คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/322" type="text/javascript"></script>
ก๊าซธรรมชาติ "เอ็นจีวี" (NGV) พระเอกตัวจริงช่วงวิกฤตน้ำมันแพง
โชคดีที่คนไทยมีทางเลือก เรื่องเชื้อเพลิง เรามี ก๊าซธรรมชาติ ของเราเอง (จากแหล่งอ่าวไทย) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด ไม่สร้างมลพิษ ทั้งยังมีความปลอดภัยมากกว่าการใช้น้ำมันเสียอีก ดร.อรสา ชวนให้เรามารู้จักก๊าซธรรมชาติกันเถอะ
ผู้เขียน: ดร. อรสา อ่อนจันทร์ ชมแล้ว: 286,439 ครั้ง
post ครั้งแรก: Sat 31 March 2007, 8:05 pm ปรับปรุงล่าสุด: Sat 31 March 2007, 8:05 pm
อยู่ในส่วน: พลังงานทดแทน, เคมี
สารบัญ

หน้าที่ 2 - การใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติ
เจ้าของงานเขียน แ้ก้ไขหน้านี้ ได้ที่นี่

ดร. อรสา อ่อนจันทร์

นักวิทยาศาสตร์

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์

นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม




โดยปกติก๊าซธรรมชาติจะไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และไม่มีพิษ ซึ่งเราสามารถนำก๊าซธรรมชาติ มาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเมื่อเอาก๊าซธรรมชาติมาเผา จะเผาได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ค่อยมีก๊าซพิษออกมานัก จึงถือว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างสะอาด ดังนั้นก๊าซธรรมชาติจึงได้ชื่อว่าเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่นๆ จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้รถประจำทางของ
ขสมก. ได้เอาก๊าซนี้มาใช้ และโฆษณาว่าเป็นรถปลอดมลพิษ (ถ้าใครยังไม่เคยนั่งล่ะ ตกยุคแย่เลย)




รถ NGV ที่เห็นวิ่งอยู่ในบ้านเรา


แหล่งกำเนิดก๊าซธรรมชาติในประเทศไทยมี 2 แหล่งด้วยกันคือ



  • ในทะเล (มีปริมาณมาก) ได้แก่ บริเวณอ่าวไทย (ผู้ผลิต : UNOCAL, TOTAL, THAIPO)

  • บนบก (มีปริมาณน้อย) ได้แก่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น (ผู้ผลิต : ESSO)


การใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติ



ดังที่กล่าวข้างต้นว่า ก๊าซธรรมชาติ มีก๊าซหลายอย่างประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์แตกต่างกันไป คือ ก๊าซมีเทน อีเทน โพรเพน และบิวเทน



ก๊าซพวกนี้เป็นสารไฮโดรคาร์บอนทั้งสิ้น เมื่อจะเอามาใช้ต้องแยกก๊าซออกจากกันและกันเสียก่อน จึงจะใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ในปัจจุบันประเทศไทยมีโรงแยก/แปรสภาพก๊าซธรรมชาติ 2 แห่งด้วยกันคือ

- โรงแยกก๊าซธรรมชาติของการปิโตรเลียม แห่งประเทศไทย ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง

- โรงแยกก๊าซธรรมชาติของการปิโตรเลียม แห่งประเทศไทย ต.ท้องเนียน อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช


กระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสม และให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจสูงสุด จะแตกต่าง จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน ที่เริ่มต้นการกลั่น ด้วยการแยกองค์ประกอบน้ำมัน ส่วนที่เบาที่สุด ออกมาก่อน ขณะที่การแยกก๊าซธรรมชาตินั้น สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ส่วนที่หนักที่สุด จะถูกแยกออกเป็นลำดับแรก ผลิตภัณฑ์ที่ได ้จากโรงแยกแปรสภาพก๊าซธรรมชาติ สามารถจำแนกตามลักษณะ ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่แยกออก และนำไปใช้ประโยชน์ต่อกระบวนการผลิตอื่น ๆ ดังนี้


1. ก๊าซมีเทน (C1) : ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม และนำไปอัดใส่ถังด้วยความดันสูง เรียกว่าก๊าซธรรมชาติอัด สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ รู้จักกันในชื่อว่า “ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์” (Natural Gas for Vehicles : NGV)



2. ก๊าซอีเทน (C2) : ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้น สามารถนำไปใช้ผลิตเม็ดพลาสติก เส้นใยพลาสติกชนิดต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้แปรรูปต่อไป



3. ก๊าซโพรเพน (C3) และก๊าซบิวเทน (C4) : ก๊าซโพรเพนใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นต้นได้เช่นเดียวกัน และหากนำเอาก๊าซโพรเพนกับก๊าซบิวเทนมาผสมกัน อัดใส่ถังเป็นก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquefied Petroleum Gas : LPG) หรือที่เรียกว่าก๊าซหุงต้ม สามารถนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในครัวเรือน เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ และใช้ในการเชื่อมโลหะได้รวมทั้งยังนำไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทได้อีกด้วย  โอ้โฮ! มีประโยชน์มากจริงเลยน่ะ



4. ไฮโดรคาร์บอนเหลว (Heavier Hydrocarbon): อยู่ในสถานะที่เป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันบรรยากาศ เมื่อผลิตขึ้นมาถึงปากบ่อบนแท่นผลิต สามารถแยกจากไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซบนแท่นผลิต เรียกว่า คอนเดนเสท (Condensate) สามารถลำเลียงขนส่งโดยทางเรือหรือทางท่อ นำไปกลั่นเป็นน้ำมันสำเร็จรูปต่อไป



5. ก๊าซโซลีนธรรมชาติ : แม้ว่าจะมีการแยกคอนเดนเสทออกเมื่อทำการผลิตขึ้นมาถึงปากบ่อบนแท่นผลิตแล้ว แต่ก็ยังมีไฮโดรคาร์บอนเหลวบางส่วนหลุดไปกับไฮโดรคาร์บอนที่มีสถานะเป็นก๊าซ เมื่อผ่านกระบวนการแยกจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติแล้ว ไฮโดรคาร์บอนเหลวนี้ก็จะถูกแยกออก เรียกว่า ก๊าซโซลีนธรรมชาติ หรือ NGL (natural gasoline) และส่งเข้าไปยังโรงกลั่นน้ำมัน เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปได้เช่นเดียวกับคอนเดนเสท และยังเป็นตัวทำละลาย ซึ่งนำไปใช้ในอุตสาหกรรมบางประเภทได้เช่นกัน



6. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ : เมื่อผ่านกระบวนการแยกแล้ว จะถูกนำไปทำให้อยู่ในสภาพของแข็ง เรียกว่า น้ำแข็งแห้ง นำไปใช้ในอุตสาหกรรมถนอมอาหาร อุตสาหกรรมน้ำอัดลมและเบียร์ ใช้ในการถนอมอาหารระหว่างการขนส่ง นำไปเป็นวัตถุดิบสำคัญในการทำฝนเทียม และนำไปใช้สร้างควันในอุตสาหกรรมบันเทิง อาทิ การแสดงคอนเสิร์ต หรือการถ่ายทำภาพยนต์ ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้วัยรุ่นคุ้นเคยเป็นอย่างดีล่ะซิ


ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีแหล่งก๊าซของตัวเอง เมื่อแยกก๊าซอื่น ๆ ออกไปแล้วก็จะนำส่วนที่มีปริมาณก๊าซ มีเทนมากนี้มาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ เดิมเรียก ก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed Natural Gas “CNG”) แต่ต่อมาเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็น ก๊าซธรรมชาติสำหรับ ยานพาหนะ หรือ Natural Gas For Vehicles “NGV” หรือที่เรียกกันว่า เอ็นจีวี) ซึ่งสำหรับในประเทศไทยของเราก็ได้มีมาตรการส่งเสริมให้ใช้พลังงานสะอาดในยานพาหนะ โดยมีการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ดำเนินโครงการทดลองการดัดแปลงเครื่องยนต์เพื่อใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง รายละเอียดของการนำก๊าซธรรมชาติมาใช้สำหรับยานพาหนะของเราจะเป็นเช่นไร มีผลดี – ผลเสียอย่างไรนั้น...ต้องติดตามต่อไปนะค่ะ





ก๊าซธรรมชาติในสถานะต่างๆที่ควรรู้จัก


1. Pipe Natural Gas หรือก๊าซธรรมชาติที่ขนส่งโดยทางท่อ เรียกชื่อทางการตลาดว่า Sale Gas คือ ก๊าซธรรมชาติที่มีก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่ ถูกขนส่งด้วยระบบท่อเพื่อส่งให้กับผู้ใช้ที่เป็นลูกค้า นำไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า หรือในโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบันนี้ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นพลังงานหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยคิดเป็นกว่าร้อยละ 60 ของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ผลิตไฟฟ้า



2. NGV หรือ Natural Gas for Vehicles คือ รูปแบบของการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน เมื่อขนส่งก๊าซธรรมชาติมาทางท่อ จะส่งเข้าสถานีบริการ และเครื่องเพิ่มความดันก๊าซ ณ สถานีบริการจะรับก๊าซธรรมชาติที่มีความดันต่ำจากระบบท่อมาอัดเพิ่มความดันประมาณ 3,000-3,600 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว จากนั้น ก็จะสามารถเติมใส่ถังเก็บก๊าซฯ ของรถยนต์ต่อไป

(บางท่านอาจจะสงสัยว่า 3,600 ปอนด์ต่อตารางนิ้วเนี่ยมันมีแรงดันมากแค่ไหนกันน่ะ จริงๆ แล้วเป็นแรงดันที่ค่อนข้างสูงมากทีเดียว คิดแล้วเท่ากับ 240 เท่าของความดันบรรยากาศ หรือ ลองคิดว่ามีของหนักถึงประมาณ 38,730 กิโลกรัมอยู่บนฝ่ามือข้างเดียวของท่านดูซิค่ะ ฮึม หนักมากๆ เลยละค่ะ)



3. LNG หรือ Liquefied Natural Gas ในการขนส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งผลิตไปยังบริเวณที่ใช้ ปกติจะขนส่งโดยระบบท่อ แต่ในกรณี ที่ระยะทาง ระหว่างแหล่งผลิตกับบริเวณที่ใช้ มีระยะทางไกลเกินกว่า 2,000 กิโลเมตร การวางท่อส่งก๊าซฯ จะต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก จึงมีการขนส่งด้วยเรือที่ถูกออกแบบไว้เฉพาะ โดยการทำก๊าซธรรมชาติ ให้กลายสภาพเป็นของเหลว เพื่อให้ปริมาตรลดลงประมาณ 600 เท่า โดยทั่วไปจะมีอุณหภูมิ -160 องศาเซลเซียส (ต่ำกว่าอุณหภูมิที่ขั้วโลกเสียอีกนะค่ะ จากสถิติอุณหภูมิต่ำสุดของโลก คือ ที่ วอสตอก ทวีปแอนตาร์กติก อุณหภูมิอยู่ในระดับ -89.2 องศาเซลเซียส เป็นอุณหภูมิที่วัดในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2526) ซึ่งการขนส่งก๊าซในรูปของ LNG นี้ จะประหยัดค่าใช้จ่าย มากกว่าการขนส่งด้วยระบบท่อ





<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 47 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- 3|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 14 ก.พ. 2549 (22:02)
เหอ ๆ เขียน ข้อความ ลง ใน เว็บ อย่าง นี้ อ่าน ยาก นะ ครับ
เห็น ใจ คน อ่าน ด้วย เต๊อะ

เขียนติดๆกันไปเหอะครับ จะได้วรรคตอนง่ายๆหน่อย
เว้นทุกคำแล้วมึน
เม่น เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 439 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 160 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 14 ก.พ. 2549 (22:15)
ขณะนี้ MTC กับทหารที่ลพบุรี กำลังจับมือกันสร้างถังโลหะบรรจุก๊าซซึ่งมีความดันสูงมาก ไม่เกินปีครึ่งน่าจะเริ่มผลิตได้ค่ะ รายละเอียดจะแจ้งต่อไป

ถ้าทำถังเองได้ในประเทศ ราคาจะถูกลงมามากค่ะ
Nuchana เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1108 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 14 ก.พ. 2549 (22:17)
ขออภัย แก้คำ MTC เป็น MTEC (ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ)
Nuchana เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1108 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 17 ก.พ. 2549 (14:38)
ตอบคุณ Nuchana

คห.ที่ 3 และ คห.ที่ 7
ขอบคุณค่ะสำหรับ comment เกี่ยวกับชื่อ topic
จริงแล้วถูกต้องตามที่คุณ Nuchana ชี้แจ้งแล้ว ซึ่งความหมายโดยละเอียดผู้เขียนได้บรรยายไว้เรียบร้อยแล้วในตอนที่ 2 (ซึ่งยังไม่ได้ post ในขณะนี้ อดใจรอหน่อยนะค่ะ) ทั้งนี้บทความได้ถูกแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ตอนค่ะ อย่าลืมติดตามอ่านให้ครบน่ะคะ
อย่างไรก็ตามการตั้งหัวข้อหรือ topic ในที่นี้อาจจะไม่ถูกตามหลัก เพราะต้องการให้ดูน่าสนใจ จึงใช้คำที่คนทั่วไปคุ้นเคย คือ "เอ็นจีวี" เหมือนกับการเขียน Head line ทั่วๆ ไปหน่ะ

คห.ที่ 4
ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยชี้แจงอย่างละเอียด
ใช่ค่ะ ก๊าซเอ็นจีวีที่นำมาอัดใส่ถัวความดันสูงทั่วไปไม่ได้เป็นก๊าซมีเทนบริสุทธิ์ ส่วนใหม่มักจะประกอบด้วย 5-20 เปอร์เซ็นต์ ของก๊าซอื่นๆ
อีกเช่นกัน คือ
korasa (IP:203.185.69.125,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 17 ก.พ. 2549 (14:46)
ต่อค่ะ

คห.ที่ 4
ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยชี้แจงอย่างละเอียด
ใช่ค่ะ ก๊าซเอ็นจีวีที่นำมาอัดใส่ถังความดันสูงทั่วไปไม่ได้เป็นก๊าซมีเทนบริสุทธิ์ ส่วนใหม่มักจะประกอบด้วย 5-20 เปอร์เซ็นต์ ของก๊าซอื่นๆ ซึ่งมีทั้ง อีเทน โพรเพน และบิวเทน

คห. ที่ 5
คอนเดนเสทที่กล่าวถึงในที่นี้เป็นส่วนที่มีปริมาณน้อยได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติ
orasa (IP:203.185.69.125,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 17 ก.พ. 2549 (15:45)
ผมติดตั้งระบบใช้แก๊ส NGV เมื่อเดือนสิงหาคม 2548 คล้าย ๆ กับหนูทดลองของบริษัทฯ ผู้ติดตั้ง การใช้งานก็ลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตลอด ต้องคอยแก้ปัญหาเอาเอง เนื่องจากไปติดตั้งที่กรุงเทพฯ แต่ภูมิลำเนาอยู่ระยอง อยู่ใกล้โรงแยกก๊าซของ ปตท. วันดี คืนดี เครื่องเติมก๊าซก็ขัดข้อง บางครั้งก๊าซก็หมด เข้ากรุงเทพฯ ก็พกแผนที่จุดเติมก๊าซ (เดิมมีประมาณ 38 แห่ง - ทั่วประเทศ) ก็ยังไม่วายไปเจอ ก๊าซหมดเป็นประจำ บางครั้งขับรถหาที่เติมเป็นสิบ ๆ กิโลเมตร แต่ไปเจอปั๊มที่ก๊าซหมด ก็ถึงกับสบถเลย ครับ! ไม่ทราบจะไปร้องเรียนที่ไหนกันดี แต่ยอมรับอยู่อย่าง ว่าราคาถูกมาก ปัจจุบันกิโลกรัมละ 8.50 บาท (ตั้งแต่ ส.ค.48) ใช้แล้วประหยัดเงินเหลือเพียง 1 ใน 3 ของการใช้น้ำมัน
พงษ์รัตน์ (IP:203.146.186.2,10.23.130.60,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 20 ก.พ. 2549 (02:05)
ใครจะติด gas ให้เทียบข้อมูลดังนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคเอง

NGV
- มีเจ้าเดียวที่ผูกขาด (กำไร...กลับคืนไปที่ใคร) จะอิงราคาที่ไหนก็ตามเเต่ผู้ถือหุ้น
- ถังทนความดันสูง 2000 บาร์ ช่างในบ้านเราตอนนี้ ใช้ถังเหล็กหนา หนัก 70 กก
- อัดก๊าชได้ 15 กก
- น้ำหนักรวมเเล้วเท่ากับเเบกลูกช้างหนึ่งตัว ระวังหน้ากระดก
- บรรจุเต็มถังวิ่งได้ไม่เกิน 200 กม
- จำนวนสถานี มีพอให้รอต่อคิวได้
- มีแผนอันไกล ขยายตัวไปต่างจังหวัด
- ก๊าชรั่ว ไม่ลอยหนีไปหรอก ติดตั้งกระโปรงหลังจะลอยไปไหน นึกถึงระบบปิด

LPG
- ก๊าชชนิดนี้ ใช้ในบ้าน+ในโรงงาน มากกว่า 90 % ที่เหลือ 5 % ใช้ก่ะรถ
- ราคาปรับตัวสูงมากไม่ได้ ขืนปรับล่ะก็ข้าวเเกงจาน 50 บาทเเน่
- ถังทนความดัน 7-8 บาร์ เหล็กหนาขนาดถังเเก้สหุงต้ม ทั่วไป (อาจจะหนากว่า)
- น้ำหนัก ???ตามขนาดบรรจุ ตั้งเเต่ 35 -70ลิตร ( 2 ลิตร ~ 1 กก)
- น้ำหนักรวมเเล้วเท่ากับเเบกหมูหนึ่งตัว เติมหนึ่งครั้งวิ่งได้กี่โล 200 - 400 โล หนักเท่าไหร่ เลือกเอา
- บรรจุเต็มถังวิ่งได้ไม่เกิน 400 กม
- ปั้มป์หาง่ายทั้งในเมืองเเละต่างจังหวัด ตามร้านเเก้ส ไม่ก็แบกถังเเก้สหุงต้มขึ้นรถเลย
- ก๊าชรั่ว ไม่ลอยหนีเช่นกัน ติดตั้งกระโปรงหลัง เป็นระบบปิด
ton (IP:58.64.125.131,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 20 ก.พ. 2549 (02:33)
เเก้ (0 เกินไปหนึ่งตัว)
- ถังทนความดันสูง 200 บาร์ ช่างในบ้านเราตอนนี้ ใช้ถังเหล็กหนา หนัก 70 กก
ton (IP:58.64.125.131,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 20 ก.พ. 2549 (16:40)
NGV: LPG
1) น้ำหนัก ทั้งเนื้อแก๊ส+ถัง..... .......................... 85:45
2) ราคาชุดติดตั้งเสร็จ....................................... 55,000:12,000
3)ราคาเชื้อเพลิง approx. (bht/km)……………………0.60:1.10
เบ็ดเสร็จแล้ว NGV จะคุ้มเห็นชัด เมื่อวิ่งวันละไกลๆ เช่น 100 กม. ขึ้นไป
ติดมาแล้วจึงรู้จ้ะ
Nuchana เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1108 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 156 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 28 ก.พ. 2549 (17:10)
แวะมาอ่าน (แอบมาอ่าน (มุดมาอ่าน (ขุดมาอ่าน)))

O_o <<< นี่ฉานเป็นอะไร (กำลังคิดตามไง)
Metalyob เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 11 มี.ค. 2549 (17:17)
ก๊าซธรรมชาติประกอบด้วยสารไฮรโดรคาร์บอนเป็นหลัก จัดอยู่ในอนุกรมพาราฟิน มีสภาพอิ่มตัวในบรรยากาศ ไม่เปลี่ยนแปลงทางเคมีใดๆในสภาวปกติ มีเทนมีน้ำหนักเบาที่สุด และจุดเดือดต่ำที่สุด เมื่ออยู่ใต้ผิวโลกมีอุณหภูมิสูงและความดันสูงจะมีสภาพเป็นก๊าซ เมื่อขึ้นมาสู่ผิวดิน จึงเรียกว่า ก๊าซธรรมชาติเหลว จะอย่างไรก็ตามก๊าซธรรมชาติจัดอยู่ประเภทที่ใช้แล้วหมดไปหรือใช้เวลาสร้างตัวเองนับล้านๆ ปีไม่สามารถสร้างทดแทนขึ้นใหม่ได้ในเวลาอันสั้น ปัจจุบันเราใช้ทรัพยากรเชื้อเพลิงกันมากจนกระทั้งอาจหมดไป ภายในไมกี่ร้อยปีข้างหน้า ก็ลองนึกดูชีวิตที่ปราศจากเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์
ครู...ชิต เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2380 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 250 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 12 มี.ค. 2549 (11:00)
เมื่ออยู่ใต้ผิวโลกมีอุณหภูมิสูงและความดันสูงจะมีสภาพเป็นก๊าซ เมื่อขึ้นมาสู่ผิวดิน จึงเรียกว่า ก๊าซธรรมชาติเหลว.....

ไม่เสมอไปฮะ เฉพาะส่วนที่หนัก ขึ้นมาจึงเป็นคอนเดนเสท หรือก๊าซธรรมชาติเหลว ตัวที่เบาตัวอื่น ขึ้นมาจะยังคงอยู่ในสถานะก๊าซฮะ
Vivi

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 19 มี.ค. 2549 (13:04)
ผมอยากให้เปลี่ยนเทียบเรื่องความปลอดภัยของ NGV กับ LPG ด้วยครับ
pock เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 17 เม.ย. 2549 (16:40)
ความปลอดถัยเหรอ ได้เลยคุณ POK
ในแง่ของการติดไฟ
LPG หนักกว่าอากาศ เวลารั่วจะแพร่กระจายไปตามพื้น ล่องลอยไปตามกระแสลม เวลาไปเจอะกะไฟเข้า มันก็จะลุกไหม้และกระจายไปตามแนวราบ ตายหมู่ครับท่าน (เหมือนที่ ถ. เพชรบุรี) ส่วน NG หรือก๊าซธรรมชาติ เบากว่าอากาศ เวลารั่วก็จะลอยขึ้นสูง ๆ และกระจายออกไป ส่วนผสมก็จะจางลง ติดไฟได้ยาก ถึงจะติดไฟก็เป็นลำพุ่งขึ้นทางสูง ตายน้อยหรือไม่ตายครับ แต่จะอันตรายอย่างอื่นแทน
ในแง่การระเบิด
ถัง LPG บรรจุที่ความดันต่ำ ๆ ถังทนแรงดัน 7-8 Kg / Cm2 (บาร์) อย่างที่ คุณ ton ว่า(ขนาดนี้ก็ยังพังบ้านได้เป็นหลัง ๆ) แต่ว่า ถัง NGV ติดท้าย Taxi น่ะความดัน 200 Kg / Cm2 (บาร์) ถ้าหัววาล์วมันหลุดนะ พุ่งเป็นจรวดเชียวล่ะ ร้ายกว่านั้นนะ ที่ปั๊มเขาเก็บกันที่ความดันสูงกว่านี้ บ้านใครใกล้ก็ระวังหูฉีกไว้บ้าง
ในแง่ของมาตรฐานความปลอดภัย
น่าเสียใจ บ้านเรายังไม่สามารถผลิตถังเองได้ และก็ยังไม่มีมาตรฐานถังบรรจุก๊าซ NGV และรถขน NGV จากคลังมาที่ปั๊ม ต้องอ้างถึงมาตรฐานเมืองนอกเขา
sayan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 17 เม.ย. 2549 (17:06)
ท่าน ดร. อรสา ครับ
ขอเพิ่มเติมเรื่อง LNG และ CNG ซักเล็กน้อยครับ
LNG เป็น C1 ที่ถูกทำให้เป็น ก๊าซเหลว อัตราส่วน ก๊าซ / ก๊าซเหลว = 618 / 1 (โดยปริมาตร)อุณหภูมิจุดเดือด - (ลบ) 162 เซลเซียส ภาชนะเก็บและขนส่งเรียกว่า cryogenic vessel ซึ่งมีกรรมวิธีการผลิตพิเศษเพื่อให้เก็บก๊าซที่อุณหภูมินี้ได้ สามารถขนส่งไปที่ไหนก็ได้ที่รถบรรทุกสามารถเข้าถึง ประเทศไทย(โดย ปตท)จะมีการนำ LNG มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและยานยนต์ในประมาณปี 2009 น่ายินดีครับ ประเทศไทยผลิตถังเหล่านี้ได้เอง
LNG มีความบริสุทธิ์สูง 98 - 100 % ต่างจาก CNG ที่ปัจจุบันใช้กันมากในประเทศ ซึ่งมีปริมาณ C1 สูงสุดเพียง 76 % เท่านั้น ที่เหลือเป็น C2, C3,C4, คาร์บอนไดออกไซด์, ไนโตรเจนและอื่น ๆ โดยเฉพาะ คาร์บอนไดออกไซด์, ไนโตรเจน มีปัญหากับเครื่องยนต์ กล่าวคือมันจะไปทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และเครื่องกระตุก ๆ ต้องปรับแต่งกันพอสมควร
sayan เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 2 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 23 พ.ค. 2549 (16:15)
จากความเห็นผม ศักยภาพของเมืองไทยตอนนี้
ถ้าเราส่งเสริมให้ใช้ ngv เลยเราคงต้องใช้งบประมาณสูงมากส่งเสริมให้มีการเปิดปั๊มก๊าซและขนส่งก๊าซไปยังปั๊มน้ำมัน ในต่างจังหวัด และตอนนี้วิกฤตการณน้ำมันก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วง ผมคิดว่ารัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาน่าจะส่งเสริม LPG บ้างในตอนนี้ เพราะค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก การขนส่งก็ไม่ยากนัก ปั๊มก็มีอยู่หลายที่แล้ว ทั้งน้ำหนักเบาและวิ่งได้ไกลเมื่อเทียบกับการเติมแต่ละครั้ง แล้วก็ส่งเสริมพัฒนาการศึกษะ NGV ไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย

แค่ความคิดเห็นนะ
ozone0644 เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 9 มิ.ย. 2549 (16:35)
NGV LPGต่างกันอย่างไร
Chinjung เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 93 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 153 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 16 ก.ค. 2549 (22:37)
แล้ว ก๊าช NGV นี่ถือเป็นเทคโนโลยีชีวภาพรึเปล่าครับ
Knowing เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 11 ส.ค. 2549 (11:52)
ตอบคุณ knowing NGV คือยานพาหนะที่ใช้ก้าสธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ไม่น่าจะเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพครับ
thawankesmala เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1361 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 282 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 21 ส.ค. 2549 (10:04)
เล่าเรื่องจริงให้ฟังครับ มีลูกค้าเป็นเจ้าของรีสอร์ท ที่จังหวัดจันทบุรี ใช้รถยนต์ นิสสันเซอฟิโร แต่ก่อนใช้เบนซิน ไปกลับ กรุงเทพฯ จันทบุรี ใช้เงินค่าน้ำมัน เที่ยวละ 3,000 บาท ว่งที่ความเร็ว 140-160 กม./ชม.(ตอนไม่มีตำรวจ) ปัจจุบัน ใช้ NGV เติมขามีจันทบุรี 95 บาท วิ่งที่ความเร็วเท่าเดิม) ขากลับต้องเติมน้ำมัน เพื่อจะไปเติม NGV ที่ชลบุรี แล้วค่อยเข้ากรุงเทพฯ คนขับเล่าว่า ความเร็วไม่ตก แต่ตอนสตาร์ทใหม่ๆ ต้องค่อย ๆ เร่ง ไม่งั้นดับ
จากเรื่องจริงที่เล่าให้ฟัง สรุปได้ว่า NGV ถูกจริง น่าใช้มาก แต่ ภาคตะวันออกไม่ค่อยมีใช้เท่าไหร่เนื่องจากปั้มไม่มี
ที่จังหวัด จันทบุรี มีรถที่ใช้ LPG เยอะมาก(เนื่องจากน้ำมันแพง) เห็นได้จาก การต่อแถวเติมก๊าซ ยาวเป็นหางว่าวเลย รถของบริษัทผมเองไปเติมที เป็นชั่วโมงเลย จึงอยากให้ทาง ) ปตท. พิจารณาปั้ม NGV ด้วย
Mr.A เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 5 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


vmaster
(vmaster)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 41,143 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 7 ปี
แบ่งปันความรู้ 38 ครั้ง
ได้รับดาว 240 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ ก๊าซธรรมชาติ "เอ็นจีวี" (NGV) พระเอกตัวจริงช่วงวิกฤตน้ำมันแพง [286,440]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [534,145]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [392,348]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [379,390]
Global Warming { English } [143,123]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.