 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32244" type="text/javascript"></script> |
|
|
นับถอยหลัง รับ-ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ การเมืองไทยจะไปทางไหน ?
ถ้ารัฐธรรมนูญมิใช่เพียงตัวบทกฎหมาย หากยังเปรียบเหมือนอัตชีวประวัติของสัมพันธภาพทางอำนาจในรัฐ ดังที่ ศ. เสน่ห์ จามริก ว่าไว้ (๑) ร่างรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ กำลังบอกอะไรแก่เรา...
post ครั้งแรก: Tue 14 August 2007, 4:12 pm ปรับปรุงล่าสุด: Wed 15 August 2007, 12:27 pm
|
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 6 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 15 ส.ค. 2550 (16:52) ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นต่อข้อความ
" ภายใต้วังวนของการร่าง ประกาศใช้ และถูกฉีกโดยอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ "
ดังนี้
1) อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ คือ อะไร มีอยู่จริงหรือไม่ และเป็นอำนาจที่ดี หรือ ไม่ดีอย่างไร ?
2) อำนาจของทหาร เป็นอำนาจนอกรัฐธรรมนูญ หรือไม่?
3) การที่ผู้บริหาร เช่น นายกรัฐมนตรี (จากการเลือกตั้ง) ใช้อำนาจในทางที่ผิด การใช้อำนาจที่ผิดนี้ เป็นอำนาจในรัฐธรรมนูญ ใช่หรือไม่ ?
การที่ทหารมีกำลังอยู่ในมือ เพื่อปกป้องประเทศนั้น เป็นอำนาจโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
ดังนั้น จะมีรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทหารย่อมมีอำนาจจากกำลังที่มีอยู่
ทหารที่ดี ย่อมใช้อำนาจไปในทางที่ดี
ทหารที่ไม่ดี ก็อาจจะใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ดี
ดังนั้นการใช้อำนาจของทหาร มีอยู่ 2 ลักษณะคือ ใช้ไปในทางที่ดี กับ ใช้ไปในทางที่ไม่ดี
ขึ้นอยู่ว่าผู้บริหารของกองกำลังทหารเป็นคนดีหรือไม่
การใช้กำลังทหารทำการปฏิวัติ จึงเป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์เป็นกรณี
อาจจะวิเคราะห์ว่า เป็นการใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญ ก็ได้
และก็อาจจะวิเคราะห์ว่า เป็นการกระทำที่ดีได้
กล่าวคือ การกระทำหรือการใช้อำนาจที่อาจจะมองว่าเป็นอำนาจนอกรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ดีก็ได้
และการใช้อำนาจภายในรัฐธรรมนูญโดยนายกจากการเลือกตั้งที่ขาดคุณธรรม ก็ทำให้เป็นการกระทำที่เลวได้
ความดี หรือ ความเลว จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าต้อง อยู่ในหรือนอกรัฐธรรมนูญ
แต่อยู่ที่ตัวบุคคลว่าได้กระทำสิ่งที่ดี หรือทำสิ่งที่เลว
การปฏิวัตินั้นถ้าหากไม่มีเหตุผลความชอบธรรมเพียงพอ ย่อมไม่อาจจะอยู่ได้นาน
และเหตุผลหนึ่งของการปฏิวัติก็คือ ฝ่ายบริหารประเทศชุดเดิมนั้นทำในสิ่งที่เลวร้ายขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม และในตัวระบบเดิม(ภายใต้รัฐธรรมนูญ) ไม่สามารถแก้ปัญหาให้คลี่คลายออกไปได้
ผมมองว่า การปฏิวัติ เป็นเรื่องธรรมชาติ พอๆ กับการร่างและรับเอารัฐธรรมนูญขึ้นมาใช้
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ หลักคุณธรรม ความถูกต้องดีงาม ซึ่งย่อมเปิดโอกาส ให้กับคำตอบหรือทางเลือกที่ดีกว่า
การปฏิวัติ เมื่อต้องเกิดขึ้น เราก็สามารถทำให้ดีได้ และทุกๆคนก็ช่วยกันทำให้ดีได้ ... แต่นั้น เราต้องเข้าใจบทบาทที่สำคัญของการปฏิวัติ
การปฏิวัติที่มีเป้าหมายเพื่อสิ่งที่ดี ก็จึงอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ... และผมก็อยากจะเชื่อว่า การปฏิวัติครั้งนี้ก็มีเป้าหมายเช่นนั้น
การได้อ่านร่างรัฐธรรมนูญ และการไปลงประชามติ จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่เราแต่ละคนสามารถทำได้
และการที่เราจะเลือกไม่ยอมรับในสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว เป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรที่จะพิจารณาหาเหตุผลให้เพียงพอ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ส.ค. 2550 (19:08) เราควรต้องระวังอย่างยิ่ง ที่จะแยกแยะความชอบใจ ออกจากความชอบธรรม หรือ ความถูกต้อง
การแสดงความคิดเห็นในเรื่องสำคัญเช่นนี้ ก็เช่นกัน เราควรต้องหลีกเลี่ยง
- การกล่าวอ้าง ที่ไม่มีหลักฐาน (ของตัวเราเอง)
- การมุ่งเน้นแสดงอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าเหตุผล
- การใช้ข้อมูลบางส่วนที่ไม่ครบถ้วน หรือใช้ข้อมูลที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง
- การพยายามให้เกิดการแตกแยกเป็นขั้ว เป็นฝักเป็นฝ่าย แทนที่จะปรองดองเข้าหากัน
- การไม่พยายามมองให้ครบทุกด้าน จงใจเลือกเฉพาะด้านที่ถูกใจชอบใจเราเท่านั้น
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 ส.ค. 2550 (22:07) คิดผิด ก็เป็นทุกข์เพราะความคิด
คิดผิด ก็กระทำผิด ก่อเวรกรรมที่ไม่ดีไม่จบสิ้น!
ขอจงมีความสุขเถิด
อย่าได้พยาบาท เบียดเบียนต่อกันและกันเลย !
ขอให้ธรรมรักษาคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม
ขอให้กำลังกาย ใจ สติปัญญานำเราไปสู่สิ่งที่ดีงามด้วยเถิด
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 ส.ค. 2550 (14:28) การลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรธน.ฉบับปี 2550 ไม่ใช่หลักประกันของการพัฒนาประเทศ 100% เพราะกติกานั้นคนขี้โกงก็หาช่องโหว่ได้เสมอ เมื่อมีคนขี้โกงก็มีผู้ปราบคนขี้โกงในที่สุด สำคัญก็แต่หิริโอตัปปะ ความละอายชั่วกลัวบาปที่นับวันจะน้อยลงๆ ทุกทีไม่ว่าจะเป็นนักบวช หรือฆราวาส ศีล ๕ ข้อมันเว้าแหว่งไม่เต็มกันสักทีหนึ่ง โลกมันจึงร้อนขึ้นๆ ด้วยกิเลสตัณหา ราคะ โลภะ โทสะ โมหะ กิเลสนี้แหละจะพาคนไปสังเวยชีวิต และจิตวิญญาณ
ทั้งๆ ที่รู้ว่าแก้วน้ำนี้มันจะแตกสักวันหนึ่ง แต่ตราบใดที่มันยังไม่แตก เราก็ต้องดูแลรักษาแก้วนี้ไว้ ทำความสะอาด เช็ดแห้ง ไว้ใส่น้ำดื่มกิน วันใดแก้วน้ำนี้มันพลาดหลุดมือ หรือขยายตัวเร็วช้าไม่เท่ากันที่ผิวภายในภายนอก มันก็แตกเท่านั้น เราก็ไปหาแก้วมาใหม่ที่มันแข็งแรงกว่าเก่า
อุปมาอุปมัยนี้ใช้กับรัฐธรรมนูญได้ ไม่ต้องจริงจังเกินไปกับความเปลี่ยนแปลงของสังคม แต่ควรจะจริงจังกับการเปลี่ยนแปลงของความดี ของคนดี ซึ่งบกพร่องมากขึ้นๆ เรื่อยๆ เพราะขาดมโนธรรม หิริโอตัปปะ
yama
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 53 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 20 ส.ค. 2550 (16:59) ตรงใจกับเนื้อหาของบทความที่ว่า
"ประเด็นในขณะนี้มิได้อยู่ที่เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ หากโจทย์ที่แท้จริงคือ คำถามว่าจะเอาอย่างไรกับอำนาจทหาร อภิชน อำมาตยาธิปไตยในการเมืองไทย (๒)ต่างหาก"
ไม่ว่าร่างจะผ่านหรือไม่ผ่าน อย่างไรซะก็จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง
หากคะแนนรับร่างน้อยกว่า ก็ยังมีรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ที่ได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูงนั้น รอให้หยิบยกเอามาใช้อยู่
แน่นอนที่สุด ที่จะไม่เป็นข้อครหา ในเวลาที่บ้านเมืองเผชิญอำนาจวิกฤตเช่นนี้
แม้ว่าเนื้อหา ใน รฐน. 2550 จะแก้ไขจุดบกพร่อง แต่จะเชื่อได้อย่างไรว่า จะพาประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างมั่นคง
ง่ายจริงหรือที่ว่า ให้รับร่างไปก่อน เมื่อการเลือกตั้งลุล่วง ค่อยลงชื่อ 50,000 คน มาแก้ไขกันใหม่
ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ไม่ใส่ใจระบอบทักษิณ และไม่เต็มใจรับกับอำนาจทหาร นั้นมีทางเลือกอื่นไหม
ตัวอย่างมีให้เห็นเสมอมาบนเส้นทางสายนี้ "อำนาจไม่เข้าใครออกใคร อยู่ที่ว่าจะใช้เพื่อสันติหรือเพื่อสนองประโยชน์ส่วนตน"
การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้สติสัมปชัญญะลดลง 40 % แต่การดื่มด่ำอำนาจทำให้ขาดสติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 10 ก.ย. 2550 (19:43) สวัสดีทีมงานวิชาการดอทคอมค่ะ
คุณเคยเจอความสงบสัก3วินาทีไหมค่ะ
ลองย้อนดูสิ