สารบัญ
หน้าที่ 6 - ก๊าซ NGV สำหรับประเทศไทยและอนาคต
ดร. อรสา อ่อนจันทร์
นักวิทยาศาสตร์
กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม
สำหรับตอนนี้เป็นตอนจบ กล่าวถึงเรื่องราวเมื่อพระเอกเดินทางเข้ามาใช้ชีวิตในประเทศไทยของเรา เรื่องราวจะเข้มข้นขนาดไหน ต้องติดตามอ่านให้จบนะค่ะ
แล้วประเทศไทยของเราเริ่มใช้ก๊าซ NGV ในรถยนต์เมื่อไหร่ล่ะ?
ปี พ.ศ. 2523 ประเทศไทยได้มีการนำก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มาใช้ในยานยนต์ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2513 และเป็นที่แพร่หลายมากขึ้น เนื่องจากราคา LPG มีราคาถูกกว่าน้ำมัน ส่วนใหญ่จะใช้ในรถแท๊กซี่และ รถสามล้อเครื่อง โดยมีการดัดแปลงเครื่องยนต์ที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม วิธีการดัดแปลงยังอยู่ในขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานทางด้านความปลอดภัยยังไม่ดีพอ รวมทั้ง กฎระเบียบในด้านความปลอดภัยยังไม่รัดกุม จึงมักก่อให้เกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้หรือเกิดระเบิดได้ นอกจากนี้ สถานีเติม LPG ค่อนข้างขาดแคลน เนื่องมาจาก ต้นทุนในการก่อสร้างและราคาที่ดินในกรุงเทพฯ จึงส่งผลให้ตลาดรถยนต์ที่ใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิง ไม่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเท่าที่ควร แต่ในปัจจุบันเนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น จึงมีรถแท๊กซี่เปลี่ยนไปใช้ LPG เป็นเชื้อเพลิงมากขึ้นถึงร้อยละ 70 - 80 ของจำนวนแท๊กซี่ที่มีอยู่ขณะนี้ประมาณ 58,000 คัน
ปี 2527 เริ่มมีการทดลองใช้ก๊าซ NGV กับ รถโดยสาร ขสมก. และ รถตุ๊ก ตุ๊ก เป็นครั้งแรก ซึ่งผลการทดสอบสมรรถนะของเครื่องยนต์เป็นที่น่าพอใจ แต่เนื่องจากขณะนั้นน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาถูก การใช้ก๊าซ NGV จึงไม่คุ้มค่ากับการลงทุนดัดแปลงเครื่องยนต์
ปี 2536 รัฐบาลของ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน ได้ให้ความสำคัญกับปัญหามลพิษทางอากาศ จึงได้สนับสนุนให้มีการใช้ก๊าซ NGV มากขึ้น โดยให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ ขสมก.ในการจัดซื้อรถโดยสาร NGV จำนวน 82 คัน และปตท.ในการก่อสร้างสถานีบริการก๊าซ NGV แห่งแรกในประเทศไทย ณ อู่รถโดยสารรังสิต ของ ขสมก.
ปี 2543 ปตท.จัดทำโครงการทดสอบการใช้ก๊าซ NGV ในรถแท็กซี่ จำนวน 100 คัน โดย ปตท. เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมด ให้กับรถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจากผลการสำรวจความคิดเห็น ของผู้ขับรถแท็กซี่เป็นที่น่าพอใจ
ปี 2544 ปตท. จัดทำโครงการนำร่องการใช้ก๊าซ NGV ในรถแท็กซี่ จำนวน 1,000 คัน โดย ปตท. และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมด พร้อมกันนี้ ปตท. ได้เร่งรัดการก่อสร้างสถานีเติมก๊าซ NGV ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ให้ดำเนินไปตามแผนที่ได้วางไว้ปี 2545
รถแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการนำร่องการใช้ก๊าซ NGV ในแท็กซี่ 1,000 คัน ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์แล้วเสร็จ และ ปตท. ได้เร่งขยายจำนวนสถานีบริการก๊าซ NGV โดยมีสถานีเปิดดำเนินการ 5 สถานี
การใช้ก๊าซธรรมชาติของประเทศไทยในอนาคต
สำหรับประเทศไทยได้มีการกำหนดเป็นนโยบายด้านพลังงานของประเทศ ที่ต้องการให้มีการขยายการใช้ก๊าซ NGV ในภาคคมนาคมขนส่ง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเนื่องจากปัญหาราคาน้ำมันแพง และปัญหาด้านมลพิษทางอากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ปตท.จึงได้จัดตั้งโครงการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV Project) เพื่อสนับสนุนผลักดันให้มีการใช้ก๊าซธรรมชาติในรถยนต์ให้มากขึ้น
ทั้งนี้เนื่องจาก "NGV" มีคุณสมบัติพิเศษ คือ
1. สะอาด เนื่องจาก NGV มีสัดส่วนของคาร์บอนน้อยกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และมีคุณสมบัติเป็นก๊าซทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น และปริมาณไอเสียที่ปล่อยออกจากเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติมีปริมาณต่ำกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น NGV จึงนับเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดควันดำหรือสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงสามารถลดปัญหามลพิษทางอากาศซึ่งนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น จากการศึกษาพบว่าเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติจะมีระดับการปล่อยสารพิษที่ต่ำ สามารถลดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ถึงร้อยละ 50-80 ลดก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ได้ร้อยละ 60-90 , ลดก๊าซไฮโดรคาร์บอนได้ร้อยละ 60-80 และไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองหรือเขม่าจากท่อไอเสีย (ทั้งก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ เป็นก๊าซที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาเรือนกระจก หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า Green House Effect งัยล่ะ)

2. ปลอดภัย ก๊าซ NGV นับว่าเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ในรถยนต์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุด เพราะก๊าซ NGV เบากว่าอากาศ ในขณะที่ก๊าซหุงต้มและน้ำมันเบนซินหรือดีเซลหนักกว่าอากาศ ดังนั้น เมื่อเกิดรั่วไหล ก๊าซ NGV จะไม่สะสมอยู่บนพื้นดินจนเกิดการลุกไหม้เหมือนเชื้อเพลิงอื่นๆ
นอกจากนี้ อุณหภูมิที่ก๊าซ NGV จะลุกติดไฟในอากาศเองได้ (เมื่อมีความเข้มข้นของเชื้อเพลิงพอ) สูงถึง 650 องศาเซลเซียส ในขณะที่ก๊าซหุงต้มจะติดไฟได้เองที่ 481 องศาเซลเซียส น้ำมันเบนซินที่ 275 องศาเซลเซียส และน้ำมันดีเซลที่ 250 องศาเซลเซียส ส่วนความเข้มข้นขั้นต่ำสุดที่จะลุกติดไฟได้เองของก๊าซ NGV จะต้องมีปริมาณสะสมถึง 5% ในขณะที่ก๊าซหุงต้มจะอยู่ที่ 2.0% จากคุณสมบัติข้างต้นก๊าซ NGV จึงมีโอกาสเกิดการลุกไหม้ได้ยากกว่าเชื้อเพลิงอื่นๆ นอกจากนี้ หากมีการรั่วไหลจะเกิดเสียงดังเนื่องจากมีความดันสูงจึงเป็นสัญญาณเตือนภัยได้อย่างดี
ยังค่ะยังไม่จบ เมื่อตะกี้นี้มีคนใกล้ชิด กระซิบถามว่า แล้วเราจะมีก๊าซธรรมชาติใช้อีกนานแค่ไหนกันล่ะ? ซึ่งเป็นคำถามที่น่าสนใจทีเดียวใช่ไหมค่ะ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 47 ความเห็น, หน้า่ |
1|
2| -
3-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 2 ต.ค. 2549 (12:40) เคยคุยกับผู้ขับรถ Taxi เขาก็บอกตามความรู้สึกถึงการใช้รถที่ใช้เชื้อเพลิง NGV ว่า มีความประหยัดสูงมาก สามารถใช้รถวิ่งรับผู้โดยสารได้ ไม่ต้องจอดคอยเพราะห่วงจะเสียค่าเชื้อเพลิงสูง มีข้อเสียคือ ราคา การออกตัวในที่ลาดชัน ถ้าบรรทุกผู้โดยสารเกิน ๑ คนจะมีอาการไหลไปชนกับรถคันหลังบ่อยๆ จึงต้องออกตัวด้วยน้ำมัน การสึกหรอของเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น ๒๐% ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ขอแลกเปลี่ยนกันนะครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 2 ต.ค. 2549 (12:46) ปัญหาของการใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ การติดตั้งให้ได้มาตรฐาน เพื่อความประหยัด ความปลอดภัย ถ้าเป็นไปได้ควรจะติดตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิดรถยนต์ บริษัทประกันภัย รถยนต์ต่างๆจะได้ลดข้อจำกัดในการทำประกันภัย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 11 ต.ค. 2549 (20:21) ผมไม่ทราบว่า กรณีที่รถยนต์ที่ทำการติดตั้ง ระบบการใช้เชื้อเพลิงเป็นชนิด NGV / LPG เพิ่มเติมจากของเดิมอยู่ หากเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นที่รถเกิดไฟไหม้ขึ้น บริษัทที่รับประกันภัยต่างๆ จะยินยอมให้เคลมประกันได้ตามปกติหรือไม่ครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 11 ต.ค. 2549 (20:34) เมื่อไรหนอที่ภาครัฐจะลงมาให้ความสำคัญ และส่งเสริมการใช้ NGV ให้มากขึ้น ทั้งในด้านการดัดแปลงหรือติดตั้งอุปกรณ์ในราคาที่ถูกลง ที่สำคัญการเพิ่มปริมาณสถานีบริการให้มากขึ้นตามปริมาณการใช้ ก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายที่หมดไปกับพลังงานด้านน้ำมันลงมากทีเดียว ขณะนี้คนระดับกลางถึงระดับล่างอยากจะช่วยชาติ ก็ต้องขอบอกว่าไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะกว่าจะมีปัญญาซื้อรถมาใช้สักคัน ก็ต้องเก็บเงินกันแทบแย่ หรือรอเก็บเงินไม่ไหวก็ต้องกู้หนี้ยืมสินมา/เช่าซื้อ ยังต้องผ่อนส่งยังไม่หมด แล้วจะให้ไปติดตั้ง NGV คงเป็นไปได้ยาก เพราะติดตั้งทีครึ่งแสนทีเดียว อีกอย่างสถานีบริการก็ยังไม่มากพอ คนรวยๆเขาก็ไม่ค่อยจะให้ความสำคัญสักเท่าไร เพราะเขาไม่เดือดร้อนในการที่จะใช้น้ำมัน ผมเองก็อยากจะประหยัด และได้มีส่วนร่วมช่วยชาติด้วยคน ขนาดทุกวันนี้ใช้รถที่ได้ชื่อว่าประหยัดที่สุดแล้วยังแย่เลย (ยังผ่อนไม่หมดเลย)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 30 พ.ย. 2549 (14:49) อยากทราบว่า ก๊าซมีเทน 1 ลูกบาศ์เมตร ให้ค่าความร้อนเท่าไหร่ และผลิตไฟฟ้าได้กี่กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง และมีระบบอะไรบ้าง
aommy4532@hotmail.com (IP:125.24.152.98)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 3 ก.พ. 2550 (12:22) สมัยก่อนยี่สิบกว่าปีรถใช้แก๊สแล้วหันมาใช้น้ำมันเพราะไม่อันตรายมากเวลาเกิดอุบัติเหตุ แล้วปัจจุบันถ้าเกิดอุบัติเหตุจนรถมีความเสียหายโดยรวม30เปอร์เซนต์ขึ้นไปอาจเกิดโดยตรงกับกับจุดเครื่องยนต์หรือระบบเชื้อเพลิงซึ่งสถาณการณ์จริงไม่มีใครรู้คาดเดาได้ ถามว่ารถจะระเบิดหรือไฟไหม้ไหมหรือต้องมีอะไรมาเป็นตัวทำให้เกิดระเบิดก่อนจึงระเบิด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 4 เม.ย. 2550 (09:22) เห็นด้วยก่ะหลายๆREP ความปลอดภัยยังไงก็สำคัญสุดๆ
กลัวประวัติศาสตร์จะซำรอย เหมือนปี37อ่ะ รถก๊าซควำระเบิดแถวเพชรบุรีตัดใหม่- -"
สยอง,เคยไปเปิด นสพ.เก่า เห็นภาพคนกำลังถูกไฟคลอก(สงสารอ่ะคนถ่ายน่าจะเข้าไปช่วยน่ะ
ไม่ใช่มานั่งถ่ายรูป)(ตอนนั้นเรายังเปงเด็กอยู่เลย อนุบาล2-3เอง)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 4 เม.ย. 2550 (16:17) ระยองมีngv อยู่ปั้มเดียว ข้างปตท.มาบตาพุด ( มีแค่4 หัวจ่าย ) จะเติมเต็มถังขับไปกทม. ระยะทาง 150 km.เติมอีกที่ที่รัชดา ข้างศูนย์วัฒนธรรม จ่ายแค่ 120 บาทเพื่อเติมเต็มถังอีกที ประหยัดมาก ความเห็นจากผู้ใช้โดยตรงอย่างผม (นานร่วมปี) คือ การติดตั้ง(อุปกรณ์)ที่ดี และความชำนาญของช่าง(ปรับจูนระบบจนเข้ากับรถแต่ละคัน) , ขับขี่ ngv ให้ถูกวิธี (รอบเครื่องจะเพี้ยนทันที ถ้าเเช่รอบนานๆ ) ,และ วางแผนการเดินทาง (ปั้มที่เติม, เวลาที่เข้า อาจเจอแท๊กซี่เปลี่ยนกะ เลี่ยงเวลาเลิกงาน ) ...ประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลา และเครียดน้อยลง...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 18 มิ.ย. 2550 (18:14) คิดว่าอยากให้ประเทศไทยมีนโยบายที่ชัดเจน(มีพวกโกงกินเยอะ)
แล้วถ้าก๊าซธรรมชาตินี่มีวันหมดจากโลกป่าว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 15 ก.ย. 2550 (11:00) เห็นด้วยกับyama
NGV เป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดและราคาถูก
โดยเฉพาะในเมืองใหญแออัดอย่างกรุงเทพควรสนับสุนให้รถใช้NGV
BJ
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 46 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 146 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 23 ก.ย. 2550 (23:30) - อยากทราบว่า Natural gas ที่ใช้ในวงการอุตสาหกรรมส่วนใหญ่หมายถึงกาซชนิดไหนครับ
- และ Fuel gas ที่ใชในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าหรือปิโตรเคมีคือก๊าซชนิดใดครับ
ขอบคุณครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 22 ต.ค. 2550 (23:23) ราคา NGVกับ LPGต่างกันมากมั๊ยอ่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 5 ม.ค. 2551 (19:08) ...ถ้าเราเอาก๊าซชีวภาพมาใช้แล้วหาวิธีการแยกก๊าซต่างๆออกจนเหลือแต่มีเทนนำมาใช้ในรถยนต์..จะได้ไหมครับ..
..ถ้าได้ทำไมไม่ทำกันครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 6 ม.ค. 2551 (20:46) ใช้ NGV แล้วเครื่องจะพัง
เร็วขึ้นไหมครับ
และจะปล่อยก๊าซพิษ
ออกมากขึ้นไหมครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 31 ม.ค. 2551 (11:46) ผม มี โอกาศ ได้ คุย petroleum engineer มา เขา บอกว่า รถในไทย เทคโนโลยี ยัง ไม่ถึงแต่ว่า ทางรัฐ ก้ ส่งเสริมกัน (ทำไม ลองคิดดู) แต่ได้ถามว่า lpg น่า จะดีกว่า แต่ให้ดี ก้ oil แต่ก้แพงจริง gas ไม่มีคุณสมบัติ ในการเป็นสาร หล่อลื่น นานไป มีผลต่อ เครื่องยนต์ แน่นอน แต่ ngv ก้ปลอดภัยกว่าlpg แน่นอน เพราะ เบากว่า ไม่เกาะ ถนนแน่555 แต่ผมว่า น่าจะให้มีเทคโนโลยีที่ดีกว่า ก่อน ค่อย ส่งเสริม น่า จะดี กว่า นะคับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 20 ก.พ. 2551 (01:10) ...ถ้าเราเอาก๊าซชีวภาพมาใช้แล้วหาวิธีการแยกก๊าซต่างๆออกจนเหลือแต่มีเทนนำมาใช้ในรถยนต์..จะได้ไหมครับ..
..ถ้าได้ทำไมไม่ทำกันครับ
ต้องขอบอกว่าสามารถทำได้แล้วครับที่ คณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สามารถทำให้รถวิ่งได้แต่เป็นเพียงเครื่องมอเตอร์ไซด์เหตุก็เพราะว่างบประมาณในการวิจัยยังมีน้อยมาก ต้องขอความร่วมมือกับคนไทยทุกท่านช่วยกันพัฒนาเรื่องนี้กันอย่างเร่งด่วนนะครับเพื่อคนไทยทุกคน
เรื่องก๊าซชีวภาพ สามารถปรึกษา ผศ.บุญมา ป้านประดิษฐ์ ที่ศูนย์พลังงานคณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
เรื่องการนำก๊าซชีวภาพมาเชื่อในเครื่องยนต์สารถปรึกษา ผศ.ดร.สุวรรณ หอมหวล ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 26 มิ.ย. 2551 (20:25) กระแสการติดNGVตอนนี้แรงจริงใครๆๆก็สนับสนุนเปรียบเสมือนตอนที่รัฐบาลผยุงราคาดีเซล รถกะบะขายดิบขายดีมากๆๆจนมีการใช้ดีเซลเพิ่มขึ้น แต่แล้ววันหนึ่งที่รัฐบาลไม่สามารถที่ผยุงค่าน้ำมันได้อีกปล่อยลอยตัวจนเดือดร้อนกันทั้งบ้านเมือง ใครได้กำไรจากการกระทำนี้ คนขายรถหรือคนขายน้ำมัน ศูนย์ขายรถกระบะตอนนี้แทบไม่มีคนซื้อแต่น้ำมันต้องใช้ ใครได้กำไร ตอนนี้เน้นการใช้ก๊าซNGVราคาถูกรัฐบาลสันบสนุนติดตั้งกันไม่ทัน แต่รองคิดดูถ้าเหตุการเป็นแบบดีเซลอีกละ ไม่มีการผยุงก๊าซ NGV ปล่อยขึ้นตามกระแสโลกหรือแค่คนกลุ่มหนึ่ง ใครคือคนที่ต้องกลับมารับภาระ ใครร่ำรวยได้กำไรจากการขายก๊าซและถังNGV ?????