงินสำหรับเครื่องมือตัวนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นบริการที่ราคาถูกไม่แพงเมื่อเทียบกับความสะดวกสบายที่ได้รับ

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของเว็บเสิร์ชเอนจิ้นที่ชื่อ Google ตั้งแต่แรกเริ่มจนมาถึงยุคปัจจุบัน รวมถึงบริการต่าง ๆ ที่ Google ได้ทำให้โลกของไซเบอร์เน็ตนั้นถูกย่อลงมา จากเดิมเคยเป็นเส้นขนานกับโลกแห่งปัจจุบันจนเริ่มกลายมาเป็นเส้นเดียวกันแล้วบทสะท้อนของเรื่องราวของ Google นั้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องราวที่พลิกโฉมหน้าให้กับโลกไซเบอร์อย่างที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนและถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ที่ควรจะนำมาศึกษาเส้นทางสู่ความสำเร็จนี้เพื่อเป็นแบบอย่างแก่อนาคตสำหรับใครก็ตามที่ต้องการจะสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ และประสบความสำเร็จเหมือนกับ Google นี้ในวันข้างหน้า...

แหล่งข้อมูลจาก www.google.com

joezine.exteen.com/20060219/google
oozingplanet เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 25 เม.ย. 2551 (22:13)

สุดยอดไปเลยแฮะ เก่งจัง !


Computer_Engineering เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 7 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 149 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 23 พ.ค. 2551 (19:44)

อยากรู้อ่าค่ะว่าทำไมคำว่า







"ใครซักคนมาดูแลเราไปจนตาย"




Googleหาไม่เจออ่ะค่ะ


buzzycat เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 9 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 129 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 13 มิ.ย. 2551 (12:19)

สุดยอดจริงๆขอรับท่าน


torres948 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 20 ก.ค. 2551 (19:12)

สุดยอดจริงๆครับYell คำว่า" google " คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักหรอกครับ


Dekd_Khonkaen เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 90 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 57 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 28 ต.ค. 2551 (23:06)

Don't be Evil สโลแกนที่ทั้งสองไมทิ้งครับ ไม่งั้น กูเกิลหน้าแรกคงมีแต่โฆษณา


songchai เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 7 พ.ย. 2551 (23:11)

ขอบคุณ google ที่ช่วยให้สืบหาข้อมูล ค้นคว้าได้ง่ายยิ่ง


sasinara เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 102 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 61 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 9 มี.ค. 2552 (11:44)

สึโค่ย


wu51231314 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 24 เม.ย. 2552 (14:13)

เมื่อก่อน yahoo เคยปฏิเสธ google
แต่เดี๋ยวนี้ google แซง yahoo ไปหลายก้าวแล้ว


prettypain เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 41 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 22 ก.ค. 2552 (21:27)
GG เป็น search engine ที่สุดยอดจิงๆค่ะ


















































ศิศิรา เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 8 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 9 ส.ค. 2552 (13:59)
ชอบครับ.
.
.
washburn23

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 24 ส.ค. 2552 (23:53)

ของเค้าดีจริง มีลูกเล่น กับของฟรีให้เพียบเลย


Annkuri

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 3 พ.ย. 2552 (22:06)

แวะมาอ่านครับ. Yell






ixzyte เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 186 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 54 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 24 ธ.ค. 2552 (23:52)

สุดยอด ครับ


losofc เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 10 มี.ค. 2553 (21:13)
ทำให้การค้นหาอะไรง่ายขึ้นดีมากคับ
pangyadeemark เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 15 มี.ค. 2553 (13:33)
ชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณนะค่ะ ขอให้บทความดีๆแบบนี้อยู่คู่สังคมไทยตลอดไปนะค่ะ
ใครชอบเพลงรักๆซึ้งๆ ลองดูที่นี่ค่ะ
ฟังเพลงเพลินๆ เพลงใหม่ ฟังเพลงใหม่ เพลงmp3 mp3ใหม่คลายเครียดดีกว่าค่ะ
โหลดเพลง โหลดเพลงmp3ฟรี โหลดเพลงฟรี ดาวน์โหลดเพลงฟรี โหลดเพลงใหม่ไม่มีนะค่ะ
susanleky เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 231 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 15 มี.ค. 2553 (14:55)
เขียนได้ดีค่ะ ชอบมากเลยค่ะ ขอบคุณนะค่ะ ขอให้เขียนบทความดีๆแบบนี้ไปตลอดนะค่ะ
ใครชอบฟังเพลงแวะมาฟังได้ที่นี้นะค่ะ ลองดูที่นี่ค่ะ
ฟังเพลง เพราะๆ เพลงใหม่ เพลงฮิต ฟังเพลงใหม่ เพลงmp3 mp3ฮิต มากมายเลยค่ะ
โหลดเพลง โหลดเพลงmp3ฟรี โหลดเพลงฟรี ดาวน์โหลดเพลงฟรี โหลดเพลงใหม่ ไม่มีนะค่ะ
kakanane เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


อ๊อฟ
(บุญญฤทธิ์ อุยยานนวาระ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 26,398 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 9 ปี
แบ่งปันความรู้ 795 ครั้ง
ได้รับดาว 258 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน


Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • thaigoodview
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
    ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : smile@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-5820595
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in1.1319 seconds !