 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32103" type="text/javascript"></script> |
|
ปฏิรูปการศึกษากับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง
ด้วยภาวะวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน หนทางที่จะผ่อนคลายคนไทยทุกคนก็ควรหันหน้าเข้าหากัน ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา การปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้
post ครั้งแรก: Mon 30 July 2007, 7:06 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 25 March 2008, 6:36 am
|
หน้าที่ 1 - ๘ คุณธรรมพื้นฐาน
ปฏิรูปการศึกษากับ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง
ด้วยภาวะวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน หนทางที่จะผ่อนคลายคนไทยทุกคนก็ควรหันหน้าเข้าหากัน ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ทุกฝ่ายยอมลดเป้าหมายเพื่อพบกันครึ่งทาง เพื่อความอยู่รอด ปลอดภัย ความเจริญของประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จะด้วยวิธีใดก็ตามสิ่งสำคัญต้องอยู่บนรากฐานของคุณธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามควรแก่การประพฤติปฏิบัติ การพัฒนาบุคคลโดยใช้คุณธรรมนั้นเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาคนในชาติให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยกาย วาจา ใจ การศึกษาก็มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การแข่งขันทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัฒน์ก็ขึ้นอยู่กับการศึกษา การพัฒนาการเมืองก็ขึ้นอยู่กับการศึกษา สังคมกำลังเสื่อมโทรม ก็ต้องหันไปพึ่งการศึกษา การพัฒนาการศึกษาจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาประเทศ
ในการนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายเร่งรัด
การปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนักสำนึกในคุณค่าของ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตยพัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุขโดย
๘ คุณธรรมพื้นฐานประกอบด้วย
๑.
ขยัน คือ ผู้ที่มีความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควร สู้งานมีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง
๒.
ประหยัด คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ รู้จักทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ของตนเองอยู่เสมอ
๓.
ซื่อสัตย์ คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อเวลา ต่อหน้าที่ และต่อวิชาชีพ มีความจริงใจปลอดจากความรู้สึกสำเอียง หรืออคติ ไม่ใช้เล่ห์กลคดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรู้หน้าที่ของตนเองปฏิบัติอย่างเต็มที่และถูกต้อง
๔.
มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน องค์กร และประเทศ โดยที่ตนยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจยึดมั่นในระเบียบแบบแผนข้อบังคับและข้อปฏิบัติ รวมถึงการมีวินัยทั้งต่อตนเองและสังคม
๕.
สุภาพ คือ ผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ มีสัมมาคารวะ เรียบร้อยไม่ก้าวร้าว รุนแรง หรือวางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทางเป็นผู้มีมารยาทดีงามวางตนเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย
๖.
สะอาด คือ ผู้ที่รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจิตไม่ให้ขุ่นมัว มีความแจ่มใสอยู่เสมอ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจและสภาพแวดล้อมมีความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น
๗.
สามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง สามารถแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุมีผล ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมานฉันท์
๘.
มีน้ำใจ คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เห็นอก เห็นใจ และเห็นคุณค่าในเพื่อมนุษย์และผู้ที่มีความเดียดร้อน มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกายและสติปัญญาลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน
จากนโยบายเร่งรัดการ
ปฏิรูปการศึกษา ๘ คุณธรรมพื้นฐานข้างต้น สถาบันการศึกษาจึงควรเร่งรัดนำไปปลูกฝังคุณธรรมพัฒนา ให้กับเยาวชนของชาติ เพื่อให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข ก้าวสู่สังคมคุณธรรมนำความรู้ โดยขอความร่วมมือจาก
สถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินการประสบความสำเร็จสามารถนำไปสู่การปฏิบัติยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จนั้นทุกฝ่ายจะต้องมีความตั้งใจ และลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ผู้ใหญ่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน พ่อแม่ต้องดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิด ครูต้องมีจิตสำนึกและวิญญาณของความเป็นครูเพิ่มขึ้น ภาครัฐและเอกชน องค์การศาสนา และสื่อมวลชน ต้องตื่นตัว กระตือรือร้น และผนึกกำลังเพื่อการพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าอย่างมั่นคงอย่างน้อยที่สุดทุกคนควรทำงานให้เต็มกำลัง เต็มความสามารถ และเต็มเวลาด้วย
๘ คุณธรรมพื้นฐานคือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี และมีน้ำใจหากเกิดขึ้นกับครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน สถาบัน ตลอดจนประเทศใดแล้ว โดยเฉพาะประเทศไทยนั้นก็จะพ้นวิกฤติทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม พัฒนาชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า เป็นสังคมคุณธรรมนำความรู้ ชีวิตของคนในชาติ คงจะดีกว่าเดิม
สังคมไทยจะสงบสุขกว่านี้ ประเทศไทยก็คงเป็นไทยอยู่ตลอดไป มีการพัฒนาอย่างรุดหน้าไม่ด้อยกว่าประเทศใดในโลกนี้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างแน่นอน
อ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ, กรมวิชาการ. (2543).
การปฏิรูปการเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550).
๘ คุณธรรมพื้นฐาน. (โปสเตอร์).
วิชัย ตันศิริ. (2549).
อุดมการณ์ทางการศึกษา ทฤษฎีและภาคปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพล ทิมอ่ำ. (ม.ป.ป.).
การประชุมเชิงปฏิบัติการการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : บริษัทอักษรเจริญทัศน์.
ค้นคว้าเพิ่มเติม
กระทรวงศึกษาธิการ
http://www.moe.go.th/
นโยบายรัฐบาล
http://www.onec.go.th/policy/policy_g.htm
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
http://www.obec.go.th./index.htm
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
http://www.onec.go.th
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 39 ความเห็น, หน้า่ |
1| -
2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 24 ส.ค. 2550 (21:23) ที่โรงเรียนได้นำคุณธรรม 8 ประการไปทำแผนการเรียนรู้บูรณาการก่อนสอน (ทดลองก่อน) และให้ผู้นำนักเรียนกลุ่มหนึ่งหากิจกรรมมาเสนอทุกวันเวลาพักกลางวัน ได้แนวคิดของคุณครูชิตด้วยค่ะ เรื่องเอกสารที่ต้องการจะให้ส่งไปที่ไหนคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 ส.ค. 2550 (08:52) "ควรให้โอกาส คุณ MathGuy ได้อธิบายคงไม่ว่าอะไรนะครับ"
รออยู่ครับ....
--------------------------------------------------------------
"ทางที่ดีผมว่าเราควรจะปรองดองกันดีกว่านะครับ"
เรา..... หมายความว่าไม่ใช่ 1 คน ใครบ้างล่ะครับ ?
ปรองดอง.... การแจ้งลบความคิดเห็นของคนอื่น เป็นวิธีปรองดองไหมครับ ?
---------------------------------------------------------------
"ผมแนะว่า คุณ เมฆา นิก มองไปข้างหน้าดีกว่า"
การจะทำสิ่งใด ๆ ผมใช้วิธี"มองรอบด้าน"ครับ....
มองไปข้างหน้า.... เพื่อวางเป้าหมาย, วิธีการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดในอนาคต ฯลฯ
มองด้านข้าง(ซ้าย-ขวา).... เพื่อพิจารณาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับงาน
มองด้านหลัง.... เพื่อใช้เป็นข้อมูล(Pass Record)
มองด้านบน..... เพื่อดูการสนับสนุน
มองด้านล่าง.... เพื่อพิจารณาลูกน้องและบริวาร ครับ
-----------------------------------------------------------------------
"เป็นผู้มีเหตุมีผล ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อ"
เห็นด้วยกับข้อคิดนี้ครับ..... แต่การลบความเห็นที่แตกต่าง เป็น"การยอมรับความแตกต่าง"ไหมครับ ?
---------------------------------------------------------------------
"ครู MathGuy ก็ชนะเพราะได้ทำหน้าอย่างดีที่สุดแล้ว คุณ เมฆา นิก ก็ชนะเพราะได้ชนะใจตัวเอง"
ชนะ หรือ แพ้...... ไม่ใช่สิ่งที่แสดงความถูกต้อง - ดีงาม ทั้งหมดครับ
มติที่ชนะในหมู่โจร..... คงไม่ใช่สิ่งที่น่ายกย่องนะครับ ?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 26 ส.ค. 2550 (11:03) พี่คิมขอบคุณอีกครั้งครับ เดียวผมจะส่งไปทาง e-mail ก็แล้วกันครับ คุณ เมฆา นิก ผมก็ยังยืนยันในความสมานฉันท์ ปรองดอง และมองไปข้างหน้าเพื่อเดินทางให้บรรลุเป้าหมายด้วยวิธีการที่ดีที่สุดในขณะนั้นแน่นอนจะต้องไม่ลืมมองสภาพของปัจจุบันที่ให้มองรอบด้านด้วยการวิเคราะห์ ในทิศทางข้างหน้าแต่ครั้งนี้ผมมองการให้โอกาสคนครับ ......ผมคิดว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอนซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ แต่มนุษย์รู้จักใช้สติและการเรียนรู้จนถ่ายทอดเป็นวัฒนธรรมของแต่ละสังคม อย่างเรื่อง การมองโลกในแง่ดีก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ควรกำกับด้วยเหตุผลมากว่าอารมณ์ ดังนั้น รู้รักสามัคคี มีสติ เหตุผล ส่วนอารมณ์นั้นเราต้องควบคุมมันได้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 26 ส.ค. 2550 (12:21)
บทสนทนาเรื่อง มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ.
ต๊วบ : เจนบ้านเราอยู่ทางไหน ?
เจน : เกษตรสมบูรณ์อยู่ทางโน้นไง
............................................
สถานที่ : เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ
วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2550
ถ่ายภาพ : ครู...ชิต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 1 ก.ย. 2550 (08:01) "ต้องรับฟังความเห็นครู MathGuy อีกฝ่ายหนึ่งก่อนนะครับจะเป็นข้อมูลทั้ง 2 ทาง อาจจะใช้เวลาสักนิดหนึ่งเพราะจะเกิดความยุติธรรมของทั้งสองฝ่ายควรให้โอกาส คุณ MathGuy ได้อธิบาย"
---------------------------------------------------------------
1. รอฟังความเห็นของ MathGuy มานานแล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขา"ไม่มีปัญญา"แสดงความคิดเห็นโต้แย้งผมได้ในประเด็น เขาจะใช้วิธีแถไปนอกประเด็น หรือแจ้งลบความคิดเห็นที่เขาไม่สามารถยกเหตุผลมาโต้แย้งได้ด้วยไร้ปัญญาครับ
2. เขาเป็น"ครู"ด้วยหรือครับ คงเป็นครูที่ใช้แต่"พระเดช" เพราะไม่มี"พระคุณ"จะใช้ ไม่มีใครเชื่อถืออย่างเต็มใจเพราะไร้เหตุผล ต้องใช้อำนาจบังคับ มีครูอย่างนี้เยอะ ๆ แล้วนักเรียนจะมีคุณภาพได้อย่างไรครับ ?
ได้มีโอกาสคุยกับคุณครูบางคน เล่าให้ฟังถึง"คุณธรรม"ของนักเรียนโดยรวมที่ลดลง คงเป็นผลมาจากการที่มีครูที่มีอำนาจสูงขึ้นตามอายุงาน แต่ปัญญาไม่ได้สูงตามขึ้นมาด้วย แยกแยะไม่ถูกว่าสิ่งใดมีคุณธรรม สิ่งใดไร้คุณธรรม ทำให้คุณธรรมของนักเรียนลดลง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 1 ก.ย. 2550 (08:48) ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน ว่าบุคลผู้นี้มีปัญญาน้อยยอ่างไร ?
"มีข้อคุณธรรมที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น
1) ขาดความมีเมตตา กรุณา อุเบกขา
2) ขาดสัมมาทิฏฐิ มีแต่ มานะ ยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง พูดอ้างโน่นอ้างนี่ แต่แท้จริง พูดออกมาจาก อัตตา
3) ขาดความสุจริต จริงใจ ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ ทำโดยมีเงื่อนไข มีผลประโยชน์แอบแฝง
4) ไม่พัฒนาปัญญาให้รู้จริง รู้กว้างออกไป แต่เลือกที่จะเชื่อในประเด็นแคบๆที่ถูกใจเท่านั้น
5) มุ่งเอาชนะกัน โดยไม่สนใจความถูกต้อง ไม่สนใจวิธีการ หรือแม้แต้จะยอมทำด้วยวิธีที่ผิด
6) คิดแบบ แยกดีชั่วไม่เป็น ไม่พิจารณาว่าเรื่องนี้ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องๆไป แต่คิดเหมารวมกันไปหมด ตามความชอบใจ ไม่ชอบใจเท่านั้น
7) พิจารณามองไมเห็นว่า อะไรเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า เอาเรื่องส่วนตัว เรื่องของกลุ่ม เรื่องของส่วนรวม คิดสับสน ปนกันไปหมด"
------------------------------------------------------------------------------------------
คุณธรรม.... หมายถึงธรรมที่เป็นคุณ, สภาพคุณงามความดี
ดังนั้น... ก็หมายความว่า ผู้มีคุณธรรม คือผู้ที่มีข้อควรปฏิบัติทั้ง 7 ข้อนี้
ซึ่งก็ตรงกับสภาพทางการเมือง และแนวความคิดที่เขาสนับสนุนอยู่ในปัจจุบันนี้ เช่น....
ข้อ 1. ต้องทำลายฝ่ายตรงข้ามให้ล่มจม(ด้วยความอิจฉาที่ร่ำรวยกว่า).... มีครบทุกข้อ รวมทั้ง"ขาดมุทิตา"ด้วย
รวมทั้งข้อ 2 - 7 ที่เขายกมานั้น..... ลองคิดดูสักนิดว่ามันตรงกับคุณธรรมในตัวเขา และสิ่งที่เขาสนับสนุนทั้งสิ้น
ตรงข้ามกับข้อ 6...... ต้องคิดแยกดี แยกชั่วให้เป็น
ไม่ใช่"สมานฉันท์"กันร่ำไป..... แม้กับคนชั่ว ก็ควรเข้าไปสมานฉันท์ด้วยรึ ?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 1 ก.ย. 2550 (09:35) คุณครู...ชิต ครับ
ความคิดเห็นของผมอาจไม่ถูกใจทุกคน ทุกข้อได้.... ก็เป็นเรื่องธรรมดา
แต่ว่าขอให้แสดงเหตุผลออกมา.... ใช้สติและปัญญาหาข้อมูลมาพิจารณา
ถ้าจะบอกว่าเป็นการ"ให้โอกาสคน" ....ก็ลองคิดดูอีกทีว่าจริงหรือเปล่า ?
เราให้โอกาสเขา.... หรือเขาปล้นเอามาด้วยตัวเขาเอง โดยเราไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง
มีปัญญาพิจารณาได้โดยไม่ต้องทดลองให้เกิดความเสียหาย
บางคน"มีปัญญา"พิจารณาได้ว่า..... ก้อนเหล็กที่ถูกเผาไฟมานี้ร้อน ไม่ควรจับด้วยมือเปล่า
บางคน"ไม่มีปัญญา"พิจารณาได้ว่า.... ก้อนเหล็กนี้ถูกเผาไฟมา ก็จับมันด้วยมือเปล่า
บางคน"มีปัญญา"รู้ว่า.... งูมีพิษกัดแล้วถึงตายได้ ก็ไม่ต้องลอง"ให้โอกาส"งูนั้นกัดใช่ไหมครับ ?
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 4 ก.ย. 2550 (06:43) ขอบคุณ คุณ เมฆา นิก อีกครั้งครับ สำหรับมุมมอง ลองรออีกนิดดีไหมครับ เขาอาจจะยังไม่เข้ามาอ่าน หรือ อ่านแล้วอาจจะยังไม่พร้อมที่จะแสดงความคิดเห็น หรืออีกหลายประเด็น คนที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดก็คือเจ้าตัวครับ แต่ผมยังยืนยันในความคิดเดิมที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ความสามัคคีครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 10 ก.ย. 2550 (18:12) ขอบคุณ คุณ nit_n อีกครั้งครับ และเด็ก ๆ ที่น่ารักทุกคน ปัจจุบันผมเป็นครู คศ.2 (ชำนาญการ) และกำลังพัฒนาผลงานทางวิชาการเพื่อให้มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษครับ หน้าที่รับผิดชอบคือ ทีมงานบริหารปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มแผนงานและการจัดการศึกษา และเคยเป็นหัวหน้างานวัดและประเมินผล และ GPA ของสถานศึกษา ดังนั้นจึงมีข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับสภาพทั่วไปของสถานศึกษาครับ โดยส่วนตัวก็ตั้งเป้าหมายไว้อีก 2 ปีข้างหน้า จะต้องเป็นผู้บริหารสถานศึกษาให้ได้(ยังไม่เคยสอบเลย) จึงจะมีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่จบสาขาการบริหารการศึกษามา ผมคิดว่าการเป็นครูที่ดีเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ ยังต้องมีความรู้ ความสามารถ มีเพื่อน ที่สำคัญต้องมีคุณธรรม มีความยุติธรรม เป็นแบบอย่างที่ดี มีมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาการทางการศึกษา ซึ่ง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546
มาตรา 49 ให้มีมาตรฐานวิชาชีพ 3 ด้าน คือ
1. มาตรฐาน ความรู้และประสบการณ์
2. มาตรฐาน การปฏิบัติงาน
3. มาตรฐาน การปฏิบัติตน
มาตรา 50 กำหนดให้คุรุสภาออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพครูและกำหนดแบบแผนพฤติกรรม ตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู ซึ่ง ก็คือ ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ พ.ศ. 2548 หมวด 3 จรรยาบรรณวิชาชีพ(มาตรฐานการปฏิบัติตน)ประกอบด้วย 5 ส่วน คือ
1. จรรยาบรรณต่อตนเอง / พัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ / การพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
3. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ / การปฏิบัติต่อครูและนักเรียน
4. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ / การปฏิบัติตนกับเพื่อนร่วมวิชาชีพด้วยความจริงใจ
5. จรรยาบรรณต่อสังคม / การปฏิบัติตามจารีตประเพณี
จากที่กล่าวมานั้นอาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ครูต้องมีใบประกอบวิชาชีพ มีองค์กรวิชาชีพ มีศาสตร์เฉพาะของตนเอง และมีมาตรฐานจรรยาบรรณ ซึ่งนับว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้สูงขึ้น เหมาะสม และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องอยู่เสมอนั้น เหตุผลและความจำเป็นก็คือ เพื่อการมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนและการศึกษาของชาติ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพราะราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บรรลุผลตามเป้าหมายการศึกษา คือ ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุขในสังคม เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่จะพัฒนาชาติไทยของเราต่อไปครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 12 ก.ย. 2550 (21:45) สวัสดีค่ะ
ติดตามอ่านเสมอค่ะ เพื่อประดับสติปัญญาแต่ยังไม่มีภูมิแสดงความคิดเห็น ขอเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ และเป็นกำลังใจให้นะคะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 14 ก.ย. 2550 (12:23) ขอบคุณ พี่คิม ที่ติดตามการอ่านผลงานอยู่เสมอ ยิ่งต้องให้ผมเพิ่มความขยันในแสวงหาความรู้และระมัดระวังในการนำเสนอมากขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับพี่คิมเท่าที่ผมได้อ่านผลงานก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา หากหลายๆคนช่วยกันแสดงความคิดเห็นความรู้ต่างๆจะได้แพร่หลายเป็นการจัดการความรู้(KM) อีกอย่างหนึ่งครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 24 ก.ย. 2550 (01:29) อ่านบทความของคุณคิดถึง ## คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ## ตอนนี้ที่โรงเรียนกำลังนำคูณธรรม 8 ประการมาใช้อยู่ ไม่รู้ได้ผลแค่ไหน เพราะที่โรงเรียนปิดบ่อย ครูไม่ค่อยได้คุยกับเด็กมากนัก แต่ในชั่วโมงคณิตศาสตร์ ก็พยายามแทรกคุณธรรม และเศรษฐกิจพอเพียงเสมอเสมอสถานการ์ 3 จชด.ใต้ ส่งผลต่อการศึกษา 100% ทั้งเด็กและคุณครู " คิดแล้ว น่าสงสารเด็กรุ่นนี้มาก โตขึ้นเค้าจะเป็นอย่างไรบ้างนะ" คุณครูก็ต้องย้ายกลับบ้านเพราะไม่ใช่คนในพื้นที่เพราะสถานการณ์บังคับ
### แต่ธรรมชาติใน 3 จชด.ใต้ ยังดีอยู่นะ ###
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 24 ก.ย. 2550 (18:39) เห็นภาพจากคุณ wawjula แล้วต้องยอมรับว่าธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่จริง ๆ ธรรมชาติใน 3 จชด.ใต้ ก็นับว่าทรัพยากรธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์อยู่ไม่น้อยแต่น่าเสียดายที่มีเหตุการณ์ไม่สงบแต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเหตุการณ์คงจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี เพราะการสื่อสาร สื่อความไปในทิศทางเดียวกัน จนเกิดความเข้าใจ เมื่อเกิดความเข้าใจก็จะได้ความร่วมมือ แต่หลักการ และการปฏิบัตินั้น บางครั้งก็ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง หนทางเดียวที่จะแก้ไขได้คือการสร้างเจตคติ ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ใช้การศึกษา และคุณธรรม ตลอดจนการบูรณาการองค์รวมเท่านั้น ที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่ปัจจุบัน การศึกษาโดยเฉพาะ 3 จชด. กำลังประสบปัญหาผู้เรียนได้รับการศึกษาไม่เต็มที่ ครูก็ไม่ปลอดภัย ปัญหานี้ก็คงต้องใช้คนในพื้นที่เท่านั้นอย่างน้อยก็น่าจะสื่อสาร และเกิดความเข้าใจได้ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 27 ก.ย. 2550 (12:39) ดีครับครูชิต
ครูเก่งมากเลยครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 1 ต.ค. 2550 (16:05) ขอบคุณ ครับ คุณ nice_naruto ผมเองก็อยากให้ปัญหา 3 จชด.ภาคใต้สงบสักที เมื่อสงบก็ต้องฟื้นฟูแทบจะทุกอย่าง แต่ผมเชื่อว่าพี่น้อง 3 จชด.ภาคใต้เป็นคนที่มีคุณภาพถือว่าเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า เมื่อเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าการพัฒนาต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วครับ เช่น เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การเมือง ฯลฯ ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ตราบใด ที่เหตุการณ์ยังไม่สงบ ความเจริญดังกล่าวก็จะถดถอยไปเรื่อยๆ ครับ ก็ขอวอนผู้ก่อความไม่สงบลองคิดดูว่าการทำลายโอกาสด้านต่างๆ ของผู้คนนั้นเพื่ออะไร ? ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 8 ต.ค. 2550 (14:58) แสดงความคิดเห็นต่อจาดครู...ชิต ##ทรัพยากรมนุษย์สำคัญที่สุด## การจากไปไม่รู้จบเมื่อไร มีแต่ความสูญเสียเราได้แต่เสียใจเมื่อใครคนนั้นจากไป.....เพราะชีวิตมีคุณค่าที่สุด แต่ยังหาวิธีแก้ปัญหาไม่เจอ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง และพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ ที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย "ความต่างวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ค้นหาคำตอบยาก" ความจริงใจของรัฐในการแก้ปัญหา และที่สำคัญที่สุดทำให้คนในพื้นที่รู้สึกว่าเจ้าที่ของรัฐเป็นพวกเดียวกับเค้า
การศึกษาก็เป็นพื้นฐานของการพัฒนาทุกอย่าง แต่ทุกวันนี้การศึกษาในพื้นที่ไม่ได้พัฒนาเลยและถูกทำลายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานศึกษา วัสดุอุปกรณ์ บุคลากรทางการศึกษา และที่สำคัญที่สุดนักเรียนไม่กล้ามาเรียนในบางพื้นที่ รากฐานการศึกษาถูกทำลาย"เปรียบเสมือนต้นไม้ที่รากถูกทำลาย ลำต้น ใบ กิ่งก้านจะแตกยอดสวยงาม ได้อย่างไร"
ด้านการเมืองเป็นสิ่งที่ภาคใต้พัฒนาได้ดีที่สุด มีการซื้อเสียงกันน้อย และชาวบ้านชอบพูดเรื่องการเมื่อง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตามร้านน้ำชา จากการสังเกตุเห็น การใช้ชีวิตในพื้นที่นี้ (ไม่ใช่คนในพื้นที่นะ แต่ต้องมาทำงานในพื้นที่ตามหน้าที่)
การแก้ปํญหาจะแก้ปัญหาได้อย่างไรล่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 12 ต.ค. 2550 (16:56) อันความไม่สงบ บ้านเมืองวุ่นวาย นับเป็นความสูญเสียแทบจะทุกอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ชีวิตของมนุษย์ หลายต่อหลายครั้ง บางครั้งก็น่าใจหาย นี้หรือคือมนุษย์ ? แต่ผมก็ยังเชื่อว่า คุณธรรมและการศึกษา จะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด การ เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางในการสร้างความสงบทางชายแดนภาคใต้ ในด้านการศึกษา นโยบาย สพฐ 2551 ได้มี กลยุทธ์ เร่งรัดพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒฯพิเศษเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นแนวทางดำเนินการร่วมกันด้านสังคมของรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ 2551 มีกลยุทธ์เพื่อให้ผู้เรียนและประชาชนได้รับการศึกษาที่บูรณาการกับวิ๔ชีวิตอัตลักษณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีจุดเน้น ดังนี้
1. เด็กและเยาวชนทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับและมีโอกาสต่อในช่วงชั้นที่ 4
2. นักเรียนมีผลสัมสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
3. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทั้งนี้กิจกรรมที่สำคัญที่เป็นจุดเน้นจากกลยุทธิ์ดังกล่างมีดังนี้
1) วางมาตรการที่จะรักษาความปลอดภัยให้แก่ครู นักเรียน และสถานศึกษา
2) ประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส
3) พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม
4) เร่งพัฒนาคุณภาพโรงเรียนประจำจังหวัดและอำเภอ ให้เข้าสู่มาตรฐานชาติและจัดโครงการเตรียมความพร้อมนักเรียนเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา
5) ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการในพื้นที่
6) แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างสายสัมพันธ์แห่งความเป็นไทย ข้ามเขตพื้นที่การศึกษา
7) ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
ดังนั้น หากเหตุการณ์ยังไม่สงบ โอกาสที่จะพัฒนาย่อมเป็นไปอย่างลำบากยิ่ง แต่ถ้าหากบ้านเมืองสงบ การพัฒนาย่อมเป็นไปโดยง่ายบนพื้นฐานของความหลากหลายอย่างสมดุล หนทางสู่การพัฒนาที่แท้จริงก็คือ การให้การศึกษาแก่มนุษย์ให้มีคุณภาพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก อีกทั้งต้องเป็นผู้มีคุณธรรม ซึ่ง สังคมที่มีการศึกษา ประชากรมีคุณภาพ และ มีคุณธรรม นับเป็นสังคมในฝัน ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็น สังคมแห่งการพัฒนาบนพื้นฐานของความหลากหลายอย่างสมดุล ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 14 มี.ค. 2551 (22:36) <P>ดีใจจัง...ค่ะที่มีคนดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆทุกท่านที่ส่งกระทู้มา</P>
<P>อ่านแล้วรู้ซี้ง คำว่า <STRONG><EM>กรุงศรีอยุธยายังไม่สิ้นคนดี</EM></STRONG> สู้ต่อไปนะคะ</P>
<P>เดี๋ยวจะเข้ามาอ่านความรู้อีก</P>
<P>ครูบ้านนอก...</P>
ครูอ้อย (IP:202.149.24.129)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 25 มี.ค. 2551 (07:07) ขอบคุณ คุณครูอ๋อย ครับ คนดีมียังมีอยู่มากหากเราสามารถช่วยเพิ่มและพยุงคนดีเปลี่ยนจากคนไม่ดีให้กลายเป็นคนดีผมว่าโลกจะน่าอยู่มากครับสอดคล้องกับการวิจัยเรื่อง การศึกษาแนวทางการปลูกจิตสำนึกคุณธรรมผ่านระบบการศึกษา : กรณีศึกษามูลนิธิพุทธฉือจี้ ไต้หวันที่กล่าวในบทนำว่าปัจจุบันโลกกำลังหมุนคว้างท่ามกลางกระแสใหม่ในระบบทุนนิยมซึ่งมีเป้าหมายกระตุ้นความต้องการบริโภคอย่างไม่รู้จบ จนกลายเป็นลัทธิบริโภคนิยม เป็นเหตุให้เกิดการตักตวงทรัพยากรธรรมชาติจนสภาวะโลกขาดความสมดุล นอกจากการทำลายสมดุลธรรมชาติจนเกิดภัยภิบัติบ่อยครั้งยังบ่อนเซาะวิถีวัฒนธรรมการกินอยู่อย่างพอเพียงที่บรรพบุรูษเคยดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างที่ให้เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความเสื่อมถอยด้านศิลธรรม-จริยธรรม หากเป็นเช่นนี้ต่อไป
โลกย่อมวิบัติในเวลาอันใกล้ (เดิมแท้ ชาวหินฟ้าและคณะ, 2550 : 1)