 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/319" type="text/javascript"></script> |
|
|
The very Happy trip #1 - ภูพ่อบท เขาค้อ
หนาวนี้ น้อง Happy พาเที่ยว สัมผัสสายลมหนาว ดูทะเลหมอก กินผักสด สูดอากาศยอดเขา บนเขาค้อ ดินแดนสวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย แห่งเมืองมะขามหวาน เพชรบูรณ์
post ครั้งแรก: Thu 18 January 2007, 11:59 am ปรับปรุงล่าสุด: Thu 18 January 2007, 11:59 am
|
หน้าที่ 1 - Day 1 - ออกเดินทาง, เขื่อนป่าสัก, ภูพ่อบท, เขาค้อ

สวัสดีครับ ผมชื่อ เด็กชาย Happy ครับ เป็นลูกของแม่โอ และ พ่ออ๊อฟครับ ผมอายุครบ 17 เดือน แล้วครับ
ผมเป็นเด็กชอบท่องเที่ยวครับ เที่ยวไปเรื่อยเปื่อย เที่ยวได้ทุกเดือน ไปหลายที่ ไหนๆก็ไปเที่ยวมาแล้ว กลับมา ก็มาเล่าให้พี่ๆชาว วิชาการ.คอม ฟังกันดีกว่าครับ เอาแบบ Happy Happy เลยนะครับ และไหนๆก็เที่ยวบ่อย ผมก็เลย ขอโอกาสยึดพื้นที่ เปิดคอลัมน์ The very Happy Trip ขึ้นซะเลย

ผมชื่อ น้อง Happy ครับ
สำหรับ ทริปแรก ทริปหมายเลข 1 ที่จะมาเล่าให้ฟังกันวันนี้คือ ทัวร์ภูพ่อบท เขาค้อ
จังหวัดเพชรบูรณ์ ครับ คุณแม่ตระเวณหาที่เที่ยว จากเว็บไซท์ต่างๆ แล้วก็เห็นภาพสวยๆ
เหล่านี้ บนเว็บไซท์หลายๆที่เข้า ก็รู้สึกว่าน่าจะดี ก็เลยเลือกที่นี่แล้วก็ลองไปดู
ไม่รู้เป็นตามในภาพหรือปล่าวน้อ



เอาเลย ไปร่วมกันค้นหาความจริง ที่เขาค้อกันดีกว่าครับ
The very Happy Trip #1 - Day 1 (18 พฤศจิกายน 2548)
พวกเรา อันประกอบด้วย อาก๊ง คุณยายติ๋ม คุณยายแต๋ว คุณแม่ คุณพ่อ และ ผม ออกเดินทางจาก
กรุงเทพ ขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าไปตามป้ายบางปะอิน ไปลงทางออก ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์
รังสิต ขับผ่าน นวนคร ผ่านอยุธยา เข้าสู่ สระบุรี
เรามุ่งหน้าตรงต่อไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์ เป้าหมายคือ เขาค้อ ใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมงตั้งแต่ออกจากบ้าน แบบขับไปแวะไป (เราไปแวะที่เขื่อนมาด้วย) เราก็เข้าใกล้เป้าหมาย เจอป้ายยินดีต้อนรับสู่เขาค้อ พร้อม motto น่ารักๆ "
นอนเขาค้อหนึ่งคืน อายุยืนขึ้นหนึ่งปี"
ก็ตามแผนที่ไปเรื่อยๆ เรามาถึงทางเลี้ยว ที่จะเลี้ยวไป
ภูพ่อบท ที่เป็นที่พักที่คุณแม่โทรมาจองไว้ ก็ประมาณ พลบค่ำพอดี ที่นี่เป็นที่ที่ไม่ใหญ่นัก ไม่ปรากฎชื่ออยู่ในแหล่งท่องเที่ยวของ เพชรบูรณ์ แต่ คุณแม่อ่านคำวิจารณ์จาก
เว็บเที่ยวเพชรบูรณ์ของนายมะขาม
บอกว่าดีมาก ก็เลยจองมา
ตอนเลี้ยวเข้าไปยังไม่ค่อยแน่ใจว่าหลงทางหรือปล่าว เพราะทางเข้าทั้งเปลี่ยว ทั้งมืด
(แนะนำอย่างที่สุดว่า ถ้าจะมาที่นี่ควรมาถึงก่อนค่ำ) น่ากลัวเหมือนกัน คุณแม่เริ่มใจไม่ดี
เพราะทางมันเปลี่ยวเหลือเกิน แล้วออกแนวบ่นๆว่า ไม่รู้จะ work หรือปล่าว เพราะรู้จักที่นี่ผ่าน internet
ใช้เวลาลุ้นอยู่ประมาณ 5 นาที กับระยะทาง 5 กิโลเมตร สุดเปลี่ยว กลางเขาแสนคดเคี้ยว
มีแค่แสงจันทร์ครึ่งดวงกับแสงไฟหน้ารถของเรา แต่ในที่สุดเราก็ถึงที่หมาย ทันทีที่จอดรถ
มีคุณลุงหน้าตาใจดี เดินมาต้อนรับถึงรถ พอเราเปิดประตูรถออกมา อากาศหนาว หนาวจริงๆครับ (เทอร์โมมิเตอร์ที่ติดอยู่ที่ห้องอาหาร ที่เปิดโล่งรับลม อ่านได้ 20 องศาเซลเซียส
) คุณแม่โอต้องรีบเอาผ้ามาพันให้ผมเป็นการใหญ่ สถานที่พักดูดี เป็นกันเอง ไม่เปลี่ยว
ทุกคนยิ้มออกทันที
เราอยู่บ้านหลังที่ 3 (ทุกคนเรียก บ้าน 3) ซึ่งเป็นเนิน ที่ต้องเดินขึ้น จากบริเวณห้องอาหาร
หรือที่จอดรถอีกประมาณ 30 ขั้นบันไดชันๆ ภาพข้างล่างนี้เป็นหน้าตาของบ้านที่เราพัก
อันนี้ถ่ายตอนเช้าวันรุ่งขึ้นนะครับ ตอนคุณแม่บอกตอนแรก ทั้งหลังเนี๊ยะ (มีห้องนอน
2 ห้อง และ 1 ห้องน้ำ พร้อม ทีวี และ เครื่องทำน้ำอุ่น) คืนละ 1,500 บาท คุณแม่ยิ้มด้วยความภูมิใจ แต่ที่นี่ไม่ใช่รีสอร์ตนะครับ เพราะเค้าไม่มีผ้าเช็ดตัวให้ ต้องเตรียมกันมาเอง อาหารการกินก็จะมีบริการคิดเหมาจ่ายหัวละ 200 บาท ต่อ 2 มื้อ ต่อ 1 คน (เช้ามื้อ เย็นมื้อ - คนหนึ่งคนกินให้พุงกาง ก็ 200) และจัดมาให้ที่โต๊ะ มีพี่สาวน่ารัก ชื่อพี่แนน มาคอยเสริฟให้
ก็เป็นบริการที่แปลกดีครับ

ภาพที่ห้องพัก ของ ภูพ่อบท (ถ่ายเมื่อ 19 พย 2548 โดยคุณพ่อ)
เราก็จัดการหม่ำข้าวด้วยความอร่อย โดยเฉพาะยอดฟักแม้วสดๆผัดน้ำมันหอย อร่อยจริงๆ
(อันนี้ผมดูจากหน้าคุณพ่อครับ) แกงส้มปลาก็ไม่ใช่ย่อย ส่วนอาหารของผม คุณป้าแม่ครัว เตรียมพิเศษ เพราะรู้ว่ามีเด็กมาด้วย เป็นข้าวต้มกับไข่เจียวก็อร่อยดีครับ (คุณพ่อยังแอบขโมยไข่เจียวของผมไปทานเลย)
คืนแรก เรื่องที่นอนไม่มีปัญหา ห้องกว้างขวาง อาก๊ง อยู่ห้องเดียวกับคุณยายทั้งสอง
คุณแม่นอนห้องเดียวกับคุณพ่อและก็ผม แต่เรื่องการอาบน้ำก็ฉุกละหุกพอสมควร เพราะ เครื่องทำน้ำอุ่นเจ้ากรรมดันไม่ทำงาน คุณลุงใจดีขึ้นมาดู ก็เดาว่าแก๊สหมด แถมบรรยายให้คุณพ่อฟังว่า เมื่อก่อนแถวนี้ไม่มีไฟฟ้า ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นเลยใช้แก๊ส เดี๋ยวจะเอาแก๊สกระป๋องใหม่มาเปลี่ยนให้
แต่เปลี่ยนแล้ว ก็ไม่ดีขึ้นครับ เพราะรู้สึกว่า เครื่องจะจุดแก๊สไม่ติด ทำยังไงก็ไม่ติด "เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ" พี่ชายใจดี ท่าทางจะเป็นลูกน้องของคุณลุงใจดีบอก "สำหรับคืนนี้ เดี๋ยวผมต้มน้ำใส่หม้อ แล้วยกมาให้ ผสมกับน้ำเย็นอาบไปก่อน" อีก 10 นาทีต่อมา พี่ชายใจดี ก็ยกน้ำร้อนจัด ในหม้อข้าวต้มขนาดยักษ์ (ขนาดที่ผมลงไปนอนแช่ได้สบาย) ปีนบันไดขึ้นมาให้ อีก 5 นาทีต่อมา ก็ยกการต้มน้ำแบบกระบวย ที่ใส่น้ำเดือดปุดๆมาให้อีกกา อีก 2-3 นาที น้ำร้อนก็มาอีก 1 หม้อใหญ่ จนคุณพ่อต้องบอกว่า พอแล้วครับ แค่นี้ก็อาบไม่หมดแล้ว (ผมรู้ครับว่าคุณพ่อหมายถึง "คุณพ่อไม่อาบน้ำครับคืนนี้ หนาว!!") และก็อาบไม่หมดจริงๆ เพราะน้ำร้อนที่ยกมาร้อนจริงๆ ผสมน้ำเย็นเจี๊ยบจากฝักบัว เท่าไหร่ก็ดูเหมือนไม่หายร้อน อาก๊ง คุณยายติ๋ม คุณยายแต๋ว กับคุณแม่ อาบ เสร็จแล้วยังเหลือ ให้คุณพ่ออาบได้สบาย
ห้องนอนไม่มีแอร์ แต่ผมเห็นคุณพ่อใส่เสื้อยืด 2 ตัว แล้วเสื้อสเว็ตเตอร์อีกหนึ่งตัว กางเกงขาสั้นหนึ่งตัว ทับด้วยกางเกงเลอีกตัว แล้วห่มผ้าอีกผืน หลับสบายถึงเช้า
พรุ่งนี้ผมมีภาพสวยๆมาให้ดูเยอะเลยครับ ไปดูกันเลยดีกว่าครับ
.
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 23 ธ.ค. 2549 (14:46) ก็ไปภูพ่อบทมาเหมือนกัน เมื่อ 16 - 17 ธันวาคม 49 ไปกัน 20 คน อากาศหนาว
สุดยอดเลย 16 องศา ลมแรงมาก บรรยากาศดีเยี่ยมสำหรับ ฮานาทีม
กนกพร (ตู่) (IP:58.9.66.214)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 25 ธ.ค. 2549 (10:08) จะไป 12-14 มกรานี้ค่ะ ขอให้ยังหนาวอยู่นะ แต่ถ้า 16 องศาต้องแต่งตัวยังไงดีนี่
แม่น้องมิกซ์ (IP:203.144.210.219)