vcharkarn
Username : Password : จำไว้ตลอด | ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
facebooktwitter
มุมมองในการใช้สเต็มเซลล์ ดีจริงหรือไม่…!!!
น.สพ.ศุภเสกข์ ศรจิตติ (30,651 views) first post: Mon 6 August 2007 last update: Wed 8 August 2007
สะท้อนมุมมองของคุณหมอคนหนึ่ง ในสภาวะสับสนของเทคโนโลยี“สเต็มเซลล์” ที่ค่อนข้างรุนแรงทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ

หน้าที่ 1 - เปิดใจรับเทคโนโลยีสเต็มเซลล์
ช่วงนี้กระแส “สเต็มเซลล์” ที่ค่อนข้างรุนแรงทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ประชาชนทั่วไปอาจเริ่มสับสนและสงสัย ดังนั้นผมในฐานะที่ทำงานด้านนี้และมีโอกาสได้ผ่านการประชุมสัมนาทั้งในและต่างประเทศมาพอสมควรจึงอยากแสดงความคิดเห็นดังนี้ครับ

ก่อนอื่นลำดับแรกเราต้องเปิดใจกันก่อนว่าปัจจุบันเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก เรียกได้ว่าทุกๆ 5 ปี ความรู้ที่เรามีอยู่จะได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น บางครั้งความรู้ที่เราเรียนมาอาจถึงขั้นเปลี่ยนทฤษฏีไปเลยก็มี สเต็มเซลล์ก็เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่มีบทบาทสูงในการรักษาโรค แต่ก็มีบุคคลบางกลุ่มที่อาศัยคำว่าสเต็มเซลล์นี้ในการหากิน โดยมิได้มีความรู้และไม่ได้คิดถึงเงินทองที่ผู้ป่วยอาจต้องเสียไปซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงมาก ดังนั้นขอแบ่งกลุ่มคนที่ใช้สเต็มเซลล์ออกเป็นกลุ่มๆดังนี้

1. บุคคลที่นำไปใช้โดยไม่รู้จริง ไม่มีความรู้ หรือกลุ่มที่หลอกลวง ว่านี่คือสเต็มเซลล์ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มบุคคลที่น่ากลัวที่สุด เพราะคนไข้ที่หลงไปรักษาไม่ว่าจะทั้งในและต่างประเทศ แต่ผลที่ได้รับกลับมาคือ ไม่เกิดผลในเชิงบวกเลย มีแต่เสียเงินเท่านั้น และอาจเกิดปัญหาจากการรักษาตามมาได้ และกลุ่มบุคคลนี้เองที่จะทำให้เทคโนโลยีด้านสเต็มเซลล์ได้รับความเสียหายจากการเข้าใจผิดของผู้ที่ทำการรักษาแล้วไม่ได้ผล

2. บุคคลที่เน้นการทำทัวร์คนไข้ส่งไปรักษายังต่างประเทศ คนกลุ่มนี้มีทั้งที่มีความรู้ด้านสเต็มเซลล์และบางคนก็ไม่ได้มีความรู้จริง ในต่างประเทศที่มีการใช้เซลล์จากสัตว์ไปรักษาคน (Xenograft) บางที่ก็อาจเป็นการใช้สเต็มเซลล์จากตัวอ่อนของคนก็มี ข้อนี้ต้องเปิดใจยอมรับก่อนว่าหลายๆประเทศในยุโรปรวมถึงจีน รัสเซีย และยูเครน ประเทศเหล่านี้มีการใช้เซลล์มารักษาผู้ป่วยมานานแล้ว ผลการรักษาก็อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลประเทศนั้นๆ หมอในไทยหลายคนก็เห็นโอกาสในการส่งคนไข้จากไทยไปรักษายังประเทศนั้นๆ ซึ่งบางรายก็ได้ผลดี บางรายก็ไม่ได้ผล ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถาบันนั้นๆว่าได้รับการรับรองหรือไม่ เพราะมีทั้งของจริงและของปลอมเช่นกัน บางบริษัทก็ถูกหน่วยงานสืบสวนสอบสวนของประเทศตามจับอยู่ข้อหาหลอกลวงก็มี

3. บุคคลที่มีความรู้ด้านเซลล์บำบัด และ/หรือ สเต็มเซลล์บำบัดในประเทศไทย มีบุคลากรทางการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ในไทยหลายท่านที่ได้ศึกษาเรื่องนี้จากทั้งในและต่างประเทศ บุคคลเหล่านี้มีความรู้จริง แต่ในเชิงธุรกิจการแพทย์นั้นก็คงแล้วแต่ว่าใครจะใช้โอกาสและความรู้นี้ทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมและส่วนตัวมากน้อยเพียงไร แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับคือ เครื่องมือที่ใช้ในการทำสเต็มเซลล์นั้นมีราคาที่แพงมหาศาลจริงๆ

4. บุคคลที่ทำการทดลองด้านสเต็มเซลล์ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มนักวิจัย แพทย์ นักวิทยาศาสตร์ ที่มาทำการทดลองวิจัยด้านนี้ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยก็มีหลายกลุ่มหลายสถาบัน มีทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้ผลการทดลองในเชิงบวก และคาดว่าจะสามารถนำมาใช้รักษาได้จริงในอนาคตอันใกล้ แต่ทั้งนี้ก็คงต้องเก็บตัวเลขข้อมูลให้ได้มากเพียงพอเพื่อนำไปใช้จริง

จากกลุ่มต่างๆที่ผมได้สรุปกว้างๆออกมานี้ปัญหาหลักใหญ่จริงๆน่าจะอยู่ในกลุ่มที่ 1 มากที่สุดเพราะนอกจากจะไม่ช่วยก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆแล้วยังส่งผลเสียต่อการพัฒนาสเต็มเซลล์อีกด้วย รองลงมาคือปัญหาของกลุ่มที่ 2 อันนี้เป็นปัญหาที่พูดยาก เพราะยังมีบุคลลในประเทศไทยหลายกลุ่มที่ส่งคนไข้ไปรักษายังต่างประเทศ โดยบางครั้งอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบริษัทต่างประเทศเหล่านี้มีความรู้ในการใช้สเต็มเซลล์จริงหรือไม่ อันนี้ก็คงต้องให้ผู้ป่วยใช้วิจารณญาณให้รอบคอบก่อนไปรักษา สำหรับปัญหาของกลุ่ม 3 ก็คงเป็นพวกที่เน้นแต่ธุรกิจ รู้ทั้งรู้ว่าโรคบางโรคไม่สามารถรักษาได้ด้วยสเต็มเซลล์แต่ก็ยังอ้างทำนองว่ารักษาได้ทุกโรค ส่วนกลุ่มที่ 4 นั้น ผมเชื่อว่าเป็นบุคคลที่ต้องการเห็นการพัฒนาด้านสเต็มเซลล์เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นในแง่ของวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริงไม่น่ามีปัญหาใดๆ

47875


หน้าที่ 2 - จ่ายสูงและผลที่ได้สูงด้วยไหม....?
การทดลองด้านสเต็มเซลล์สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ เครื่องมืออุปกรณ์รวมทั้งสารเคมีที่ใช้มีราคาที่สูงมาก ดังนั้นผมเองไม่แปลกใจที่การรักษาด้วยวิธีการนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ปัญหามันอยู่ที่ว่า จ่ายสูงและผลที่ได้สูงด้วยไหม....? อันนี้เองเป็นสิ่งที่แพทย์จะต้องให้ข้อมูลกับผู้ป่วยถึงปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการรักษา เปอร์เซนต์ของการหายจากโรค หรือโอกาสที่ดีขึ้นมีมากหรือน้อยเพียงไร ข้อดี ข้อเสีย ผลกระทบที่อาจตามมา อื่นๆ เพื่อให้ผู้ป่วยเป็นผู้ที่ตัดสินใจเองว่าเขาเองเป็นผู้ที่อยากร่วมในการรักษาหรือทดลอง และแพทย์เองก็ไม่ควรชักจูงคนไข้เพื่อให้เข้าร่วมด้วยเช่นกัน ตัวผู้ป่วยเองก็ควรซักถามข้อสงสัยจากแพทย์เพื่อให้เข้าใจทุกอย่างหรือมากที่สุดก่อนเริ่มทำการรักษาหรือทดลอง

สิ่งหนึ่งที่ผมพบเห็นคือเมื่อทำการรักษาไปถึงจุดหนึ่ง นักวิจัยเองก็คงภูมิใจกับผลงานที่ได้ถึงแม้ว่าจำนวน n ทางสถิติที่ได้ยังมีน้อยแต่ก็อยากที่จะเปิดเผยผลวิจัยให้สังคมรับรู้ ซึ่งสิ่งนี้ผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดีและเป็นก้าวแรกของการเริ่มต้นดังนั้นเมื่อนักวิจัยเสนอผลงานเหล่านี้ เราก็ควรเป็นผู้ฟังที่ดี หากสงสัยก็ถาม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมไม่อยากเห็นก็คือการแย้งตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทำไมจำนวน n ของผู้ป่วย หรือสัตว์ทดลองมีน้อย ทำไมต้องกำหนดรูปแบบการทดลองแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่อยากบอกคือ ค่าใช้จ่ายในการทดลองที่สูงมาก ทุนที่ได้มามีไม่เพียงพอที่จะทำมากไปกว่านี้ ดังนั้นการถามจึงควรเป็นคำถามที่สร้างสรรค์มากกว่า เรื่องสเต็มเซลล์เป็นเรื่องใหม่ที่แม้แต่บุคลากรทางการแพทย์เองก็ยังมีความรู้ ความเข้าใจในศาสตร์นี้น้อยมาก หากเราย้อนไปอ่านหนังสือตำราเรื่องสเต็มเซลล์เมื่อปี ค.ศ.2004 หรือก่อนหน้านั้น หลายทฤษฏีหรือหลายหัวข้อก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ทุกวันนี้เรามีความเข้าใจมากขึ้นกว่าก่อนปี ค.ศ.2004 มากมายนัก

47874


จริงๆแล้วเรื่องสเต็มเซลล์ไม่ใช่สิ่งที่แปลกใหม่เป็นเวลากว่า 10 ปีที่เรารู้จักการปลูกถ่ายไขกระดูก ซึ่งจริงๆก็คือสเต็มเซลล์รูปแบบหนึ่งที่ปัจจุบันเราสามารถแยกสเต็มเซลล์ออกได้จากส่วนต่างๆของร่างกายไม่ว่าจะเป็น จากเลือด จากฟันน้ำนม จากผิวหนัง จากไขมัน หรือหากเป็นสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนก็มีวิธีการใหม่ในการแยกเซลล์ในระยะ 4 blastomeres ออกมาเพื่อไม่ให้เซลล์ตัวอ่อนนี้ต้องตายไป ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้มีพัฒนากันอยู่ตลอดเวลา

การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์แพทย์ที่ทำงานด้านนี้ก็รู้กันดีว่าโดสที่ใช้ในการปลูกถ่ายนั้นอาจแยกเป็น 2 กรณี คือ จากค่า Marker ที่เราทำการแยกจำเพาะออกมา หรือจากจำนวนเม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า Mononuclear cells (MNC) ก็ได้ จากจุดนี้เราจะพบแพทย์บางส่วนทั้งในและต่างประเทศที่ไม่สนใจการศึกษาเชิงลึกของสเต็มเซลล์ แต่ต้องการประยุกต์การใช้ โดยการฉีดจำนวน MNC ในระดับสูงเข้าหลอดเลือดแดงของผู้ป่วย ซึ่งตามทฤษฏีแล้วมันมีความเป็นไปได้ แต่ก็ควรศึกษาให้ลึกซึ้งต่อไปน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่า

การจะเข้าใจให้ถึงเรื่องของสเต็มเซลล์นั้น ผู้ที่ศึกษาควรจะให้ความสำคัญของเรื่องการแบ่งตัวของเซลล์ที่แบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ Endoderm , Ectoderm และ Mesoderm ซึ่งจาก 3 ชั้นนี้เองที่เราแยกเอาส่วนของสเต็มเซลล์ในชั้นเหล่านั้นมาสร้างเป็น Progenitor cells เพื่อเข้าไปซ่อมแซมอวัยวะที่มาจากชั้นนั้นๆนั่นเอง

กับคำถามที่มักถามกันบ่อยว่า แล้วเรารู้ได้อย่างไรว่าสเต็มเซลล์นี้จะไปยังเป้าหมาย หรือบริเวณที่มีรอยโรค ก่อนตอบคำถามนี้จะต้องแยกแยะให้ออกก่อนว่าเราจะใช้สเต็มเซลล์ชนิดไหน (ขอพูดแต่ Adult stem cell) อวัยวะเป้าหมายนั้นสร้างมากจากชั้นไหน ก็ต้องใช้สเต็มเซลล์ที่มีพื้นฐานจากชั้นนั้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น จะให้ไปสร้างเลือด ก็ต้องใช้ Hematopoietic stem cell จะให้ไปสร้างกระดูก ก็ต้อง Mesenchymal stem cell แต่จากความรู้ใหม่เราจะพบว่าสเต็มเซลล์ทั้ง 2 ชนิดนี้อาจใช้ร่วมกัน แล้วเสริมประสิทธิภาพให้กันได้เช่นกัน กลับมาที่คำตอบ การที่สเต็มเซลล์จะวิ่งไปยังเซลล์เป้าหมายหรือที่เราเรียกว่า Homing นั้น เซลล์ที่มีปัญหาเองนั้นก็จะหลั่งสาร Chemokine และ Chemokine receptor ในขณะที่ตัวสเต็มเซลล์ก็จะวิ่งไปตาม chemokine ที่หลั่งออกมาและมีตัวจับ หรือ receptor ที่เข้ากันได้พอดี และเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันไปจริงๆ ก็มีการทดลองว่าหากเรามีผู้ป่วยเพศหญิง แต่เราใส่สเต็มเซลล์ของเพศชายลงไป เราก็จะพบยีนส์เพศชายอยู่ในเซลล์ของผู้ป่วยเพศหญิงนั่นเอง

ยกตัวอย่างอีกกรณี เช่น รู้ได้อย่างไรว่าสเต็มเซลล์นี้หลั่งอินซูลินได้ นักวิจัยก็ใช้ maker ที่จะปรากฎเรืองแสงสีเมื่อเซลล์ที่หลั่งอิซุลินหลั่งออกมา หากสเต็มเซลล์ที่เราใส่เข้าไปแล้วปรากฎยังเป้าหมายและปรากฎสารเรืองแสงขึ้น นั่นก็แสดงว่าเซลล์กลับมามีคุณสมบัติหลั่งอินซูลินอีกครั้ง หรือเรียกว่า Insulin-like cell เป็นต้น

47879

หน้าที่ 3 - การพัฒนาสเต็มเซลล์ที่บริสุทธิ์
วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่สูงขึ้นทำให้เราเชื่อว่าหากเราสามารถทำให้สเต็มเซลล์นั้นบริสุทธิ์ได้ ก็จะไม่มีส่วนที่เรียกว่า HLA* (Human Leukocyte Antigen) ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีเครื่องมือที่สามารถทำได้แล้ว ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาสเต็มเซลล์ที่บริสุทธิ์ต่อไป ซึ่งการทำให้บริสุทธิ์นี้แนวโน้มที่จะใช้สเต็มเซลล์จากคนอื่นมารักษาผู้ป่วย (Allogeneic) ก็จะมีโอกาสมากขึ้น แต่ทั้งนี้นักวิจัยเองก็จำเป็นต้องศึกษามากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าหากเราทำให้บริสุทธิ์แล้วนั้น มีความบริสุทธิ์มากเพียงใด แน่ใจว่าจะไม่ส่งผลให้เกิด Graft VS Host Disease (GVHD) ตามมาโดยเฉพาะแบบที่เกิดหลังจากการปลูกถ่ายไปนานมากแล้ว เพราะว่าที่ผ่านมาก็มีรายงานว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากผู้อื่น (Allogeneic) เมื่อตอนปลูกถ่ายใหม่ไม่พบความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น แต่เมื่อผ่านไปปีกว่าจึงพบว่าเกิดมี Antibody ต่อต้าน HLA ซึ่งตรงนี้ก็น่าจะมาจากการที่มี HLA คงเหลืออยู่ถึงแม้ว่ามีเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเซลล์มีการแบ่งตัวที่มากขึ้น HLA จากคนอื่นก็จะเพิ่มมากขึ้นจนเพียงพอที่จะเกิดการไม่ยอมรับเนื้อเยื่อที่ปลูกถ่ายได้เช่นกัน

47876


การเพิ่มจำนวนสเต็มเซลล์ หากเป็นในส่วนของ Mesenchymal stem cell นั้นก็คงไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากเป็น Hematopoietic stem cell นั้นเราพบว่าใน In vitro ศักยภาพที่ลดลงจากการเพิ่มจำนวนเนื่องจาก เซลล์จะไประยะ G0 ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับ In vivo

กรณีการเกิดมะเร็งจากการใช้สเต็มเซลล์ ข้อนี้คงตอบยากมากและคงจะหาสิ่งที่มาพิสูจน์ว่าสเต็มเซลล์ที่เป็น Adult stem cell นั้นก่อให้เกิดมะเร็งรึไม่ ในระบบ Cell cycle ของร่างกายเองก็มีจุดตรวจความผิดปกติ 2 จุดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น G1/S checkpoint และ G2/M checkpoint แต่ถึงอย่างไรผมเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบ อย่างเช่นเซลล์ที่มีปัญหาและอยู่ที่อยู่ระยะ Lating phase G1 เองก็สามารถที่จะหลุดรอดจาก G1/S checkpoint และไปถูกทำลายที่ G2 /M checkpoint แทน ดังนั้นก็เชื่อว่าต้องมีเซลล์ที่มีปัญหาและหลุดรอดจาก G2/M checkpoint ไปได้และเกิดเป็นมะเร็ง แต่ถึงอย่างไรก็คงต้องทำการศึกษาผลตรงนี้ต่อไปเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดอีกที

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากทิ้งท้ายไว้ก็คือ ตามสถิติประชากรไทยมีเพียง 1.31% เท่านั้นที่ถือว่าเป็นผู้มีรายได้มากกว่า 500,000 บาทต่อปี นั่นหมายความว่าคนไทยกว่า 55 ล้านคนที่เขาก็ควรที่จะมีสิทธิในการรักษา ในการใช้ยา ในการใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างสเต็มเซลล์เช่นเดียวกัน ดังนั้นในความจริงที่ว่าเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีค่าใช้จ่ายต้นทุนที่สูงมาก จึงไม่แปลกที่ผู้ที่จะได้ใช้จะต้องเป็นผู้ที่มีฐานะดีมากคนนึง แต่ที่ผมหวังไว้ก็คืออยากจะเห็นการใช้สเต็มเซลล์ในผู้ป่วยทุกชนชั้นมากกว่าครับ และสุดท้ายเราเป็นคนไทยเหมือนกันก็อย่าหลอกลวงคนไทยพี่น้องเรากันเองเลย หันหน้าจับมือกันทำสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในแผ่นดินนี้กันเถอะครับ

* คนจะมี HLA 6 ตำแหน่งซึ่งหากมี HLA ที่ไม่ตรงกันทั้ง 6 ตำแหน่งก็จะทำให้เกิดการไม่ยอมรับเนื้อเยื่อที่ใส่เข้าไป (ยกเว้นกรณีการใช้เลือดจากสายสะดือที่ยอมรับความเหมือนกันได้ 4 ใน 6 ตำแหน่ง)

47880


ผู้เขียน น.สพ.ศุภเสกข์ ศรจิตติ


บทความที่เกี่ยวข้อง

Stem Cell For Life

พื้นฐานเซลล์ต้นกำเนิด (Basic of Stem Cells/Regenerative Medicine)



*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและแหล่งข้อมูลทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
Creative Commons License
สงวนสิทธิ์ภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง



จำนวน 14 ความเห็น, หน้า | 1 |
ความเห็น 1 8 ส.ค. 2550 (13:54)
ขอบคุณ คุณหมอที่เป็นอีกแรงหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสเต็มเซลล์ โดยทำด้วยความเป็นกลาง และมีมุมมองในทางบวก เห็นด้วยกับมุมมองต่างๆ ที่คุณหมอพูดถึงในเนื้อหาทั้ง 3 หน้าครับ



นำชัย
Namchai BioTec เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน370 ครั้ง - ดาว 31 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 2 8 ส.ค. 2550 (18:02)
ขอบคุณคุณนำชัยครับ

ช่วงนี้กระแสแรง รวมทั้งมีข้อมูลที่ออกมาเยอะมาก และจากการที่ผมว่างงานนั่งตบยุงอ่านหนังสือมาหลายเดือนก็ทำให้พอจะจับข้อมูลได้ว่า ช่วงก่อนปี 2004 ข้อมูลด้านสเต็มเซลล์ยังค่อนข้างใหม่และสับสน ดังนั้นหากใครสนใจด้านนี้ก็ขอให้อ่านข้อมูลตั้งแต่ปี 2004 ขึ้นมาจะดีกว่าครับ เพราะข้อมูลใหม่และเก่าหลายๆเรื่องที่มันไม่เหมือนกันเลย แต่จะอ่านปี 2004 ก็ไม่เสียหายครับเป็น Black ground ที่ดีใช้ได้ครับ
ไข่ต้มร้อนๆ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน42 ครั้ง - ดาว 163 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 3 12 ส.ค. 2550 (12:13)
อ่านแล้วทำให้ได้รับความเข้าใจเพิ่มขึ้นครับ แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่
อ่อนเลขกะวิทย์ที่สุด เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 4 12 ส.ค. 2550 (21:23)
เสต็มเซลล์มานคืออะไรหรอคะ
เด็กโง่ม.3 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน30 ครั้ง - ดาว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 5 13 ส.ค. 2550 (09:27)
สเต็มเซลล์ (Stem cell) คำว่า Stem = ลำต้น หรือ โคน (ต้นไม้) ดังนั้นหากแปลตรงๆก็คือ เซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์ทั่วๆไป หรือ เซลล์แรกๆเลยที่จะเปบี่ยนไปเป็นเซลล์ต่างๆของร่างกายครับ



ปัจจุบันเราทำการศึกษาด้านนี้มากขึ้น เพราะเป็นความรู้เทคโนโลยีใหม่ที่จะนำไปใช้ในการรักษาคนหรือสัตว์ในโรคที่ปัจจุบันยังรักษาไม่ได้ หรือรักษาได้ไม่ดี ครับ



ลองอ่านดู http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?aid=18516



อาจจะยากที่จะเข้าใจสำหรับคุณน้อง ม.3 แต่ลองศึกษาไปเรื่อยๆ โตขึ้นหากเรียนสายวิทย์หรือทางด้าสนการแพทย์ วันนั้นผมเชื่อว่าสเต็มเซลล์คงเป็นเรื่องธรรมดาของการรักษาโรคในสมัยน้องโตแน่นอนครับ
ไข่ต้มร้อนๆ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน42 ครั้ง - ดาว 163 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 6 18 ส.ค. 2550 (11:50)
อันนี้ขอลากความเห็นจากบทความเก่าๆมาลง มคิดว่าน่าจะลงในบทความฉบับนี้มากกว่าครับเลยเอามาลงที่นี่ ยังไงก็แลกเปลี่ยนความรู้กันครับ



ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 17 ส.ค. 2550 (14:53) แจ้งลบความเห็นนี้



เวลาคนสูงอายุป่วยเป็นโรคหัวใจที่ต้องผ่าตัดแล้วแพทย์ไม่แน่ใจว่าการผ่าตัดจะเป็นการต่ออายุหรือบั่นทอนอายุผู้ป่วย ทางเลือกที่เสี่ยงน้อยกว่าคือ Cell Therapy แบบจีนโบราณ กล่าวคือ ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ หมอโบราณก็จะหาหัวใจหมูมาปรุงกับตัวยาสมุนไพรให้ดื่มหรือกิน หากการวินิจฉัยโรคถูกต้อง อาการป่วยจะดีขึ้นและหายได้ ไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัด



นอกจากนี้การเปลี่ยนอวัยวะ (Implantation) ก็ยังต้องใช้ยาประคับประคองชีวิตหลังการผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนไตก็ต้องกินยากดภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต แพทย์แผนปัจจุบันจากรพ.จุฬาและรามาธิบดี หลายท่านยืนยันว่า การใช้ Stem cell เพาะอวัยวะในรูปแบบ Cell therapy นั้นปัจจุบันทำได้สำเร็จกับการปลูกถ่ายไขกระดูกเท่านั้น กับอวัยวะอื่นๆ ยังลองผิดลองถูกอยู่แต่มีราคาแพงมาก



คนเราเกิดมาแล้วก็ต้องตาย และเสียภาษี (หนีไม่พ้น) อยู่ถึง 100 ปีแต่ไม่เกิดประโยชน์กับตนเอง (ตัดภพชาติให้สั้นลง) หรือทำประโยชน์ให้ผู้อื่นไม่ได้ พระพุทธเจ้าตรัสว่าสู้คนเกิดมาอยู่เพียง 1 วันแล้วทำภพชาติสิ้นลงไม่ได้



ไม่อยากป่วย เจ็บ หรือตาย ก็ไม่ควรเกิด เกิดมาแล้วก็ต้องป่วย เจ็บ ตายเป็นธรรมดา อยากอยู่นานๆ ก็ทำความดีมากๆ ๆ แล้วก็จะป่วยน้อย เจ็บน้อย ตายช้า อาศัย อิทธิบาท ๔ บำรุงธาตุให้กับร่างกายนี้ ไม่เห็นแก่ความเอร็ดอร่อยมากเกินไป ชีวิตคนในยุคพระพุทธเจ้าโคดม ก็ประมาณ 100 ปี ซึ่งก็น่าจะพอแล้ว



yama

ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 45 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาวให้สมาชิกท่านนี้

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 18 ส.ค. 2550 (11:48) ความเห็นของฉัน แก้ไข แจ้งลบความเห็นนี้



ขออณุญาติคุณ Yama แสดงความคิดเห็นครับ



1 หาก cell Therapy ได้ผล Stem cell ก็ต้องได้ผลดีกว่า และจากข้อมูล ณ ปัจจุบับพบว่า ยังไงการปลูกถ่ายข้าม species ก็ไม่ดีเท่ากับของตัวผู้ป่วยเอง หรืออย่างน้อยก็ขอเป็นสปีชี่ย์เดียวกันครับ

2 ไม่ใช่ผมไม่เชื่อ Cell therapy นะครับ เพราะพวกผมก็มาจากจุดนี้เช่นกันก่อนที่จะมาเป็น Stem cell therapy

3 ส่วนเรื่องที่หมอบางที่ได้กล่าวอย่างที่คุณเขียนไว้ในความเห็น ผมขอบอกอย่างนี้ครับ



...แพทย์ทั้งหลายขอความกรุณานึกถึงคน 65 ล้านคนตาดำๆ มากกว่าการนึกถึงแต่สถาบันของท่านเอง



4 จากข้อ 3 ผมไม่อยากพูดมาก และก็คงพูดมากไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นสาธารณะมันไม่สมควร



สุดท้าย ผมขอเล่านินานเรื่องนึงครับ....เรื่องมีอยู่ว่า เสือ 2 ตัว ทำงานด้านเดียวกัน วันนึง เสือตัวหนึ่งขอความช่วยเหลือ แต่อีกตัวก็ดันไม่ว่างสักที มัวแต่ทำของตัวเองก็เลยไม่สนใจ ด้านเสือที่ขอความช่วยเหลือก็เก่ง และฉลาดอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งรู้สึกว่าชั้นก็เป็นหนึ่งในด้านกัดเหยื่อ ใยฉันต้องให้คู่แข่งอยู่เหนือกว่า ในเมื่อวิธีการที่ฉันทำฉันทำมานานแล้ว เรื่องไรล่ะ...



แล้ววันนึงความจริงจะปรากฎครับ
ไข่ต้มร้อนๆ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน42 ครั้ง - ดาว 163 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 7 20 ส.ค. 2550 (09:03)
49235
ขอบคุณสำหรับความรู้ ดีดี ค่ะ
naruk_Joy เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 8 31 ส.ค. 2550 (11:06)
ปัจจุปันผมอายุ 35-36 ปี ผมพิการมาได้ 14-5 ปีแล้ว เป็นอัมพาตแขน, ขาและลำตัว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย (ซึ่งเกิดจากกระดูกต้นคอหัก (C4-C5 complete injury)



1. อยากทราบ ความเป็นไปได้ในการรักษาคนพิการ (เป็นอัมพาตเนื่องจากไขสันหลังชำรุด) ด้วยสเต็มเซลล์ ในเมืองไทย มีมากน้อยแค่ไหน ??? (ณ ปัจจุปันนี้ คืบใกล้ความเป็นจริงแค่ไหน? หรือยังเป็นแค่ความหวัง? หรือเป็นได้เพียงแค่ความฝันของคนพิการทั่วๆไปที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร?)



2. ผมพิการไม่มีงานทำ-ไม่มีรายได้ อาศัยอยู่กับพ่อที่มีฐานะปานกลาง-ไม่ร่ำรวยอะไร อยากเป็นอาสาสมัครเข้ารับการทดลองวิธีการรักษาคนพิการที่เกิดจากไขสันหลังชำรุด อยากทราบว่าในเมืองไทยมีหน่วยงานใดบ้าง ที่ศึกษาค้นคว้าและทดลองวิธีการรักษาคนพิการที่เกิดจากไขสันหลังชำรุด ?



ฅ.พิการ-อัมพาต
nayphara เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 9 1 ก.ย. 2550 (18:54)
51906
สวัสดีครับคุณ Nayphara ตั้งแต่ผมทำงานที่เก่าก็ได้พบเจอคนที่มีปัญหาอัมพาตหลายราย ผมอยากขอให้ทุกท่านมีกำลังใจเป็นอับดับแรกครับ คนเราทุกคนมีความหวังได้ กลับมาเข้าเรื่องนะครับ



ข้อ 1 ...เมืองไทยคงต้องรอพอสมควรครับ ผมเชื่อว่าใน 5 ปีนี้คงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอนในเรื่องของอัมพฤกษ์ อัมพาต มีงานวิจัยหลายชิ้นในต่างประเทศที่ให้ผลในทางบวก ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายอันนี้ผมเชื่อว่าคงเอาเรื่องหลักหลายแสนเป็นอย่างต่ำ หากภาครัฐเข้ามาช่วยก็คงดีครับ

ใกล้ความเป็นจริงแค่ไหน สำหรับผมที่เป็นสัตวแพทย์ก็ได้เตรียมขอทุนวิจัยเรื่องนี้ในสุนัขครับ แต่ก็คงรองบประมาณปี 52 จะเริ่มได้ก็คงประมาณ ต.ค. ปี 51 ในคนก็คงอยู่ที่หมอคนว่าเค้าคิดยังไงน่ะครับ

ข้อ 2 ผมยังไม่เห็นนะครับ



สุดท้ายที่อยากฝากไว้คือว่า หากที่ไหนอ้างว่ารักษาได้ ก็ขอให้พิจารณาให้รอบคอบ ผลดี ผลเสีย ผลที่อาจตามมานะครับ เพราะมีคนบางกลุ่มอ้างการรักษาด้วยสเต็มเซลล์แต่ก็เป็นแค่การหาเงินเท่านั้นครับ



รูปนี้เป็นรูปที่ผมได้มาจากการประชุมที่ซิดนีย์เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว รักษาคนเป็นอัมพาตครับ ดูแล้วหวังว่าคงมีความหวังและกำลังใจมากขึ้นนะครับ
ไข่ต้มร้อนๆ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน42 ครั้ง - ดาว 163 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 10 1 ก.ย. 2550 (19:14)
โอ้ว....รูปใหญ่มาก....โทษทีนะครับ สงสัยกดผิด ไม่ได้เลือกรูปที่ลดขนาดครับ แต่ก็ดูชัดดีครับ และรูปนี้ขอสงวนสิทธิ์นะครับ ไม่อนุญาตให้ผู้ใดนำไปใช้เพื่อการค้าใดๆทั้งสิ้น หากผู้ใดต้องการจริงๆก็ติดต่อขออณุญาตก่อนครับ
ไข่ต้มร้อนๆ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน42 ครั้ง - ดาว 163 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 11 21 ก.ย. 2550 (16:11)
ตอนนี้ผมเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์และมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องstem cell มากถึงมากที่สุดจึงอยากถามว่าผมควรทำอย่างไรถึงจะมีโอกาสวิจัยและเรียนรู้และในอนาคตประเทศไทยจะมีหลักสูตรเกี่ยวกับเรื่องนี้มั้ยครับและผมควรเรียนต่อทางไหนดีครับ
nakothon เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 12 22 ก.ย. 2550 (15:50)
ตอบยากนะครับ เพระอย่างที่ผมทำอยู่ก็มีทั้งจบแพทย์ สัตวแพทย์ เทคนิคการแพทย์ วิทยาศาสตร์ ทั้งหมดมารวมกัน ช่วยซึ่งกันและกันอ่ะครับ จบวิทย์ด้านไหนดีผมว่ามันได้หลายด้านนะครับ เช่น Molelular Bio , Bio, Gene อื่นๆ เพราะมันเป็นศาสตร์ประยุกต์และเชิงลึกจริงๆจะเป็นความลับอ่ะครับ อย่างพวกผมเองยังต้อง Sign Confidential agreement เพื่อไม่เปิดเผยเทคนิค วิธี หรือความลับมากเกินไปสู่สาธารณะมากนัก เอาอย่างนี้สนใจก็หลังไมค์มานั่งคุยกัน ดูสิว่าเราสนใจจริงๆแค่ไหน ชอบจริงไหม ดีกว่าไหมครับ

supasek_s@yahoo.com



ปล.มันเป็นเรื่องใหม่และมันเป็นสิ่งที่ยากที่จะทำให้คนเชื่อว่ามันทำได้จริงครับ
ไข่ต้มร้อนๆ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน42 ครั้ง - ดาว 163 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 14 11 ม.ค. 2551 (13:44)
ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Stem Cell พร้อมค่าใช้จ่าย และหากจะเก็บ Stem Cell ตอนน้องเขาโตขึ้นแล้วยังสามารถเก็บได้หรือไม่ มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร รบกวนส่งเมล์ที่ sakulras@bot.or.th ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
sakulras เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 130 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็น 15 7 ต.ค. 2552 (21:00)
พ่อผมถูกรถชนถูกผ่าตัดสมองตอนนี้อาการดีขึ้นแต่สมองยังไม่สั่งงานอยากจะซื้อยา stem cell มาทดลองให้พ่อกินไม่ทราบว่าจะได้ผลหรือเปล่าครับ ตรวจเช็คราคาแล้วแพงมาก
thanavut13 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง - โหวตเพิ่มดาว




ไข่ต้มร้อนๆ
(ศุภเสกข์ ศรจิตติ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 7,193 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 5 ปี
แบ่งปันความรู้ 42 ครั้ง
ได้รับดาว 163 ดวง

โหวตเพิ่มดาว

 



ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google  
องค์ความรู้ เว็บเพื่อนบ้าน
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
  • ติดต่อเรา ข้อมูลทั่วไป
  • ติดต่อลงโฆษณา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ติดต่อสำนักงานวิชาการ
  • หน้าแรกวิชาการดอทคอม
  • วิชาการดอทคอมคือใคร
  • กฎ กติกา มารยาท
  • ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
    อีเมล : star@vcharkarn.com
    โทรศัพท์ : 02-9620127
    Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
    ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
    Page generated in2.7305 seconds !