สารบัญ
หน้าที่ 3 - การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)
ดร. อรสา อ่อนจันทร์
นักวิทยาศาสตร์
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม
ถ้าตอนที่แล้วเปรียบเสมือนเรื่องราวกำเนิดของพระเอกล่ะก็ ในตอนนี้พระเอกก็โตเป็นหนุ่มน้อยและกำลังจะมาพบรักกับนางเอกแล้วล่ะค่ะ เพราะเราจะมารู้ถึงการนำก๊าซธรรมชาติมาใช้ในรถยนต์หรือที่เรียกว่า เอ็นจีวี นั่นเองค่ะ
การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV)
Natural Gas for Vehicles (NGV) คือก๊าซธรรมชาติที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ โดยก๊าซ NGV นี้ มีส่วนประกอบหลักคือ ก๊าซมีเทนที่มีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ ส่วนใหญ่จะมีการใช้ อยู่ในสภาพเป็นก๊าซที่ถูกอัดจนมีความดันสูง (ประมาณ 3,000-3,600 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) เก็บไว้ในถัง ที่มีความแข็งแรงทนทานสูงเป็นพิเศษ เช่น เหล็กกล้า บางครั้งเรียกก๊าซนี้ว่า CNG (ซี เอ็น จี) ซึ่งย่อมาจาก Compressed Natural Gas หรือก๊าซธรรมชาติอัด การใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ มีข้อดีคือ เกิดการเผาไหม้สมบูรณ์ให้มลพิษต่ำ โดยเฉพาะปริมาณฝุ่นละออง (Particulate) และควันดำ ดังนั้นเมื่อคำนึง ถึงปัญหาสภาวะที่อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้น และปัญหามลพิษ รวมถึงสภาวะราคาน้ำมันโลกที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเป็นประวัติกาล นานาประเทศ ก็มุ่งไปสู่การลดปัญหา โดยส่งเสริมและสนับสนุน ให้มีการใช้ยานยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง โดยประเทศที่มีการใช้ยานยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอยู่แล้ว
ก็มีแนวโน้มที่จะขยายการใช้มากขึ้น ได้แก่ สหรัฐอเมริกาออสเตรเลีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เกาหลี เป็นต้น ส่วนประเทศที่ยังไม่เริ่มใช้ รัฐบาลก็กำลังส่งเสริมให้มีการใช้ในอนาคต ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ รวมทั้งประเทศไทยของเราด้วยล่ะค่ะ
ตารางข้างล่างนี้แสดงสถิติล่าสุดของข้อมูลจำนวนรถก๊าซ NGV
และสถานีเติมก๊าซในประเทศต่างๆ ของ The International Association for Natural Gas Vehicles (IANGV)
Country |
จำนวนรถก๊าซ NGV |
จำนวนสถานีเติมก๊าซ |
Last Updated |
Argentina |
1,439,527 |
1,402 |
Apr 05 |
Brazil |
1,018,163 |
1158 |
Oct 05 |
Pakistan |
850,000 |
828 |
Dec 05 |
Italy |
382,000 |
509 |
May 05 |
India |
204,000 |
198 |
Apr 04 |
USA |
130,000 |
1,340 |
Dec 04 |
China |
97,200 |
355 |
Jan 05 |
Ukraine |
67,000 |
147 |
May 05 |
Egypt |
62,513 |
94 |
Oct 05 |
Colombia |
60,000 |
90 |
May 05 |
Iran |
48,029 |
72 |
Aug 05 |
Bangladesh |
44,534 |
106 |
Nov 05 |
Venezuela |
44,146 |
149 |
Apr 04 |
Russia |
41,780 |
213 |
May 05 |
Bolivia |
38,855 |
63 |
Sep 05 |
Armenia |
38,100 |
60 |
Feb 05 |
Germany |
27,200 |
558 |
Apr 05 |
Japan |
25,000 |
289 |
Sep 05 |
Canada |
20,505 |
222 |
Sep 03 |
Malaysia |
14,900 |
39 |
May 05 |
Tajikistan |
10,600 |
53 |
May 05 |
Ireland |
9,780 |
10 |
Jul 04 |
Thailand |
9,000 |
44 |
Dec 05 |
France |
7,400 |
105 |
Jan 05 |
Sweden |
6,709 |
86 |
Nov 05 |
Indonesia |
6,600 |
17 |
Jul 05 |
Korea |
6,487 |
170 |
Feb 05 |
Bielorussia |
5,500 |
24 |
May 05 |
Chile |
5,500 |
12 |
May 05 |
Moldova |
4,500 |
8 |
May 05 |
Bulgaria |
4,177 |
9 |
May 05 |
Trinidad & Tobago |
4,000 |
13 |
Apr 05 |
Myanmar (Burma) |
4,343 |
14 |
Nov 05 |
Mexico |
3,037 |
6 |
Mar 04 |
Switzerland |
1,346 |
56 |
Jul 05 |
Australia |
895 |
12 |
Aug 01 |
Great Britain |
875 |
34 |
Jul 03 |
Spain |
797 |
28 |
Jan 05 |
Poland |
771 |
28 |
Apr 05 |
United Kingdom |
543 |
31 |
Nov 04 |
Austria |
500 |
68 |
May 05 |
New Zealand |
471 |
12 |
Jun 04 |
Turkey |
400 |
5 |
Aug 04 |
Czech Republic |
390 |
16 |
May 05 |
Netherlands |
348 |
8 |
Jun 04 |
Latvia |
310 |
4 |
Oct 04 |
Belgium |
300 |
5 |
Aug 04 |
Slovakia |
250 |
7 |
Sep 04 |
Portugal |
242 |
5 |
Jan 05 |
Hungary |
202 |
13 |
Feb 05 |
Norway |
147 |
4 |
Apr 05 |
Algeria |
125 |
3 |
Oct 04 |
Croatia |
100 |
1 |
May 05 |
Serbia & Montenergro |
92 |
2 |
Dec 04 |
Finland |
84 |
3 |
Mar 05 |
Yugoslavia |
81 |
1 |
Jul 03 |
Nigeria |
60 |
2 |
May 05 |
Iceland |
45 |
1 |
May 05 |
Cuba |
45 |
1 |
Feb 01 |
Greece |
40 |
|
May 03 |
United Arab Emirates |
35 |
|
Dec 05 |
Macedonia |
32 |
1 |
Jan 05 |
Luxembourg |
32 |
3 |
Jul 04 |
Liechtenstein |
26 |
1 |
Sep 04 |
South Africa |
22 |
1 |
Jan 00 |
Uraguay |
20 |
|
Dec 01 |
Philippines |
12 |
1 |
Jul 04 |
Singapore |
7 |
1 |
May 05 |
Denmark |
5 |
1 |
Feb 00 |
Taiwan |
4 |
1 |
Apr 05 |
North Korea |
4 |
1 |
Aug 00 |
Bosnia and Herzegovina |
1 |
|
Apr 05 |
|
|
|
|
TOTALS |
4,750,744 |
8,824 |
|
การนำก๊าซธรรมชาติมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์มีมากว่า 80 ปีแล้ว โดยประเทศ อิตาลีเป็นประเทศแรก ซึ่งปัจจุบันมีรถยนต์ใช้ก๊าซกว่า 300,000 คัน และต่อมาความนิยมใช้ก๊าซ NGV ก็มีแพร่หลายมากขึ้นทั้งในทวีปอเมริกาใต้ (เช่นประเทศอาร์เจนติน่า มีกว่า 1,400,000 คัน ซึ่งเป็นอันดับที่ 1 ในตาราง) ในทวีปอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกากว่า 130,000 คัน, แคนาดา 20,000 คัน) และในทวีปเอเชีย (มีในประเทศจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, อินเดีย และปากีสถาน) รวมถึงทวีปอัฟริกา เช่น อียิปต์ (มีประมาณ 62,000 คัน)
ซึ่งในปัจจุบันทั่วโลกมีรถยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติกว่า 4.7 ล้านคัน สำหรับประเทศไทยของเรามีการส่งเสริมอย่างจริงจังมากๆ เลยนะค่ะ ตอนนี้เราอยู่ในอันดับที่ 23 เชียวน่ะ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 48 ความเห็น, หน้า่ |
1|
2| -
3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 2 ต.ค. 2549 (12:46) ปัญหาของการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ การติดตั้งให้ได้มาตรฐาน เพื่อความประหยัด ความปลอดภัย ถ้าเป็นไปได้ควรจะติดตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิดรถยนต์ บริษัทประกันภัย รถยนต์ต่างๆจะได้ลดข้อจำกัดในการทำประกันภัย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 11 ต.ค. 2549 (20:21) ผมไม่ทราบว่า กรณีที่รถยนต์ที่ทำการติดตั้ง ระบบการใช้เชื้อเพลิงเป็นชนิด NGV / LPG เพิ่มเติมจากของเดิมอยู่ หากเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นที่รถเกิดไฟไหม้ขึ้น บริษัทที่รับประกันภัยต่างๆ จะยินยอมให้เคลมประกันได้ตามปกติหรือไม่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 11 ต.ค. 2549 (20:34) เมื่อไรหนอที่ภาครัฐจะลงมาให้ความสำคัญ และส่งเสริมการใช้ NGV ให้มากขึ้น ทั้งในด้านการดัดแปลงหรือติดตั้งอุปกรณ์ในราคาที่ถูกลง ที่สำคัญการเพิ่มปริมาณสถานีบริการให้มากขึ้นตามปริมาณการใช้ ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายที่หมดไปกับพลังงานด้านน้ำมันลงมากทีเดียว ขณะนี้คนระดับกลางถึงระดับล่างอยากจะช่วยชาติ ก็ต้องขอบอกว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะกว่าจะมีปัญญาซื้อรถมาใช้สักคัน ก็ต้องเก็บเงินกันแทบแย่ หรือรอเก็บเงินไม่ไหวก็ต้องกู้หนี้ยืมสินมา/เช่าซื้อ ยังต้องผ่อนส่งยังไม่หมด แล้วจะให้ไปติดตั้ง NGV คงเป็นไปได้ยาก เพราะติดตั้งทีครึ่งแสนทีเดียว อีกอย่างสถานีบริการก็ยังไม่มากพอ คนรวยๆเขาก็ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญสักเท่าไร เพราะเขาไม่เดือดร้อนในการที่จะใช้น้ำมัน ผมเองก็อยากจะประหยัด และได้มีส่วนร่วมช่วยชาติด้วยคน ขนาดทุกวันนี้ใช้รถที่ได้ชื่อว่าประหยัดที่สุดแล้วยังแย่เลย (ยังผ่อนไม่หมดเลย)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 30 พ.ย. 2549 (14:49) อยากทราบว่า ก๊าซมีเทน 1 ลูกบาศ์เมตร ให้ค่าความร้อนเท่าไหร่ และผลิตไฟฟ้าได้กี่กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และมีระบบอะไรบ้าง
aommy4532@hotmail.com (IP:125.24.152.98)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 3 ก.พ. 2550 (12:22) สมัยก่อนยี่สิบกว่าปีรถใช้แก๊สแล้วหันมาใช้น้ำมันเพราะไม่อันตรายมากเวลาเกิดอุบัติเหตุ แล้วปัจจุบันถ้าเกิดอุบัติเหตุจนรถมีความเสียหายโดยรวม30เปอร์เซนต์ขึ้นไปอาจเกิดโดยตรงกับกับจุดเครื่องยนต์หรือระบบเชื้อเพลิงซึ่งสถาณการณ์จริงไม่มีใครรู้คาดเดาได้ ถามว่ารถจะระเบิดหรือไฟไหม้ไหมหรือต้องมีอะไรมาเป็นตัวทำให้เกิดระเบิดก่อนจึงระเบิด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 4 เม.ย. 2550 (09:22) เห็นด้วยก่ะหลายๆREP ความปลอดภัยยังไงก็สำคัญสุดๆ
กลัวประวัติศาสตร์จะซำรอย เหมือนปี37อ่ะ รถก๊าซควำระเบิดแถวเพชรบุรีตัดใหม่- -"
สยอง,เคยไปเปิด นสพ.เก่า เห็นภาพคนกำลังถูกไฟคลอก(สงสารอ่ะคนถ่ายน่าจะเข้าไปช่วยน่ะ
ไม่ใช่มานั่งถ่ายรูป)(ตอนนั้นเรายังเปงเด็กอยู่เลย อนุบาล2-3เอง)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 4 เม.ย. 2550 (16:17) ระยองมีngv อยู่ปั้มเดียว ข้างปตท.มาบตาพุด ( มีแค่4 หัวจ่าย ) จะเติมเต็มถังขับไปกทม. ระยะทาง 150 km.เติมอีกที่ที่รัชดา ข้างศูนย์วัฒนธรรม จ่ายแค่ 120 บาทเพื่อเติมเต็มถังอีกที ประหยัดมาก ความเห็นจากผู้ใช้โดยตรงอย่างผม (นานร่วมปี) คือ การติดตั้ง(อุปกรณ์)ที่ดี และความชำนาญของช่าง(ปรับจูนระบบจนเข้ากับรถแต่ละคัน) , ขับขี่ ngv ให้ถูกวิธี (รอบเครื่องจะเพี้ยนทันที ถ้าเเช่รอบนานๆ ) ,และ วางแผนการเดินทาง (ปั้มที่เติม, เวลาที่เข้า อาจเจอแท๊กซี่เปลี่ยนกะ เลี่ยงเวลาเลิกงาน ) ...ประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลา และเครียดน้อยลง...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 18 มิ.ย. 2550 (18:14) คิดว่าอยากให้ประเทศไทยมีนโยบายที่ชัดเจน(มีพวกโกงกินเยอะ)
แล้วถ้าก๊าซธรรมชาตินี่มีวันหมดจากโลกป่าว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 15 ก.ย. 2550 (11:00) เห็นด้วยกับyama
NGV เป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดและราคาถูก
โดยเฉพาะในเมืองใหญแออัดอย่างกรุงเทพควรสนับสุนให้รถใช้NGV
BJ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 77 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 144 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 23 ก.ย. 2550 (23:30) - อยากทราบว่า Natural gas ที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมส่วนใหญ่หมายถึงกาซชนิดไหนครับ
- และ Fuel gas ที่ใชในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าหรือปิโตรเคมีคือก๊าซชนิดใดครับ
ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 22 ต.ค. 2550 (23:23) ราคา NGVกับ LPGต่างกันมากมั๊ยอ่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 5 ม.ค. 2551 (19:08) ...ถ้าเราเอาก๊าซชีวภาพมาใช้แล้วหาวิธีการแยกก๊าซต่างๆออกจนเหลือแต่มีเทนนำมาใช้ในรถยนต์..จะได้ไหมครับ..
..ถ้าได้ทำไมไม่ทำกันครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 6 ม.ค. 2551 (20:46) ใช้ NGV แล้วเครื่องจะพัง
เร็วขึ้นไหมครับ
และจะปล่อยก๊าซพิษ
ออกมากขึ้นไหมครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 31 ม.ค. 2551 (11:46) ผม มี โอกาศ ได้ คุย petroleum engineer มา เขา บอกว่า รถในไทย เทคโนโลยี ยัง ไม่ถึงแต่ว่า ทางรัฐ ก้ ส่งเสริมกัน (ทำไม ลองคิดดู) แต่ได้ถามว่า lpg น่า จะดีกว่า แต่ให้ดี ก้ oil แต่ก้แพงจริง gas ไม่มีคุณสมบัติ ในการเป็นสาร หล่อลื่น นานไป มีผลต่อ เครื่องยนต์ แน่นอน แต่ ngv ก้ปลอดภัยกว่าlpg แน่นอน เพราะ เบากว่า ไม่เกาะ ถนนแน่555 แต่ผมว่า น่าจะให้มีเทคโนโลยีที่ดีกว่า ก่อน ค่อย ส่งเสริม น่า จะดี กว่า นะคับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 20 ก.พ. 2551 (01:10) ...ถ้าเราเอาก๊าซชีวภาพมาใช้แล้วหาวิธีการแยกก๊าซต่างๆออกจนเหลือแต่มีเทนนำมาใช้ในรถยนต์..จะได้ไหมครับ..
..ถ้าได้ทำไมไม่ทำกันครับ
ต้องขอบอกว่าสามารถทำได้แล้วครับที่ คณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สามารถทำให้รถวิ่งได้แต่เป็นเพียงเครื่องมอเตอร์ไซด์เหตุก็เพราะว่างบประมาณในการวิจัยยังมีน้อยมาก ต้องขอความร่วมมือกับคนไทยทุกท่านช่วยกันพัฒนาเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วนนะครับเพื่อคนไทยทุกคน
เรื่องก๊าซชีวภาพ สามารถปรึกษา ผศ.บุญมา ป้านประดิษฐ์ ที่ศูนย์พลังงานคณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
เรื่องการนำก๊าซชีวภาพมาเชื่อในเครื่องยนต์สารถปรึกษา ผศ.ดร.สุวรรณ หอมหวล ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 26 มิ.ย. 2551 (20:25) กระแสการติดNGVตอนนี้แรงจริงใครๆๆก็สนับสนุนเปรียบเสมือนตอนที่รัฐบาลผยุงราคาดีเซล รถกะบะขายดิบขายดีมากๆๆจนมีการใช้ดีเซลเพิ่มขึ้น แต่แล้ววันหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถที่ผยุงค่าน้ำมันได้อีกปล่อยลอยตัวจนเดือดร้อนกันทั้งบ้านเมือง ใครได้กำไรจากการกระทำนี้ คนขายรถหรือคนขายน้ำมัน ศูนย์ขายรถกระบะตอนนี้แทบไม่มีคนซื้อแต่น้ำมันต้องใช้ ใครได้กำไร ตอนนี้เน้นการใช้ก๊าซNGVราคาถูกรัฐบาลสันบสนุนติดตั้งกันไม่ทัน แต่รองคิดดูถ้าเหตุการเป็นแบบดีเซลอีกละ ไม่มีการผยุงก๊าซ NGV ปล่อยขึ้นตามกระแสโลกหรือแค่คนกลุ่มหนึ่ง ใครคือคนที่ต้องกลับมารับภาระ ใครร่ำรวยได้กำไรจากการขายก๊าซและถังNGV ?????
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 13 ก.ค. 2551 (08:05) ข่าวดีสำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งก๊าซ NGV.ในรถบรรทุก
หมดปัญหากับค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง
รถอายุไม่เกิน 10 ปี จัดไฟแนนท์ได้ 100% ผ่อนได้ 36 เดือน ดอกเบี้ย 8-10% ต่อปี
รถอายุเกิน 10 ปี ดาวน์ 200,000 บาท ผ่อนได้ 36 เดือน ดอกเบี้ย 10-12% ต่อปี
รับประกัน 50,000 ก.ม.หรือ 12 เดือน
ราคาเบื้องต้น
ขนาดถัง 145 W/L มาตรฐาน ปตท.และ อุปกรณ์เกาหลี
4 ใบ ราคา 450,000 บาท
6 ใบ ราคา 500,000 บาท
8 ใบ ราคา 550,000 บาท
ราคาอาจปรับเปลี่ยนตามอุปกรณ์ได้
สนใจโทร 081-8216723 สันติ