สารบัญ
หน้าที่ 1 - โรคกระเพาะไม่ใช่แค่แผลในกระเพาะ
ดร.
นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)
ผมมีเบื้องหลังการค้นพบสำคัญที่ส่งผลทำให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์สองท่านคือ โรบิน
วอร์เรน (Robin Warren) และ แบรี มาร์แชล (Barry Marshall) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ปีนี้
(ค.ศ. 2005) ไปครอง มาฝากกันครับ
ในคำประกาศของคณะกรรมการโนเบลที่ออกมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2548 ที่ผ่านมา ระบุว่านักวิทยาศาสตร์
ชาวออสเตรเลียทั้งสองท่าน ได้รับรางวัลโนเบล จากผลงานเกี่ยวกับการค้นพบอันโดดเด่น
และไม่คาดฝัน เกี่ยวกับ แบคทีเรีย Helicobacter pylori และบทบาทของมัน ในการก่อโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
และแผลในลำไส้ตอนต้น
อ่านแล้วมีใครสงสัยไหมครับว่า ทำไมแค่การค้นพบแบคทีเรียชนิดเดียว จึงทำให้ได้รับรางวัลโนเบลไปได้?
ถ้าสงสัยก็ต้องอ่านต่อไปกันทันทีเลยครับ

วอร์เรน (ไว้หนวดเครา) และมาร์แชล
ผู้พิสูจน์ว่าโรคกระเพาะมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง
คู่หูนักคิดนอกกรอบ
การค้นพบดังกล่าวสำคัญอย่างไร?
เพื่อจะตอบคำถามนี้ ต้องย้อนยุคกลับดูวิทยาศาสตร์ในสมัยต้นทศวรรษ 1980 หรือราว 20
ปีที่แล้วที่ทั้งคู่เริ่มจับงานวิจัยนี้กันครับ ในตอนนั้น ดร. วอร์เรน ซึ่งเป็นนักพยาธิวิทยาสังเกตเห็นว่า
คนไข้ราวครึ่งหนึ่งที่เขาตัดชิ้นเนื้อกระเพาะอาหารส่วนล่างมาตรวจ มีแบคทีเรียขนาดเล็กรูปทรงโค้งหรือคล้ายเกลียวปะปนปรากฏให้เห็น
แบคทีเรียชนิดนี้ต่อได้รับการขนานนามว่า เฮลิโคแบคเทอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori)
นั่นเอง
สังเกตนะครับว่า ชื่อเจ้าแบคทีเรียแสนประหลาดตัวนี้ แม้ว่าจะยาวแต่ก็จำได้ง่ายมาก
เพราะคล้ายกันเสียเหลือเกินกับคำว่า เฮลิคอปเทอร์ (helicopter) ต่างกันนิดเดียว อันที่จริงชื่อสกุล
(genus) ว่า Helicobacter มีความหมายแสดงถึงรูปร่างของมันว่าเป็น แบคทีเรียรูปเกลียว
โดยมีรูปร่างหน้าตาที่มีลักษณะเฉพาะตัวดังแสดงในรูปประกอบ สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจบางอย่างของแบคทีเรียชนิดนี้ก็ดูได้จากในกรอบข้อมูล
ความจริงแล้ว วอร์เรนไม่ใช่คนแรกที่เสนอสมมติฐานนี้นะครับ ก่อนหน้านั้นราว 30 ปีก็มีคนเสนอว่า
โรคกระเพาะอักเสบอาจมาจากการติดเชื้อ แต่หลังจากพยายามตรวจสอบชิ้นเนื้อกว่าพันชิ้น
แต่ก็ไม่พบเชื้อต้นเหตุแต่อย่างใด ก็เลยไม่มีใครสนใจสมมติฐานเรื่องนี้ไปอีกนานหลายทศวรรษ
โฉมหน้าของ H. pylori ที่บันทึกภาพด้วยกล้องจุลทรรศน์และดัดแปลงภาพด้วยเทคนิคต่างๆ กัน
แต่เรื่องสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้ไปไกลกว่าแค่ความเชื่อ ก็คือ วอร์เรนสังเกตเห็นว่า
บ่อยครั้งที่พบว่า มีอาการอักเสบ ของเนื้อเยื่อ ใกล้กับบริเวณใกล้กับที่พบแบคทีเรียพวกนี้
ตรงนี้เองที่คุณหมอมาร์แชล เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะในขณะนั้น เขายังเป็นแพทย์ฝึกหัด
และเกิดสนใจ ในการค้นพบของดร. วอร์เรน จึงได้เข้ามาร่วมงานกัน และศึกษาชิ้นเนื้อที่ได้จากผู้ป่วยราว
100 คน จนสังเกตพบหลักฐานยืนยันว่า
ผู้ป่วยที่เกิดการอักเสบ ของกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ส่วนต้นแทบทุกคน
จะพบแบคทีเรียนี้อยู่ในเนื้อเยื่อด้วย
พวกเขาจึงเสนอสมมติฐานว่า Helicobacter pylori น่าจะเป็นสาเหตุของโรค ในกลุ่มดังกล่าว อาจมีบางคนที่คิดว่า ทุกคน (หรือส่วนใหญ่) จะยินดีปรีดากับแนวคิดนี้? แต่
ผิดครับ
ตรงกันข้ามเลย มีแต่คนไม่เห็นด้วยเต็มไปหมด มีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อว่า แนวคิดที่ว่า
แบคทีเรีย
ทำให้เกิดแผลในกระเพาะ หรือลำไส้ จะเป็นเรื่องจริงไปได้ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน หากพูดถึงโรคกระเพาะ แพทย์จะวินิจฉัย ว่าสาเหตุจะมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกรดในกระเพาะที่มากเกินไป, ความเครียด, อาหารเผ็ดร้อน, การสูบบุหรี่, แอลกอฮอล์ หรือแม้แต่ผลจากพันธุกรรม!
สาเหตุหลักๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ ไม่เชื่อว่า จะมีแบคทีเรีย อาศัยอยู่กินเที่ยวท่อง ในกระเพาะอาหารของคนเราได้ ก็เพราะว่า สภาพความเป็นกรด อย่างมาก ของกระเพาะอาหาร (pH ~ 2-3) ที่น่าจะทำให้กระเพาะเป็น บ่อกรดสังหาร สำหรับสิ่งมีชีวิต ทุกชนิดในโลกนั่นเอง ประกอบกับในยุคนั้น ยังไม่มีใครเคย ค้นพบว่ามีแบคทีเรีย ที่อาศัยในสภาพกรดยิ่งยวด เช่นนั้นได้มาก่อน แต่ความเป็นจริงก็คือ กระเพาะ เป็นนรกสำหรับสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด
ยกเว้นก็แต่ H. pylori ที่มันสามารถอาศัย อยู่ได้ในกระเพาะอาหาร อย่างสบายๆ
ราวกับ อยู่ในรังนอนอันอบอุ่นก็ไม่ปาน
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 41 ความเห็น, หน้า่ |
1|
2| -
3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 14 ก.พ. 2549 (17:43) วงการสาธารณสุขของเมืองไทยไม่เห็นให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแนวการรักษาโรคกระเพาะกันเลย เห็นยังคงจ่ายยาลดกรดให้คนไข้เหมือนเดิม
หมออนามัย (IP:203.113.76.8,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 14 ก.พ. 2549 (19:56) ผมคิดว่า ความรู้นี้อาจนำไปสู้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ของวงการแพทย์เลย ครับ
เป็นความรู้ที่คนในยุคปัจจุบันค้นพบ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ สำหรับ มนุษยือย่างเราๆท่านๆ เลย อะครับ
ยังไง ก็ ขอให้ vcharkarn ของพวกเรา ทำสิ่งดีๆ เพื่อ สังคม อย่างนี้ ตลอดไปนะคราป......
ขอบคุงคราป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 28 ก.พ. 2549 (13:13) มานแปลกดีแหะ!!!สมควรได้โนเบลแล้วละคิดได้ไงเนี่ย
แล้วที่บอกว่ากรดในกระเพาะมันมีค่าpHต่ะมากนี่เปน
เพราะน้ำย่อยตัวไหนหรอค่ะ
peeki
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 28 ก.พ. 2549 (16:40) อย่าหาว่า...เลยนะครับ คือ Helicobacter pylori (H. Pylory) อ่านเป็นภาษาไทยว่ายังไงครับ? (เฮลเลอร์โคแบคเตอร์ เพียรลอยรี่)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 29 มี.ค. 2549 (20:51) ใช้สูตร AOC
A=Amoxicillin 1000mg วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น
O=Omeprazole 20 mg วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้าเย็น
C=Clarithrmycin 500 mg วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น
กินติดต่อกันนาน 1-2 สัปดาห์
แต่โรคกระเพาะ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการติดเชื้อเสมอไปนะ
Reference Pharmacotherapy Handbook
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 6 เม.ย. 2549 (23:32) น่าสนใจมากครับ ผมลองค้นหาเรื่องนี้ดู แต่ส่วนใหญ่มันเป็นภาษาอังกฤษนะครับ แปลไม่ออก ก็เลยลองมาโพสต์ดูเผื่อใครจะใจดีแปลให้หน่อยครับ ไม่รู้ว่ารูปจะขึ้นหรือเปล่าครับ
Figure 2.
CagA interaction with epithelial cells. H. pylori cells with intact cag islands, including an active type IV secretion system, possess a pilus composed of CagY protein. The cagA product is injected into the cytoplasm of the host cell, where tyrosine (Y) residues near its COOH-terminus are phosphorylated. Phosphotyrosine-CagA interacts with several major signal-transduction pathways in the host cell (40, S113), affecting phenotypes including cell morphology, proliferation, and apoptosis (see text). ERK, extracellular signalregulated kinase; PTPase, protein-tyrosine phosphatase; P, phosphate.
ข้อมูลจากเว็บ http://www.pubmedcentral.gov/articlerender.fcgi?artid=324548&rendertype=figure&id=F2
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 9 เม.ย. 2549 (23:55) อืมกรดในกระเพาะที่มีค่า pH ต่ำเนื่องมาจากกรดเกลืดครับ ไม่ใช่เอนไซม์ เอนไซม์จะเกิดการ active เมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสมของมัน ร่างกายจึงมีการปรับสภาพกรดเบส ในร่างกายเช่นหลั่งกรดเกลือออกมา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 5 พ.ค. 2549 (09:49) ในกระเพาะอาหารมีค่าpHประมาณ1.8-2.5ครับ จัดอยู่ในกรดแก่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 7 พ.ค. 2549 (14:47) ตอนนี้เป็นโรคกระเพาะ เวลาปวดท้อง(ส่วนใหญ่จะปวดตอนเย็นๆ ถึงหัวค่ำ ) จะกินยาเคลือบกระเพาะ พอเช้ามาก็อ้วก
แต่
ถ้าไม่กินยาเคลือบกระเพาะ ปล่อยให้หายปวดเอง ก็จะไม่อ้วกตอนเช้าคะ
จะทำไงให้หายดีคะ เป็นมาหลายปีแล้ว
c_cin
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 488 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 158 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 29 พ.ย. 2549 (21:56) สุดยอด
tangmoboy205 (IP:125.24.133.89)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 5 ก.พ. 2550 (13:51) การรักษาที่ใช้ได้ผลตอนนี้ คืออะไรคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 8 ก.พ. 2550 (17:53) สังเกตแล้วจะเห็นว่า โรคกระเพาะจะเกิดอาการ เมื่อคนๆนั้น กินอาหารไม่เป็นเวลา อยากทราบว่า มันเกี่ยวกันไหม หรือว่าแบคที่เรียชนิดนี้ มันอาศัยกัดกินเศษอาหารในกระเพาะ พอไม่มีอาหารลงไปให้มันกิน มันเลยจัดการขย้ำกระเพาะซะเลย ง่ำ ๆ อร่อย ไม่ใช่สมมติฐานนะคะ แต่นึกถึงเสือที่หิวจัดนะคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 16 ก.พ. 2550 (16:08) เป็นความรู้ที่น่าทึ่งมากเลยคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
คนหล่อ007 (IP:202.129.52.162)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 7 พ.ค. 2550 (22:59) เป็นภูมิแพ้และโรคกระเพาะที่เกิดแบคที่เรียH.pyloriอยู่ค่ะ อาการแรกเริ่มคือมีผื่นลมพิษเรื้อรัง อยากทราบข้อมูลต่างๆดังนี้ค่ะ
-ทำไมอาการเริ่มแรกถึงเป็นผื่นลมพิษ
-สาเหตุเกิดจากการที่ทานอาหารที่ไม่สะอาดจึงทำให้เกิดH.pyloriใช่ไหมคะ
-อยากทราบแนวทางการรักษาทางยาราคายามาตรฐานและผลข้างเคียงของสเตียรอย
-ทานยาที่รพ.มา15วันแล้วเริ่มตั้งแต่วันที่23เม.ย.ค่ายาแพงมากสามารถซื้อยาเองได้หรือไม่
-การที่เราจะทราบว่ารักษาหายแล้วจำเป็นต้องส่องกล้องดูกระเพาะด้วยหรือไม่
-ถ้าตั้งครรภ์ตอนนี้จะมีผลเสียต่อทารกอย่างไร
-โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือเปล่า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 7 พ.ค. 2550 (23:37) ตอนแรกเป็นผดผื่นคันพอเกาก็จะมีตุ่มน้ำเล็กๆขึ้นมาเป็นบางส่วนของร่างกายจะขึ้นแล้วก็หายไปเองในเวลาต่อมาและจะเป็นๆหายๆไปหาหมอครั้งแรกหมอไม่ทราบว่าเป็นอะไรก็ให้ยาแก้แพ้มาทาน1อาทิตย์แต่ก็ไม่หายคันซักทีแถมมีแผลเป็นอีกก็เลยเปลี่ยนที่ที่ใหม่หมอบอกว่าเป็นอีสุกอีใสรอบ2ก็ให้ยาแก้อักเสบยาแก้แพ้ยาทากันแผลเป็นมา1อาทิตย์ก็ไม่ดีขึ้นอาการคันที่เกิดครั้งนี้คือเหมือนผื่นลมพิษจะขึ้นเยอะมากๆทั้งตัวเลยยิ่งเกายิ่งคันแต่ไม่ขึ้นที่หน้าช่วงเวลาที่มีอาการลมพิษขึ้นจะเป็นช่วงก่อนเช้ามืดครั้งละ1ชั่วโมงและหายไปเองเป็นอย่างนี้5วันเริ่มรู้ตัวว่าไม่ใช่อีสุกอีใสแล้วก็เลยไปรพ.บำรุงราฎร์เพราะได้ยินมาว่าหมอเก่งมากๆก็เลยรู้ว่าเป็นภูมิแพ้แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุที่มีคือโรคไทรอย,โรคพุ่มพวง,โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์,เป็นพยาธิ,และสุดท้ายคือแบคที่เรียที่ชื่อ H.pylori งงสิคะตกลงเราเป็นอะไรกันแน่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 8 พ.ค. 2550 (00:09) หลังจากตรวจเลือด,ปัสสาวะ,อจจาระแล้ววินิจฉัยสาเหตุที่เป็นลมพิษทั้งหมดก็ได้พบแบคทีเรียที่ชื่อH.pyloriเป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคกระเพาะและเป็นแผลแต่กว่าจะเจอหมอก็ให้ยาถ่ายพยาธิทานเรียบร้อยแล้ว ทีนี้งงหนักกว่าเดิมอีกเถียงหมอว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงก็ไม่มีอาการปวดท้องเและทานอาหารตรงเวลาเริมเครียดค่ะว่าทำไมมันมาเป็นโรคนี้ได้วินิจฉัยผิดป่าวก็ที่ผ่านมาผิดหมดทั้งผื่นแพ้อาหาร,อีสุกอีใส,ลมพิษและที่สันนิฐานก็มีไทรอย,โรคพุ่มพวง,โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์,พยาธิ์,แล้วมาสรุปว่าเป็นโรคกระเพาะแถมอาการของโรคก็ไม่มีจะไม่งงได้ยังไงคะ คุณหมอก็บอกว่าสาเหตุของลมพิษก็คือโรคกระเพาะส่วนลมพิษคืออาการที่เกิดจากโรคกระเพาะที่มีแบคทีเรียที่ชื่อH.pyloriก็งงเหมือนเดิมเกิดมาไม่เคยได้ยินและไม่เคยเห็นมีคนเป็นโรคนี้เลยแต่ก็ลองเชื่อแบบงงๆอีกรอบจะเป็นไรไป แล้วก็รับยาแก้โรคกระเพาะมาทานแล้วอีก5วันนัดมาทำSkin Test
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 8 พ.ค. 2550 (00:31) น่าแปลกนะคะเป็นผื่นลมพิษทานยาแก้แพ้กับยาแก้อักเสบทั่วไปและยาลดบวมไม่หายแต่พอทานยารักษาโรคกระเพาะแค่วันเดียวลมพิษหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะทีนี้เริ่มจะเชื่อหมอคนนี้แล้วค่ะต่อมาก็ได้รับยาอีกเยอะมากๆส่วนใหญ่เป็นยาปฏิชีวนะ,ยาลดกรด,ยาแก้แพ้ทำนองนี้อ้อช่วงแรกๆมีพวกสเตียรอยด้วยแล้วก็นัดหมออีกคราวนี้ยาเยอะกว่าเดิมอีกต้องกินหลายวันมากผลค้างเคียงก็เยอะเช่นคลื่นใส้ขมปากตลอดเวลาผมรวงกราวเริ่มไม่ไหวเลยถามหมอว่าถาไม่รักษาต่อจะเป็นไงหมอตอบอย่างเรีบยเฉยว่ากระเพาะก็จะทะลุแล้วเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งตกใจค่ะไปๆมาๆชั้นจะเป็นมะเร็งไม๊เนี่ยก็เลยต้องทนกินยาต่อเพราะหมอบอกว่ามียาต้านมะเร็งอยู่ในนั้นด้วยเฮ้อกลุ้มใจใครถามว่าเราเป็นอะไรอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 8 พ.ค. 2550 (00:45) ตอนนี้ก็ยังกินยาอยู่ผลข้างเคียงที่มีคือตัวบวม,น้ำหนักเพิ่ม,การรับรสเปลี่ยนไป,ผมร่วงยังสงสัยว่าไม่เคยมีประวัติเป็นโรคกระเพาะไม่รู้สึกปวดท้องสักนิดไม่รู้สึกอยากอาเจียนแถมอาการของโรคยังเกิดจากลมพิษทำไมอาการแตกต่างจากข้อมูลในนี้และเเทบจะไม่มีอาการที่เหมือนกันเลยแต่กลับเป็นโรคเดียวกันมีใครที่สามารถอธิบายได้บ้างคะจักขอขอบคุณอย่างยิ่งเพื่อที่จะนำไปเป็นแนวทางในการรักษาของดิฉันค่ะ ส่งข้อมูลมาทางE-mailนี้ก็ได้นะคะ
supanee_noon@hotmail.com
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 21 เม.ย. 2551 (20:57) ปัจจัยอื่นที่มีความสำคัญต่อการติดเชื้อ H.pylori ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น อาหารที่มีไขมันมาก ภาวะความเครียดจากการทำงาน การสูบบุหรี่ และ ปริมาณ vitamin C ใน gastric juice ความสำคัญของปัจจัยเหล่านี้ในคนไทยยังไม่มีการศึกษามากนัก จำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง จึงจะให้ผลที่นำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนป้องกันการติดเชื้อได้ในอนาคต
ถึงแม้ว่าการตรวจหาเชื้อ H.pylori จะทำได้หลายวิธี เช่น การส่องกล้องลงไปตัดชิ้นเนื้อมาพิสูจน์ การเพาะเชื้อ การตรวจหาantibodies ในน้ำลายและเลือด และการตรวจ breath test เป็นต้น แต่วิธีการตรวจหลายอย่างยังมีราคาแพงและไม่เหมาะกับการใช้ในประเทศไทย หากสามารถวิจัยจนได้วิธีที่เหมาะสมและมีความสะดวกสบายในการใช้ โดยเหมาะกับเศรษฐฐานะของคนไทยด้วยก็จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง
ที่มา :
http://kmnrct.nrct.go.th/healthstategic/pdf/2541/organ/O06.pdf ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 26 มิ.ย. 2551 (18:24) ราคา ค่า ตรวจGastroscope และค่ายารักษา เมื่อพบเชื้อ H.Pylori.
ยังมีราคาแพง...........,มีวิธีป้องกันไม่ให้เชื้อนี้เข้าสู่กระเพาะอาหาร
หรือไม่