ปฏิรูปการศึกษากับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง

๘ คุณธรรมพื้นฐาน

ปฏิรูปการศึกษากับ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง

        ด้วยภาวะวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน หนทางที่จะผ่อนคลายคนไทยทุกคนก็ควรหันหน้าเข้าหากัน ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ทุกฝ่ายยอมลดเป้าหมายเพื่อพบกันครึ่งทาง เพื่อความอยู่รอด ปลอดภัย ความเจริญของประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จะด้วยวิธีใดก็ตามสิ่งสำคัญต้องอยู่บนรากฐานของคุณธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามควรแก่การประพฤติปฏิบัติ การพัฒนาบุคคลโดยใช้คุณธรรมนั้นเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาคนในชาติให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยกาย วาจา ใจ การศึกษาก็มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การแข่งขันทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัฒน์ก็ขึ้นอยู่กับการศึกษา การพัฒนาการเมืองก็ขึ้นอยู่กับการศึกษา สังคมกำลังเสื่อมโทรม ก็ต้องหันไปพึ่งการศึกษา การพัฒนาการศึกษาจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาประเทศ

        ในการนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายเร่งรัด การปฏิรูปการศึกษา  โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนักสำนึกในคุณค่าของ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุขโดย  ๘ คุณธรรมพื้นฐาน ประกอบด้วย

        ๑.  ขยัน  คือ ผู้ที่มีความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควร สู้งานมีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง 

        ๒.  ประหยัด  คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ รู้จักทำบัญชีรายรับ – รายจ่าย ของตนเองอยู่เสมอ

        ๓.  ซื่อสัตย์  คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อเวลา ต่อหน้าที่ และต่อวิชาชีพ มีความจริงใจปลอดจากความรู้สึกสำเอียง หรืออคติ ไม่ใช้เล่ห์กลคดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรู้หน้าที่ของตนเองปฏิบัติอย่างเต็มที่และถูกต้อง
 
        ๔.  มีวินัย  คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน องค์กร และประเทศ โดยที่ตนยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจยึดมั่นใน   ระเบียบแบบแผนข้อบังคับและข้อปฏิบัติ รวมถึงการมีวินัยทั้งต่อตนเองและสังคม
 
        ๕.  สุภาพ  คือ ผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ มีสัมมาคารวะ เรียบร้อยไม่ก้าวร้าว รุนแรง หรือวางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทางเป็นผู้มีมารยาทดีงามวางตนเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย

        ๖.  สะอาด  คือ ผู้ที่รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจิตไม่ให้ขุ่นมัว มีความแจ่มใสอยู่เสมอ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจและสภาพแวดล้อมมีความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น

        ๗.  สามัคคี  คือ ผู้ที่เปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง สามารถแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุมีผล ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมานฉันท์

        ๘.  มีน้ำใจ  คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เห็นอก เห็นใจ และเห็นคุณค่าในเพื่อมนุษย์และผู้ที่มีความเดียดร้อน มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกายและสติปัญญาลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน

        จากนโยบายเร่งรัดการ ปฏิรูปการศึกษา ๘ คุณธรรมพื้นฐาน ข้างต้น สถาบันการศึกษาจึงควรเร่งรัดนำไปปลูกฝังคุณธรรมพัฒนา ให้กับเยาวชนของชาติ เพื่อให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข ก้าวสู่สังคมคุณธรรมนำความรู้ โดยขอความร่วมมือจาก สถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาอื่นๆ  เพื่อให้การดำเนินการประสบความสำเร็จสามารถนำไปสู่การปฏิบัติยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จนั้นทุกฝ่ายจะต้องมีความตั้งใจ และลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ผู้ใหญ่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน พ่อแม่ต้องดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิด ครูต้องมีจิตสำนึกและวิญญาณของความเป็นครูเพิ่มขึ้น ภาครัฐและเอกชน องค์การศาสนา และสื่อมวลชน ต้องตื่นตัว กระตือรือร้น และผนึกกำลังเพื่อการพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าอย่างมั่นคงอย่างน้อยที่สุดทุกคนควรทำงานให้เต็มกำลัง เต็มความสามารถ และเต็มเวลาด้วย  ๘ คุณธรรมพื้นฐานคือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี และมีน้ำใจ หากเกิดขึ้นกับครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน สถาบัน ตลอดจนประเทศใดแล้ว โดยเฉพาะประเทศไทยนั้นก็จะพ้นวิกฤติทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม พัฒนาชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า เป็นสังคมคุณธรรมนำความรู้ ชีวิตของคนในชาติ คงจะดีกว่าเดิม สังคมไทยจะสงบสุขกว่านี้ ประเทศไทยก็คงเป็นไทยอยู่ตลอดไป มีการพัฒนาอย่างรุดหน้าไม่ด้อยกว่าประเทศใดในโลกนี้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างแน่นอน
 

อ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ, กรมวิชาการ. (2543). การปฏิรูปการเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). ๘ คุณธรรมพื้นฐาน. (โปสเตอร์).
วิชัย ตันศิริ. (2549). อุดมการณ์ทางการศึกษา ทฤษฎีและภาคปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพล ทิมอ่ำ. (ม.ป.ป.). การประชุมเชิงปฏิบัติการการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : บริษัทอักษรเจริญทัศน์.
 

ค้นคว้าเพิ่มเติม
กระทรวงศึกษาธิการ http://www.moe.go.th/
นโยบายรัฐบาล http://www.onec.go.th/policy/policy_g.htm
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน http://www.obec.go.th./index.htm
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา http://www.onec.go.th

วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง

ปฏิรูปการศึกษากับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง
วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง

ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีแก่ชนชาวไทยโรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ทุกคนกลับมามอง คิดวางแผนการใช้ชีวิต ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ในสังคมและได้แบ่งปันเอื้อเฟื้อกันมากขึ้น และที่สำคัญได้เรียนวิธีการปลูกพืชจากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ดังนั้นในปี ๒๕๕๐ โรงเรียนมีโครงการที่จะขยายหลักปรัชญาแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปสู่นักเรียนและชุมชนโดยให้นักเรียนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เมื่อดำเนินการแล้วจะมีการคัดเลือกตัวแทนครอบครัวที่เป็นตัวอย่างมอบเกียรติบัตร เพื่อเป็นการทำความดีถวายพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสแห่งปีมหามงคลและเพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศรอดพื้นจากภาวะวิกฤติที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้ จากสภาพดังกล่าวโรงเรียนวรคุณอุปถัมถ์จึงมีความสนใจที่จะนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการสร้างความตระหนักโดยปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และองค์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่นักเรียนและชุมชน ในปีการศึกษา ๒๕๕๐ นำผลดำเนินการการไปศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ร่วมกับนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ในการนำแบบอย่างและองค์ความรู้ที่จะดำเนินวิถีชีวิต โดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

พระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง
“ขอให้ทุกคนมีความปรารถนา ที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกินมีความสงบ และทำงาน ตั้งอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพอกิน ไม่ใช่ว่า จะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่มีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ ฉะนั้น ถ้าทุกท่าน ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีความคิด และมีอิทธิพล มีพลังที่จะทำให้ผู้อื่น ซึ่งมีความคิดเหมือนกัน ช่วยกันรักษาส่วนรวม ให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำพอควร พออยู่ พอกิน มีความสงบไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวรที่จะมีคุณค่า อยู่ตลอดกาล” พระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๒ “เพราะความพอเพียงหมายถึง การที่มีความพอ คือ มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดนี้ คนเราก็อาจจะเป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีความหรูหราได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น” พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๔๔
หลักการ แนวคิด ของเศรษฐกิจพอเพียง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ ซึ่งต่อมาได้มีการนำแนวความคิดไปปฏิบัติกันหลายหน่วยงาน แต่คนส่วนมากมักเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของเกษตรกรเท่านั้น ซึ่งแท้จริงผู้ประกอบอาชีพอื่น ก็สามารถน้อมนำแนวพระราชดำรัสไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งสิ้น หลักสำคัญคือ ปรัชญา ๓ ห่วง 2 เงื่อนไข ประกอบด้วย  หลัก ๓ ห่วง  คือ ๑.) ความพอประมาณ  หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ๒.)  ความมีเหตุผล  หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับความพอเพียงนั้น ๆ จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น อย่างรอบคอบ ๓.)  การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว  หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ กับ  หลัก ๒ เงื่อนไข  คือ ๑.)  ความรู้ ประกอบด้วยความรอบรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) ๒.)  คุณธรรม  ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน ) "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๔๐ ความพอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ ในด้านการศึกษา ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ยึดทางสายกลางที่อยู่บนพื้นฐาน ของความสมดุล พอดีพอประมาณอย่างมีเหตุผล มีความรอบรู้เท่าทันโลก เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของคนไทยเพื่อมุ่งให้เกิด “การพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย” (แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕- ๒๕๕๙) ด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประเทศในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภาพนอกได้เป็นอย่างดี (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๒๕๔๙) และต่อเนื่องถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔) มีแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า เป็นแนวทางปฏิบัติควบคู่ไปกับการพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวม “ที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” เพื่อการพัฒนาและบริหารประเทศเป็นไปในทางสายกลาง บนพื้นฐานดุลยภาพเชิงพลวัตของการเชื่อมโยงทุกมิติของการพัฒนาอย่างบูรณาการ ทั้งมิติตัวคน สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและการเมือง โดยมีการวิเคราะห์ “มีเหตุผล” และใช้หลัก “ความพอประมาณ” ให้เกิดความสมดุลระหว่างมิติทางด้านวัตถุกับจิตใจของคนในชาติ ความสมดุลระหว่างสังคมชนบทกับสังคมเมือง โดยมีการเตรียม “ระบบภูมิคุ้มกัน” ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เพียงพอพร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ขับเคลื่อนการพัฒนาใช้ความรู้คู่คุณธรรม (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔) และนโยบายรัฐบาลเน้นคุณธรรมนำความรู้ และกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนักสำนึกในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข จากการศึกษาพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง หลักการ แนวคิด ของเศรษฐกิจพอเพียง หากนำไปสู่การปฏิบัติจะก่อเกิดความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี แก่ตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยโรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์นำแบบอย่างในการเรียนรู้วิถีชีวิต โดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียงขยายหลักปรัชญาแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปสู่นักเรียนและชุมชน ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยคุณธรรมนำความรู้ โดยเฉพาะ ๘ คุณธรรมพื้นฐานการนำแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ซึ่งจะเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตให้สังคมไทยเกิดความสงบสุข เนื่องจากปัจจุบันประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบจากหลาย ๆด้านที่ทำให้เกิดปัญหา เช่นผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความห่างเหิน ขาดความสามัคคี และไม่รู้จักการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม จึงเกิดผลต่อความประพฤติที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กไทย เยาวชนไทยไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา สนใจแต่วัตถุนิยม ไม่รู้จักการประมาณตน ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่ออนาคตของชาติถ้าหากนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จะเกิดประโยชน์ทางตรงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคม เพราะ หากสถาบัน ครอบครัวมีความอบอุ่น ย่อมส่งผลให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง เมื่อชุมชนเข้มแข็งย่อมทำให้ประเทศเกิดความสงบสุขรอดพื้นจากภาวะวิกฤติที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้

นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเผยแพร่สู่นักเรียนและชุมชน

๑.   สร้างความตระหนักโดยปฏิบัติเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้  ๑.๑ จัดกิจกรรมประกวดการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในบริเวณบ้านพักครูภายในโรงเรียน โดยมีการประเมินจากคณะกรรมการที่เป็นบุคลากรในโรงเรียนออกเยี่ยมชมและให้คะแนน ๓ ครั้ง สรุปผลมอบเกียรติบัตร ๓ รางวัล มอบโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ๑.๒ จัดกิจกรรมเปิดศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและจัดกิจกรรมการแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มอบเกียรติบัตรให้นักเรียน ๑.๓ พิธีเปิดศูนย์วิชาการเศรษฐกิจพอเพียงและเชิญกรรมการสถานศึกษาผู้ปกครอง ชุมชน หัวหน้าส่วนราชการมาเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมเศรษฐกิจของบ้านพักครู พร้อมแจกจ่ายผลผลิตของแต่ละบ้าน ๒.  นำองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่นักเรียนและผู้ปกครอง  ในปีการศึกษา ๒๕๕๐ โดยมีเป้าหมายของการนำนวัตกรรมสู่การปฏิบัติก่อเกิดผลดังนี้

ผลที่เกิดกับนักเรียน

โดยธรรมชาติของนักเรียนที่อยู่ในช่วง ๑๓-๑๘ ปี จะไม่ชอบการออกคำสั่ง หรือการบังคับ ดังนั้นการปลูกฝังคุณธรรม ถ้าหากใช้วิธีการเดิม ๆ คือ การอบรมคุณธรรม จริยธรรม ย่อมไม่เกิดผลตามวัตถุประสงค์จึงต้องใช้วิธีการทางอ้อมในการสร้างเสริมคุณธรรม โดยใช้แรงจูงใจทางบวกให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเอง การปฏิบัติเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนย่อมเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เป็นแรงจูงใจที่ดี เมื่อมีการส่งเสริมให้ทำและสร้างแรงจูงใจด้วยการมอบเกียรติบัตร สิ่งที่ได้จาการทำกิจกรรมโดยตรง คือความสามัคคีและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัว ระหว่างครูกับนักเรียน ระหว่างครูกับชุมชน และระหว่างคนในชุมชนด้วยกัน ผลทางอ้อมคือเป็นการเสริมสร้างคุณธรรมให้กับนักเรียนควบคู่กับการทำกิจกรรม ซึ่งไม่เป็นการฝืนความรู้สึกของนักเรียนที่อยู่ในวัยนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโดยเริ่มจากความสัมพันธ์และความสามัคคีจากสถาบันที่สำคัญและใกล้ชิดกับเยาวชนไทยมากที่สุด คือครอบครัว หากครอบครัวมีความอบอุ่น มีเวลาในการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เด็กก็จะได้รับการเพาะบ่มนิสัยและจิตใจที่ดีเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันจากสิ่งที่เป็นอันตรายทั้งหลาย ประโยชน์ทางอ้อมคือ เป็นการปูลกฝังคุณธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจของเยาวชนโดยไม่รู้ตัว เพราะการดำเนินกิจกรรมให้ประสบความสำเร็จได้นักเรียนต้องมีคุณธรรมทั้ง 8 ประการ คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ คุณลักษณะเหล่านี้ย่อมส่งผลให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน

ผลที่เกิดกับโรงเรียน

เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักเรียน ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน เพื่อการประสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและเพื่อความก้าวหน้าในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในอนาคต ดังนั้น ถ้าโรงเรียนที่พัฒนาจนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณภาพตามที่คาดหวังแล้ว สิ่งที่ติดตามมาคือ ความรักและความศรัทธา ของผู้ปกครอง ชุมชนที่มีต่อโรงเรียนซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนช่วยเหลือให้โรงเรียนเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

ผลที่เกิดกับผู้ปกครองและชุมชน

การนำแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ซึ่งจะเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตให้สังคมไทยเกิดความสงบสุข เนื่องจากปัจจุบันประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบจากหลาย ๆด้านที่ทำให้เกิดปัญหา เช่นผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความห่างเหิน ขาดความสามัคคี และไม่รู้จักการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม จึงเกิดผลต่อความประพฤติที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กไทย เยาวชนไทยไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา สนใจแต่วัตถุนิยม ไม่รู้จักการประมาณตน ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่ออนาคตของชาติถ้าหากนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จะเกิดประโยชน์ทางตรงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคม เพราะ หากสถาบัน ครอบครัวมีความอบอุ่น ย่อมส่งผลให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง เมื่อชุมชนเข้มแข็งย่อมทำให้ประเทศเกิดความสงบสุข ด้วยหลักการ แนวคิด ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักสำคัญคือ ปรัชญา ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ประกอบด้วย ๓ ห่วง คือ ๑.) พอประมาณ ๒.) มีเหตุผล ๓.) สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีจากผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากภายนอกหรือภายใน  ๒ เงื่อนไข คือ ๑.) ความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) ๒.) คุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน ) ซึ่งจะเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตให้สังคมไทยเกิดความสงบสุข จากวิถีชีวิต โดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง (ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง) สถานศึกษาจึงมีความสนใจที่จะนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการสร้างความตระหนักโดยปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และนำองค์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่นักเรียนและชุมชน โดยมีเป้าหมาย ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง  ครู  มีความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เกิดขวัญกำลังใจ  นักเรียน  มีคุณธรรมพื้นฐาน ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ  ชุมชน  มีความสามัคคี เกิดความสงบสุข ซึ่งวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ หากทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกชุมชน ทุกสังคม ทุกภาคส่วนน้อมนำไปปฏิบัติเชื่อว่าวิกฤติใดๆ ก็จะผ่อนคลายไปอย่างสิ้นเชิง เกิดฐานครอบครัวที่อบอุ่น ส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง เมื่อชุมชนเข้มแข็งย่อมทำให้ประเทศเกิดความสงบสุข หากคนไทยทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและเข้าถึงแก่นแท้ การดำเนินตามวิถีชีวิต โดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง นี้แล้ว นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศเพราะคุณประโยชน์ที่แฝงไว้ โดยเฉพาะความสามัคคี สามารถช่วยให้คนในชาติมาปรองดองกันและผ่อนคลายวิกฤติของสังคมไทยต่อไป

อ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550).  ๘ คุณธรรมพื้นฐาน . (โปสเตอร์).
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง. ค้นคว้าจาก www.fda.moph.go.th/depart/FDAClear/enoughtheory.pdf
พระราชดำรัสเศรษฐกิจแบบพอเพียง. ค้นคว้าจาก http://www.mamalover.com/mamalifestyle_king.php
โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์, (2550). วารสารฉบับพิเศษ. ปีที่ 3 ฉบับที่ 4
วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์, ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก. ค้นคว้าจาก http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=332
สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. แผนการศึกษาแห่งชาติ. พ.ศ. 2545-2559.
สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9. พ.ศ. 2545-2549.
สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10. พ.ศ. 2550-2554.
สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์สารสนเทศ. เศรษฐกิจแบบพอเพียง. ค้นคว้าจาก http://www.prdnorth.in.th/The_King/justeconomic.php

ค้นคว้าเพิ่มเติม.
กระทรวงศึกษาธิการ http://www.moe.go.th/
นโยบายรัฐบาล http://www.onec.go.th/policy/policy_g.htm
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน http://www.obec.go.th./index.htm
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา http://www.onec.go.th

การปลูกฝังคุณธรรมในสถานศึกษาของเรา

ปฏิรูปการศึกษากับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง

การปลูกฝังคุณธรรมในสถานศึกษาของเรา

ด้วยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายที่จะเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนำความรู้ สร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกในคุณค่าของปรัชญาพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนาและสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดีมีความรู้และอยู่ดีมีสุข ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการโรงเรียนและนักเรียนดีเด่นด้านคุณธรรมจริยธรรม ประสบความสำเร็จสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เพื่อให้นักเรียนได้เกิดจิตสำนึกที่ดีในการประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่บน ๘ คุณธรรมพื้นฐาน ดังนี้ ๑. ความขยัน  คือ ผู้ที่มีความตั้งใจพากเพียร ทำหน้าที่การงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควร สู้งาน มีความพยายามไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างแท้จริง ดังจะเห็นได้จากการที่โรงเรียนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียร เช่น ๑.๑ กิจกรรมวันสัปดาห์ห้องสมุด ได้มอบรางวัลให้กับนักเรียนยอดนักอ่านเป็นประจำทุกปี ๑.๒ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระให้กับนักเรียนที่สนใจ เช่น การเลี้ยงโคพื้นเมือง เลี้ยงสุกร เสริมสวย ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้าใยบัว ๑.๓ การมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่มีความขยันหมั่นเพียร กิจกรรมต่างๆเหล่านี้ล้วนส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้ขยันหมั่นเพียร ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เป็นที่น่าพอใจ  . ความประหยัด  คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออม ถนอมทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักทำบัญชีรายรับ รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ โรงเรียนได้ดำเนินการโครงการธนาคารโรงเรียน ซึ่งได้รับการอนุเคราะห์วิธีการดำเนินการจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขา อำเภออุทุมพรพิสัย นักเรียนสามารถนำเงินมาฝากที่โรงเรียนได้โดยไม่ต้องเดินทางไปยังธนาคารโดยตรง ทำให้สะดวกในการออม ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งนี้โรงเรียนของเรายังส่งเสริมให้นักเรียนทำสมุดบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายของตนเองเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบการรับและจ่ายเงินของตนเอง มีข้อมูลในการวางแผนการใช้เงินได้อย่างคุ้มค่าและไม่ประมาท ส่งผลให้นักเรียนอยู่อย่างเรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออม ถนอมทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือยเนื่องจากทำบัญชีรายรับ รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ ๓. ความซื่อสัตย์  คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อเวลา ต่อหน้าที่และต่อวิชาชีพ มีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ ไม่ใช้เล่ห์กลคดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรู้หน้าที่ของตนเองปฏิบัติอย่างเต็มที่และถูกต้อง โรงเรียนได้ดำเนินการส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริตทั้งการแสดงออกทางกาย วาจา และใจ โดยจะเห็นได้จากการประพฤติปฏิบัติตนของนักเรียนที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต เช่น การเก็บทรัพย์สินของผู้อื่นได้แล้วนำส่งคืนเจ้าของ โรงเรียนจะมีการบันทึกลงในสมุดทำความดี และเมื่อสิ้นปีการศึกษาจะมีพิธีมอบเกียรติบัตรให้กับนักเรียนดังกล่าว  ๔. ความมีวินัย  คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน องค์กรสังคมและประเทศ โดยที่ตนเองยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจยึดมั่นในระเบียบแบบแผนข้อบังคับ ข้อปฏิบัติรวมถึงการมีวินัยทั้งต่อตนเองและสังคม โรงเรียนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมระเบียบวินัยให้กับนักเรียนอย่างสม่ำเสมอเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนเป็นผู้มีระเบียบวินัย เช่น โครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรม การอบรมผู้นำนักเรียน การปฐมนิเทศนักเรียน ซึ่งโครงการต่างๆเหล่านี้มีส่วนช่วยปลูกฝังระเบียบวินัยให้กับนักเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียนต่อไป  ๕. ความสุภาพ  คือ ผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ มีสัมมาคารวะเรียบร้อยไม่ก้าวร้าวรุนแรง หรือวางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทางเป็นผู้ที่มีมารยาทดีงาม วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรม โรงเรียนได้จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้มีกิริยามารยาทเรียบร้อยดีงามตามวัฒนธรรมของสังคมไทย เช่น การอบรมมารยาทไทยให้กับนักเรียน การจัดการประกวดมารยาทไทย และการสนับสนุนให้นักเรียนเข้าร่วมแข่งขันมารยาทไทยในโอกาสต่างๆ ๖. ความสะอาด คือ ผู้ที่รักร่างกาย ที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัวมีความแจ่มใสอยู่เสมอ ปราศจากความมัวหมองทั้งทางกาย ใจ และสภาพแวดล้อม มีความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น โรงเรียนได้ดำเนินการกิจกรรม ๕ ส. เพื่อให้นักเรียนรู้จักฝึกการรักษาความสะอาดภายในห้องเรียนและบริเวณรอบๆโรงเรียน ได้มอบหมายให้นักเรียนในแต่ละห้องเรียนมีเขตพื้นที่รับผิด ชอบในการดูแลรักษาความสะอาด และในชั่วโมงโฮมรูมนักเรียนจะร่วมพัฒนาพื้นที่บริเวณรอบๆโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ๗. ความสามัคคี ผู้ที่เปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานนะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกุลกันเพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง สามารถแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้เป็นผู้ที่มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมานฉันท์ โรงเรียนได้จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามัคคีให้กับนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีความรักและสามัคคีกันในการที่จะพัฒนาโรงเรียน เช่น กิจกรรมการแข่งขันกีฬาภายใน ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี การจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียน และการเข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนในการรณรงค์ในโอกาสต่างๆ เช่น การเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นและในระดับประเทศ  ๘. ความมีน้ำใจ  คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นเห็นอกเห็นใจและเห็นคุณค่าในเพื่อนมนุษย์และผู้ที่มีความเดือดร้อน มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกายและสติปัญญา ลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหาหรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน โรงเรียนมีนโยบายปลูกฝังความมีน้ำใจให้เกิดแก่ตัวนักเรียนทุกคน เพราะต้องการที่จะพัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลที่สามารถใช้ชีวิตให้อยู่ในสังคมได้อย่างเป็นสุข โดยมีแนวทางในการดำเนินการคือ จัดอบรมให้ความรู้แก่นักเรียน เพื่อปลูกจิตสำนึกในการมีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อน ครู และโรงเรียนในโอกาสต่างๆ เช่น การร่วมทำบุญในวันสำคัญทางศาสนา การจัดกิจกรรมต่างๆของโรงเรียนนักเรียนแต่ละระดับชั้นก็มีส่วนร่วมในการร่วมจัดกิจกรรมนั้น เช่น วันวิทยาศาสตร์ วันสุนทรภู่ สัปดาห์ห้องสมุด วันขึ้นปีใหม่ นอกจากนี้นักเรียนยังแสดงออกถึงความมีน้ำใจต่อเพื่อนนักเรียนด้วยกันเอง รวมไปถึงผู้ปกครองและชุมชนต่อไปด้วย

สรุปปฏิรูปการศึกษา กับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง

ปฏิรูปการศึกษา กับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง

ภาวะวิกฤติของชาติที่เผชิญอยู่อย่างรอบด้านนั้น จึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกหมู่เหล่า ที่จะต้องร่วมกันหาช่องทาง วิธีการ ร่วมกันแก้ปัญหา ร่วมกันพัฒนา ให้อยู่บนรากฐานของ คุณธรรม  การศึกษาจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะผ่อนคลายวิกฤติต่างๆ  การปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนำความรู้ด้วยวิถีชีวิตโดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นพื้นฐานสอดแทรกในกระบวนการเรียนรู้ ในสถานศึกษา ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ตลอดจนการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้เรียน เพื่อปลูกฝัง ๘ คุณธรรมพื้นฐาน คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี และมีน้ำใจ ให้เป็น คนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีความสุข จึงเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่จะช่วยผู้เรียน สถานศึกษา ชุมชน สังคมไทย ประเทศชาติผ่อนคลายวิกฤติได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักการ แนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักสำคัญ คือ  หลักปรัชญา ๓ ห่วง  ประกอบด้วย ๑.  ความพอประมาณ  หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ๒.  ความมีเหตุผล  หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับความพอเพียงนั้น ๆ จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น อย่างรอบคอบ ๓.  การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว  หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ กับ  หลัก ๒ เงื่อนไข  ประกอบด้วย ๑. ความรู้ ประกอบด้วยความรอบรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ ๒.  คุณธรรม  ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต จาก  หลักการ แนวคิด ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  สถาบันทางสังคมทุกสถาบัน ทุกหน่วยของสังคม ได้แก่ สถาบันทางการศึกษา ซึ่งมีสถานศึกษา เป็นตัวจักรสำคัญในการที่น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเผยแพร่สู่ผู้เรียนและชุมชน ผ่านทางการจัดกระบวนการเรียนรู้ จากวิถีชีวิตโดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียงนั้นมีผลให้ ผู้เรียน  เป็นผู้มีคุณธรรม โดยเฉพาะ ๘ คุณธรรมพื้นฐาน  ครู สถานศึกษา  ครูเป็นครูมืออาชีพ ผู้บริหารเป็นผู้บริหารมืออาชีพ สามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลที่ดีต่อสถานศึกษา  ผู้ปกครองและชุมชน  มีครอบครัวที่อบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง มีความสงบสุขทั่วทุกถิ่นไทย จากนวัตกรรมดังกล่าวย่อมส่งผลให้  ผู้เรียน  เป็น คนดี คนเก่ง และมีความสุข   สถานศึกษา  เกิดการปฏิรูปการศึกษา หลักสูตร นวัตกรรม ครู การบริหารจัดการที่ดี สามารถเป็นพื้นฐานที่จะพัฒนาชาติ ผ่อนคลายวิกฤติ ให้เกิดความเจริญก้าวหน้า พัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ประชาชนดำรงตนด้วยวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อนั้นสังคมไทย ประเทศไทย พร้อมจะก้าวสู่  สังคมคุณธรรมนำความรู้ การปฏิรูปการศึกษาด้วยการปลูกฝัง ๘ คุณธรรมพื้นฐาน ที่มีนวัตกรรมจากวิถีชิวิตโดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้ผู้เรียน สถานศึกษา ผู้ปกครองและชุมชน สังคมไทย และประเทศไทยผ่อนคลายวิกฤติต่างๆต่อไป

สังคมคุณธรรมสร้างสรรค์ปัญญา

สังคม คือ การที่มนุษย์มาอยู่ร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป  คุณธรรม เป็นสิ่งที่ดีงามควรแก่การประพฤติปฏิบัติ ดังนั้น  สังคมคุณธรรม คือการที่มนุษย์มาอยู่ร่วมกันโดยประพฤติปฏิบัติสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีบรรทัดฐานสูง เพื่อสร้างความเจริญให้เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เกิดความสงบสุข สังคมน่าดู น่าอยู่ น่าอาศัย มีน้ำใจเอื้อาทรต่อกันในสังคม ดังที่ปรากฏใน 8 คุณธรรมพื้นฐาน ผู้เขียนขอเรียกว่า สังคมคุณธรรม  จากที่ วิชาการ.คอม มีผลงาน ไม่ว่า งานเขียน บทความที่ดีๆ จากนักเขียนที่มีความรู้และประสบการณ์นับว่าเป็นการสร้างสังคมแห่งปัญญาให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างแท้จริง และยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้ามีเผยแพร่อย่างหลากหลายและอ้างอิงให้ถูกต้อง แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่บางครั้งมีการเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ นั้นขาดการอ้างอิงแหล่งที่มาและเจ้าของผลงาน หรือจะเรียกว่าเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเอง เมื่อท่านอ่านงานเขียนจะพบข้อความนี้  *งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติ ทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ของงานเขียนนี้ เป็นของผู้เขียน ซึ่งได้ให้เกียรติ วิชาการ.คอม ในการนำเผยแพร่ เรามีความยินดี หากท่านจะนำบทความนี้ เผยแพร่สู่คนวงกว้างขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษา และไม่มีผลในเชิงธุรกิจ กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างถึงชื่อผู้เขียน และ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้ง ที่มีการทำซ้ำงานเขียนนี้ ห้ามนำงานเขียนนี้ หรือส่วนหนึ่งส่วนใด ทำการเผยแพร่ต่อในสื่อที่ดำเนินการเพื่อธุรกิจทุกรูปแบบ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้เขียน ขอบคุณค่ะ ที่ช่วยร่วมกันสร้าง สังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งปัญญา  นั้นเป็นการสร้างความตระหนักในเรื่องของสังคมคุณธรรมถึงแม้จะไม่ระบุไว้ก็ตาม ผู้เขียนขอสนับสนุนสังคมแห่งปัญญาเพราะก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะทำให้มนุษย์พ้นทุกข์ตามหลักคำสอนมีหนทางไปสู่ผลสำเร็จดังเป้าหมายที่ตั้งไว้ บนพื้นฐานแห่งคุณธรรม จะดีไหมหากจะช่วยกันสร้างสรรค์ผลงาน ชิ้นงาน และร่วมกันพัฒนาสังคมให้น่าดู น่าอยู่ น่าอาศัย โดยไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา เพราะนั้นเป็นการปิดกั้นโอกาสที่จะพัฒนาตนเอง สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น สังคมไม่น้อย ไม่น่าภูมิใจ และอาจมีผลตามกฎหมายตามมา ดังนั้น สังคมที่มีคุณธรรมจึงเป็นสังคมที่สร้างแต่ความสุข สังคมแห่งปัญญาสร้างความเจริญ ถ้าหากสังคมมีทั้งคุณธรรมและปัญญาจึงนับว่าเป็นสังคมแห่งความสุข ความเจริญอย่างแท้จริง การไม่ละเมิดลิขสิทธ์ทางปัญญาจึงนับว่าเป็นการสร้างสังคมคุณธรรมอีกทางหนึ่งนั้นเอง

บทเพลงส่งเสริมคุณธรรม

บทเพลงเกี่ยวกับคุณธรรมมีอยู่หลายบทเพลงแต่ผู้เขียนขอนำเสนอบทเพลงที่เคยประทับใจตั้งแต่วัยเยาว์ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณครูที่จะใช้นำเข้าสู่บทเรียนเพื่อส่งเสริม ปลูกฝัง พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมต่อไปได้แก่

               อย่าเกียจคร้านการทำงานนะพวกเรา  งานหนักงานเบา  เหนื่อยแล้วเราพักผ่อนก็หาย 
ไม่ทำงานหลบหลีกงาน   เฝ้าเกียจคร้านเอาแต่สบาย  แก่จนตายขอทำนายว่าไม่เจริญ แก่จนตายขอทำนายว่าไม่เจริญ (สามารถใช้นำเข้าสู่บทเรียนเพื่อปลูกฝัง 8 คุณธรรมพื้นฐาน เรื่อง ความขยัน)

  ตรงต่อเวลา  พวกเราต้องมาให้ตรงเวลา ตรง ตรง ตรงเวลา  พวกเราต้องมาให้ตรงเวลา   เราเกิดมาเป็นคน  ต้องหมั่นฝึกตนให้ตรงเวลา  วันคืนไม่คอยท่า  วันเวลาไม่เคยคอยใคร วันเวลาไม่เคยคอยใคร

                 ความซื่ออสัตย์เป็นสมบัติของผู้ดี  หากว่าใครไม่มี ชาตินี้เอาดีไม่ได้ มีความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดถมไปคดโกงแล้วใครจะรับไว้เข้าร่วมงานเอย

 

  (สามารถใช้นำเข้าสู่บทเรียนเพื่อปลูกฝัง 8 คุณธรรมพื้นฐาน เรื่อง ความสามัคคี

(สามารถใช้นำเข้าสู่บทเรียนเพื่อปลูกฝัง 8 คุณธรรมพื้นฐาน เรื่อง ความสุภาพ)

งานสิ่งใด งานสิ่งใด  แม้ใครละเลยทิ้งปล่อย  มัวแต่คอย  เฝ้าแต่คอย  หวังคอยแต่เกี่ยงโยนกลอง  ไม่มีเสร็จไม่มีเสร็จรับรอง   จำไว้ทุกคนต้องทำงานเราต้องช่วยกัน  ช่วยกัน   ช่วยกัน  ช่วยกัน(สามารถใช้นำเข้าสู่บทเรียนเพื่อปลูกฝัง 8 คุณธรรมพื้นฐาน เรื่อง ความมีน้ำใจ

  เมื่อผู้เรียนมีลักษณะอันพึงประสงค์แล้ว การจัดการเรียนรู้ในเรื่องสาระต่างๆ ก็จะตามมา จนพัฒนาผู้เรียนจากการเป็น  คนดี สู่ ความเป็นคนเก่ง สามารถนำองค์ความรู้พัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ มีความมั่นคง สงบสุข จนกลายเป็นสังคมคุณธรรมนำความรู้เกิดผลดีต่อตัวเราทุก ๆ คนนั้นเอง

http://www.oeadc.org/caution/plonearticlemultipage.2006-01-17.9780784407/plonearticle.2005-11-10.8965004794

http://www.oeadc.org/caution/plonearticle.2006-02-21.0247653451

http://dental.psu.ac.th/mind/article.html

................


 

แบบทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน เรื่อง การส่งเสริม 8 คุณธรรมพื้นฐานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

แบบทดสอบ

ก่อนเรียน/ หลังเรียน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

รายวิชา พระพุทธศาสนา

       8 คุณธรรมพื้นฐาน

     ระดับชั้น    ม.5

จำนวน 2 ชั่วโมง

 

1. มาตรฐานการเรียนรู้

  ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตน บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม

         ภาวะวิกฤติต่างๆ ที่ต้องเผชิญประกอบด้วย วิกฤติด้านการเมือง วิกฤติด้านเศรษฐกิจ วิกฤติ    

บทคัดย่อ

 

หัวข้อวิจัย                                  การส่งเสริม 8 คุณธรรมพื้นฐานตาม

ผู้วิจัย                                         

                      การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ จังหวัดศรีสะเกษ(2) เพื่อพัฒนา เรื่อง   ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ จังหวัด    ศรีสะเกษ ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80 / 80โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ จังหวัดศรีสะเกษโรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ จังหวัดศรีสะเกษ

                      กลุ่มเป้าหมายในการวิจัยครั้งนี้ (Purposive Sampling)

แผนการจัดการเรียนรู้วิชา พระพุทธศาสนา บูรณาการโดยใช้หลัก  8 คุณธรรมพื้นฐานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่ง(r)แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้นวัตกรรมประเภทบทความ เรื่อง “การส่งเสริม 8 คุณธรรมพื้นฐานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5.87

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่(E.I.)และการทดสอบที t –test (Paired – Samples T Test)

ผลการวิจัยพบว่า

เรื่อง   ศาสนาและวัฒนธรรม ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์  จังหวัดศรีสะเกษ 

              1. 

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ส่งผลให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 67

                                                            3. โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ จังหวัดศรีสะเกษ อยู่ในระดับดีมาก

 

 

 

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1

  1 ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาตน บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมเพื่อการ อยู่ร่วมกัน

ได้อย่างสันติสุข

2. สาระสำคัญ

  บทความเป็นงานเขียนประเภทความเรียงเพื่อการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในการส่งเสริม ความรู้

3. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

  1) นักเรียนบอกความหมาย องค์ประกอบ และหลักการเขียนบทความได้

  2) นักเรียนปฏิบัติการเขียนบทความได้

  3) นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณค่าและความสำคัญของการเขียนบทความได้

การเรียนรู้

       4.1 ความหมายของบทความ

       4.2 องค์ประกอบของบทความ

       4.3 หลักการเขียนบทความ

5. กระบวนการจัดการเรียนการสอน

ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

นักเรียนอ่านบทความจากหนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร เว็บไซต์ เกี่ยวกับ 8 คุณธรรมพื้นฐาน

       5.3 ให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างบทความเรื่อง ปฏิรูปการศึกษากับ 8 คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง

       5.4  แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4-6 คน ศึกษาใบความรู้ เรื่อง การเขียนบทความที่ดี

5.5 ให้นักเรียนทำกิจกรรมการเขียนบทความตามที่ตนเองสนใจ         5.6 ให้นักเรียนแลกเปลี่ยนความคิด ความรู้ คุณค่าและความสำคัญของการเขียนบทความระหว่างกลุ่ม

ขั้นสรุปและประเมินผล

         5.7 ให้นักเรียนสรุปผลจากการศึกษาและเสนอผลการปฏิบัติตามกิจกรรมการเขียนบทความแบบคัดย่อ

6. สื่อและแหล่งเรียนรู้

รายการ

ปริมาณแสดงจำนวน/ เวลา

สภาพการใช้

     8 คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง

3. ใบความรู้ เรื่อง การเขียนบทความที่ดี

4. แบบทดสอบ

40 ชุด

นักเรียนศึกษาเพื่อฝึกเขียนบทความ

นักเรียนฝึกเขียนบทความทำใส่สมุด                        

7. กระบวนการวัดและประเมินผล

รายการ

วิธีการ

เครื่องมือ

เกณฑ์

4. ประเมินด้านทักษะกระบวนการ

3. การสังเกต

4. การประเมิน

4. แบบประเมิน

8. บันทึกผลหลังการสอน

K)

    คิดเป็นร้อยละ...............

        (7 - 8)   มีจำนวน............คน     คิดเป็นร้อยละ...............

   มีจำนวน............คน     คิดเป็นร้อยละ...............

...

P)

1. มีความสามารถในการแก้ปัญหา (แบบประเมินรายการที่ 1 - 2)

ความสามารถในการนำเสนอภาพรวมและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (แบบประเมินรายการที่9-10)

A)

1. ตระหนักเห็นคุณค่าและเจตคติที่ดีต่อวิชา

2. มีความรอบคอบ วิจารณญาณ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลได้

3. ทำงานอย่างเป็นระบบมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบและคุณธรรม

4. มีทักษะในการปฏิบัติร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

  8.2 ปัญหา อุปสรรคและการพัฒนา

มีจำนวน.............................คน

...............................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

.........................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................

  ขดภูเขียว)

              ตำแหน่ง          ครู คศ.2

9. ความคิดเห็นของผู้อำนวยการ

................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

                                 ลงชื่อ..........................................

       อาษา)

                                                                     ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2

รายวิชา พระพุทธศาสนา

       8 คุณธรรมพื้นฐาน

     ระดับชั้น    ม.5

จำนวน 1 ชั่วโมง

 

1. มาตรฐานการเรียนรู้

  ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4

รายวิชา พระพุทธศาสนา

       8 คุณธรรมพื้นฐาน

     ระดับชั้น    ม.5

  8 คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง

จำนวน 1 ชั่วโมง

 

1. มาตรฐานการเรียนรู้

  ศาสนา ศีลธรรม จ

tags :

บทความอื่นๆ

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด

หลักการใช้ in, on, at ในภาษาอังกฤษอย่างไรไม่ให้พลาด new post

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน สัมพัทธภาพพิเศษ กับ มายาคติของ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน กาลอวกาศและขนมปังลูกเกด

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

ช็อตเด็ด!!! เสวนาทะลุมิติวิทยาศาสตร์กับ Interstellar ตอน เวลาคือมิติที่สี่

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour:  ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?

เที่ยวสนุกสไตล์ Sci trip on tour: ฟอสซิลสัตว์ทะเลบนก้อนหินมาจากไหน และ อะไรคือน้องวัว?