คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32103" type="text/javascript"></script>
ปฏิรูปการศึกษากับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง
ด้วยภาวะวิกฤติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญอยู่ขณะนี้ เมื่อพิจารณาอย่างรอบด้าน หนทางที่จะผ่อนคลายคนไทยทุกคนก็ควรหันหน้าเข้าหากัน ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา การปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้
ผู้เขียน: ชิตณรงค์ ขดภูเขียว ชมแล้ว: 115,843 ครั้ง
post ครั้งแรก: Mon 30 July 2007, 7:06 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 25 March 2008, 6:36 am

หน้าที่ 2 - วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง
ปฏิรูปการศึกษากับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง


วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง


ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีแก่ชนชาวไทยโรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ทุกคนกลับมามอง คิดวางแผนการใช้ชีวิต ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ในสังคมและได้แบ่งปันเอื้อเฟื้อกันมากขึ้น และที่สำคัญได้เรียนวิธีการปลูกพืชจากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ดังนั้นในปี ๒๕๕๐ โรงเรียนมีโครงการที่จะขยายหลักปรัชญาแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปสู่นักเรียนและชุมชนโดยให้นักเรียนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ เมื่อดำเนินการแล้วจะมีการคัดเลือกตัวแทนครอบครัวที่เป็นตัวอย่างมอบเกียรติบัตร เพื่อเป็นการทำความดีถวายพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสแห่งปีมหามงคลและเพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศรอดพื้นจากภาวะวิกฤติที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้ จากสภาพดังกล่าวโรงเรียนวรคุณอุปถัมถ์จึงมีความสนใจที่จะนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการสร้างความตระหนักโดยปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และองค์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่นักเรียนและชุมชน ในปีการศึกษา ๒๕๕๐ นำผลดำเนินการการไปศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ร่วมกับนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ในการนำแบบอย่างและองค์ความรู้ที่จะดำเนินวิถีชีวิต โดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป


พระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง


“ขอให้ทุกคนมีความปรารถนา ที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกินมีความสงบ และทำงาน ตั้งอธิษฐาน ตั้งปณิธานในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพอกิน ไม่ใช่ว่า จะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่มีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้ ฉะนั้น ถ้าทุกท่าน ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีความคิด และมีอิทธิพล มีพลังที่จะทำให้ผู้อื่น ซึ่งมีความคิดเหมือนกัน ช่วยกันรักษาส่วนรวม ให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำพอควร พออยู่ พอกิน มีความสงบไม่ให้คนอื่นมาแย่งคุณสมบัตินี้จากเราไปได้ก็จะเป็นของขวัญวันเกิดที่ถาวรที่จะมีคุณค่า อยู่ตลอดกาล”

พระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๒

“เพราะความพอเพียงหมายถึง การที่มีความพอ คือ มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดนี้ คนเราก็อาจจะเป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีความหรูหราได้ แต่ว่าต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่น”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๔๔

หลักการ แนวคิด ของเศรษฐกิจพอเพียง


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๐ ซึ่งต่อมาได้มีการนำแนวความคิดไปปฏิบัติกันหลายหน่วยงาน แต่คนส่วนมากมักเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของเกษตรกรเท่านั้น ซึ่งแท้จริงผู้ประกอบอาชีพอื่น ก็สามารถน้อมนำแนวพระราชดำรัสไปประยุกต์ใช้ได้ทั้งสิ้น หลักสำคัญคือ ปรัชญา ๓ ห่วง 2 เงื่อนไข ประกอบด้วย หลัก ๓ ห่วง คือ ๑.)ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น ๒.) ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับความพอเพียงนั้น ๆ จะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้น อย่างรอบคอบ ๓.) การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ กับ หลัก ๒ เงื่อนไข คือ ๑.) ความรู้ ประกอบด้วยความรอบรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่จะนำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) ๒.) คุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน ) "เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ พ.ศ. ๒๕๔๐ ความพอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ ในด้านการศึกษา ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ยึดทางสายกลางที่อยู่บนพื้นฐาน ของความสมดุล พอดีพอประมาณอย่างมีเหตุผล มีความรอบรู้เท่าทันโลก เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของคนไทยเพื่อมุ่งให้เกิด “การพัฒนาที่ยั่งยืนและความอยู่ดีมีสุขของคนไทย” (แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕- ๒๕๕๙) ด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประเทศในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียงหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภาพนอกได้เป็นอย่างดี (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๙ พ.ศ. ๒๕๔๕ - ๒๕๔๙) และต่อเนื่องถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔) มีแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า เป็นแนวทางปฏิบัติควบคู่ไปกับการพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวม “ที่ยึดคนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา” เพื่อการพัฒนาและบริหารประเทศเป็นไปในทางสายกลาง บนพื้นฐานดุลยภาพเชิงพลวัตของการเชื่อมโยงทุกมิติของการพัฒนาอย่างบูรณาการ ทั้งมิติตัวคน สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและการเมือง โดยมีการวิเคราะห์ “มีเหตุผล” และใช้หลัก “ความพอประมาณ” ให้เกิดความสมดุลระหว่างมิติทางด้านวัตถุกับจิตใจของคนในชาติ ความสมดุลระหว่างสังคมชนบทกับสังคมเมือง โดยมีการเตรียม “ระบบภูมิคุ้มกัน” ด้วยการบริหารจัดการความเสี่ยงให้เพียงพอพร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายนอกและภายในประเทศ ขับเคลื่อนการพัฒนาใช้ความรู้คู่คุณธรรม (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑๐ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔) และนโยบายรัฐบาลเน้นคุณธรรมนำความรู้ และกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนักสำนึกในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบันศาสนา และสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข จากการศึกษาพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง หลักการ แนวคิด ของเศรษฐกิจพอเพียง หากนำไปสู่การปฏิบัติจะก่อเกิดความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี แก่ตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติ โดยโรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์นำแบบอย่างในการเรียนรู้วิถีชีวิต โดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียงขยายหลักปรัชญาแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ไปสู่นักเรียนและชุมชน ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนด้วยคุณธรรมนำความรู้ โดยเฉพาะ ๘ คุณธรรมพื้นฐานการนำแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ซึ่งจะเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตให้สังคมไทยเกิดความสงบสุข เนื่องจากปัจจุบันประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบจากหลาย ๆด้านที่ทำให้เกิดปัญหา เช่นผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความห่างเหิน ขาดความสามัคคี และไม่รู้จักการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม จึงเกิดผลต่อความประพฤติที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กไทย เยาวชนไทยไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา สนใจแต่วัตถุนิยม ไม่รู้จักการประมาณตน ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่ออนาคตของชาติถ้าหากนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จะเกิดประโยชน์ทางตรงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคม เพราะ หากสถาบันครอบครัวมีความอบอุ่น ย่อมส่งผลให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง เมื่อชุมชนเข้มแข็งย่อมทำให้ประเทศเกิดความสงบสุขรอดพื้นจากภาวะวิกฤติที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้

นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเผยแพร่สู่นักเรียนและชุมชน


๑. สร้างความตระหนักโดยปฏิบัติเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้

๑.๑ จัดกิจกรรมประกวดการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในบริเวณบ้านพักครูภายในโรงเรียน โดยมีการประเมินจากคณะกรรมการที่เป็นบุคลากรในโรงเรียนออกเยี่ยมชมและให้คะแนน ๓ ครั้ง สรุปผลมอบเกียรติบัตร ๓ รางวัล มอบโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ

๑.๒ จัดกิจกรรมเปิดศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและจัดกิจกรรมการแข่งขันความเป็นเลิศทางวิชาการทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้มอบเกียรติบัตรให้นักเรียน

๑.๓ พิธีเปิดศูนย์วิชาการเศรษฐกิจพอเพียงและเชิญกรรมการสถานศึกษาผู้ปกครอง ชุมชน หัวหน้าส่วนราชการมาเยี่ยมชมการจัดกิจกรรมเศรษฐกิจของบ้านพักครู พร้อมแจกจ่ายผลผลิตของแต่ละบ้าน

๒. นำองค์ความรู้เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่นักเรียนและผู้ปกครอง ในปีการศึกษา ๒๕๕๐ โดยมีเป้าหมายของการนำนวัตกรรมสู่การปฏิบัติก่อเกิดผลดังนี้

ผลที่เกิดกับนักเรียน

โดยธรรมชาติของนักเรียนที่อยู่ในช่วง ๑๓-๑๘ ปี จะไม่ชอบการออกคำสั่ง หรือการบังคับ ดังนั้นการปลูกฝังคุณธรรม ถ้าหากใช้วิธีการเดิม ๆ คือ การอบรมคุณธรรม จริยธรรม ย่อมไม่เกิดผลตามวัตถุประสงค์จึงต้องใช้วิธีการทางอ้อมในการสร้างเสริมคุณธรรม โดยใช้แรงจูงใจทางบวกให้ผู้เรียนเกิดความเชื่อมั่นและภูมิใจในตัวเอง การปฏิบัติเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนย่อมเป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่เป็นแรงจูงใจที่ดี เมื่อมีการส่งเสริมให้ทำและสร้างแรงจูงใจด้วยการมอบเกียรติบัตร สิ่งที่ได้จาการทำกิจกรรมโดยตรง คือความสามัคคีและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัว ระหว่างครูกับนักเรียน ระหว่างครูกับชุมชน และระหว่างคนในชุมชนด้วยกัน ผลทางอ้อมคือเป็นการเสริมสร้างคุณธรรมให้กับนักเรียนควบคู่กับการทำกิจกรรม ซึ่งไม่เป็นการฝืนความรู้สึกของนักเรียนที่อยู่ในวัยนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโดยเริ่มจากความสัมพันธ์และความสามัคคีจากสถาบันที่สำคัญและใกล้ชิดกับเยาวชนไทยมากที่สุด คือครอบครัว หากครอบครัวมีความอบอุ่น มีเวลาในการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว เด็กก็จะได้รับการเพาะบ่มนิสัยและจิตใจที่ดีเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันจากสิ่งที่เป็นอันตรายทั้งหลาย ประโยชน์ทางอ้อมคือ เป็นการปูลกฝังคุณธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจของเยาวชนโดยไม่รู้ตัว เพราะการดำเนินกิจกรรมให้ประสบความสำเร็จได้นักเรียนต้องมีคุณธรรมทั้ง 8 ประการ คือ ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ คุณลักษณะเหล่านี้ย่อมส่งผลให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน

ผลที่เกิดกับโรงเรียน

เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับนักเรียน ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน เพื่อการประสานสัมพันธ์ที่ดีต่อกันและเพื่อความก้าวหน้าในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในอนาคต ดังนั้น ถ้าโรงเรียนที่พัฒนาจนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสามารถพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณภาพตามที่คาดหวังแล้ว สิ่งที่ติดตามมาคือ ความรักและความศรัทธา ของผู้ปกครอง ชุมชนที่มีต่อโรงเรียนซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนช่วยเหลือให้โรงเรียนเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

ผลที่เกิดกับผู้ปกครองและชุมชน

การนำแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ซึ่งจะเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตให้สังคมไทยเกิดความสงบสุข เนื่องจากปัจจุบันประชาชนคนไทยได้รับผลกระทบจากหลาย ๆด้านที่ทำให้เกิดปัญหา เช่นผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี ส่งผลให้ครอบครัวเกิดความห่างเหิน ขาดความสามัคคี และไม่รู้จักการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสม จึงเกิดผลต่อความประพฤติที่ไม่พึงประสงค์ของเด็กไทย เยาวชนไทยไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา สนใจแต่วัตถุนิยม ไม่รู้จักการประมาณตน ซึ่งก่อให้เกิดผลเสียต่ออนาคตของชาติถ้าหากนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จะเกิดประโยชน์ทางตรงในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคม เพราะ หากสถาบัน ครอบครัวมีความอบอุ่น ย่อมส่งผลให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง เมื่อชุมชนเข้มแข็งย่อมทำให้ประเทศเกิดความสงบสุข

ด้วยหลักการ แนวคิด ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักสำคัญคือ ปรัชญา ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข ประกอบด้วย ๓ ห่วง คือ ๑.) พอประมาณ ๒.) มีเหตุผล ๓.) สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีจากผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ว่าจากภายนอกหรือภายใน ๒ เงื่อนไข คือ ๑.) ความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) ๒.) คุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยัน อดทน แบ่งปัน ) ซึ่งจะเป็นรากฐานของการดำเนินชีวิตให้สังคมไทยเกิดความสงบสุข จากวิถีชีวิต โดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง (ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง) สถานศึกษาจึงมีความสนใจที่จะนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการสร้างความตระหนักโดยปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการเรียนรู้และนำองค์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่นักเรียนและชุมชน โดยมีเป้าหมาย ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง ครู มีความสามัคคี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เกิดขวัญกำลังใจ นักเรียน มีคุณธรรมพื้นฐาน ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ มีวินัย สุภาพ สะอาด สามัคคี มีน้ำใจ ชุมชน มีความสามัคคี เกิดความสงบสุข ซึ่งวิกฤติการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ หากทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกชุมชน ทุกสังคม ทุกภาคส่วนน้อมนำไปปฏิบัติเชื่อว่าวิกฤติใดๆ ก็จะผ่อนคลายไปอย่างสิ้นเชิง เกิดฐานครอบครัวที่อบอุ่น ส่งผลให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง เมื่อชุมชนเข้มแข็งย่อมทำให้ประเทศเกิดความสงบสุข หากคนไทยทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและเข้าถึงแก่นแท้ การดำเนินตามวิถีชีวิต โดยกระบวนการเศรษฐกิจพอเพียง นี้แล้ว นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศเพราะคุณประโยชน์ที่แฝงไว้ โดยเฉพาะความสามัคคี สามารถช่วยให้คนในชาติมาปรองดองกันและผ่อนคลายวิกฤติของสังคมไทยต่อไป


อ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2550). ๘ คุณธรรมพื้นฐาน. (โปสเตอร์).

ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง. ค้นคว้าจาก
www.fda.moph.go.th/depart/FDAClear/enoughtheory.pdf

พระราชดำรัสเศรษฐกิจแบบพอเพียง. ค้นคว้าจาก http://www.mamalover.com/mamalifestyle_king.php

โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์, (2550). วารสารฉบับพิเศษ. ปีที่ 3 ฉบับที่ 4

วรัญญู สุจิวรพันธ์พงศ์, ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลก. ค้นคว้าจาก http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=332

สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. แผนการศึกษาแห่งชาติ. พ.ศ. 2545-2559.

สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9. พ.ศ. 2545-2549.

สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10. พ.ศ. 2550-2554.

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 จังหวัดเชียงใหม่, ศูนย์สารสนเทศ. เศรษฐกิจแบบพอเพียง. ค้นคว้าจาก http://www.prdnorth.in.th/The_King/justeconomic.php



ค้นคว้าเพิ่มเติม.

กระทรวงศึกษาธิการ
http://www.moe.go.th/

นโยบายรัฐบาล
http://www.onec.go.th/policy/policy_g.htm

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
http://www.obec.go.th./index.htm

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
http://www.onec.go.th


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 39 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 24 ส.ค. 2550 (21:23)
ที่โรงเรียนได้นำคุณธรรม 8 ประการไปทำแผนการเรียนรู้บูรณาการก่อนสอน (ทดลองก่อน) และให้ผู้นำนักเรียนกลุ่มหนึ่งหากิจกรรมมาเสนอทุกวันเวลาพักกลางวัน ได้แนวคิดของคุณครูชิตด้วยค่ะ เรื่องเอกสารที่ต้องการจะให้ส่งไปที่ไหนคะ
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 481 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 26 ส.ค. 2550 (08:52)
"ควรให้โอกาส คุณ MathGuy ได้อธิบายคงไม่ว่าอะไรนะครับ"

รออยู่ครับ....
--------------------------------------------------------------

"ทางที่ดีผมว่าเราควรจะปรองดองกันดีกว่านะครับ"

เรา..... หมายความว่าไม่ใช่ 1 คน ใครบ้างล่ะครับ ?
ปรองดอง.... การแจ้งลบความคิดเห็นของคนอื่น เป็นวิธีปรองดองไหมครับ ?
---------------------------------------------------------------

"ผมแนะว่า คุณ เมฆา นิก มองไปข้างหน้าดีกว่า"

การจะทำสิ่งใด ๆ ผมใช้วิธี"มองรอบด้าน"ครับ....
มองไปข้างหน้า.... เพื่อวางเป้าหมาย, วิธีการแก้ไขปัญหาที่จะเกิดในอนาคต ฯลฯ
มองด้านข้าง(ซ้าย-ขวา).... เพื่อพิจารณาสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับงาน
มองด้านหลัง.... เพื่อใช้เป็นข้อมูล(Pass Record)
มองด้านบน..... เพื่อดูการสนับสนุน
มองด้านล่าง.... เพื่อพิจารณาลูกน้องและบริวาร ครับ
-----------------------------------------------------------------------

"เป็นผู้มีเหตุมีผล ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อ"

เห็นด้วยกับข้อคิดนี้ครับ..... แต่การลบความเห็นที่แตกต่าง เป็น"การยอมรับความแตกต่าง"ไหมครับ ?
---------------------------------------------------------------------

"ครู MathGuy ก็ชนะเพราะได้ทำหน้าอย่างดีที่สุดแล้ว คุณ เมฆา นิก ก็ชนะเพราะได้ชนะใจตัวเอง"

ชนะ หรือ แพ้...... ไม่ใช่สิ่งที่แสดงความถูกต้อง - ดีงาม ทั้งหมดครับ
มติที่ชนะในหมู่โจร..... คงไม่ใช่สิ่งที่น่ายกย่องนะครับ ?
เมฆา นิก เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 26 ส.ค. 2550 (11:03)
พี่คิมขอบคุณอีกครั้งครับ เดียวผมจะส่งไปทาง e-mail ก็แล้วกันครับ คุณ เมฆา นิก ผมก็ยังยืนยันในความสมานฉันท์ ปรองดอง และมองไปข้างหน้าเพื่อเดินทางให้บรรลุเป้าหมายด้วยวิธีการที่ดีที่สุดในขณะนั้นแน่นอนจะต้องไม่ลืมมองสภาพของปัจจุบันที่ให้มองรอบด้านด้วยการวิเคราะห์ ในทิศทางข้างหน้าแต่ครั้งนี้ผมมองการให้โอกาสคนครับ ......ผมคิดว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอนซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ แต่มนุษย์รู้จักใช้สติและการเรียนรู้จนถ่ายทอดเป็นวัฒนธรรมของแต่ละสังคม อย่างเรื่อง การมองโลกในแง่ดีก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ควรกำกับด้วยเหตุผลมากว่าอารมณ์ ดังนั้น รู้รักสามัคคี มีสติ เหตุผล ส่วนอารมณ์นั้นเราต้องควบคุมมันได้ครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 26 ส.ค. 2550 (12:21)

50204

บทสนทนาเรื่อง มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
.


ต๊วบ : เจนบ้านเราอยู่ทางไหน ?
เจน : เกษตรสมบูรณ์อยู่ทางโน้นไง
............................................

สถานที่ : เขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ
วันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2550
ถ่ายภาพ : ครู...ชิต

ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 1 ก.ย. 2550 (08:01)
"ต้องรับฟังความเห็นครู MathGuy อีกฝ่ายหนึ่งก่อนนะครับจะเป็นข้อมูลทั้ง 2 ทาง อาจจะใช้เวลาสักนิดหนึ่งเพราะจะเกิดความยุติธรรมของทั้งสองฝ่ายควรให้โอกาส คุณ MathGuy ได้อธิบาย"
---------------------------------------------------------------

1. รอฟังความเห็นของ MathGuy มานานแล้ว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขา"ไม่มีปัญญา"แสดงความคิดเห็นโต้แย้งผมได้ในประเด็น เขาจะใช้วิธีแถไปนอกประเด็น หรือแจ้งลบความคิดเห็นที่เขาไม่สามารถยกเหตุผลมาโต้แย้งได้ด้วยไร้ปัญญาครับ

2. เขาเป็น"ครู"ด้วยหรือครับ คงเป็นครูที่ใช้แต่"พระเดช" เพราะไม่มี"พระคุณ"จะใช้ ไม่มีใครเชื่อถืออย่างเต็มใจเพราะไร้เหตุผล ต้องใช้อำนาจบังคับ มีครูอย่างนี้เยอะ ๆ แล้วนักเรียนจะมีคุณภาพได้อย่างไรครับ ?
ได้มีโอกาสคุยกับคุณครูบางคน เล่าให้ฟังถึง"คุณธรรม"ของนักเรียนโดยรวมที่ลดลง คงเป็นผลมาจากการที่มีครูที่มีอำนาจสูงขึ้นตามอายุงาน แต่ปัญญาไม่ได้สูงตามขึ้นมาด้วย แยกแยะไม่ถูกว่าสิ่งใดมีคุณธรรม สิ่งใดไร้คุณธรรม ทำให้คุณธรรมของนักเรียนลดลง
เมฆา นิก เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 1 ก.ย. 2550 (08:48)
ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน ว่าบุคลผู้นี้มีปัญญาน้อยยอ่างไร ?

"มีข้อคุณธรรมที่เกี่ยวข้องมากมาย เช่น

1) ขาดความมีเมตตา กรุณา อุเบกขา
2) ขาดสัมมาทิฏฐิ มีแต่ มานะ ยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง พูดอ้างโน่นอ้างนี่ แต่แท้จริง พูดออกมาจาก อัตตา
3) ขาดความสุจริต จริงใจ ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ ทำโดยมีเงื่อนไข มีผลประโยชน์แอบแฝง
4) ไม่พัฒนาปัญญาให้รู้จริง รู้กว้างออกไป แต่เลือกที่จะเชื่อในประเด็นแคบๆที่ถูกใจเท่านั้น
5) มุ่งเอาชนะกัน โดยไม่สนใจความถูกต้อง ไม่สนใจวิธีการ หรือแม้แต้จะยอมทำด้วยวิธีที่ผิด
6) คิดแบบ แยกดีชั่วไม่เป็น ไม่พิจารณาว่าเรื่องนี้ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องๆไป แต่คิดเหมารวมกันไปหมด ตามความชอบใจ ไม่ชอบใจเท่านั้น
7) พิจารณามองไมเห็นว่า อะไรเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า เอาเรื่องส่วนตัว เรื่องของกลุ่ม เรื่องของส่วนรวม คิดสับสน ปนกันไปหมด"
------------------------------------------------------------------------------------------

คุณธรรม.... หมายถึงธรรมที่เป็นคุณ, สภาพคุณงามความดี

ดังนั้น... ก็หมายความว่า ผู้มีคุณธรรม คือผู้ที่มีข้อควรปฏิบัติทั้ง 7 ข้อนี้
ซึ่งก็ตรงกับสภาพทางการเมือง และแนวความคิดที่เขาสนับสนุนอยู่ในปัจจุบันนี้ เช่น....
ข้อ 1. ต้องทำลายฝ่ายตรงข้ามให้ล่มจม(ด้วยความอิจฉาที่ร่ำรวยกว่า).... มีครบทุกข้อ รวมทั้ง"ขาดมุทิตา"ด้วย
รวมทั้งข้อ 2 - 7 ที่เขายกมานั้น..... ลองคิดดูสักนิดว่ามันตรงกับคุณธรรมในตัวเขา และสิ่งที่เขาสนับสนุนทั้งสิ้น

ตรงข้ามกับข้อ 6...... ต้องคิดแยกดี แยกชั่วให้เป็น
ไม่ใช่"สมานฉันท์"กันร่ำไป..... แม้กับคนชั่ว ก็ควรเข้าไปสมานฉันท์ด้วยรึ ?
เมฆา นิก เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 1 ก.ย. 2550 (09:35)
คุณครู...ชิต ครับ

ความคิดเห็นของผมอาจไม่ถูกใจทุกคน ทุกข้อได้.... ก็เป็นเรื่องธรรมดา
แต่ว่าขอให้แสดงเหตุผลออกมา.... ใช้สติและปัญญาหาข้อมูลมาพิจารณา
ถ้าจะบอกว่าเป็นการ"ให้โอกาสคน" ....ก็ลองคิดดูอีกทีว่าจริงหรือเปล่า ?
เราให้โอกาสเขา.... หรือเขาปล้นเอามาด้วยตัวเขาเอง โดยเราไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง

มีปัญญาพิจารณาได้โดยไม่ต้องทดลองให้เกิดความเสียหาย
บางคน"มีปัญญา"พิจารณาได้ว่า..... ก้อนเหล็กที่ถูกเผาไฟมานี้ร้อน ไม่ควรจับด้วยมือเปล่า
บางคน"ไม่มีปัญญา"พิจารณาได้ว่า.... ก้อนเหล็กนี้ถูกเผาไฟมา ก็จับมันด้วยมือเปล่า

บางคน"มีปัญญา"รู้ว่า.... งูมีพิษกัดแล้วถึงตายได้ ก็ไม่ต้องลอง"ให้โอกาส"งูนั้นกัดใช่ไหมครับ ?
เมฆา นิก เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 26 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 4 ก.ย. 2550 (06:43)
ขอบคุณ คุณ เมฆา นิก อีกครั้งครับ สำหรับมุมมอง ลองรออีกนิดดีไหมครับ เขาอาจจะยังไม่เข้ามาอ่าน หรือ อ่านแล้วอาจจะยังไม่พร้อมที่จะแสดงความคิดเห็น หรืออีกหลายประเด็น คนที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดก็คือเจ้าตัวครับ แต่ผมยังยืนยันในความคิดเดิมที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ความสามัคคีครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 10 ก.ย. 2550 (05:04)
อ่านงานเขียนของคุณครูชิดแล้วเห็นว่าเป็นคุณครู(หรือผู้บริหาร ขออภัย ยังไม่ทราบรายละเอียดส่วนตัว ) ที่มีความคิดก้าวหน้า งาน/กิจกรรมที่กล่าวมานั้น เข้า(ปัจจุบันนี้ เด้ก ๆ บอกว่า โดน) ทุกมาตรฐานของการประกันคุณภาพเลยค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ เหนื่อยหน่อย
แต่ก็มีความสุขนะคะ อาชีพอย่างเรา ๆ
nit_n เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 43 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 10 ก.ย. 2550 (18:12)
ขอบคุณ คุณ nit_n อีกครั้งครับ และเด็ก ๆ ที่น่ารักทุกคน ปัจจุบันผมเป็นครู คศ.2 (ชำนาญการ) และกำลังพัฒนาผลงานทางวิชาการเพื่อให้มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษครับ หน้าที่รับผิดชอบคือ ทีมงานบริหารปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มแผนงานและการจัดการศึกษา และเคยเป็นหัวหน้างานวัดและประเมินผล และ GPA ของสถานศึกษา ดังนั้นจึงมีข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับสภาพทั่วไปของสถานศึกษาครับ โดยส่วนตัวก็ตั้งเป้าหมายไว้อีก 2 ปีข้างหน้า จะต้องเป็นผู้บริหารสถานศึกษาให้ได้(ยังไม่เคยสอบเลย) จึงจะมีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่จบสาขาการบริหารการศึกษามา ผมคิดว่าการเป็นครูที่ดีเพียงอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ ยังต้องมีความรู้ ความสามารถ มีเพื่อน ที่สำคัญต้องมีคุณธรรม มีความยุติธรรม เป็นแบบอย่างที่ดี มีมาตรฐานจรรยาบรรณวิชาการทางการศึกษา ซึ่ง พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546

มาตรา 49 ให้มีมาตรฐานวิชาชีพ 3 ด้าน คือ

1. มาตรฐาน ความรู้และประสบการณ์
2. มาตรฐาน การปฏิบัติงาน
3. มาตรฐาน การปฏิบัติตน

มาตรา 50 กำหนดให้คุรุสภาออกข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพครูและกำหนดแบบแผนพฤติกรรม ตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู ซึ่ง ก็คือ ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ พ.ศ. 2548 หมวด 3 จรรยาบรรณวิชาชีพ(มาตรฐานการปฏิบัติตน)ประกอบด้วย 5 ส่วน คือ

1. จรรยาบรรณต่อตนเอง / พัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ / การพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
3. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ / การปฏิบัติต่อครูและนักเรียน
4. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ / การปฏิบัติตนกับเพื่อนร่วมวิชาชีพด้วยความจริงใจ
5. จรรยาบรรณต่อสังคม / การปฏิบัติตามจารีตประเพณี

จากที่กล่าวมานั้นอาชีพครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ครูต้องมีใบประกอบวิชาชีพ มีองค์กรวิชาชีพ มีศาสตร์เฉพาะของตนเอง และมีมาตรฐานจรรยาบรรณ ซึ่งนับว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้สูงขึ้น เหมาะสม และสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านการพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องอยู่เสมอนั้น เหตุผลและความจำเป็นก็คือ เพื่อการมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนและการศึกษาของชาติ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพราะราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ บรรลุผลตามเป้าหมายการศึกษา คือ ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุขในสังคม เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่จะพัฒนาชาติไทยของเราต่อไปครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 12 ก.ย. 2550 (21:45)
สวัสดีค่ะ

ติดตามอ่านเสมอค่ะ เพื่อประดับสติปัญญาแต่ยังไม่มีภูมิแสดงความคิดเห็น ขอเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ และเป็นกำลังใจให้นะคะ
ครูคิม เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 481 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 247 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 14 ก.ย. 2550 (12:23)
ขอบคุณ พี่คิม ที่ติดตามการอ่านผลงานอยู่เสมอ ยิ่งต้องให้ผมเพิ่มความขยันในแสวงหาความรู้และระมัดระวังในการนำเสนอมากขึ้นเป็นพิเศษ สำหรับพี่คิมเท่าที่ผมได้อ่านผลงานก็เป็นอีกท่านหนึ่งที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา หากหลายๆคนช่วยกันแสดงความคิดเห็นความรู้ต่างๆจะได้แพร่หลายเป็นการจัดการความรู้(KM) อีกอย่างหนึ่งครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 24 ก.ย. 2550 (01:29)
54424
อ่านบทความของคุณคิดถึง ## คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ## ตอนนี้ที่โรงเรียนกำลังนำคูณธรรม 8 ประการมาใช้อยู่ ไม่รู้ได้ผลแค่ไหน เพราะที่โรงเรียนปิดบ่อย ครูไม่ค่อยได้คุยกับเด็กมากนัก แต่ในชั่วโมงคณิตศาสตร์ ก็พยายามแทรกคุณธรรม และเศรษฐกิจพอเพียงเสมอเสมอสถานการ์ 3 จชด.ใต้ ส่งผลต่อการศึกษา 100% ทั้งเด็กและคุณครู " คิดแล้ว น่าสงสารเด็กรุ่นนี้มาก โตขึ้นเค้าจะเป็นอย่างไรบ้างนะ" คุณครูก็ต้องย้ายกลับบ้านเพราะไม่ใช่คนในพื้นที่เพราะสถานการณ์บังคับ

### แต่ธรรมชาติใน 3 จชด.ใต้ ยังดีอยู่นะ ###
wawjula เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 24 ก.ย. 2550 (18:39)
เห็นภาพจากคุณ wawjula แล้วต้องยอมรับว่าธรรมชาติสุดยิ่งใหญ่จริง ๆ ธรรมชาติใน 3 จชด.ใต้ ก็นับว่าทรัพยากรธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์อยู่ไม่น้อยแต่น่าเสียดายที่มีเหตุการณ์ไม่สงบแต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานเหตุการณ์คงจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี เพราะการสื่อสาร สื่อความไปในทิศทางเดียวกัน จนเกิดความเข้าใจ เมื่อเกิดความเข้าใจก็จะได้ความร่วมมือ แต่หลักการ และการปฏิบัตินั้น บางครั้งก็ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง หนทางเดียวที่จะแก้ไขได้คือการสร้างเจตคติ ร่วมคิด ร่วมแรง ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ใช้การศึกษา และคุณธรรม ตลอดจนการบูรณาการองค์รวมเท่านั้น ที่จะแก้ไขปัญหาได้ แต่ปัจจุบัน การศึกษาโดยเฉพาะ 3 จชด. กำลังประสบปัญหาผู้เรียนได้รับการศึกษาไม่เต็มที่ ครูก็ไม่ปลอดภัย ปัญหานี้ก็คงต้องใช้คนในพื้นที่เท่านั้นอย่างน้อยก็น่าจะสื่อสาร และเกิดความเข้าใจได้ครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 27 ก.ย. 2550 (12:39)
ดีครับครูชิต
ครูเก่งมากเลยครับ
nice_naruto เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 1 ต.ค. 2550 (16:05)
ขอบคุณ ครับ คุณ nice_naruto ผมเองก็อยากให้ปัญหา 3 จชด.ภาคใต้สงบสักที เมื่อสงบก็ต้องฟื้นฟูแทบจะทุกอย่าง แต่ผมเชื่อว่าพี่น้อง 3 จชด.ภาคใต้เป็นคนที่มีคุณภาพถือว่าเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่า เมื่อเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าการพัฒนาต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วครับ เช่น เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การเมือง ฯลฯ ก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ตราบใด ที่เหตุการณ์ยังไม่สงบ ความเจริญดังกล่าวก็จะถดถอยไปเรื่อยๆ ครับ ก็ขอวอนผู้ก่อความไม่สงบลองคิดดูว่าการทำลายโอกาสด้านต่างๆ ของผู้คนนั้นเพื่ออะไร ? ครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 8 ต.ค. 2550 (14:58)
แสดงความคิดเห็นต่อจาดครู...ชิต ##ทรัพยากรมนุษย์สำคัญที่สุด## การจากไปไม่รู้จบเมื่อไร มีแต่ความสูญเสียเราได้แต่เสียใจเมื่อใครคนนั้นจากไป.....เพราะชีวิตมีคุณค่าที่สุด แต่ยังหาวิธีแก้ปัญหาไม่เจอ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง และพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ ที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย "ความต่างวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ค้นหาคำตอบยาก" ความจริงใจของรัฐในการแก้ปัญหา และที่สำคัญที่สุดทำให้คนในพื้นที่รู้สึกว่าเจ้าที่ของรัฐเป็นพวกเดียวกับเค้า
การศึกษาก็เป็นพื้นฐานของการพัฒนาทุกอย่าง แต่ทุกวันนี้การศึกษาในพื้นที่ไม่ได้พัฒนาเลยและถูกทำลายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานศึกษา วัสดุอุปกรณ์ บุคลากรทางการศึกษา และที่สำคัญที่สุดนักเรียนไม่กล้ามาเรียนในบางพื้นที่ รากฐานการศึกษาถูกทำลาย"เปรียบเสมือนต้นไม้ที่รากถูกทำลาย ลำต้น ใบ กิ่งก้านจะแตกยอดสวยงาม ได้อย่างไร"
ด้านการเมืองเป็นสิ่งที่ภาคใต้พัฒนาได้ดีที่สุด มีการซื้อเสียงกันน้อย และชาวบ้านชอบพูดเรื่องการเมื่อง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันตามร้านน้ำชา จากการสังเกตุเห็น การใช้ชีวิตในพื้นที่นี้ (ไม่ใช่คนในพื้นที่นะ แต่ต้องมาทำงานในพื้นที่ตามหน้าที่)
การแก้ปํญหาจะแก้ปัญหาได้อย่างไรล่ะ
wawjula เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 15 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 12 ต.ค. 2550 (16:56)
อันความไม่สงบ บ้านเมืองวุ่นวาย นับเป็นความสูญเสียแทบจะทุกอย่าง หนึ่งในนั้นคือ ชีวิตของมนุษย์ หลายต่อหลายครั้ง บางครั้งก็น่าใจหาย นี้หรือคือมนุษย์ ? แต่ผมก็ยังเชื่อว่า คุณธรรมและการศึกษา จะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด การ เข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา ก็เป็นอีกหนึ่งหนทางในการสร้างความสงบทางชายแดนภาคใต้ ในด้านการศึกษา นโยบาย สพฐ 2551 ได้มี กลยุทธ์ เร่งรัดพัฒนาการศึกษาในเขตพัฒฯพิเศษเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นแนวทางดำเนินการร่วมกันด้านสังคมของรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ 2551 มีกลยุทธ์เพื่อให้ผู้เรียนและประชาชนได้รับการศึกษาที่บูรณาการกับวิ๔ชีวิตอัตลักษณ์ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข มีจุดเน้น ดังนี้
1. เด็กและเยาวชนทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับและมีโอกาสต่อในช่วงชั้นที่ 4
2. นักเรียนมีผลสัมสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น
3. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้กิจกรรมที่สำคัญที่เป็นจุดเน้นจากกลยุทธิ์ดังกล่างมีดังนี้
1) วางมาตรการที่จะรักษาความปลอดภัยให้แก่ครู นักเรียน และสถานศึกษา
2) ประกันโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส
3) พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนบนพื้นฐานความหลากหลายทางวัฒนธรรม
4) เร่งพัฒนาคุณภาพโรงเรียนประจำจังหวัดและอำเภอ ให้เข้าสู่มาตรฐานชาติและจัดโครงการเตรียมความพร้อมนักเรียนเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา
5) ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการในพื้นที่
6) แลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างสายสัมพันธ์แห่งความเป็นไทย ข้ามเขตพื้นที่การศึกษา
7) ส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน

ดังนั้น หากเหตุการณ์ยังไม่สงบ โอกาสที่จะพัฒนาย่อมเป็นไปอย่างลำบากยิ่ง แต่ถ้าหากบ้านเมืองสงบ การพัฒนาย่อมเป็นไปโดยง่ายบนพื้นฐานของความหลากหลายอย่างสมดุล หนทางสู่การพัฒนาที่แท้จริงก็คือ การให้การศึกษาแก่มนุษย์ให้มีคุณภาพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก อีกทั้งต้องเป็นผู้มีคุณธรรม ซึ่ง สังคมที่มีการศึกษา ประชากรมีคุณภาพ และ มีคุณธรรม นับเป็นสังคมในฝัน ก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็น สังคมแห่งการพัฒนาบนพื้นฐานของความหลากหลายอย่างสมดุล ครับ
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 14 มี.ค. 2551 (22:36)
<P>ดีใจจัง...ค่ะที่มีคนดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆทุกท่านที่ส่งกระทู้มา</P>
<P>อ่านแล้วรู้ซี้ง&nbsp; คำว่า&nbsp; <STRONG><EM>กรุงศรีอยุธยายังไม่สิ้นคนดี</EM></STRONG>&nbsp; สู้ต่อไปนะคะ</P>
<P>เดี๋ยวจะเข้ามาอ่านความรู้อีก</P>
<P>ครูบ้านนอก...</P>
ครูอ้อย (IP:202.149.24.129)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 25 มี.ค. 2551 (07:07)
ขอบคุณ คุณครูอ๋อย ครับ คนดีมียังมีอยู่มากหากเราสามารถช่วยเพิ่มและพยุงคนดีเปลี่ยนจากคนไม่ดีให้กลายเป็นคนดีผมว่าโลกจะน่าอยู่มากครับสอดคล้องกับการวิจัยเรื่อง การศึกษาแนวทางการปลูกจิตสำนึกคุณธรรมผ่านระบบการศึกษา : กรณีศึกษามูลนิธิพุทธฉือจี้ ไต้หวันที่กล่าวในบทนำว่าปัจจุบันโลกกำลังหมุนคว้างท่ามกลางกระแสใหม่ในระบบทุนนิยมซึ่งมีเป้าหมายกระตุ้นความต้องการบริโภคอย่างไม่รู้จบ จนกลายเป็นลัทธิบริโภคนิยม เป็นเหตุให้เกิดการตักตวงทรัพยากรธรรมชาติจนสภาวะโลกขาดความสมดุล นอกจากการทำลายสมดุลธรรมชาติจนเกิดภัยภิบัติบ่อยครั้งยังบ่อนเซาะวิถีวัฒนธรรมการกินอยู่อย่างพอเพียงที่บรรพบุรูษเคยดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างที่ให้เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความเสื่อมถอยด้านศิลธรรม-จริยธรรม หากเป็นเช่นนี้ต่อไป โลกย่อมวิบัติในเวลาอันใกล้ (เดิมแท้  ชาวหินฟ้าและคณะ, 2550 : 1)
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2371 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 244 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


ครู...ชิต
(นายชิตณรงค์ ขดภูเขียว)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 10,535 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 2 ปี
แบ่งปันความรู้ 2,371 ครั้ง
ได้รับดาว 244 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

ปฏิรูปการศึกษากับ ๘ คุณธรรมพื้นฐานที่ควรปลูกฝัง [115,844]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [519,880]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [370,980]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [276,016]
Global Warming { English } [113,892]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.