วิชาการ.คอม - คลังความรู้ ปัญญาไทย เพื่อการศึกษาไทย เพราะเรารักเมืองไทย
เว็บส่งเสริมการเรียนรู้ดีเด่น 2547 (สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย)   |   เว็บสื่อวิทยาศาสตร์ดีเด่น 2549 (กระทรวงวิทย์)   |   เว็บการศึกษาที่มียอดผู้เข้าชมสูงสุด 2549, 2550 (TrueHits)
ขอขอบคุณ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ สสวท ที่ให้การสนับสนุน  
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/320" type="text/javascript"></script>
รางวัลโนเบลด้านการแพทย์ แด่ชายผู้หาญกล้ากลืนกินเชื้อโรค
เบื้องหลังการค้นพบว่า โรคกระเพาะอาหารอักเสบ และแผลในลำไส้ตอนต้น เกิดจาก แบคทีเรีย ที่ส่งผลทำให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์สองท่าน ได้รับรางวัลโนเบลการแพทย์ ปี 2005
ผู้เขียน: ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ ชมแล้ว: 42,515 ครั้ง
post ครั้งแรก: Fri 20 January 2006, 2:29 pm ปรับปรุงล่าสุด: Fri 20 January 2006, 2:29 pm

หน้าที่ 3 - รางวัลโนเบล แด่ชายผู้หาญกล้ากลืนกินเชื้อโรค
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ดร.
นำชัย ชีววิวรรธน์


ฝ่ายบริหารจัดการความรู้

ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BioTec)

วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com)


ชายผู้หาญกล้ากลืนกินเชื้อโรค … เอื๊อก!



มาร์แชลเล่าประสบการณ์ในตอนนี้ ไว้อย่างน่าสนใจในวารสาร Medical Journal of Australia
ว่า ผู้ทำการทดลองเป็นชายอายุ 32 ปี สูบบุหรี่เล็กน้อย และดื่มเมื่อเข้าสังคมบ้าง
แต่ไม่เคย เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และไม่มีประวัติครอบครัวว่า มีสมาชิกคนใด
เคยเป็นโรคแผลเปื่อย ในกระเพาะอาหารมาก่อน ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นผู้เข้าร่วมการทดลอง
ที่มีลักษณะสมบูรณ์แบบ สำหรับการทดลองนี้

เขาเทสารอาหารเลี้ยงเชื้อ ห้ามิลลิลิตรลงในจานเลี้ยงเชื้อ จากนั้น ก็หมุนจานไปรอบๆ
จนกลุ่มเซลล์แบคทีเรีย ละลายปนในอาหารจนหมด ซึ่งทำให้ดูคล้ายกับซุปไก่สีเข้ม แล้วเขาก็ปิดตา
เทใส่ปากแล้วก็ ... กลืนลงคอไป (เอื๊อกๆ)



ได้ผลแทบจะทันตาเห็นตามต้องการก็คือ ตลอดเวลาห้าวันต่อมาเขาต้องลุกมาอ้วกทุกเช้า
ซึ่งเป็นอาการมาตรฐานสำหรับโรคนี้ ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เขาก็ทนทุกข์ จากอาการของโรคกระเพาะอักเสบ
และเกิดฝีหนองในกระเพาะอาหารในที่สุด



ในที่สุด จากผลการวิจัยที่ทำซ้ำและขยายขอบเขต ออกไปทั่วโลก ทำให้งานของพวกเขาได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ
จุดเปลี่ยนสำคัญในเรื่องนี้มีอย่างน้อย 2 เหตุการณ์นั่นก็คือ ปี 1991 มีการประชุมที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค
(the Centers for Disease Control and Prevention) ในเมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
และมีคำประกาศเรื่องความเกี่ยวข้องระหว่าง H. pylori กับโรคกระเพาะ ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นการยอมรับ
ความถูกต้อง และความมุ่งมั่นทุ่มเท อุทิศตนด้านการวิจัย ของมาร์แชลและวอร์เรน อย่างเป็นทางการจากแวดวงการวิจัยที่เป็นแนวทางหลัก




เช่นเดียวกับในปี 1994 ที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (the National Institutes of Health)
ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัย และให้ทุนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ของประเทศสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ความเห็นเป็นทางสนับสนุน
สมมติฐานที่ว่า โรคกระเพาะอักเสบ ที่เกิดซ้ำในผู้ป่วยนั้น ส่วนใหญ่แล้วน่าจะมีสาเหตุจากผู้ป่วยติดเชื้อ
H. pylori นั่นเอง



ปัจจุบัน เป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั่วไปว่า โรคแผลในกระเพาะอาหารราว 3 ใน
4 มีสาเหตุมาจาก H. pylori ซึ่งสามารถรักษาได้อย่างถาวรด้วยชุดยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม
สำหรับการติดเชื้อนั้น มักจะเกิดตั้งแต่ในวัยเด็ก ผ่านทางสมาชิกในครอบครัวด้วยกัน
แต่มักจะยังไม่แสดงอาการจนเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว




แผนที่แสดงเปอร์เซ็นต์ความถี่ที่พบเชื้อ H. pylori ในประชากรโลก


นอกจากนี้ ยังสังเกตเห็นกันด้วยว่าในกรณีของผู้ป่วย ที่ไม่ได้รับการรักษา การติดเชื้อดังกล่าว
อาจจะนำไปสู่โรคมะเร็ง ของกระเพาะอาหารได้อีกต่างหาก

อ่านที่มาของการค้นพบ และผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว คุณเห็นด้วยกับคณะกรรมการคัดเลือก รางวัลโนเบล หรือเปล่าครับ ที่จะมอบรางวัล ให้คู่อาจารย์ลูกศิษย์ นักวิจัยสองคนนี้
…



แต่ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา มาร์แชลและวอร์เรน ก็ได้รับรางวัลโนเบล ที่มีมูลค่าราว1.3
ล้านดอลลาร์ ไปเรียบร้อยแล้ว (อยากรู้ว่าเป็นเงินไทยเท่าไหร่ ก็ไปคูณกันเอาเองนะครับ)




แต่ที่เหนือกว่าเงินทองเป็นไหนๆ ก็คงจะได้แก่ ความเป็น “นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล”
ซึ่งถือว่าเป็นสุดยอดนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งในโลกนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นเอง




หนังสือรวมบทความเกี่ยวกับ H. pylori ที่

มาร์แชลเป็นบรรณาธิการ





ตุ๊กตาหน้าตาน่าเอ็นดูที่ออกแบบตามลักษณะของ H. pylori


สถิติต่างๆ ของ เฮลิโคแบคเทอร์ ไพลอไร (Helicobacter pylori)




+ พบแบคทีเรีย H. pylori ในกระเพาะของราวครึ่งหนึ่งของคนในโลกนี้

+ ในประเทศที่กำลังพัฒนา เกือบทุกคนติดเชื้อนี้

+ การติดเชื้อปกติแล้วเกิดในวัยเด็ก แต่แบคทีเรียอาจจะยังคงอาศัยอยู่
ในกระเพาะอาหาร ได้ตลอดชีวิตของคนผู้นั้น

+ ในคนส่วนใหญ่จะไม่พบอาการป่วยแต่อย่างใด

+ แบคทีเรียนี้ก่อโรคได้ราว 10-15 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ติดเชื้อ




แนะนำแหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

1. http://nobelprize.org/

2. http://www.nature.com/news/2005/051003/pf/051003-2_pf.html


3. http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/4307826.stm


4. http://en.wikipedia.org/wiki/Helicobacter_pylori


5. หนังสือ Secret Agents The Menace of Emerging Infections (2002) โดย Madeline
Drexler สำนักพิมพ์ The National Academies Press. ISBN: 0-309-51085-6



บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกใน วารสาร อัพเดท ฉบับ 219 เดือนธันวาคม 2548 และ อนุญาตให้เผยแพร่โดยผู้เขียน


เกี่ยวกับผู้เขียน
ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ จบ ม.ปลาย จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และรับทุนการศึกษาโครงการ พสวท เพื่อศึกษาต่อ ป.ตรี ด้านชีววิทยา ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และ ป.โท ด้านชีวเคมี จากมหาวิทยาลัยมหิดล
และสำเร็จปริญญาเอก Molecular Genetics จาก Kumamoto
University
ประเทศญี่ปุ่นจ๊ะ



ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ ไม่เพียงแค่เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ฝีมือดีของ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ แต่ยังเป็นคนที่ถ่ายทอด
เรื่องราววิทยาศาสตร์ได้อย่างดีเยี่ยม สนุกสนาน ฟังง่าย เข้าใจง่าย
นอกเหนือจากผลงานวิจัย ดร.นำชัย มีผลงานด้านการเขียน เรื่องวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน
ดังเช่น สู่ชีวิตอมตะ (เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ศตวรรษที่ 21),
ดีเอ็นเอ ปริศนาลับรหัสชีวิต, จากอณูถึงอนันต์ วิทยาศาสตร์ต้องรู้,
วิทยาศาสตร์ในสตาร์ วอร์ส เป็นต้น




ดร.นำชัย เป็นอีกหนึ่งท่าน ที่ขอเป็นอีกแรง ช่วยผลักดัน การเผยแพร่เรื่องราววิทยาศาสตร์ดีๆ
สู่ประเทศไทย ผ่านวิชาการ.คอม



<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 41 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| -3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 14 ก.พ. 2549 (17:43)
วงการสาธารณสุขของเมืองไทยไม่เห็นให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแนวการรักษาโรคกระเพาะกันเลย เห็นยังคงจ่ายยาลดกรดให้คนไข้เหมือนเดิม
หมออนามัย (IP:203.113.76.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 14 ก.พ. 2549 (19:56)
ผมคิดว่า ความรู้นี้อาจนำไปสู้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ของวงการแพทย์เลย ครับ
เป็นความรู้ที่คนในยุคปัจจุบันค้นพบ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ สำหรับ มนุษยือย่างเราๆท่านๆ เลย อะครับ
ยังไง ก็ ขอให้ vcharkarn ของพวกเรา ทำสิ่งดีๆ เพื่อ สังคม อย่างนี้ ตลอดไปนะคราป......
ขอบคุงคราป
NoNgArM เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 6 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 28 ก.พ. 2549 (13:13)
มานแปลกดีแหะ!!!สมควรได้โนเบลแล้วละคิดได้ไงเนี่ย
แล้วที่บอกว่ากรดในกระเพาะมันมีค่าpHต่ะมากนี่เปน
เพราะน้ำย่อยตัวไหนหรอค่ะ
peeki เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 12 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 28 ก.พ. 2549 (16:40)
อย่าหาว่า...เลยนะครับ คือ Helicobacter pylori (H. Pylory) อ่านเป็นภาษาไทยว่ายังไงครับ? (เฮลเลอร์โคแบคเตอร์ เพียรลอยรี่)
Metalyob เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 29 มี.ค. 2549 (20:51)
ใช้สูตร AOC
A=Amoxicillin 1000mg วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น
O=Omeprazole 20 mg วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหาร เช้าเย็น
C=Clarithrmycin 500 mg วันละ 2 ครั้ง เช้าเย็น
กินติดต่อกันนาน 1-2 สัปดาห์
แต่โรคกระเพาะ ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการติดเชื้อเสมอไปนะ
Reference Pharmacotherapy Handbook
a_girl_lovedog เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 6 เม.ย. 2549 (23:32)
น่าสนใจมากครับ ผมลองค้นหาเรื่องนี้ดู แต่ส่วนใหญ่มันเป็นภาษาอังกฤษนะครับ แปลไม่ออก ก็เลยลองมาโพสต์ดูเผื่อใครจะใจดีแปลให้หน่อยครับ ไม่รู้ว่ารูปจะขึ้นหรือเปล่าครับ


Figure 2.


CagA interaction with epithelial cells. H. pylori cells with intact cag islands, including an active type IV secretion system, possess a pilus composed of CagY protein. The cagA product is injected into the cytoplasm of the host cell, where tyrosine (Y) residues near its COOH-terminus are phosphorylated. Phosphotyrosine-CagA interacts with several major signal-transduction pathways in the host cell (40, S113), affecting phenotypes including cell morphology, proliferation, and apoptosis (see text). ERK, extracellular signal–regulated kinase; PTPase, protein-tyrosine phosphatase; P, phosphate.

ข้อมูลจากเว็บ http://www.pubmedcentral.gov/articlerender.fcgi?artid=324548&rendertype=figure&id=F2
เด็กน้อย_22 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 9 เม.ย. 2549 (23:55)
อืมกรดในกระเพาะที่มีค่า pH ต่ำเนื่องมาจากกรดเกลืดครับ ไม่ใช่เอนไซม์ เอนไซม์จะเกิดการ active เมื่ออยู่ในสภาวะที่เหมาะสมของมัน ร่างกายจึงมีการปรับสภาพกรดเบส ในร่างกายเช่นหลั่งกรดเกลือออกมา
RDNarineMan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 65 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 5 พ.ค. 2549 (09:49)
ในกระเพาะอาหารมีค่าpHประมาณ1.8-2.5ครับ จัดอยู่ในกรดแก่ครับ
XtheInWX เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 155 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 7 พ.ค. 2549 (14:47)
ตอนนี้เป็นโรคกระเพาะ เวลาปวดท้อง(ส่วนใหญ่จะปวดตอนเย็นๆ ถึงหัวค่ำ ) จะกินยาเคลือบกระเพาะ พอเช้ามาก็อ้วก

แต่

ถ้าไม่กินยาเคลือบกระเพาะ ปล่อยให้หายปวดเอง ก็จะไม่อ้วกตอนเช้าคะ

จะทำไงให้หายดีคะ เป็นมาหลายปีแล้ว
c_cin เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 488 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 29 พ.ย. 2549 (21:56)
สุดยอด
tangmoboy205 (IP:125.24.133.89)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 5 ก.พ. 2550 (13:51)
การรักษาที่ใช้ได้ผลตอนนี้ คืออะไรคะ
rose ses เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 151 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 8 ก.พ. 2550 (17:53)
สังเกตแล้วจะเห็นว่า โรคกระเพาะจะเกิดอาการ เมื่อคนๆนั้น กินอาหารไม่เป็นเวลา อยากทราบว่า มันเกี่ยวกันไหม หรือว่าแบคที่เรียชนิดนี้ มันอาศัยกัดกินเศษอาหารในกระเพาะ พอไม่มีอาหารลงไปให้มันกิน มันเลยจัดการขย้ำกระเพาะซะเลย ง่ำ ๆ อร่อย ไม่ใช่สมมติฐานนะคะ แต่นึกถึงเสือที่หิวจัดนะคะ
0862971717 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 18 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 16 ก.พ. 2550 (16:08)
เป็นความรู้ที่น่าทึ่งมากเลยคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
คนหล่อ007 (IP:202.129.52.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 7 พ.ค. 2550 (22:59)
8459
เป็นภูมิแพ้และโรคกระเพาะที่เกิดแบคที่เรียH.pyloriอยู่ค่ะ อาการแรกเริ่มคือมีผื่นลมพิษเรื้อรัง อยากทราบข้อมูลต่างๆดังนี้ค่ะ
-ทำไมอาการเริ่มแรกถึงเป็นผื่นลมพิษ
-สาเหตุเกิดจากการที่ทานอาหารที่ไม่สะอาดจึงทำให้เกิดH.pyloriใช่ไหมคะ
-อยากทราบแนวทางการรักษาทางยาราคายามาตรฐานและผลข้างเคียงของสเตียรอย
-ทานยาที่รพ.มา15วันแล้วเริ่มตั้งแต่วันที่23เม.ย.ค่ายาแพงมากสามารถซื้อยาเองได้หรือไม่
-การที่เราจะทราบว่ารักษาหายแล้วจำเป็นต้องส่องกล้องดูกระเพาะด้วยหรือไม่
-ถ้าตั้งครรภ์ตอนนี้จะมีผลเสียต่อทารกอย่างไร
-โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือเปล่า
supanee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 148 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 7 พ.ค. 2550 (23:37)
ตอนแรกเป็นผดผื่นคันพอเกาก็จะมีตุ่มน้ำเล็กๆขึ้นมาเป็นบางส่วนของร่างกายจะขึ้นแล้วก็หายไปเองในเวลาต่อมาและจะเป็นๆหายๆไปหาหมอครั้งแรกหมอไม่ทราบว่าเป็นอะไรก็ให้ยาแก้แพ้มาทาน1อาทิตย์แต่ก็ไม่หายคันซักทีแถมมีแผลเป็นอีกก็เลยเปลี่ยนที่ที่ใหม่หมอบอกว่าเป็นอีสุกอีใสรอบ2ก็ให้ยาแก้อักเสบยาแก้แพ้ยาทากันแผลเป็นมา1อาทิตย์ก็ไม่ดีขึ้นอาการคันที่เกิดครั้งนี้คือเหมือนผื่นลมพิษจะขึ้นเยอะมากๆทั้งตัวเลยยิ่งเกายิ่งคันแต่ไม่ขึ้นที่หน้าช่วงเวลาที่มีอาการลมพิษขึ้นจะเป็นช่วงก่อนเช้ามืดครั้งละ1ชั่วโมงและหายไปเองเป็นอย่างนี้5วันเริ่มรู้ตัวว่าไม่ใช่อีสุกอีใสแล้วก็เลยไปรพ.บำรุงราฎร์เพราะได้ยินมาว่าหมอเก่งมากๆก็เลยรู้ว่าเป็นภูมิแพ้แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใดสาเหตุที่มีคือโรคไทรอย,โรคพุ่มพวง,โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์,เป็นพยาธิ,และสุดท้ายคือแบคที่เรียที่ชื่อ H.pylori งงสิคะตกลงเราเป็นอะไรกันแน่
supanee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 148 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 8 พ.ค. 2550 (00:09)
หลังจากตรวจเลือด,ปัสสาวะ,อจจาระแล้ววินิจฉัยสาเหตุที่เป็นลมพิษทั้งหมดก็ได้พบแบคทีเรียที่ชื่อH.pyloriเป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคกระเพาะและเป็นแผลแต่กว่าจะเจอหมอก็ให้ยาถ่ายพยาธิทานเรียบร้อยแล้ว ทีนี้งงหนักกว่าเดิมอีกเถียงหมอว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงก็ไม่มีอาการปวดท้องเและทานอาหารตรงเวลาเริมเครียดค่ะว่าทำไมมันมาเป็นโรคนี้ได้วินิจฉัยผิดป่าวก็ที่ผ่านมาผิดหมดทั้งผื่นแพ้อาหาร,อีสุกอีใส,ลมพิษและที่สันนิฐานก็มีไทรอย,โรคพุ่มพวง,โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์,พยาธิ์,แล้วมาสรุปว่าเป็นโรคกระเพาะแถมอาการของโรคก็ไม่มีจะไม่งงได้ยังไงคะ คุณหมอก็บอกว่าสาเหตุของลมพิษก็คือโรคกระเพาะส่วนลมพิษคืออาการที่เกิดจากโรคกระเพาะที่มีแบคทีเรียที่ชื่อH.pyloriก็งงเหมือนเดิมเกิดมาไม่เคยได้ยินและไม่เคยเห็นมีคนเป็นโรคนี้เลยแต่ก็ลองเชื่อแบบงงๆอีกรอบจะเป็นไรไป แล้วก็รับยาแก้โรคกระเพาะมาทานแล้วอีก5วันนัดมาทำSkin Test
supanee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 148 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 8 พ.ค. 2550 (00:31)
น่าแปลกนะคะเป็นผื่นลมพิษทานยาแก้แพ้กับยาแก้อักเสบทั่วไปและยาลดบวมไม่หายแต่พอทานยารักษาโรคกระเพาะแค่วันเดียวลมพิษหายเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะทีนี้เริ่มจะเชื่อหมอคนนี้แล้วค่ะต่อมาก็ได้รับยาอีกเยอะมากๆส่วนใหญ่เป็นยาปฏิชีวนะ,ยาลดกรด,ยาแก้แพ้ทำนองนี้อ้อช่วงแรกๆมีพวกสเตียรอยด้วยแล้วก็นัดหมออีกคราวนี้ยาเยอะกว่าเดิมอีกต้องกินหลายวันมากผลค้างเคียงก็เยอะเช่นคลื่นใส้ขมปากตลอดเวลาผมรวงกราวเริ่มไม่ไหวเลยถามหมอว่าถาไม่รักษาต่อจะเป็นไงหมอตอบอย่างเรีบยเฉยว่ากระเพาะก็จะทะลุแล้วเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งตกใจค่ะไปๆมาๆชั้นจะเป็นมะเร็งไม๊เนี่ยก็เลยต้องทนกินยาต่อเพราะหมอบอกว่ามียาต้านมะเร็งอยู่ในนั้นด้วยเฮ้อกลุ้มใจใครถามว่าเราเป็นอะไรอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ
supanee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 148 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 8 พ.ค. 2550 (00:45)
ตอนนี้ก็ยังกินยาอยู่ผลข้างเคียงที่มีคือตัวบวม,น้ำหนักเพิ่ม,การรับรสเปลี่ยนไป,ผมร่วงยังสงสัยว่าไม่เคยมีประวัติเป็นโรคกระเพาะไม่รู้สึกปวดท้องสักนิดไม่รู้สึกอยากอาเจียนแถมอาการของโรคยังเกิดจากลมพิษทำไมอาการแตกต่างจากข้อมูลในนี้และเเทบจะไม่มีอาการที่เหมือนกันเลยแต่กลับเป็นโรคเดียวกันมีใครที่สามารถอธิบายได้บ้างคะจักขอขอบคุณอย่างยิ่งเพื่อที่จะนำไปเป็นแนวทางในการรักษาของดิฉันค่ะ ส่งข้อมูลมาทางE-mailนี้ก็ได้นะคะ
supanee_noon@hotmail.com
supanee เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 148 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 21 เม.ย. 2551 (20:57)
ปัจจัยอื่นที่มีความสำคัญต่อการติดเชื้อ H.pylori ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น อาหารที่มีไขมันมาก ภาวะความเครียดจากการทำงาน การสูบบุหรี่ และ ปริมาณ vitamin C ใน gastric juice ความสำคัญของปัจจัยเหล่านี้ในคนไทยยังไม่มีการศึกษามากนัก จำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่องและจริงจัง จึงจะให้ผลที่นำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนป้องกันการติดเชื้อได้ในอนาคต

ถึงแม้ว่าการตรวจหาเชื้อ H.pylori จะทำได้หลายวิธี เช่น การส่องกล้องลงไปตัดชิ้นเนื้อมาพิสูจน์ การเพาะเชื้อ การตรวจหาantibodies ในน้ำลายและเลือด และการตรวจ breath test เป็นต้น แต่วิธีการตรวจหลายอย่างยังมีราคาแพงและไม่เหมาะกับการใช้ในประเทศไทย หากสามารถวิจัยจนได้วิธีที่เหมาะสมและมีความสะดวกสบายในการใช้ โดยเหมาะกับเศรษฐฐานะของคนไทยด้วยก็จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง

ที่มา : http://kmnrct.nrct.go.th/healthstategic/pdf/2541/organ/O06.pdf
santimt101 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 26 มิ.ย. 2551 (18:24)

ราคา ค่า ตรวจGastroscope และค่ายารักษา  เมื่อพบเชื้อ  H.Pylori.


ยังมีราคาแพง...........,มีวิธีป้องกันไม่ให้เชื้อนี้เข้าสู่กระเพาะอาหาร


หรือไม่


tipwandang@yahoo.com เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 4 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


Namchai BioTec
(ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 11,908 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 3 ปี
แบ่งปันความรู้ 276 ครั้ง
ได้รับดาว 42 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 086-4907600,
0-2583-2802
และ 086-4907585
สำนักงาน :   0-2642-7828
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.