วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/320" type="text/javascript"></script>
รางวัลโนเบลด้านการแพทย์ แด่ชายผู้หาญกล้ากลืนกินเชื้อโรค
เบื้องหลังการค้นพบว่า โรคกระเพาะอาหารอักเสบ และแผลในลำไส้ตอนต้น เกิดจาก แบคทีเรีย ที่ส่งผลทำให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์สองท่าน ได้รับรางวัลโนเบลการแพทย์ ปี 2005
ผู้เขียน: ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ ชมแล้ว: 42,514 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 20 January 2006, 2:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 20 January 2006, 2:29 pm

หน้าที่ 2 - แบคทีเรีย H. pylori และโรคกระเพาะอักเสบ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ดร.
นำชัย ชีววิวรรธน์


ฝ่ายบริหารจัดการความรู้

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)

วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)


นอกจากนี้แล้ว ยาลดกรดที่ใช้รักษาอาการในยุคนั้น ก็ดูเหมือนจะได้ผลดีอยู่ไม่น้อย
แม้ว่าในผู้ป่วยบางรายอาจจะกลับมาเป็นโรคเดิมได้อีกครั้งก็ตาม อีกข้อหนึ่งที่ทำให้หลายคนไม่อาจเชื่อคำอธิายแบบใหม่นี้ได้อย่างสนิทใจนักในเวลาอันสั้นก็คือ
การค้นพบแบคทีเรีย ในกระเพาะอาหารบ่อยๆ อาจจะไม่ใช่ ตัวบ่งบอกได้อย่างแน่นอน ว่าแบคทีเรียดังกล่าวเป็นตัวก่อโรค
เพราะอาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญ



ในทางวิทยาศาสตร์ของโรคติดเชื้อนั้น หากต้องการแสดงให้เห็นจริง และครบถ้วนกระบวนความว่า
แบคทีเรีย (หรือจุลินทรีย์อื่นใด) เป็นตัวก่อโรคจริงๆ จะต้องพิสูจน์ให้เห็นถึงรายละเอียด
ที่ชัดเจนในหลายขั้นตอน เช่น ต้องสามารถแยกแบคทีเรียเหล่านั้น ออกมาเพาะเลี้ยงในห้องทดลองให้ได้
จากนั้น ยังควรจะต้องใส่แบคทีเรียเหล่านั้น เข้าไปในสัตว์ทดลอง แล้วเห็นผลที่ชัดเจนอย่างไม่อาจปฏิเสธว่า
แบคทีเรียเหล่านี้ ทำให้สัตว์ทดลองเป็นโรคที่สงสัยอยู่จริง






กลไกลการเกิดโรคของ H. pylori เริ่มจากการติดเชื้อที่บริเวณกระเพาะอาหารส่วนล่าง
จากนั้นจะเกิดการอักเสบของชั้นเยื่อบุผิวกระเพาะ ซึ่งเมื่อผนวกเข้ากับกรดในกระเพาะ
ที่หลั่งออกมามากขึ้น อาจทำให้เกิดเป็นฝีหนอง ตกเลือด หรือแม้แต่มะเร็ง





อย่าว่าแต่ขั้นตอนอันหลากหลายดังว่าเลยครับ



ลำพังเพียงแค่แต่ละขั้นตอน เพียงขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง ก็อาจกินเวลาเป็นปีๆ หรืออาจไม่สามารถทำได้เลยก็เป็นได้
ตัวอย่างก็เช่น แม้แต่ในปัจจุบัน ก็ยังมีเชื้อโรคหลายชนิด ที่เพาะเลี้ยงในห้องทดลองไม่ได้)




ทั้งวอร์เรนและมาร์แชลเองต่างก็เจอปัญหาเหล่านี้ ตั้งแต่แรกสุดเมื่อเริ่มงานนี้เลย
นั่นก็คือ ทั้งคู่ ไม่สามารถแยกแบคทีเรียดังกล่าว ออกมาเลี้ยงในจานเพาะเลี้ยงได้อยู่นานมาก
… ซึ่งกว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ได้ก็หมดเวลาไปเป็นปี ที่สำคัญก็คือ ที่แก้ปัญหาลุล่วงไปได้
ส่วนหนึ่งก็อาศัยลูกฟลุค แบบไม่น่าเชื่อเป็นตัวช่วยอีกด้วย!



จะได้โนเบล อาจต้องทั้งเก่ง…และเฮง!

วอร์เรนและมาร์แชลพยายามจะเพาะเชื้อในห้องทดลองให้ได้ในปี 1982 แต่ทว่าไม่ว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวิธีการไปอย่างไร
ก็ยังไม่สามารถเพาะเชื้อได้อยู่นั่นเอง แต่ในที่สุด วันแห่งโชคของพวกเขาก็มาเยือน
เมื่อเกิดการระบาดของเชื้อ Staphylococcus aureus ซึ่งดื้อยาก่อนเทศกาลอีสเตอร์เพียงไม่กี่วัน
ทำให้ต้องมีตัวอย่างเชื้อที่ต้องตรวจสอบมากมายไปหมด และทำให้จานเลี้ยงเชื้อของพวกเขาก็ถูกลืมทิ้งไว้ในตู้เพาะเชื้อในช่วงวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์นานถึงห้าวัน
จากที่ปกติแล้ว การเพาะเชื้อทั่วไปใช้เวลาเพียง 2 วัน



ปรากฏว่า คราวนี้พวกเขาเพาะได้เชื้อในจานเพาะเลี้ยงตามที่ต้องการครับ!



พวกเขารายงานการค้นพบไว้ในวารสารวิจัยทางการแพทย์ชื่อดัง แลนเซท (Lancet) ในปี
1983 โดยใช้หัวข้อชื่อเรื่องว่า “Unidentified curved bacilli on gastric epithelium”
ซึ่งในปัจจุบันก็ถือว่าเป็นรายงานการวิจัยฉบับคลาสสิกไปแล้วอีกฉบับหนึ่ง





H. pylori ที่อยู่บนเซลล์กระเพาะของผู้ป่วย





H. pylori ที่เพาะเลี้ยงบนเซลล์ในห้องทดลอง





ภายหลังที่เพาะเชื้อ H. pylori ที่เติบโตช้ามากได้แล้ว พวกเขาก็พยายาม ทดสอบสมมติฐานเรื่องแบคทีเรีย
เป็นสาเหตุของโรคดังกล่าว ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ (antibiotics) กับผู้ป่วย ซึ่งก็ได้ผลดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดีกว่าวิธีการที่รักษากัน ในสมัยนั้น คือการให้ยาลดกรด ซึ่งบ่อยทีเดียว
ที่พบว่าผู้ป่วยกลับมาเป็นโรคได้อีก ในขณะที่ผู้ป่วย ที่กินยาปฏิชีวนะ ไม่พบว่าผู้ป่วยเกิดเป็นโรคซ้ำแต่อย่างใด
ซึ่งก็ช่วยตอกย้ำให้ทั้งคู่มั่นใจ ว่าแบคทีเรียรูปเกลียวชนิดนี้น่าจะเป็นสาเหตุอย่างแน่แท้




แม้กระนั้น แนวคิดใหม่ๆ ก็ยากที่จะได้รับการยอมรับโดยง่าย เห็นได้ชัดเจนจากประสบการณ์
ที่นักวิทยาแบคทีเรีย (bacteriologist) ชาวฝรั่งเศสชื่อ Francis M?graud เล่าเอาไว้ว่าในปี
1988 เมื่อเขาเข้าร่วมประชุม Pan American Congress of Gastroenterology เขาเผอิญได้ยินแพทย์บางคน
คุยกันในทำนองดูถูกว่า “จะให้เรารักษาโรคกระเพาะด้วยยาปฏิชีวนะนะเหรอ ทำยังกับรักษาโรคโกโนเรีย
(โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดหนึ่ง) ไปได้!”



ในยุคนั้น คงยังเป็นเรื่องยากเกินไปจริงๆ สำหรับแพทย์ทั่วไปที่จะรับได้ว่า โรคกระเพาะอักเสบ
จะเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย … เพียงแค่นั้น!



ปัญหาไม่เพียงแต่เท่านั้น บริษัทยาที่ทำกำไรจากยาเคลือบรักษาโรคกระเพาะ ก็ต่อต้านเรื่องนี้อย่างหนักเช่นกัน
แม้แต่นักวิทยาแบคทีเรียหลายๆ คนก็ยังข้องใจในช่วงแรก เพราะสภาพกรดยิ่งยวด ของกระเพาะดูจะเป็นสภาวะแวดล้อม
ที่โหดร้าย ต่อแบคทีเรียเกินไป ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ มาร์แชลเองพยายาม ทดสอบการก่อโรคในสัตว์ทดลอง
โดยการใส่เชื้อแบคทีเรียเข้าไปในลูกหมู แต่ก็ไม่ได้ผลชัดเจนนัก



ในท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ของสถานการณ์ในราวกลางปี 1984 มาร์แชลก็ทำการทดลองอันหนึ่ง
ที่น่าตกอกตกใจ และไม่ควรเลียนแบบเป็นอย่างยิ่ง แต่เป็นการทดลอง ที่ตรงไปตรงมาอย่างที่สุด
ในการแสดงความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ-ผลลัพธ์ ของแบคทีเรีย H. pylori และโรคกระเพาะอักเสบ
นั่นก็คือ เขาใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง!






<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 41 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- 3|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 ม.ค. 2549 (09:40)
แล้วมีการรักษาให้หายขาดแล้วหรือยังครับ ??? ด้วยยาอะไร???
Thanes (IP:202.57.129.60,192.168.1.190,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 21 ม.ค. 2549 (18:09)
แล้วเชื้อโรค H. pylori มันเข้ามาอยู่ในกระเพาะอาหารส่วนล่างได้ยังไงครับ ที่ๆอ่านดูนี่มาจากการกินเข้าไป แล้วอาหารชนิดไหนที่ทำให้เกิด/มีเชื้อ H. pylori อยู่อ่ะครับ
Backyard เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 92 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 21 ม.ค. 2549 (20:10)
คนใกล้ตัวผมเป็นโรคกระเพาะเยอะทีเดียวคับ แล้วถ้าอยากพาพวกเค้าไปหาหมอที่จะให้ยาปะติชีวนะได้ต้องพาไปที่ไหนฮะ แบบว่ากัวพาไปผิดที่แล้วจะให้ยาลดกรดเหมือนเดิมอ่ะคับ
[T]op'... เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 60 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 21 ม.ค. 2549 (21:55)
เป็นความรู้ใหม่ที่ดีมากครับ
skylab1 (IP:203.148.212.134,203.148.212.224,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 21 ม.ค. 2549 (21:57)
ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบคทีเรียอยู่ในกระเพาะอาหาร
fandas (IP:203.148.212.134,203.148.212.224,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 22 ม.ค. 2549 (13:57)
ทุ่มเทให้กับการทดลองมากมาก หุๆๆ
Soraris_Tsg เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 22 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 22 ม.ค. 2549 (14:28)
เขียนได้สุดยอดครับ อ่านสนุกดีไม่เครียด
อั้น (IP:203.151.141.195,203.150.96.250,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 22 ม.ค. 2549 (18:31)
หน้า 2 ครับ

Francis M[b]?[/b]graud

ภาษาฝรั่งเศษคงไม่ออกอะครับ
เนยสด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1970 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 0 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 22 ม.ค. 2549 (22:35)
เมื่อ 16 ปี ก่อนผมเคยเห็นหมอจ่ายยา Pen V. รักษาโรคกระเพาะ ซึ่งไม่มีในตำรา ผมพึ่งเชื่อวันี้เองว่าแบคทีเรียเป็นสาเหตุโรคกระเพาะ และผมก็เคยเห็นหมอ(เถื่อน)ให้คนไข้กิน โปเคนเพนนิสซิลิน รักษาโรคกระเพาะแล้วหาย แปลกจังเขารู้ได้ยังไง
kkk7 (IP:203.157.163.2,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 23 ม.ค. 2549 (07:38)

โดยปกติชาวบ้าน หรือหมอ(เถื่อน) เมื่อทราบชื่อโรคที่เกี่ยวกับการอักเสบ เช่น กระเพาะอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ จะต้องขวานขวายหายาแก้อักเสบมากิน เชื่อว่าโรคจะดีขึ้น อาจ
รู้หรือไม่รู้ ก็ได้ แต่สิ่งที่เขา เข้าใจคือความเชื่อในยาแก้อักเสบมากกว่า
paracetamol เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 41 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 154 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 23 ม.ค. 2549 (10:36)
นับถือจริงๆครับ
xith (IP:203.149.35.10,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 24 ม.ค. 2549 (16:07)
ผมอยากรู้เกี่ยวกับการรักษา โรคกระเพาะนี้มากขึ้นครับ เพราะเท่าที่รู้ คือ ตอนนี้หมอส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้ ตรวจอย่างชัดเจน (โดยตรวจเพื่อหาเชื่อที่ว่านี้) หมอเพียงแต่ให้ยาลดกรด เท่านั้นเอง....ซึ่งนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การรักษาโรคกระเพาะ ไม่ได้ก็ได้
mootae (IP:203.147.33.2,203.158.7.202,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 27 ม.ค. 2549 (00:15)
เพิ่งจะคุยกับคนไข้คนนึงของหมอทั้งสองท่านนี้ ซึ่งเพิ่งเดินทางมาจากออสเตรเลีย เค้ารักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะห้าชนิดให้ทานติดต่อกันหนึ่งอาทิตย์ ค่าัรักษาปกติคือ 250 เหรียญสหรัฐ แต่บังเิอิญเค้าเข้าไปร่วมรักษาในโปรแกรมของการศึกษา เลยจ่ายเพียง 22 เหรียญ ปราำกฏว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ น่าสนไม๊
singtows (IP:60.48.249.101,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 30 ม.ค. 2549 (15:43)
เรื่องนี้ได้รู้สึกว่าจะเป็นที่ยอมรับมานานพอสมควรแล้วนะเนี่ย พึ่งจะได้โนเบลเหรอ??
SHK (IP:202.12.97.118,10.165.1.78,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 3 ก.พ. 2549 (19:56)
น่าสนใจมากครับ ว่าแต่ ตุ๊กตา H.Pyroli มีขายที่ไหนเหรอครับ อยากได้อ่ะ
SirBrave เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 225 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 4 ก.พ. 2549 (16:27)
เก่งมากๆเลบที่ค้นพบได้ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแบคทีเรียอยู่ที่กระเพาะด้วย
ppopo (IP:210.86.221.157,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 5 ก.พ. 2549 (00:37)
เป็นการเสียสละเพื่อการวิจัยที่น่าชื่นชมมากๆครับ

อยากทราบว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาชื่อว่าอะไรเหรอครับ?
kidhen (IP:203.188.38.165,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 7 ก.พ. 2549 (10:53)
เป็นความรู้ใหม่ที่น่าทึ่งมากค่ะ น่าชื่นชมมากที่ค้นพบและมาเผยแพร่ให้คนทั่วไปได้รู้กัน ขอบคุณมากค่ะ
spy09 (IP:61.19.114.45,192.168.1.249,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 7 ก.พ. 2549 (11:51)
แล้วเชื้อแลคโตบาซิสลัสในนมเปรี้ยว สามารถทนกรดในกระเพาะอาหารได้ไหมค่ะ??
tara (IP:58.8.90.128,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 13 ก.พ. 2549 (16:49)
ถึงคุณที่ต้องลดน้ำหนักและมีสุภาพที่ดี เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ของเราผ่าน อย. ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ ติดต่อเราสิค่ะรับรองได้ผล 100% หากไม่พอใจในตัวสินค้ายินดีรับคืนค่ะ ไม่ลองไม่รู้อย่าพลาดนะคะหากต้องการมีรูปร่างที่ดีสมส่วนสวยสะดุดตา ติดต่อ 09-1373598 ,09-1603598 หรือ E-mail sawsu@thaimail.com เราช่วยคุณได้
sawsu@thaimail.com (IP:202.29.99.13,,)


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,908 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 ปี
แบ่งปันความรู้ 276 ครั้ง
ได้รับดาว 42 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.