สารบัญ
หน้าที่ 2 - เขตเศรษฐกิจชาวบ้าน เส้นทางการค้า ทั้งสามสายจากการค้าในระบบการคมนาคมทางบกจากตาลีและคุนหมิง
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในอดีตของชุมชนตามอาณาจักรสัมพันธ์กับเส้นทางการค้า เป็นเหมือนเขตเศรษฐกิจชาวบ้าน เส้นทางการค้าทั้งสามสายจากการค้าในระบบการคมนาคมทางบกจากตาลีและคุนหมิง นี้มีความสำคัญมากสำหรับการยังชีพของชุมชนต่างๆ เพราะในเขตภูดอยห่างไกลเมืองท่าเช่นนี้ ความอัตคัดขาดแคลนเป็นปัญหาสำคัญ มิหนำซ้ำ ในระยะต้นของแม่น้ำสำคัญสี่สายที่ผ่านยูนนาน(แม่น้ำอิระวดี สาละวิน โขง และแม่น้ำแดง) สภาพอันเชี่ยวกรากคดเคี้ยวเต็มไปด้วยเกาะแก่งของแต่ละสายน้ำก็ไม่อำนวยต่อการสัญจรขนส่งสินค้า
ทั้งนี้เราสามารถหยั่งวัดระดับความสำคัญของการค้าทางบกซึ่งเปรียบเสมือนเส้นชีวิตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเหล่านี้ได้จากบันทึกท้องถิ่นต่างๆ และหมายเหตุของนักเดินทางชาวตะวันตก บริบทจักรวรรดินิยมตะวันตกอย่างเช่น บันทึกของกัปตัน Mcleod และ Dr.Richardson (นคร พันธุ์ณรงค์.2516:73) ซึ่งเข้ามาทางพม่าเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการค้าในยูนนาน ในช่วงปี พ.ศ. 2373 และนับเป็นชาวยุโรปคณะแรกที่เข้ามาเยือนเชียงตุง
หรือนักธรรมชาติวิทยา อย่าง Henri Mouhot ได้รับทุนสนับสนุนจากอังกฤษเข้ามาสำรวจดินแดนสยาม ลาว และกัมพูชา (ชาญวิทย์ เกษตรศิริ.2546:63) อีกคนคือ Francis De Ganier นักผจญภัยผู้สร้างประวัติการณ์เดินทางย้อนลำน้ำโขงจากกัมพูชาไปถึงยูนนานก็มีข้อสังเกตมากมายเกี่ยวกับการค้าขายตามเส้นทางที่ผ่านไปอันสะท้อนภาพความมีชีวิตชีวาของตลาดท้องถิ่นเช่นนี้ ทำให้นักล่าอาณานิคมชาวตะวันตกพากันฝันหวาน ที่จะอาศัยยูนนานเป็นประตูหลังเปิดเข้าสู่ตลาดการค้าในประเทศจีนอันกว้างใหญ่
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอังกฤษหรือฝรั่งเศส ต่างก็คิดวางแผนพัฒนาเส้นทางเดิมที่มีอยู่แล้ว ด้วยการสร้างทางรถไฟเชื่อมจากชายฝั่งพม่าหรือตังเกี๋ยขึ้นไป ผู้ที่ศึกษาค้นคว้านโยบายการแผ่ขยายอิทธิพลของสองมหาอำนาจในละแวกนี้ คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การค้าระหว่างยูนนานตอนล่างกับดินแดนรอบๆ มีผลสำคัญอย่างไรต่อการกำหนดทิศทางการแข่งขันเพื่อยึดครองพื้นที่แห่งนี้
ภาพประกอบ บันไดนาคของวัดเขาจอมมณีรัตน์ ณ เมืองห้วยทราย ฝั่งแม่น้ำโขง สปป.ลาว
ความสืบเนื่องของการเข้ามาของจักรวรรดินิยมตะวันตกในอุษาคเนย์ มีหลายสาเหตุที่ได้ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคนี้ ซึ่งมีปัญหา เช่น การเข้ามาหาทางยึดครองพื้นที่ คือการเข้ามาล่าอาณานิคมเพื่อการค้าสัมพันธ์กับแม่น้ำโขง ดังนั้นการเข้ามาของฝรั่งเศสสะท้อนการบุกรุกเข้าครอบครองต่อทรัพยากรในแม่น้ำโขงกับการเพื่อให้ได้เป็นอาณานิคมในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
โดยฝรั่งเศสต้องการเพียงลาวและเขมร เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากแม่น้ำโขงและการใช้แม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติสำหรับอาณานิคมของตน (อภิญญา เฟื่องฟูสกุล 2524:2)ทำให้ก่อเกิดแนวคิดสร้างรัฐชาติ มีพรมแดนเป็นการผนวกกลืนอาณาจักรเพื่อสร้างความมั่นคงเข้ามาในรัฐ ตามอิทธิพลภูมิศาสตร์ของวิทยาศาสตร์แบบตะวันตก ทำให้ต้องมีการสร้างนิยามรัฐชาติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ภาษี การศึกษา และวัฒนธรรม รัชกาลที่ 4 ได้นำหลักเหตุผล และเทคโนโลยี มาผลิตแผนที่ ทั้งที่ยุคก่อนไม่จริงจังเรื่องพรมแดน แต่โดนแรงบีบจากการขู่ทำสงครามจากตะวันตก เพราะว่าสยามไม่ทันสมัย จึงต้องเปลี่ยนแปลงแนวคิดภูมิศาสตร์ (Thongchai Winichakul 1994:35-57;อรรถจักร สัตยานุรักษ์2541:12) และด้านดาราศาสตร์เกี่ยวข้องกับระบบจักรวาล
ดังนั้น การรับรู้ธรรมชาติแบบใหม่เพิ่งเกิดในรัชกาลที่ 4 และกลายเป็นรากฐานความรู้ ความจริง เชิงประจักษ์ทางกายภาพ ซึ่งก่อนหน้านี้สยามรับรู้และให้ความหมายแก่ภูมิศาสตร์ด้วยชุดความรู้ทางพื้นที่แบบไตรภูมิ แต่ว่าการอ้างถึงภัยจากการล่าอาณานิคม ก็ทำให้เกิดการคิดสร้างแผนที่และน่าจะส่งผลต่อการแปลชื่อแม่น้ำของ เปลี่ยนเป็นแม่น้ำโขงในสนธิสัญญาต่างๆ
ด้วยเหตุดังกล่าวนำไปสู่อาณาเขตว่าด้วยภายใต้จุดหนึ่งในพลังแผนที่ สำหรับการต่อรองระหว่างสยามและฝรั่งเศสเพื่อเข้าถึงภูมิภาคลาวในแม่น้ำโขงตอนบนและการหายไปของอาณาเขตสยามนั้น อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงว่าพื้นที่อาณาเขตเคยนั้นเคยเป็นของสยาม แต่พลังของตัวตนภูมิศาสตร์ของสยามและการรวมอาณาเขต ทำให้สิ่งที่หายไป (อาณาเขต) กลับเข้ามาเพื่อการช่วงชิงการสร้างความหมายแก่แผนที่ในสังคมสมัยใหม่ เพราะการเข้ามาของจักรวรรดินิยมตะวันตกในดินแดนล้านนา ก็พยายามดึงดูดล้านนาให้มีความสัมพันธ์กับเจ้าอาณานิคมอังกฤษ ที่ครอบครองดินแดนพม่ามากขึ้น เนื่องจากการปกครองเมืองประเทศราชของสยามมีนโยบายให้อิสระในการปกครองตนเองอย่างมาก ทำให้ล้านนาผูกพันกับการค้าขายของชาวอังกฤษและคนในบังคับอังกฤษโดยผ่านเมืองมอญพม่า (สรัสวดี อ๋องสกุล 2544:332)
ดังกล่าวไปแล้ว การล่าอาณานิคม คุกคามต่ออาณาจักรทั้งสองแล้ว อาณาจักรสยาม จึงพยายามครอบครองอาณาจักรล้านนาสร้างตัวตนทางพรมแดนขึ้นไว้อยู่ในแผนที่สยาม เพื่อยึดดินแดนล้านนาเข้ามา อำนาจท้องถิ่นค่อยๆ เสื่อมอำนาจลง และแล้วเชียงของ ก็ถูกผนวกกลืนในที่สุด เมื่อมีการปฏิรูปมณฑลเทศาภิบาล เจ้าเมืองคนสุดท้ายคือพระยาจิตวงษ์วรยศรังษีในปี พ.ศ. 2453 และการช่วยเหลือของสยามในการปราบจีนฮ่อที่รุกรานลาว ทำให้สยามส่งกำลังทหารไปปราบปรามถึงสามครั้ง โดยที่ครั้งที่สาม สยามพยายามต่อสู้เข้ายึดครองหลวงพระบาง รวมถึงเมืองบริวาร ยึดทั้งเชียงขวาง บุกยังแคว้นสิบสองจุไท จับเจ้านายของแคว้นสิบสองจุไทเป็นตัวประกันอยู่หลวงพระบาง แต่เจ้าคำฮุมไม่ต้องการเป็นเมืองขึ้นใคร จึงได้ร่วมมือกับพวกจีนฮ่อยกลงมาตีเมืองหลวงพระบางจนเมืองแตก เจ้าอุ่นคำแห่งหลวงพระบางหนีเอาตัวรอด มาทำหนังสือขอความช่วยเหลือฝรั่งเศสก็ใช้หนังสือดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการผนวกลาวเข้ามาเป็นรัฐภายใต้อารักขาของตน ทำให้สยามเสียอำนาจเหนือภูมิภาคนี้ตลอดกาล.
..........................
อ้างอิงบางส่วน
สัณฐิตา กาญจนพันธุ์.2547. แนวความคิดเกี่ยวกับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม. เชียงใหม่: คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สรัสวดี อ๋องสกุล.2544.ประวัติศาสตร์ล้านนา. กรุงเทพฯ: คณะมนุษยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
มาซูฮารา โยซิยูกิ. 2546. ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ ของราชอาณาจักรลาวล้านช้าง สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14-17 จาก "รัฐการค้าภายในภาคพื้นทวีป" ไปสู่ "รัฐกึ่งเมืองท่า." กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน.
นคร พันธุ์ณรงค์.2516. การเจรจาและข้อตกลงระหว่างรัฐบาลสยามกับรัฐบาลอังกฤษ เกี่ยวกับหัวเมืองชายแดนลานนาไทยและพม่าสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลดจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระยะ พ.ศ. 2428-2438 กรุงเทพฯ:วิทยาลัยวิชาการศึกษา.
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. (พฤศจิกายน 2546) จากอาณานิคมาภิวัฒน์สู่โลกาภิวัตน์. สารคดี 19, 225 : 63
อภิญญา เฟื่องฟูสกุล.2524. กรณีวิกฤตการณ์ปากน้ำ ร.ศ. 112 : วิเคราะห์กลไกการกำหนดนโนบายต่างประเทศของไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันเอเซีย.
อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์. 2541. การศึกษาพรมแดนความรู้ทางประวัติศาสตร์ ด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม. เชียงใหม่: คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
Thongchai Winichakul. 1994. Siam Mapped : a History of the geo-body of a Nation. Chiang Mai: Silkworm Books
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม