 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/320" type="text/javascript"></script> |
|
|
รางวัลโนเบลด้านการแพทย์ แด่ชายผู้หาญกล้ากลืนกินเชื้อโรค
เบื้องหลังการค้นพบว่า โรคกระเพาะอาหารอักเสบ และแผลในลำไส้ตอนต้น เกิดจาก แบคทีเรีย ที่ส่งผลทำให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์สองท่าน ได้รับรางวัลโนเบลการแพทย์ ปี 2005
post ครั้งแรก: Fri 20 January 2006, 2:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 20 January 2006, 2:29 pm
|
หน้าที่ 1 - โรคกระเพาะไม่ใช่แค่แผลในกระเพาะ
ดร.
นำชัย ชีววิวรรธน์
ฝ่ายบริหารจัดการความรู้
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)
วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)
ผมมีเบื้องหลังการค้นพบสำคัญที่ส่งผลทำให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์สองท่านคือ โรบิน
วอร์เรน (Robin Warren) และ แบรี มาร์แชล (Barry Marshall) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ปีนี้
(ค.ศ. 2005) ไปครอง มาฝากกันครับ
ในคำประกาศของคณะกรรมการโนเบลที่ออกมาในวันที่ 3 ตุลาคม 2548 ที่ผ่านมา ระบุว่านักวิทยาศาสตร์
ชาวออสเตรเลียทั้งสองท่าน ได้รับรางวัลโนเบล จากผลงานเกี่ยวกับการค้นพบอันโดดเด่น
และไม่คาดฝัน เกี่ยวกับ แบคทีเรีย Helicobacter pylori และบทบาทของมัน ในการก่อโรคกระเพาะอาหารอักเสบ
และแผลในลำไส้ตอนต้น
อ่านแล้วมีใครสงสัยไหมครับว่า ทำไมแค่การค้นพบแบคทีเรียชนิดเดียว จึงทำให้ได้รับรางวัลโนเบลไปได้?
ถ้าสงสัยก็ต้องอ่านต่อไปกันทันทีเลยครับ

วอร์เรน (ไว้หนวดเครา) และมาร์แชล
ผู้พิสูจน์ว่าโรคกระเพาะมีสาเหตุมาจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง
คู่หูนักคิดนอกกรอบ
การค้นพบดังกล่าวสำคัญอย่างไร?
เพื่อจะตอบคำถามนี้ ต้องย้อนยุคกลับดูวิทยาศาสตร์ในสมัยต้นทศวรรษ 1980 หรือราว 20
ปีที่แล้วที่ทั้งคู่เริ่มจับงานวิจัยนี้กันครับ ในตอนนั้น ดร. วอร์เรน ซึ่งเป็นนักพยาธิวิทยาสังเกตเห็นว่า
คนไข้ราวครึ่งหนึ่งที่เขาตัดชิ้นเนื้อกระเพาะอาหารส่วนล่างมาตรวจ มีแบคทีเรียขนาดเล็กรูปทรงโค้งหรือคล้ายเกลียวปะปนปรากฏให้เห็น
แบคทีเรียชนิดนี้ต่อได้รับการขนานนามว่า เฮลิโคแบคเทอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori)
นั่นเอง
สังเกตนะครับว่า ชื่อเจ้าแบคทีเรียแสนประหลาดตัวนี้ แม้ว่าจะยาวแต่ก็จำได้ง่ายมาก
เพราะคล้ายกันเสียเหลือเกินกับคำว่า เฮลิคอปเทอร์ (helicopter) ต่างกันนิดเดียว อันที่จริงชื่อสกุล
(genus) ว่า Helicobacter มีความหมายแสดงถึงรูปร่างของมันว่าเป็น แบคทีเรียรูปเกลียว
โดยมีรูปร่างหน้าตาที่มีลักษณะเฉพาะตัวดังแสดงในรูปประกอบ สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจบางอย่างของแบคทีเรียชนิดนี้ก็ดูได้จากในกรอบข้อมูล
ความจริงแล้ว วอร์เรนไม่ใช่คนแรกที่เสนอสมมติฐานนี้นะครับ ก่อนหน้านั้นราว 30 ปีก็มีคนเสนอว่า
โรคกระเพาะอักเสบอาจมาจากการติดเชื้อ แต่หลังจากพยายามตรวจสอบชิ้นเนื้อกว่าพันชิ้น
แต่ก็ไม่พบเชื้อต้นเหตุแต่อย่างใด ก็เลยไม่มีใครสนใจสมมติฐานเรื่องนี้ไปอีกนานหลายทศวรรษ
โฉมหน้าของ H. pylori ที่บันทึกภาพด้วยกล้องจุลทรรศน์และดัดแปลงภาพด้วยเทคนิคต่างๆ กัน
แต่เรื่องสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้ไปไกลกว่าแค่ความเชื่อ ก็คือ วอร์เรนสังเกตเห็นว่า
บ่อยครั้งที่พบว่า มีอาการอักเสบ ของเนื้อเยื่อ ใกล้กับบริเวณใกล้กับที่พบแบคทีเรียพวกนี้
ตรงนี้เองที่คุณหมอมาร์แชล เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะในขณะนั้น เขายังเป็นแพทย์ฝึกหัด
และเกิดสนใจ ในการค้นพบของดร. วอร์เรน จึงได้เข้ามาร่วมงานกัน และศึกษาชิ้นเนื้อที่ได้จากผู้ป่วยราว
100 คน จนสังเกตพบหลักฐานยืนยันว่า
ผู้ป่วยที่เกิดการอักเสบ ของกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ส่วนต้นแทบทุกคน
จะพบแบคทีเรียนี้อยู่ในเนื้อเยื่อด้วย
พวกเขาจึงเสนอสมมติฐานว่า Helicobacter pylori น่าจะเป็นสาเหตุของโรค ในกลุ่มดังกล่าว อาจมีบางคนที่คิดว่า ทุกคน (หรือส่วนใหญ่) จะยินดีปรีดากับแนวคิดนี้? แต่
ผิดครับ
ตรงกันข้ามเลย มีแต่คนไม่เห็นด้วยเต็มไปหมด มีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อว่า แนวคิดที่ว่า
แบคทีเรีย
ทำให้เกิดแผลในกระเพาะ หรือลำไส้ จะเป็นเรื่องจริงไปได้ เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน หากพูดถึงโรคกระเพาะ แพทย์จะวินิจฉัย ว่าสาเหตุจะมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกรดในกระเพาะที่มากเกินไป, ความเครียด, อาหารเผ็ดร้อน, การสูบบุหรี่, แอลกอฮอล์ หรือแม้แต่ผลจากพันธุกรรม!
สาเหตุหลักๆ ที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ ไม่เชื่อว่า จะมีแบคทีเรีย อาศัยอยู่กินเที่ยวท่อง ในกระเพาะอาหารของคนเราได้ ก็เพราะว่า สภาพความเป็นกรด อย่างมาก ของกระเพาะอาหาร (pH ~ 2-3) ที่น่าจะทำให้กระเพาะเป็น บ่อกรดสังหาร สำหรับสิ่งมีชีวิต ทุกชนิดในโลกนั่นเอง ประกอบกับในยุคนั้น ยังไม่มีใครเคย ค้นพบว่ามีแบคทีเรีย ที่อาศัยในสภาพกรดยิ่งยวด เช่นนั้นได้มาก่อน แต่ความเป็นจริงก็คือ กระเพาะ เป็นนรกสำหรับสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด
ยกเว้นก็แต่ H. pylori ที่มันสามารถอาศัย อยู่ได้ในกระเพาะอาหาร อย่างสบายๆ
ราวกับ อยู่ในรังนอนอันอบอุ่นก็ไม่ปาน
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 41 ความเห็น, หน้า่ | -
1-
2|
3|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 20 ม.ค. 2549 (21:08) เป็นความรู้ใหม่ที่น่าทึ่งจริงเลยค่ะ
เก่งมากเลยทีเดียวค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 ม.ค. 2549 (09:40) แล้วมีการรักษาให้หายขาดแล้วหรือยังครับ ??? ด้วยยาอะไร???
Thanes (IP:202.57.129.60,192.168.1.190,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 ม.ค. 2549 (18:09) แล้วเชื้อโรค H. pylori มันเข้ามาอยู่ในกระเพาะอาหารส่วนล่างได้ยังไงครับ ที่ๆอ่านดูนี่มาจากการกินเข้าไป แล้วอาหารชนิดไหนที่ทำให้เกิด/มีเชื้อ H. pylori อยู่อ่ะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 21 ม.ค. 2549 (20:10) คนใกล้ตัวผมเป็นโรคกระเพาะเยอะทีเดียวคับ แล้วถ้าอยากพาพวกเค้าไปหาหมอที่จะให้ยาปะติชีวนะได้ต้องพาไปที่ไหนฮะ แบบว่ากัวพาไปผิดที่แล้วจะให้ยาลดกรดเหมือนเดิมอ่ะคับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 21 ม.ค. 2549 (21:55) เป็นความรู้ใหม่ที่ดีมากครับ
skylab1 (IP:203.148.212.134,203.148.212.224,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 21 ม.ค. 2549 (21:57) ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบคทีเรียอยู่ในกระเพาะอาหาร
fandas (IP:203.148.212.134,203.148.212.224,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 22 ม.ค. 2549 (13:57) ทุ่มเทให้กับการทดลองมากมาก หุๆๆ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 22 ม.ค. 2549 (14:28) เขียนได้สุดยอดครับ อ่านสนุกดีไม่เครียด
อั้น (IP:203.151.141.195,203.150.96.250,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 22 ม.ค. 2549 (18:31) หน้า 2 ครับ
Francis M[b]?[/b]graud
ภาษาฝรั่งเศษคงไม่ออกอะครับ
เนยสด
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 1 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 22 ม.ค. 2549 (22:35) เมื่อ 16 ปี ก่อนผมเคยเห็นหมอจ่ายยา Pen V. รักษาโรคกระเพาะ ซึ่งไม่มีในตำรา ผมพึ่งเชื่อวันี้เองว่าแบคทีเรียเป็นสาเหตุโรคกระเพาะ และผมก็เคยเห็นหมอ(เถื่อน)ให้คนไข้กิน โปเคนเพนนิสซิลิน รักษาโรคกระเพาะแล้วหาย แปลกจังเขารู้ได้ยังไง
kkk7 (IP:203.157.163.2,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 23 ม.ค. 2549 (07:38) โดยปกติชาวบ้าน หรือหมอ(เถื่อน) เมื่อทราบชื่อโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบ เช่น กระเพาะอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ จะต้องขวานขวายหายาแก้อักเสบมากิน เชื่อว่าโรคจะดีขึ้น อาจ
รู้หรือไม่รู้ ก็ได้ แต่สิ่งที่เขา เข้าใจคือความเชื่อในยาแก้อักเสบมากกว่า
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 23 ม.ค. 2549 (10:36) นับถือจริงๆครับ
xith (IP:203.149.35.10,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 24 ม.ค. 2549 (16:07) ผมอยากรู้เกี่ยวกับการรักษา โรคกระเพาะนี้มากขึ้นครับ เพราะเท่าที่รู้ คือ ตอนนี้หมอส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้ ตรวจอย่างชัดเจน (โดยตรวจเพื่อหาเชื่อที่ว่านี้) หมอเพียงแต่ให้ยาลดกรด เท่านั้นเอง....ซึ่งนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การรักษาโรคกระเพาะ ไม่ได้ก็ได้
mootae (IP:203.147.33.2,203.158.7.202,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 27 ม.ค. 2549 (00:15) เพิ่งจะคุยกับคนไข้คนนึงของหมอทั้งสองท่านนี้ ซึ่งเพิ่งเดินทางมาจากออสเตรเลีย เค้ารักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะห้าชนิดให้ทานติดต่อกันหนึ่งอาทิตย์ ค่าัรักษาปกติคือ 250 เหรียญสหรัฐ แต่บังเิอิญเค้าเข้าไปร่วมรักษาในโปรแกรมของการศึกษา เลยจ่ายเพียง 22 เหรียญ ปราำกฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ น่าสนไม๊
singtows (IP:60.48.249.101,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 30 ม.ค. 2549 (15:43) เรื่องนี้ได้รู้สึกว่าจะเป็นที่ยอมรับมานานพอสมควรแล้วนะเนี่ย พึ่งจะได้โนเบลเหรอ??
SHK (IP:202.12.97.118,10.165.1.78,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 3 ก.พ. 2549 (19:56) น่าสนใจมากครับ ว่าแต่ ตุ๊กตา H.Pyroli มีขายที่ไหนเหรอครับ อยากได้อ่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 4 ก.พ. 2549 (16:27) เก่งมากๆเลบที่ค้นพบได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบคทีเรียอยู่ที่กระเพาะด้วย
ppopo (IP:210.86.221.157,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 5 ก.พ. 2549 (00:37) เป็นการเสียสละเพื่อการวิจัยที่น่าชื่นชมมากๆครับ
อยากทราบว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาชื่อว่าอะไรเหรอครับ?
kidhen (IP:203.188.38.165,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 7 ก.พ. 2549 (10:53) เป็นความรู้ใหม่ที่น่าทึ่งมากค่ะ น่าชื่นชมมากที่ค้นพบและมาเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้กัน ขอบคุณมากค่ะ
spy09 (IP:61.19.114.45,192.168.1.249,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 ก.พ. 2549 (11:51) แล้วเชื้อแลคโตบาซิสลัสในนมเปรี้ยว สามารถทนกรดในกระเพาะอาหารได้ไหมค่ะ??