 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32103" type="text/javascript"></script> |
|
ปฏิรูปการศึกษากับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง
ด้วยภาวะวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน หนทางที่จะผ่อนคลายคนไทยทุกคนก็ควรหันหน้าเข้าหากัน ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา การปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้
post ครั้งแรก: Mon 30 July 2007, 7:06 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 25 March 2008, 6:36 am
|
หน้าที่ 1 - ๘ คุณธรรมพื้นฐาน
ปฏิรูปการศึกษากับ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง
ด้วยภาวะวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน หนทางที่จะผ่อนคลายคนไทยทุกคนก็ควรหันหน้าเข้าหากัน ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ทุกฝ่ายยอมลดเป้าหมายเพื่อพบกันครึ่งทาง เพื่อความอยู่รอด ปลอดภัย ความเจริญของประเทศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จะด้วยวิธีใดก็ตามสิ่งสำคัญต้องอยู่บนรากฐานของคุณธรรมซึ่งเป็นสิ่งที่ดีงามควรแก่การประพฤติปฏิบัติ การพัฒนาบุคคลโดยใช้คุณธรรมนั้นเป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาคนในชาติให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วยกาย วาจา ใจ การศึกษาก็มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การแข่งขันทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัฒน์ก็ขึ้นอยู่กับการศึกษา การพัฒนาการเมืองก็ขึ้นอยู่กับการศึกษา สังคมกำลังเสื่อมโทรม ก็ต้องหันไปพึ่งการศึกษา การพัฒนาการศึกษาจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการพัฒนาประเทศ
ในการนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายเร่งรัด
การปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนักสำนึกในคุณค่าของ
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตยพัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุขโดย
๘ คุณธรรมพื้นฐานประกอบด้วย
๑.
ขยัน คือ ผู้ที่มีความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควร สู้งานมีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง
๒.
ประหยัด คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ รู้จักทำบัญชีรายรับ รายจ่าย ของตนเองอยู่เสมอ
๓.
ซื่อสัตย์ คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อเวลา ต่อหน้าที่ และต่อวิชาชีพ มีความจริงใจปลอดจากความรู้สึกสำเอียง หรืออคติ ไม่ใช้เล่ห์กลคดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรู้หน้าที่ของตนเองปฏิบัติอย่างเต็มที่และถูกต้อง
๔.
มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน องค์กร และประเทศ โดยที่ตนยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจยึดมั่นในระเบียบแบบแผนข้อบังคับและข้อปฏิบัติ รวมถึงการมีวินัยทั้งต่อตนเองและสังคม
๕.
สุภาพ คือ ผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ มีสัมมาคารวะ เรียบร้อยไม่ก้าวร้าว รุนแรง หรือวางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทางเป็นผู้มีมารยาทดีงามวางตนเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย
๖.
สะอาด คือ ผู้ที่รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจิตไม่ให้ขุ่นมัว มีความแจ่มใสอยู่เสมอ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจและสภาพแวดล้อมมีความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น
๗.
สามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง สามารถแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุมีผล ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมานฉันท์
๘.
มีน้ำใจ คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เห็นอก เห็นใจ และเห็นคุณค่าในเพื่อมนุษย์และผู้ที่มีความเดียดร้อน มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกายและสติปัญญาลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน
จากนโยบายเร่งรัดการ
ปฏิรูปการศึกษา ๘ คุณธรรมพื้นฐานข้างต้น สถาบันการศึกษาจึงควรเร่งรัดนำไปปลูกฝังคุณธรรมพัฒนา ให้กับเยาวชนของชาติ เพื่อให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข ก้าวสู่สังคมคุณธรรมนำความรู้ โดยขอความร่วมมือจาก
สถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาอื่นๆ เพื่อให้การดำเนินการประสบความสำเร็จสามารถนำไปสู่การปฏิบัติยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จนั้นทุกฝ่ายจะต้องมีความตั้งใจ และลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ผู้ใหญ่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน พ่อแม่ต้องดูแลเอาใจใส่ลูกอย่างใกล้ชิด ครูต้องมีจิตสำนึกและวิญญาณของความเป็นครูเพิ่มขึ้น ภาครัฐและเอกชน องค์การศาสนา และสื่อมวลชน ต้องตื่นตัว กระตือรือร้น และผนึกกำลังเพื่อการพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าอย่างมั่นคงอย่างน้อยที่สุดทุกคนควรทำงานให้เต็มกำลัง เต็มความสามารถ และเต็มเวลาด้วย
๘ คุณธรรมพื้นฐานคือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี และมีน้ำใจหากเกิดขึ้นกับครอบครัว ชุมชน หน่วยงาน สถาบัน ตลอดจนประเทศใดแล้ว โดยเฉพาะประเทศไทยนั้นก็จะพ้นวิกฤติทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม พัฒนาชาติให้มีความเจริญก้าวหน้า เป็นสังคมคุณธรรมนำความรู้ ชีวิตของคนในชาติ คงจะดีกว่าเดิม
สังคมไทยจะสงบสุขกว่านี้ ประเทศไทยก็คงเป็นไทยอยู่ตลอดไป มีการพัฒนาอย่างรุดหน้าไม่ด้อยกว่าประเทศใดในโลกนี้ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างแน่นอน
อ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ, กรมวิชาการ. (2543).
การปฏิรูปการเรียนรู้ของกระทรวงศึกษาธิการ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550).
๘ คุณธรรมพื้นฐาน. (โปสเตอร์).
วิชัย ตันศิริ. (2549).
อุดมการณ์ทางการศึกษา ทฤษฎีและภาคปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุพล ทิมอ่ำ. (ม.ป.ป.).
การประชุมเชิงปฏิบัติการการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : บริษัทอักษรเจริญทัศน์.
ค้นคว้าเพิ่มเติม
กระทรวงศึกษาธิการ
http://www.moe.go.th/
นโยบายรัฐบาล
http://www.onec.go.th/policy/policy_g.htm
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
http://www.obec.go.th./index.htm
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
http://www.onec.go.th
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 39 ความเห็น, หน้า่ | -
1-
2|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ส.ค. 2550 (05:05) ขออนุญาตนำบทความนี้มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน ให้นักเรียนอ่านเพื่อ สรุป ย่อความ
และคิด วิเคราะห์ พู เขียนค่ะ เพราะเป็นเรื่องที่ดีมากเรื่องหนึ่ง อ่านแล้วเข้าใจง่าย
นักเรียนอ่านแล้วก็จะอภิปรายได้อย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับเรืองคุณธรรมต่าง ๆ ค่ะ
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 1 ส.ค. 2550 (05:58) ขอบคุณมากครับคุณ nit_n ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ในการที่จะนำไปลงสู่สถานศึกษาการปฏิรูปการศึกษาเกิดขึ้นที่ห้องเรียนสถานที่เรียนหรือในสถานศึกษาเป็นสำคัญ เพื่อมุ่งไปที่เป้าหมายของการศึกษาที่แท้จริงคือ คุณภาพของผู้เรียนสูงขึ้นทั้งเป็นคนดี คนเก่งและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ณ โอกาสนี้ขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับเนื้อหาองค์ความรู้ วิชาการ.คอม ที่ให้โอกาสในการเผยแพร่บทความนี้ ขอบคุณ คุณ nit_n ที่จะนำไปบูรณาการในการออกแบบการเรียนรู้หรือสร้างเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ต่อไปครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 5 ส.ค. 2550 (15:26) เรียน คุณครูชิตณรงค์ ขดภูเขียว
ยอมรับว่าอับจนปัญญา กับการแก้ปัญหา การแตกความสามัคคีของคนในสังคม ผ่านเหตุการณ์บ้านเมืองมาก็มาก เหตุการณ์ 14 ตุลา 16 ก็เคยอยู่ในเหตุการณ์ และอีกหลายฉากของการเมืองบ้านเรา ไม่เคยเห็นยุคไหนที่บ้านเมืองแตกแยกมากมายเท่านี้
เวลาที่สอนนักเรียนในห้องเรียน ถ้าถามนักเรียนว่าขณะนี้เธอรู้เรื่องการเมืองมากเพียงใด นักเรียนจะตอบแบบที่เราฟังดูก็รู้ว่า "เขาไม่รู้อะไรเลย" จะตอบอย่างกับว่า "จำ ๆ เขามาพูด" เราก็พยายามสอนโดยใช้ constructivism คือแนวทางการสร้างสรรค์ทางปัญญา มีหนังสืออ้างอิง คือหนังสือพระราชทานเพลิงศพ ดร. โกวิท วรพิพัฒน์ เป็นครูที่พูดไม่ได้สำหรับดิฉัน คือสอนโดยให้นักเรียน ค้นหาข้อมูล (ประกอบด้วยข้อมูลทางวิชาการ สภาพแวดล้อม ข้อมูลส่วนตัว) ซึ่งได้จากการอ่าน การฟัง การค้นทางอินเทอรืเน็ต ฯลฯ แล้วนำข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ หาแนวทางแก้ปัญหา หรือฟันธงว่า เชื่อ หรือไม่เชื่อ "อย่าเชื่อครูเพราะครูเป็นครู แต่จงเชื่อครูเพราะเธอได้หาข้อมูล คิด วิเคราะห์ แล้วจึงเชื่อ" เพราะนักเรียนโตแล้ว อายุ 18 ปีก็มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งได้แล้ว อนาคตของชาติ อยู่ในมือนักเรียนแล้ว
ดิฉันจะไม่แสดงตัวว่าอยู่ฝ่ายไหน เพราะกำลังบูรณาการเรื่องความสามัคคี
เคยได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่า "แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร?"
ใครที่มีแนวความคิดที่ดีกว่านี้โปรดอนุเคราะห์ แนะนำด้วยเถิด เพราะเราเป็นครู เราก็มีหน้าที่สอนได้แต่นักเรียนของเรา จะไปสอนคนอื่นคงไม่เหมาะสม ดังนั้นถ้าเราทำหน้าที่สอนนักเรียนให้รักชาติ รักแผ่นดิน รู้อะไรผิด อะไรถูก ผลประโยชน์ขอประเทศชาติ ย่อมอยู่เหนือผลประโยชน์ของตนเอง คนไทยทั้งหลายเป็นสายเลือดเดียวกัน มีพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวกัน จะสษสนาใด ๆ ก็เป็นชาติเดียวกัน เราย่อมไม่เห็นคนชาติอื่น สายเลือดอื่นดีกว่าพวกเรากันเอง
เราไม่ "เห็นขี้ดีกว่าไส้" บางครั้งเราได้ยินคนที่มีความเห็นขัดแย้งกับเรา บางคนด่าว่าสาดเสียเทเสีย ก็ต้องนิ่งเฉย สะกดกลั้นเพื่อความสามัคคี ใครนินทาว่าร้ายใคร เราจะไม่นำไปพูดต่อ เราก้ทำได้เพียงแค่นี้ แต่ะจทำอย่างไรเล่าให้ได้ดีกว่านี้
nit_n
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 5 ส.ค. 2550 (17:16) ขอบคุณ ครับ คุณ nit_n
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 7 ส.ค. 2550 (13:47) คุณธรรมต่างๆ จะต้องเกิดขึ้นจาก จิตใจ ที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี พร้อมทั้งมีปัญญากำกับ
เราขาดคุณธรรมกันหลายๆเรื่อง ที่เป็นพื้นฐานสำคัญ แล้วก็สะท้อนออกมาในสิ่งที่ไม่ดีไม่งามกันในหลายๆรูปแบบ
เรื่องความไม่สามัคคี ที่เชื่อมโยงกับ ความคิดเห็น ผลประโยชน์ทางการเมืองก็เช่นกัน
มีข้อคุณธรรมที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น
1) ขาดความมีเมตตา กรุณา อุเบกขา
2) ขาดสัมมาทิฏฐิ มีแต่ มานะ ยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง พูดอ้างโน่นอ้างนี่ แต่แท้จริง พูดออกมาจาก อัตตา
3) ขาดความสุจริต จริงใจ ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ ทำโดยมีเงื่อนไข มีผลประโยชน์แอบแฝง
4) ไม่พัฒนาปัญญาให้รู้จริง รู้กว้างออกไป แต่เลือกที่จะเชื่อในประเด็นแคบๆที่ถูกใจเท่านั้น
5) มุ่งเอาชนะกัน โดยไม่สนใจความถูกต้อง ไม่สนใจวิธีการ หรือแม้แต้จะยอมทำด้วยวิธีที่ผิด
6) คิดแบบ แยกดีชั่วไม่เป็น ไม่พิจารณาว่าเรื่องนี้ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องๆไป แต่คิดเหมารวมกันไปหมด ตามความชอบใจ ไม่ชอบใจเท่านั้น
7) พิจารณามองไมเห็นว่า อะไรเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า เอาเรื่องส่วนตัว เรื่องของกลุ่ม เรื่องของส่วนรวม คิดสับสน ปนกันไปหมด
ฯลฯ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 ส.ค. 2550 (14:35) ขอบคุณ สำหรับความคิดเห็นครับ ครู MG
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 12 ส.ค. 2550 (21:27) สวัสดีค่ะ คุณครูชิต
ช่วยแจ้งข้อมูลปัจจุบันของคุณครูชิตไปที่ครูไผ่ด้วยนะคะ pai@labschools.com
ตำแหน่ง..... โรงเรียน.......
เบอร์โทร. ... Fax ...... e-mail.......
เผื่อมีข่าวดี ข่าวด่วนจากโครงการโรงเรียนในฝัน จะได้แจ้งครูชิตทันค่ะ
ดร. ไพจิตร สดวกการ
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1682 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 189 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 13 ส.ค. 2550 (19:10) เรียน คุณครูไผ่
ครูชิตขอขอบคุณครูไผ่และโครงการโรงเรียนในฝันที่ให้โอกาสสถานศึกษาของเราส่วนรายละเอียดดังกล่าวขอส่งข้อมูลผ่าน ทาง VSMS ของวิชาการ.คอม ของเราดีกว่าครับ ขอขอบคุณอีกครั้งครับ
นายชิตณรงค์ ขดภูเขียว
Chitnarong.kod@chaiyo.com
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 16 ส.ค. 2550 (05:48) ขอบคูณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 17 ส.ค. 2550 (10:31) ขอขอบพระคุณ คุณครู....ชิต ที่นำสิ่งดีๆมาให้ ขออนุญาต นำไปเผยแพร่ประกอบการสร้าง
วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ของโรงเรียน ในรอบ ห้าปี ใหม่ ที่โรงเรียนแต่ละโรงก็พยายามจะให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งคุณธรรมนั้น มีมากมาย 84000พระธรรมขันธ์ มีไม่กี่คนที่ฉุกคิดได้ว่า กระทรวงศึกษาเน้น คุณธรรม 8 ประการนี้ซึ่งเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะนำไปสอดแทรกไว้ใน วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ของโรงเรียน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 18 ส.ค. 2550 (11:03) "2) ขาดสัมมาทิฏฐิ มีแต่ มานะ ยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง พูดอ้างโน่นอ้างนี่ แต่แท้จริง พูดออกมาจาก อัตตา"
ใช่..... มี"อัตตา"สูง ตนเสนอความเห็นไปแล้ว มีผู้แย้ง
แล้วตนไม่สามารถหาเหตุผลมาชี้แจงได้..... ก็แจ้งลบข้อความของเขาเสีย
น่าอายนะ.....
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 19 ส.ค. 2550 (23:45) สวัสดีทุกๆท่านครับ
บทความนี้คุณครูชิตเขียนและเรียบเรียงได้ดีมากครับ
เรื่องคุณธรรมจริยธรรมนี้เราได้ยินกันบ่อยมาก และมีหลายเรื่องหลายหัวข้อดังที่หลายๆท่านได้ระบุไว้ และชี้นำให้ทราบนะครับ
จะพยายามปฏิบัตินะครับ แม้จะยากก็ตาม ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 20 ส.ค. 2550 (15:16) ขอบคุณ ครู จิตแผ้ว สำหรับความคิดเห็นครับ และผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะนำไปเผยแพร่ประกอบการสร้างวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ของโรงเรียน ในรอบ ห้าปี ใหม่ ดีใจนะครับที่ท่านนำคุณธรรมไปสอดแทรกในสถานศึกษาเพราะถ้าทุก ๆ ฝ่าย ไม่ร่วมมือกันในขณะนี้ก็น่าเป็นห่วงบ้านเมืองของเราในอนาคตไม่น้อยครับ ก็ขอให้คุณครู จิตแผ้ว มีความสุขและประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ขอบคุณอีกครั้งครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 20 ส.ค. 2550 (15:35) คุณ เมฆา นิก ครับ ในการลบข้อความนั้นผมมีแนวปฏิบัติคือข้อความนั้นไม่สุภาพ มีการโฆษณา เป็นภัยต่อสังคม และประเทศชาติ ครับ แต่สำหรับกรณีคุณ เมฆา นิก ผมขอขอบคุณมากกว่า โดยเฉพาะ "อัตตา" ยินดีที่จะปรับปรุงครับ ในการนำเสนอบทความนั้น ผู้เขียนตั้งใจที่จะรับฟังความคิดเห็นจากหลายๆ ท่านมากกว่าที่จะนำเสนอความคิดเห็นของตัวเอง(ผู้เขียนรับฟังให้มากกว่าพูด)ในบางครั้งก็จะมีเพียงคำว่า "ขอบคุณครับ" ในบางความคิดเห็น และ ขอบคุณ คุณ kong_3 เช่นกันครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 20 ส.ค. 2550 (15:51) สวัสดีครับ คุณ ศรีปิงเวียง ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น นอกจากคุณธรรมแล้ว ก็ยังมี จริยธรรม ศีลธรรม ตลอดจนหลักธรรมของศาสนาต่างๆ ก็ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดีถ้าหากนำไปปฏิบัติ ผลย่อมปรากฏต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ เป็นสังคมแห่งคุณธรรม บ้านเมืองจะน่าดู น่าอยู่เป็นอย่างยิ่งครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 21 ส.ค. 2550 (15:02) เรียนคุณ ครู...ชิต
ผมต้องขออภัยที่ข้อความของผมทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนไป
บทความของท่านมีคุณค่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสังคมในปัจจุบัน
แต่ข้อคาวมของผมหมายถึงความคิดเห็นที่ 5 ข้อ 2 ที่ผมยกมาแสดงไว้
ทั้งนี้เพราะว่าในทบความเรื่อง "นับถอยหลัง รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมณูญ ฯ"
ผมได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างจากความคิดเห็นของ MathGuy
ก็ถูก MathGuy แจ้งลบความคิดเห็นของผม เพราะไร้เหตุผลที่จะมาโต้แย้ง
ผมมั่นใจว่าข้อความของผมไม่ได้ระเมิด กฏ กติกา มารยาท แต่อย่างใด
แต่ผู้ดูแลเว็บไซท์กลับลบข้อความของผมทิ้ง..... ผมแจ้งผู้ดูแลไปแล้ว
ถ้ายังไม่มีอะไรคืบหน้าใน 2-3 วันนี้.... ก็คงไม่อยู่ร่วมเสวนาในเว็บไซท์นี้
ที่มีผู้ดูแลที่"บ้าอำนาจ"ได้........ สวัสดีครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 22 ส.ค. 2550 (19:31) ขอบคุณ ครับ คุณ เมฆา นิก ที่ให้ข้อมูลการสื่อสารที่ดีจนเกิดความเข้าใจเมื่อเกิดความเข้าใจความร่วมมือการประสานงานที่ดีจากทุกฝ่ายก็จะตามมาครับ....เกี่ยวกับประเด็นของคุณ เมฆา นิก นั้นจริงแล้วเป็นการแสดงความคิดเห็นในบทความทฤษฎีเกมกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ความคิดเห็นที่ 14 เวลา 17:19 - 21 Aug 2007(ผมเข้าไปตรวจสอบดูกระทู้และเนื้อหาแล้ว) เป็นอันว่าพฤติกรรมทุกอย่างย่อมมีสาเหตุทุกๆฝ่ายขอให้ตั้งสติพิจารณาถึงสิ่งที่ผ่านมาถึงความเหมาะสม ผมอยากเรียนคุณ เมฆา นิก ว่า ผมเองชื่นชมในความกล้าคิดกล้าแสดงออกของท่านมากแต่ในการแสดงความคิดเห็นนั้นบางครั้งอาจมีการกระทบกันบ้างดังนั้นก็ต้องทำใจอาศัยความอดทนอดกลั้นเป็นสำคัญควรนึกถึงเป้าหมายข้างหน้าเป็นสำคัญไว้ดีกว่าครับ เกี่ยวกับกฎ กติกา มารยาทนั้นอาจจะใกล้เคียงกับระเบียบวินัยคือ ระเบียบ เป็นข้อที่ควรหรือพึงปฏิบัติ ส่วนวินัยเป็นข้อที่พึงละเว้น ในการดำเนินชีวิต การปฏิบัติงานหากมีระเบียบวินัยและผู้คนปฏิบัติตามย่อมเกิดความสงบสุข ในเว็บไซด์วิชาการ.คอมก็เช่นกันเนื่องจากมีผู้คนและสมาชิกเป็นจำนวนมากจึงต้องมีกฎ ระเบียบ อยู่บ้างเพื่อเป็นบรรทัดฐานทางสังคมและเป็นแนวปฏิบัติบนเว็บแห่งนี้ เกี่ยวกับผู้ดูแลเว็บนั้นไม่มีเจตนาที่จะลบข้อความหรือความคิดเห็น(ผมก็ยังเคยถูกลบเลย) ของคุณ เมฆา นิก เพียงแต่ว่าความคิดเห็นดังกล่าวอาจมีเงื่อนไขในประเด็นเนื้อหาและผลกระทบ ดังนั้นผมขอยืนยันว่าผู้ดูแลเว็บเป็นผู้มีคุณธรรม ความยุติธรรม ความเสียสละสูงมาก ที่ได้ทุ่มเทกำลังกาย ความรู้ ความสามารถ เพื่อให้เว็บไซด์แห่งนี้เป็นเว็บแห่งการศึกษาสำหรับคนไทยเพราะการให้ที่ดีและเหมาะสมที่สุดก็คือการให้ความรู้และการศึกษาครับ ซึ่งคนทุกคนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นบางครั้งก็ควรเคารพในความคิดเห็นของคนอื่นเช่นกัน จะด้วยเหตุใดก็ตาม ผมยินดีต้อนรับคุณ เมฆา นิก ในฐานะที่เป็นสมาชิกใหม่ยังมีคนไทย เด็กไทย ที่ยังต้องการความรู้จากท่าน ไม่อยากให้ความรู้และความคิดเห็นของท่านหายไปนับว่าเป็นความสูญเปล่าปีหนึ่งๆ รัฐได้ลงทุนกับการศึกษามาก เรามาทำเพื่อลูกหลาน สังคมและประเทศชาติของเราเถอะ อีก 2-3 วันไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรเรามองไปข้างหน้าโดยแบ่งปันความรู้ ความคิดเห็น และสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย ประเทศไทยของเราดีไหมครับ คุณ เมฆา นิก
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 24 ส.ค. 2550 (07:54) คุณครู...ชิต ครับ
ไม่ใช่แค่ใน"ทฤษฎีเกมกับการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ความคิดเห็นที่ 14 เวลา 17:19 - 21 Aug 2007" ที่คุณครูได้แจ้งไว้เท่านั้นนะครับ
ลองไปดูใน"นับถอยหลัง รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ การเมืองไทยจะไปทางไหน ?"ซิครับ
จะเห็นว่า ความคิดเห็นที่ 2 - 3 และ 5 - 6 หายไป.... นั่นละครับ เป็นเหตุผลที่ผมได้แสดงความเห็นต่อผู้ดูแลเว็บฯ
ความคิดเห็นถูกลบไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ผู้ลบต้องแสดงเหตุผลให้รู้ และยอมรับได้ว่าลบเพราะเหตุใด ?
ต้องไม่ใช้ความรู้สึก และอารมณ์ใน"การทำหน้าที่นี้".... ต้องแยกแยะระหว่าง"หน้าที่" กับ "เรื่องส่วนตัว"ให้ถูก
ความเห็นของผมอาจไม่ถูกใจท่าน.... แต่ถ้าไม่ผิดจากกฏ กติกา มารยาท ที่เว็บฯนี้กำหนดไว้ แล้วถูกลบไป
คุณครู...ชิต คิดว่าผู้ดูแลเว็บฯใช้อำนาจอย่างเป็น"เผด็จการ" หรือ "ยุติธรรม" ครับ ?
ในความคิดของผม(ซึ่งคงเหมือนกับของคุณครู...ชิต)... ทุกความคิดเห็นมีค่า แม้ว่าจะเป็นความคิดเห็นที่ผิด
เพราะว่า มันคือสิ่งเปรียบเทียบให้เห็นสิ่งที่ถูกต้องได้ชัดเจนขึ้น... ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของแต่ละบุคคล
และมีความจริงปรากฏชัดเจนว่า คนที่เรียนสูง ไม่ได้ฉลาดรอบรู้ไปทุกเรื่อง... ดอกเตอร์ เล่นหมากรุกไทยแพ้เด็กมัธยม
ชาวนา ชาวไร่บางคน ยังต้องสอน"เทคนิคทางการเกษตร"แก่ศาสตราจารย์....
ในความคิดของผม(อาจแตกต่างกับของคุณครู...ชิต)... ที่ MathGuy ได้แจ้งลบความคิดเห็นของผม
เป็นเพราะเขาไม่มีสติปัญญาจะหาข้อโต้แย้งมาแสดงได้.... เขาจึงลุแก่ความเป็น"อัตตา"ที่สูงยิ่งของเขา
เขาน่าจะเอาธรรมะทั้ง 7 ข้อที่เขายกมาแสดงไว้นั้น.... เอาไปสอน"ตนเอง"ให้มาก ๆ
เพราะเขาปราศจากธรรมะเหล่านั้นโดยสิ้นเชิง
ขอบคุณ และเห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณครู...ชิต ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 24 ส.ค. 2550 (17:26) ครับ คุณ เมฆา นิก ผมยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นครับและเข้าใจความรู้สึกของคุณ เมฆา นิก เป็นอย่างดี แต่ผมคงจะต้องรับฟังความเห็นครู MathGuy อีกฝ่ายหนึ่งก่อนนะครับจะเป็นข้อมูลทั้ง 2 ทาง อาจจะใช้เวลาสักนิดหนึ่งเพราะจะเกิดความยุติธรรมของทั้งสองฝ่ายควรให้โอกาส คุณ MathGuy ได้อธิบายคงไม่ว่าอะไรนะครับ ทางที่ดีผมว่าเราควรจะปรองดองกันดีกว่านะครับอย่างน้อยเราก็เป็นสมาชิกวิชาการ.คอมเหมือนกัน มีอุดมการณ์เหมือนกัน หากแต่มีแนวคิด วิธีการ เนื้อหา ที่หลากหลายแตกต่างกันบ้าง แต่เราก็มุ่งหวังใน เป้าหมาย ผลผลิต ผลลัพธ์ เหมือนกัน ผมแนะว่า คุณ เมฆา นิก มองไปข้างหน้าดีกว่า อีกอย่างผมและครู MathGuy ก็เป็นสมากชิกเหมือนกันดังนั้นผมไม่อยากให้ไปพาดพิงถึงผู้ดูแลเว็บแต่อย่างใดอยากให้แยกประเด็นนี้ด้วยครับ เป็นอันว่าถ้าทุกๆ คน ทุกๆ กลุ่ม ทุกๆ ชุมชน ทุกๆ สังคม ตั้งมั่นอยู่ใน
สติ เป็นการเปิดทาง
ปัญญา ครับ ซึ่งก็สอดคล้องกับ ๘ คุณธรรมพื้นฐาน
สามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง สามารถแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุมีผล ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมานฉันท์ ดังนั้น เราควรสามัคคีกันไว้ดีกว่านะครับเพราะเราคือคนไทยเหมือนกัน ครับ ครู MathGuy ก็ชนะเพราะได้ทำหน้าอย่างดีที่สุดแล้ว คุณ เมฆา นิก ก็ชนะเพราะได้ชนะใจตัวเอง หรือ คุณ เมฆา นิก จะเป็นผู้แพ้ตลอดไปครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 24 ส.ค. 2550 (21:23) ที่โรงเรียนได้นำคุณธรรม 8 ประการไปทำแผนการเรียนรู้บูรณาการก่อนสอน (ทดลองก่อน) และให้ผู้นำนักเรียนกลุ่มหนึ่งหากิจกรรมมาเสนอทุกวันเวลาพักกลางวัน ได้แนวคิดของคุณครูชิตด้วยค่ะ เรื่องเอกสารที่ต้องการจะให้ส่งไปที่ไหนคะ