 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/323" type="text/javascript"></script> |
|
|
ชีวิตจริง ลอรา อิงกัลส์ ไวลเดอร์ เจ้าของวรรณกรรมเยาวชนชุด บ้านเล็ก
คุณเทาชมพู เล่าเรื่องราวของ ลอรา อิงกัลส์ ไวลเดอร์ ที่โลกรู้จัก ในนามผู้เขียน Little House in the Big Woods(บ้านเล็กในป่าใหญ่) ที่เป็นวรรณกรรมเยาวชนยอดนิยมต่อเนื่องยาวนานที่สุด ของอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๓๒ จนถึงปัจจุบัน
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 36,709 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 25 April 2006, 5:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 25 April 2006, 5:16 pm
|
หน้าที่ 2 - ชีวิตจริงของสาวน้อยนักบุกเบิก
เทาชมพู
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม
ชีวิตจริงของสาวน้อยนักบุกเบิก
ลอรา เกิดเมื่อ ๗ กุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๖๗ ในบ้านไม้ซุงในป่าใหญ่ของรัฐวิสคอนซินตามที่เธอบรรยายไว้ใน บ้านเล็กในป่าใหญ่ ในหนังสือเธออายุประมาณ ๕ ขวบ มีพี่สาวชื่อแมรี่ และน้องสาวทารกชื่อแครี่ แต่ในความเป็นจริง ตอนที่ลอราอยู่ในป่าใหญ่ น้องแครี่ยังไม่เกิด เธออายุแค่ขวบเดียว พี่สาวก็อายุเพียงสามขวบเท่านั้น
กระท่อมไม้ซุงใน "บ้านเล็กในป่าใหญ่
เมื่ออ่านหนังสือ ใครที่รู้สึกว่าพ่อแม่ของลอราช่างเดินทางอพยพย้ายถิ่นกันหลายครั้งเสียจริง ก็ขอให้มาอ่านชีวิตจริงแล้วจะพบว่าพ่อตัวจริง พาแม่และลูกๆเดินทางโยกย้าย จากรัฐโน้นไปรัฐนั้นไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่หน น่าเหน็ดเหนื่อยแทนกว่าหลายเท่า ลอราต้อง ' ย่อย 'ให้อ่านง่ายลง ด้วยการตัดการเดินทางออกไปหลายครั้งด้วยกัน
|
กระท่อมไม้ซุงในดินแดนอินเดียนแดง ใน "บ้านเล็กในทุ่งกว้าง" |
เริ่มต้นด้วยการอยู่ในป่าใหญ่ไม่นาน ลูกสาวอายุแค่สามขวบกับหนึ่งขวบ พ่อกับแม่ก็อพยพจากวิสคอนซินไปมิสซูรี่ (ไม่ได้บรรยายไว้ในหนังสือ) อยู่ไม่นานก็ออกเดินทางไปจับจองที่ดินใกล้เมืองอินดีเพนเดนซ์ในรัฐแคนซัส ตรงตามที่เล่าไว้ในหนังสือ บ้านเล็กในทุ่งกว้าง หนูน้อยแครี่เกิดที่นั่น หลังจากนั้นเมื่อลอราอายุได้ ๓ ขวบ พ่อแม่ก็ถูกทางการบังคับนักบุกเบิกให้อพยพออกจากที่จับจอง พ่อแม่จึงเดินทางกลับไปที่ป่าใหญ่ในวิสคอนซินตามเดิม ช่วงนี้เองลอรา แมรี่และน้องแครี่ได้พบคุณปู่คุณย่าและญาติๆตามที่บรรยายไว้ในหนังสือเล่มแรก
ครอบครัวอิงกัลส์มีชีวิตเป็นสุขอยู่ในป่าใหญ่หลายปี จนกระทั่งพ่อตัดสินใจย้ายถิ่นอีก ครอบครัวก็เลยต้องเดินทางออกไปจากป่าใหญ่ ไปตั้งถิ่นฐานทำนาข้าวสาลีอยู่นอกเมืองวอลนัต โกรฟ ในรัฐมินเนโซตา ลอราบรรยายชีวิตช่วงนี้ไว้ในนิยายเรื่องที่สาม บ้านเล็กริมห้วย เพียงแต่เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น พลัมครี้ก ลอรากับแมรี่ได้เข้าโรงเรียนในเมือง พบคู่แข่งคนสำคัญคือเด็กหญิงหยิ่งยโสหัวสูงชื่อเนลลี่ โอเวนส์ ในนิยาย ลอราเปลี่ยนชื่อเธอเป็นเนลลี่ ออลิสัน
|
บ้านโพรงดินใน "บ้านเล็กริมห้วย" |
ชีวิตในมินเนโซตาลำบากยากแค้น ปลูกข้าวสาลีไม่ได้ผลเพราะตั๊กแตนลงกัดกินข้าวเสียหายหมดต่อเนื่องกัน ๒ ปี เมื่อลอราอายุได้ ๘ ขวบ น้องชายชื่อชาร์ลส์ เฟรดเดอริคก็ถือกำเนิดมา พ่อตัดสินใจพาครอบครัวย้ายจากวอลนัต โกรฟ ไปอาศัยที่ฟาร์มของลุงปีเตอร์ในทางตะวันออกของรัฐมินเนโซตา แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น พ่อหนูน้อยชาลส์ล้มป่วยแล้วก็ตายเมื่ออายุยังไม่ครบขวบ ลอราจึงตัดบทบาทของน้องชายออกจากนิยายของเธอรวมทั้งการอพยพโยกย้ายครั้งนี้ด้วย
ครอบครัวอิงกัลส์เศร้าโศกกับความตายครั้งนี้มาก พ่อตัดสินใจโยกย้ายอีกครั้งไปทำงานกับเพื่อนซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมเล็กๆ ในเมืองเบอร์โอ๊ค รัฐไอโอวา แต่ก็ไม่ชอบงานที่ทำ ก็เลยย้ายออกจากโรงแรมมาเช่าห้องอยู่แล้วก็ย้ายมาอยู่นอกเมืองในตอนหลัง ในช่วงนี้เองที่เกรซ ลูกสาวคนเล็กเกิด แต่ในที่สุดพ่อแม่ก็ทนชีวิตเปล่าเปลี่ยวที่นั่นไม่ได้ จึงอพยพกันกลับวอลนัต โกรฟ พ่อไม่ได้ทำนาอีก แต่มาทำงานเล็กๆน้อยๆหลายอย่างในเมือง ในที่สุดก็เปิดร้านขายเนื้อขึ้นที่นั่น ลอราก็ได้กลับไปโรงเรียนเจอเนลลี่ โอเวนส์อีกครั้ง พบคู่แข่งคนใหม่ของเนลลี่ชื่อเจเนเวียฟ มาสเตอส์ ลูกสาวคุณครู เนลลี่กับเจนีเวียฟแย่งกันเป็นผู้นำในกลุ่มนักเรียนหญิง แต่ในที่สุดคนที่คว้าตำแหน่งไปคือลอรา แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เธอตัดออกไป ไม่นำมาเล่าในนิยาย
|
บ้านของช่างสำรวจ ใน "ริมทะลสาบสีเงิน" |
ในปี ๑๘๗๙ เมื่อลอราอายุ ๑๒ แมรี่ป่วยหนัก นัยน์ตามืดบอดมองอะไรไม่เห็น ลอราบันทึกชีวิตช่วงนี้ไว้ในตอน ริมทะเลสาบสีเงิน อาดอเซียน้องสาวพ่อมาชวนพ่อไปทำงานกับบริษัทก่อสร้างทางรถไฟที่รัฐเซาธ์ดาโกต้า นับเป็นการอพยพโยกย้ายครั้งสุดท้ายของพ่อ ทั้งที่ความจริงพ่อก็อยากจะอพยพตามบริษัทสู่รัฐตะวันตก แต่ว่าแม่ยืนกรานไม่ยอมไปด้วยอีกแล้ว เนื่องจากถึงเวลาลูกๆโตพอจะควรเล่าเรียนเป็นเรื่องเป็นราวได้เสียที ถ้าหากว่ามัวอพยพไปอยู่ในดินแดนใหม่ก็จะไม่มีโรงเรียนให้เข้า พ่อแม่จึงกลายเป็นชาวบ้านคนแรกๆที่มาตั้งถิ่นฐานในเมืองเดอสะเม็ต รัฐดาโกต้า ในช่วงนี้เองที่ลอราได้เผชิญพายุหิมะหนักหนาสาหัสถึง ๗ เดือน ดังที่เธอเล่าไว้ใน ฤดูหนาวอันยาวนาน
|
บ้านในเมืองเดอสะเม็ต ใน " ฤดูหนาวอันยาวนาน" |
ลอราและแมรี่เติบโตขึ้นเป็นสาววัยรุ่น พ่อกับแม่เก็บออมเงินได้พอจะส่งแมรี่ไปเรียนต่อ ที่โรงเรียนคนตาบอดในเมืองวินตัน รัฐไอโอวา รัฐบาลออกค่าเล่าเรียนให้ แต่ทางบ้านต้องออกค่าโดยสารรถไฟ และเสื้อผ้าที่เหมาะสมให้ลูกสาวเอง เมื่อพี่สาวออกจากบ้านไป ลอรายังอยู่บ้านในเมืองเดอสะเม็ต ไปโรงเรียนและเจอเจนีเวียฟ มาสเตอส์คู่แข่งคนเดิมกลับมาทำความวุ่นวายให้ชีวิตอีกครั้ง เธอเล่าเหตุการณ์ตอนนี้ไว้ใน เมืองเล็กในทุ่งกว้าง
ลอราเป็นสาวน้อยขี้อาย แต่เรียนเก่ง จนสามารถสอบได้ประกาศนีบัตรวิชาครูเมื่ออายุ ๑๕ ปี เธอต้องออกจากบ้านไปสอนหนังสือห่างไปอีก ๑๒ ไมล์ พักอยู่กับครอบครัวบุชชี ซึ่งในเรื่อง ปีทองอันแสนสุข เธอเปลี่ยนชื่อให้พวกเขาเป็น บรูวสเตอร์ มิสซิสบรูสเตอร์เป็นผู้หญิงโรคประสาทคุ้มดีคุ้มร้ายน่าหวาดกลัวมากในสายตาสาวน้อย แต่ชีวิตทรมานในบ้านนั้นก็เพลาลงได้เมื่อหนุ่มชาวนาเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงชื่อแอลแมนโซ ไวลเดอร์อุตส่าห์นั่งรถเลื่อนไปรับเธอทุกสุดสัปดาห์ให้กลับมาหาพ่อแม่และน้องๆ ในตอนแรก ลอราเข้าใจว่าแอลแมนโซทำเพื่อช่วยเหลือเอื้อเฟื้อพ่อไม่ให้ต้องลำบากไปเอง แต่ต่อมาเขาก็ยังติดต่อกับเธออยู่ เธอจึงค่อยๆสนิทกับเขาขึ้นทีละน้อยจนครบ ๓ ปีก็ได้แต่งงานกันในที่สุด นับเป็นตอนจบของ ปีทองอันแสนสุข

บ้านนาของแอลแมนโซใน " เด็กชายชาวนา"
ชีวิตจริงย่อมไม่จบลงอย่างเทพนิยาย แม้ลอรากับแอลแมนโซเป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่ชีวิตก็ลำบากยากแค้นไม่น้อยไปกว่าพ่อแม่เคยประสบ สี่ปีหลังจากแต่งงาน ลอราบันทึกเอาไว้ในต้นฉบับชื่อ The First Four Years (สี่ปีแรก) ซึ่งมีผู้ค้นพบในสมบัติส่วนตัวของเธอและนำมาตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ. ๑๙๗๑ เล่าถึงการต่อสู้ดิ้นรนทำไร่ที่ล้มเหลวปีแล้วปีเล่า ลูกสาวชื่อโรสเกิดมาในช่วงนี้ แต่ลอราสูญเสียลูกชายคนที่สองหลังคลอดไม่นาน และบ้านก็ถูกไฟไหม้หมดทั้งหลัง ร้ายที่สุดคือแอลแมนโซป่วยเป็นโรคคอตีบ แม้ฟื้นตัวรอดชีวิตมาได้ แต่ก็ทำให้เขากลายเป็นคนกึ่งพิการ เดินเหินไม่คล่องไปตลอดชีวิต
ลอราเริ่มชีวิตอพยพโยกย้ายคล้ายพ่อเคยทำมาแล้ว เธอกับแอลแมนโซเดินทางไปพักกับพ่อแม่ของสามีที่สปริงแวลลีย์ในรัฐมินเนโซตา แต่สุขภาพของแอลแมนโซก็ยังไม่ดีขึ้น ทั้งคู่จึงออกจากมินเนโซตาเดินทางไปถึงฟลอริดาซึ่งปีเตอร์ญาติของเธออาศัยอยู่ สุขภาพของสามีดีขึ้นตรงกันข้ามกับลอราซึ่งทนอากาศร้อนไม่ได้ นอกจากนี้สังคมผู้หญิงที่นั่นก็ไม่ต้อนรับสาวน้อยจากตะวันตก ซึ่งถือว่าเป็นบ้านนอกอีกด้วย ในที่สุดทั้งสองก็พาลูกกลับมาที่เดอ สะเม็ตตามเดิม

บ้านของลอราในแมนสฟิลด์ มิสซูรี่
สองปีต่อมา ลอราและแอลแมนโซโยกย้ายเป็นครั้งสุดท้ายไปที่เมืองแมนสฟิลด์ รัฐมิสซูรี เธอเขียนบันทึกและโรสช่วยเขียนบางตอน เล่าไว้ในเรื่อง On the Way Home (ตามทางสู่เหย้า) การตั้งถิ่นฐานคราวนี้ได้ผลดี ทำไร่ทำนาได้ผล ทั้งคู่เปลี่ยนกระท่อมไม้ซุงเล็กๆ ที่ปลูกกันเองในตอนแรกมาเป็นบ้านน่าอยู่สะดวกสบาย มีชีวิตที่สุขสงบ จนเข้าสู่ความมีชื่อเสียงเมื่อลอราอายุ ๖๕ และได้ลิ้มรสความสำเร็จนั้นอย่างยาวนานยากจะหาใครเทียบ แอลแมนโซถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๙๒ ในค.ศ. ๑๙๔๙ และลอราถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๙๐ ในค.ศ. ๑๙๕๗
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 30 ความเห็น, หน้า่ |
1| -
2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 19 ก.พ. 2549 (00:02) รบกวนคุณเทาชมพูซึ่งน่าจะเป็นอาจารย์ที่ไหนสักแห่ง(ผมเรียนแค่ป.7เลยไม่รู้จักชื่อจริงท่าน)หารูปเกี่ยวกับเรื่องนี้มาลงให้มากๆเท่าที่ท่านมีอยู่ ขอบคุณมากๆครับ ชอบมากๆ
aduns (IP:203.113.71.104,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 21 ก.พ. 2549 (15:53) เคยอ่านตอนเป็นเด็ก ๆ จนจบชุด...แล้วหนังสือชุดนี้ก็หายไปจากห้องสมุดต้องการอ่านอีกทราบไหมค่ะว่ามีขายที่ไหนบ้างต่างจังหวัดมีไหมค่ะ
rungsri_tuk@yahoo.com (IP:203.172.181.124,192.168.100.229,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 21 ก.พ. 2549 (19:56) แม่บอกว่าเรื่องนี้ดีมากๆ
เลยซื้อมาให้อ่าน
และก็ดีจริงๆ
สนุกมากมายเลยค่ะ
Pagbung (IP:161.200.255.162,161.200.129.105,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 21 ก.พ. 2549 (23:25) ได้มีโอกาสไปเปน นร แลกเปลี่ยนที่อเมริกา ครอบครัวที่ไปอยู่ด้วย คือญาติห่างๆ ของ ลอร่า อิงกอล ทีแรกก็ไม่รู้ จนกระทั่งกลับมา ถึงรู้ว่าคือคนแต่งเรื่องบ้านเลกในป่าใหญ่ ครอบครัวของเค้า น่ารักไม่แพ้ในเรื่องเลยค่ะ...
Aorta (IP:61.90.123.68,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 24 ก.พ. 2549 (20:46) ได้อ่านและชื่นชอบในความสบายใจที่ได้รับจากเรื่องค่ะ
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วไม่เครียด...ได้ความรู้บางตัวเพิ่มด้วย
((ต้องขอบคุณคุณป้านีที่กรุณาให้หนังสือแก่หลานคนนี้อ่านค่ะ))
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 26 ก.พ. 2549 (14:16) ได้อ่านเรื่องนี้ตอนเรียนมหาวิทยาลัย กว่าจะหาอ่านครบทุกเล่มได้ ก้อเกือบไม่จบ อ่านแล้วนึกว่าตัวเองเป็นลอร่าเองนะคะเนี่ย( อิ อิ ) เรื่องสนุกมากมากค่ะ พอเรียนจบมีงานทำเลยหาซื้อไว้ครบชุดกะว่าจะเก็บเอาให้ลูกๆ อ่านในอนาคตค่ะ...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 1 มี.ค. 2549 (09:03) รออ่านต่ออย่างใจจดจ่อ...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 2 มี.ค. 2549 (23:37) อ่านมาหลายรอบแล้วครับ ชอบใจที่เอาภาพ"บ้าน"หลังต่างๆของลอร่ามาให้ดู
น่าแปลกที่ว่าผมอ่านเรื่องนี้รู้สึกเหมือนเหตุการณ์ร่วมสมัยนะ เหมือนกับว่าเรื่องนี้เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้เอง ในดินแดนที่ไม่ไกลจากตัวเรานัก ทีตอนอ่าน"ลูกอีสาน"กลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวเหลือเกิน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 21 มี.ค. 2549 (14:47) คงเหมือนกับผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้หลายๆ ท่าน ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนของ ลอรา อิงกัลส์ ไวลเดอร์ ตั้งแต่ยังเด็ก พอเริ่มหัดทำงานพิเศษในต่างจังหวัด (ปวช. เทียบได้สัก ม.4-5) ก็ค่อยๆ ไปหาซื้อหนังสือเล่มนี้ (แบบมือสองนะคะ เพราะราคาของจริงต้องสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ ซึ่งแพงมากตอนนั้น) มาเก็บไว้ทีละเล่มๆ แล้วก็อ่านด้วยความสุขอย่างล้นเหลือตามนิสัยของเด็ก กว่าจะครบชุดจำได้ว่าหลายปีมาก... แล้วเป็นชุดที่หวงที่สุดในบรรดาหนังสือที่อ่านทั้งหมด (รวมๆ แล้วหลายพันเล่ม)
แต่ตอนไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ คุณแม่ขนหนังสือไปขายเกือบทั้งหมด ด้วยเหตุผลเดียวคือ - มันรกบ้าน! เดินไปทางไหนก็มีแต่หนังสือเต็มไปหมด กลับมาบ้านตอนปิดเทอมจึงทราบ ร้องไห้อยู่หลายวันค่ะ เพราะหาซื้อกันไม่ได้ง่ายๆ ตอนนี้ทำงานและมีครอบครัวแล้ว คิดว่าพอจะหาซื้อหนังสือชุดนี้เก็บไว้ให้ลูกๆ อ่าน โดยเฉพาะเวอร์ชั่นที่แปลโดยคุณสุคนธรสค่ะ
ขอบคุณเว็บไซต์วิชาการที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง โดยเฉพาะคุณ "เทาชมพู" เหมือนอยู่ๆ ก็มีเพื่อนๆ ที่ชอบเหมือนกันอีกกลุ่มหนึ่ง
........ดีใจมาก ไม่รู้จะอธิบายว่ายังไงดี.............
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 11 เม.ย. 2549 (23:16) ดิฉันเป็นแฟน Laura ตั้งแต่สมัยเรียน ชั้นประถม จำได้ว่าเล่มแรกที่อ่าน คือเมืองเล็กในทุ่งกว้าง ตอนเรียนชั้น ป6 และพยายามติดตามเรื่องอื่นๆ ต่อๆมา กับเพื่อนสนิทอีกคน เราพยายามเสาะหาตามห้องสมุดต่างๆ จน มาครบทุกเล่มตอนเราเรียน ม.ต้น ดิฉันคิดว่าเล่มที่ดิฉันได้อ่านน่าจะเป็น เล่มที่พิมพ์ ครั้งแรก ดิฉัน ยอมรับว่าหนังสือชุดนี้ได้ทำให้ดิฉันมีนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่นั้น และหนังสือเล่มนี้เอง ที่ช่วยดิฉันได้มากในการเรียนภูมิศาสตร์เกี่ยวกับอเมริกาในชั้น มปลาย และในปีที่ดิฉันเรียนจบปริญญาตรี ดิฉันเห็นมีวางที่เชียงใหม่ ครบชุด ดิฉันดีใจมาก เลยซื้อเก็บไว้ด้วยเงินเดือนเดือนแรก ของการทำงาน .และน้องๆของดิฉันเวลามาเยี่ยมที่บ้านก็จะหยิบมาอ่าน และยืมไปอ่าน บ้าง .......เมื่อประมาณเกือบๆ สิบปี่ที่แล้ว ดิฉันเคยเห็นหนังสือชุดนี้วางที่ร้านหนังสือ แต่เป็นผู้แต่งคนอื่นและสำนวนที่แตกต่างออกไป แต่ความที่ไม่มีเวลามากเลยเปิดผ่านๆ และไม่ได้จำชื่อผู้แปล และสำนักพิมพ์....แต่ดิฉันประทับใจในสำนวนของคุณ สุคนธรส เลยไม่ได้สนใจมาก.... และถ้ามีโอกาสอยากจะเยี่ยมชมบ้านของ Laura จังเลย อยากเห็นซอไวโอลิน ของพ่อ..และอื่นๆ เมื่อก่อนดิฉันไม่ทราบว่านามสกุล Laura สะกดอย่างไรในภาษาอังกฤษ ชื่อพอเดาได้ เมื่อประมาณปีกว่ามานี้ ดิฉันลองค้นหาข้อมูลเธอ ใน web ลองเดาๆ สะกดนามสกุลดู โอ..ได้มาเพียบ ขอบคุณ Internet มากๆเลย เขาลงภาพที่เธอถ่ายกับ แอลแมนโซ ด้วย...ทุกวันนี้เวลาว่างๆดิฉันก็จะหยิบขึ้นมาอ่านเล่นและยังสนุกทุกครั้ง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 10 พ.ค. 2549 (17:11) ไม่เคยอ่านเลยอ่ะ ไม่เคยได้ยินด้วย
เห็นแบบนี้ชักอยากอ่านแล้วล่ะซิคะ
c_cin
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 488 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 15 พ.ค. 2549 (16:51) อยากอ่านเพราะเคยได้ยินหลายคนบอกว่าอ่านแล้วมีความสุขงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งล่าสุดใหม่ทั้งชุดราคา1550บาทต้องเก็บเงินซื้อให้ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 3 ส.ค. 2549 (13:25) เรื่องนี้ได้อ่านตั้งแต่เมื่อประมาณสัก 10 กว่าปีมาแล้ว เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่า ประทับใจสุด ๆ เหมือนจะอยู่ในใจเพียงเรื่องเดียวเลย นับตั้งแต่อ่านหนังสือมา จนถึงปัจจุบัน พอมีการจัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่ รูปแบบและสีสรรสวยงามขึ้น เห็นปุ๊บรีบหาซื้อมาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวทันที จะเก็บไว้ให้ลูกอ่านตอนโต เค้าจะได้รับสิ่งดีดีเหมือนที่แม่ได้รับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 10 ส.ค. 2549 (13:58) ขอบพระคุณอาจารย์ เทาชมพู มากค่ะ /// ดิฉันอ่านหนังสือชุดนี้ ตั้งแต่ ชั้น ม.1 เป็นเด็กต่างจังหวัด ที่บ้านฐานะ ไม่ค่อยดีนัก ก็พยายามหารายได้พิเศษ คือขายดอกไม้ริบบิ้นสีแดง วันวาเลนไทน์// ได้เงินมา 400 กว่าบาท รู้สึกว่ามันเยอะมาก แต่หนังสือชุดบ้านเล็กที่อยากได้ ชุดนึงก็เกือบๆ 500 //นับเป็นของขวัญสำหรับตัวเองที่มีคุณค่ามากมายเหลือเกิน //ถึงวันนี้ดิฉันยังเก็บรักษาหนังสือชุดนี้ไว้อย่างดี //อายุของหนังสือที่จัดพิมพ์ ครั้งที่ 7 พ.ศ 2524 //ถ้าเป็นคนก็เข้าวัยเบญจเพศแล้วค่ะ// // ได้อ่านเรื่องราวของท่านอื่นที่ผูกพันกับหนังสือชุดนี้ แต่ไม่สามารถ เก็บรักษาไว้ได้ ดิฉันรู้สึกใจหายแทนค่ะ// // จำได้ว่าเมื่อวันที่เริ่มต้นครอบครัวใหม่
คือ วันแต่งงาน ดิฉันกลับไปเก็บ ข้าวของที่บ้านคุณแม่ // หนังสือชุดนี้ เป็นชุดแรกที่ดิฉัน ขอเก็บไว้ ด้วย ความรักและหวงแหนค่ะ /// อยากบอกเพื่อนๆ สมาชิกที่ยังไม่มีโอกาส ได้อ่านหนังสือชุดนี้ /// เริ่มต้นได้เลยค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่า ชีวิตที่พอเพียงของ ลอรา มีความสุขมากมายเพียงใด // ทุกวันนี้ ดิฉันเริ่มอ่าน รอบที่ 6 แล้วค่ะ แต่อ่านพร้อมลูกสาวตัวน้อย อายุ 7 ขวบ และคืนไหนที่ไม่ได้อ่านหนังสือชุด บ้านเล็ก ให้เธอฟังก่อนนอน เธอจะไม่ยอมนอนเด็ดขาด//
ขอบพระคุณอาจารย์ เทาชมพูอีกครั้งนะคะ มันติดค้างในใจดิฉันมานานมากว่า ลอร่าจะเป็นอย่างไร // แอลแมนโซ หล่อเหลา ขนาดไหน //และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้ดิฉันกระจ่าง ตั้งแต่อ่านบทความนี้ // ขอบคุณ//ขอบคุณ//ขอบคุณ//จริงจริง ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 31 ส.ค. 2549 (21:07) เราอ่าน บ้านเล็กในทุ่งกว้าง บ้านเล็กริมห้วย ริมทะเลสาปสีเงิน นั่งฟั่งแม่เล่าตอนอายุ 8 ขวบ มาอ่านเองเองอีก 2 เล่ม ประทับใจมากมันสนุกดีเหมือนนิทาน แต่มันไม่ใช่มันยาวกว่านิทานซะอีก เป็นวรรณกรรมเรื่องแรกที่เราเคยอ่านและฟังเลยแหละ หนุกมากๆ ยกนิ้วให้เลย ปัจจุบัน 12 เรายังอ่านอยู่เลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 2 ก.ย. 2549 (11:04) เคยได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ท่านหนึ่งครับ ว่าหากเราสนใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวบ้านแท้ๆ ดั้งเดิม ก็ลองมาอ่านนิยายชุดบ้านเล็กนี้ดู แม้จะไม่ใช่ของไทย แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีมากอันหนึ่ง
จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้ไปหาซื้อมาอ่านเลยครับ ได้แต่แอบอ่านเรื่องราวบางส่วนในเวปนี้ ซึ่งก็มีเรื่องที่น่าสนใจ และเป็นตัวอย่างที่ดีมากพอสมควร
ยิ่งเมื่อคืนดูรายการแฟนพันธุ์แท้ ตอนวรรณกรรมเยาวชน เห็นความสามารถในการตอบ หรือการจับจุดต่างๆ มาอธิบาย ยิ่งเกิดความอยากอ่านเรื่องนี้มากยิ่งขึ้นครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 2 ก.ย. 2549 (11:46) อ่านเรื่องการโยกย้ายบ้านในชีวิตของผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ ดูช่างน่าเวียนหัวเสียจริง
แต่พอมาลำดับเข้าเรื่องราวของตัวเอง ก็ดูเวียนหัวยิ่งกว่า แต่เพราะเป็นเรื่องของเราที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิต จึงดูไม่ซับซ้อนเท่า
ผู้เขียน โยกย้ายบ้านหลายครั้ง เพราะอาชีพ แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
ผมก็เหมือนกัน โยกย้ายหลายครั้ง เพราะอาชีพ หลักสำคัญไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจ แต่เพราะถูกอาชีพหรือหน้าที่การงานบังคับให้ต้องย้าย
ในรอบ ๒๐ ปีกว่านิดหน่อย ต้องย้ายที่นอนรวมแล้ว ๑๓ ครั้ง
หรือให้แคบมาหน่อย ในรอบ ๑๐ ปี ย้ายที่นอนมาแล้ว ๗ ครั้ง
หากแต่งเป็นนิยายเด็ก และวางพล็อตเรื่องให้ดี อาจเจอแจ๊กพ็อตโด่งดังอย่างกับผู้เขียนเรื่องนี้ด้วยก็เป็นได้
เปรียบเขามั่ง เปรียบเรามั่ง ให้เข้าคู่กับคนดัง
เพราะเป็นเรื่องราวที่น่านำมาเป็นตัวอย่างในการเขียนเป็นอย่างยิ่ง
เพ้อฝันให้ฟังแค่นั้นครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 13 ต.ค. 2549 (22:46) ขอบคุณมากค่ะ ที่กรุณารวบรวมและพิมพ์ให้อ่าน
สีฟ้าฯอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ประถม
มาได้ซื้อเป็นของตัวเองตอนทำงานแล้ว
เป็นชุดปกแข็งที่คุณสุคนธรสแปลค่ะ
ซื้อมาตอนลดราคา ดีใจ๊ดีใจค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 3 มิ.ย. 2550 (00:18) อยากทราบว่าจะซื้อหนังสือบ้านเล็กตอนใหม่สุดได้ที่ไหนค่ะทราบมาว่ามี2เล่มแล้ว เรื่อง ชีวิตต้องสู้ และ จดหมายจากลอล่า นอกนั้นมีตอนใหม่ๆนอกเหนือจากนี้อีกหรือเปล่าถ้ามีกรุณาบอกที่จะสามารถหาซื้อได้ให้ทีค่ะจะเป็นพระคุณอย่างสูง