ทีมงานได้อัพเกรดเซฟเวอร์เรียบร้อยแล้ว เว็บไซต์วิชาการดอทคอม เร็วและแรงยิ่งขึ้น!  
คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32196" type="text/javascript"></script>
การร่วมผลักดันไทยสู่ฮับการศึกษาภูมิภาค
เรื่องราวของการศึกษาไทย ที่เคยเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาคนี้
ผู้เขียน: อาจารย์ชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย ชมแล้ว: 13,923 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 9 August 2007, 5:44 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 14 August 2007, 10:32 am

หน้าที่ 1 - การศึกษาไทย
อันที่จริง ไทยเคยเป็นฮับการศึกษาของภูมิภาคนี้มาแล้วในสมัยกรุงศรีอยุธยา
จากหลักฐานการบันทึกของ คณะมิชชันนารีต่างประเทศแห่งกรุงปารีส ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่ศูนย์กลางของคณะตั้งอยู่ที่ อาคารเลขที่ 128 ถนน rue de Bac ในกรุงปารีส ระบุว่า ในปี ค.ศ. 1665 (พ.ศ. 2208) สมเด็จพระนารายณ์ได้พระราชทานที่ดินบริเวณบ้านปลาเห็ดให้แกคณะมิชชันนารีของฝรั่งเศส เพื่อสร้างโรงเรียนและโรงสวด ได้เริ่มทำการก่อสร้างในปีต่อมา เป็นอาคารสองชั้น ให้ชื่อโรงเรียนว่า General College โดยใช้หลักสูตรที่นำมาจากประเทศฝรั่งเศส
48229


ในบันทึกระบุว่า นักเรียนมาจากมาเก๊า เมืองกัวในอินเดีย มอญ เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น มลายู และโปรตุเกส รวมทั้งเด็กๆ จากในวังที่พระเจ้าแผ่นดินส่งให้มาเรียนด้วยอีก 10 คน รวมทั้งสิ้น 60 คน มีผู้อำนวยการรางเรียนคนแรก ได้แก่ บาทหลวง ลาโน

สมัยนั้น โลกตะวันตกใช้ภาษาละตินเป็นภาษาสากลในการศึกษาเล่าเรียน และโรงเรียน General College ที่กรุงศรีอยุธยาก็ใช้ภาษาละตินสำหรับการเรียนการสอนตามมาตรฐานสากลด้วย เริ่มด้วยการฝึกพูดก่อน แล้วจึงสองไวยากรณ์ภายหลัง

ในบันทึกยังให้รายละเอียดด้วยว่า เมื่อเรียนฝึกพูดไปประมาณ 1 เดือน นักเรียนก็เริ่มพูดภาษาละตินได้บ้างแล้ว และเมื่อผ่านไป 1 ปี นักเรียนก็สามารถพูดให้คนอื่นเช้าใจเป็นภาษาละตินได้หมดทุกเรื่องอย่างคล่องแคล่ว

ในปี ค.ศ. 1717 (พ.ศ. 2260) มีมิชชันนารีจากฝรั่งเศสเดินทางมาตรวจเยี่ยม และได้บันทึกว่า การเรียนการสอนของโรงเรียน General College ที่กรุงศรีอยุธยามีคุณภาพมาตรฐานไม่แพ้โรงเรียนในกรุงปารีส และยังให้ข้อสังเกตด้วยว่า แม้แต่เวลาปล่อยพัก นักเรียนที่วิ่งเล่นกันก็ยังพูดคุยกันเป็นภาษาละตินทุกคน

ในปี ค.ศ. 1719 (พ.ศ. 2262) อาคารเรียนที่ใช้มานานกว่า 50 ปี ได้ชำรุดทรุดโทรมลงมาก และอาคารมีความชื้นสูงในช่วงฤดูฝน ทำให้นักเรียนเจ็บป่วยกันหลายคน จึงต้องสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ขึ้นแทนหลังเดิม

ในบันทึกให้รายละเอียดว่า อาคารเรียนหลังใหม่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1723 (พ.ศ. 2266) เป็นอาคารเรียนที่สวยงาม มีหน้าต่าง 19 บาน สูง 30 ฟุต หลังคามุงกระเบื้อง

อย่างไรก็ตาม ครั้งล่วงมาถึง ค.ศ. 1765 (พ.ศ. 2308) พม่าได้ตีกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองได้สำเร็จ และได้เผมทำลายสิ่งก่อสร้างทั้งหลายทั่วทั้งกรุง โรงเรียน General College ฮับการศึกษาแห่งแรกของภูมิภาคนี้ก็ได้ถูกพม่าเผาทำลายในวันที่ 23 มีนาคม รวมอายุของโรงเรียนทั้งสิ้น 99 ปี

ครั้งล่วงมาถึงปี ค.ศ. 1877 (พ.ศ. 2420) สมัยรัชกาลที่ 5 บาทหลวงเอมิล กลอมเบต์ ชาวฝรั่งเศส เจ้าอาวาสโบสถ์อัสสัมชัญ ได้เปิดโรงเรียนขึ้นในบริเวณโบสถ์ให้ชื่อเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า โรงเรียนอาซมซานกอเล็จ ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อโรงเรียนอัสสัมชัญ

เมื่อเริ่มเปิดทำการสอนใหม่ๆ ได้สอนเป็นภาษาไทยควบคู่กับภาษาฝรั่งเศส อีกสองปีต่อมาได้เพิ่มภาษาอังกฤษอีกหนึ่งภาษา โดยใช้หลักสูตรตามแบบตะวันตก
ก่อนหน้านั้น 3 ปี (ค.ศ. 1874-พ.ศ.2417) ได้มีการก่อตั้งโรงเรียนกุลสตรีวังหลัง โดยคณะมิชชันนารีจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งต่อมาได้แก่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ระยะนั้น มีการเปิดโรงเรียนโดยคณะมิชชันนารีและคณะนักบวชในคริสต์ศาสนาอีกหลายแห่ง เช่น โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย โรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนเวนต์ เป็นต้น โดยนำรูปแบบการจัดการเรียนการสอนของทางตะวันตกมาใช้
อย่างไรก็ตาม นักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนไทย ไม่มีนักเรียนต่างชาติมาเรียนมากมายเช่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา อาจเป็นเพราะประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้เริ่มมีโรงเรียนของตนเองด้วยเช่นกัน

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยมีการติดต่อค้าขาย และมีความสัมพันธ์ทางการทูตมากขึ้น มีชาวต่างประเทศมาทำธุรกิจและพำนักอยู่ในประเทศไทยมากขึ้นเป็นลำดับ ทำให้จำเป็นต้องมีสถานศึกษาเพื่อรองรับลูกหลานของชาวต่างชาติโดยเฉพาะ

ในปี ค.ศ. 1951 (พ.ศ. 2494) ได้มีกลุ่มผู้ปกครองชาวต่างชาติได้รวมตัวกันจัดตั้งรางเรียนภายในบริเวณของสถานทูตอเมริกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในปัจจุบันในชื่อ โรงเรียน International School of Bangkok (ISB) โดยมีนักเรียนเข้าเรียนจำนวน 50 คน ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการเรียนการสอน ในปี ค.ศ. 1957 (พ.ศ. 2500) ได้มีการจัดตั้งอีกโรงเรียนหนึ่ง ชื่อว่า โรงเรียนบางกอกพัฒนา ใช้หลักสูตรของประเทศอังกฤษ นอกนั้น ยังมีโรงเรียนสำหรับชุมชนชาวต่างประเทศที่พูดภาษาฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และเยอรมัน อีกด้วย

โรงเรียนสำหรับเด็กต่างชาติในระยะนั้น เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นตามความจำเป็นของขุมชนต่างชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่โดยที่ยังไม่มีกฎหมายใดๆ มารองรับ ส่วนใหญ่โรงเรียนเหล่านี้มีสถานทูตของตนให้การสนับสนุน หรือหน่วยงานราชการ เช่น กรมวิเทศสหการ ให้การสนับสนุนให้เปิดโรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา เพื่อช่วยเด็กไทยที่เป็นลูกของข้าราชการที่ต้องไปประจำสถานทูตไทยในต่างประเทศได้มีโอกาสเรียน
อย่างไรก็ตาม เด็กไทยทั่วไปไม่สามารถเข้าเรียนได้ หากประสงค์จะเรียนด้วยคุณภาพมาตรฐานเช่นนี้ ทางเลือกเดียวที่มีก็คือ ต้องไปเรียนในต่างประเทศ

ครั้งล่วงมาถึงสมัยที่รัฐบาลไทย นำโดย พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี ผู้มีนโยบายเปลี่ยนภูมิภาคจากสนามรบให้เป็นสนามการค้า ทำให้มีบริษัทข้ามชาติมาลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้น ความจำเป็นที่ต้องมีสถานศึกษาเพื่อรองรับเด็กต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เริ่มมีการพิจารณาให้มีการอนุญาตเปิดโรงเรียนนานาชาติใหม่ๆ ได้มากขึ้น

ในสมัยรัฐบาลของนายอานันท์ ปัญญารชุน คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้มีการจัดตั้งโรงเรียนนานาชาติได้อย่างเสรี โดยให้อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ และยังได้เปิดโอกาสให้เด็กไทยสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติได้ด้วย

ขณะเดียวกัน คณะภราดาเซนต์คาเบรียลซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการโรงเรียนในเครืออัสสัมชัญทุกแห่งในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 (พ.ศ. 2454) ได้ขยายการศึกษาสู่ระดับอุดมศึกษา โดยได้ก่อตั้งวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ (Assumption Business Administration College หรือ ABAC) ในปี ค.ศ. 1972 หรือ พ.ศ. 2515 ต่อมาในปี ค.ศ. 1990 (พ.ศ. 2533) ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญนับเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกของไทยที่จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษทุกคณะวิชา และปัจจุบันถือว่าเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีนักศึกษาต่างชาติมากที่สุด
48228


การร่วมผลักดันไทยสู่ฮับการศึกษาภูมิภาคนั้นมีความเป็นไปได้มาก ถึงแม้ว่าจะไม่ง่ายนัก

ปัจจุบัน นักเรียนและนักศึกษาต่างชาติที่เรียนอยู่ในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่
1) นักเรียนและนักศึกษาที่ติดตามผู้ปกครองที่มาทำงานในประเทศไทย
2) นักเรียนและนักศึกษาที่ผู้ปกครองเป็นชนท้องถิ่นในภูมิภาคนี้ หรือผู้ปกครองชาวต่างชาติที่มาทำงานในภูมิภาคนี้ และส่งลูกหลานให้มาเรียนในประเทศไทย


หากเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน มักเลือกเรียนในโรงเรียนนานาชาติ เนื่องจากสอนเป็นภาษาอังกฤษ มีหลักสูตรของต่างประเทศหลากหลายให้เลือก และได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานในระดับสากล
หากเป็นระดับอุดมศึกษา มักเลือกเรียนในสถานศึกษาที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษในทุกคณะวิชา

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ปกครองในภูมิภาคนี้ส่งลูกมาเรียนในประเทศไทย ได้แก่
1) คุณภาพการศึกษาได้มาตรฐานสากล
2) ค่าใช้จ่ายอยู่ในวิสัยที่สามารถส่งเสียได้
3) สถานศึกษามีอาคารเรียน สื่อการเรียนการสอนทันสมัย
4) มีความปลอดภัย
5) มีสภาพเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรมที่ดี

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ปกครองในภูมิภาคนี้เลือกส่งลูกไปเรียนที่ประเทศอื่น
1) ที่อื่นมีคุณภาพการศึกษาดีกว่า
2) ที่อื่นมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า
3) ที่อื่นปลอดภัยกว่า
4) ที่อื่นมีสิ่งแวดล้อม สภาพบ้านเมืองดีกว่า
5) ที่อื่นใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันมากกว่า
6) ที่อื่นได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมากกว่า


หน้าถัดไป (หน้า 2) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 2 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 9 ส.ค. 2550 (18:32)
เยี่ยมยอด
jumo เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3516 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 306 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 12 ส.ค. 2550 (03:59)
I learned something today. Thank you.

A typo?
... ขณะเดียวกัน ... มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1901 (พ.ศ. 2544) ...
-- ค.ศ. 1901 is พ.ศ. 2454 --
สร เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 514 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


kykyky
(kykyky)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 4,648 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 26 ครั้ง
ได้รับดาว 186 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

การร่วมผลักดันไทยสู่ฮับการศึกษาภูมิภาค [13,924]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [536,158]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [396,230]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [403,590]
Global Warming { English } [152,612]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.