 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/323" type="text/javascript"></script> |
|
|
ชีวิตจริง ลอรา อิงกัลส์ ไวลเดอร์ เจ้าของวรรณกรรมเยาวชนชุด บ้านเล็ก
คุณเทาชมพู เล่าเรื่องราวของ ลอรา อิงกัลส์ ไวลเดอร์ ที่โลกรู้จัก ในนามผู้เขียน Little House in the Big Woods(บ้านเล็กในป่าใหญ่) ที่เป็นวรรณกรรมเยาวชนยอดนิยมต่อเนื่องยาวนานที่สุด ของอเมริกาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๓๒ จนถึงปัจจุบัน
ผู้เขียน: เทาชมพู ชมแล้ว: 37,931 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 25 April 2006, 5:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 25 April 2006, 5:16 pm
|
หน้าที่ 4 - ตั้งแต่อายุ ๖๕ จนถึง ๙๐ ลอรา อิงกัลส์ ไวลเดอร์กลายเป็นนักเขียนขึ้นชื่อ
เทาชมพู
นักเขียนประจำ วิชาการ.คอม
เมื่อมาถึงปัจจุบัน
ตั้งแต่อายุ ๖๕ จนถึง ๙๐ ลอรา อิงกัลส์ ไวลเดอร์กลายเป็นนักเขียนขึ้นชื่อลือชาไปทั่วโลก โรสลูกสาวของเธอ ซึ่งเริ่มอาชีพนักเขียนมาก่อน กลับเป็นส่วนประกอบในชื่อเสียงของมารดา ชีวิตของโรสออกจะคล้ายน้าแครี่มากกว่าแม่ คือเป็นนักหนังสือพิมพ์ ชอบเดินทางไปทั่วโลกจนอายุ ๘๐ กว่า เธอหย่ากับสามีโดยไม่มีลูกด้วยกัน แต่มีบุตรบุญธรรมซึ่งนำเรื่องของลอรามาเขียนใหม่อีกครั้ง เป็นชีวิตช่วงเริ่มต้นถิ่นฐานในแมนสฟิลด์ มิสซูรี่
ในค.ศ. ๑๙๓๒ เมื่อ บ้านเล็กในป่าใหญ่ ตีพิมพ์ออกมาเป็นครั้งแรก สหรัฐอเมริกากำลังอยู่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนตกงาน ลำบากยากแค้นกันทั่ว หนังสือเด็กเล่มนี้เปรียบเหมือนน้ำสะอาดชะโลมใจให้คลายความท้อแท้ เมื่อหวนระลึกได้ว่าความลำบากยากแค้นยิ่งกว่านี้ บรรพบุรุษก็ได้เผชิญมาแล้ว สิ่งที่สร้างขวัญกำลังใจให้ดีที่สุดคือ ไม่ว่าจะลำบากยากแค้นทางกายเพียงใด กำลังใจที่ไม่ท้อถอยเสียอย่างก็ทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้อย่างเป็นสุขตามอัตภาพ อย่างที่พ่อแม่และลูกสาวทั้งสี่คนในเรื่อง ความรู้สึกนี้ช่วย ปลุกจิตสำนึกการฮึดสู้ของคนอเมริกันขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ตัวละครเอกในนิยายชุด บ้านเล็ก จึงกลายเป็นตัวละครมีเสน่ห์ประทับใจคนอ่านตลอดมาอีกหลายสิบปี ทำให้มีผู้เสาะหาชื่อเสียงเรียงนามและรายละเอียดในชีวิตจริงของตัวละครเหล่านั้นมาให้คนอ่านได้รู้กันด้วย
พ่อและแม่
พ่อ ในฉบับภาษาอังกฤษ เรียกง่ายๆว่า Pa มีชื่อจริงว่าชาลส์ ฟิลิป อิงกัลส์ เกิดที่รัฐนิวยอร์ก ในสายตาของลอรา พ่อเป็นคนที่อุทิศตัวเองเพื่อครอบครัวโดยแท้ แม้ว่าโชคไม่เข้าข้างเลยก็ตาม นอกจากนี้ยังมีวิญญาณของนักบุกเบิกเต็มตัว ไม่เคยพอใจกับการปักหลักอยู่นิ่งๆในที่ใดที่หนึ่ง แต่จะอพยพโยกย้ายไปหาที่ดีกว่าอยู่เสมอ นิสัยรักการเดินทางผจญภัยถ่ายทอดลงมาถึงแครี่ลูกสาวคนที่สาม และโรส หลานตาคนเดียวของพ่อ
พ่อแต่งงานเมื่ออายุ ๒๔ กับครูโรงเรียนสาวสวยวัย ๒๑ ชื่อแคโรไลน์ เลค ควิเนอร์ คุณสมบัติพิเศษของพ่อคือ เล่นซอไวโอลินได้เพราะมาก ลอราไม่ได้เล่าว่าพ่อเรียนดนตรีจากที่ไหน แต่เมื่อดูจากเพลงพื้นบ้านต่างๆที่เล่น ก็ชวนให้เข้าใจว่าพ่อคงหัดสีซอเองมากกว่าจะไปเรียนในสถาบัน ซึ่งมักสอนเพลงคลาสสิกเป็นหลัก อย่างไรก็ตามพ่อเป็นคนเก่งทั้งดนตรี เล่านิทาน การละเล่นบันเทิง ไม่กินเหล้าและไม่เล่นการพนัน บ้านของพ่ออบอุ่นด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะของพ่อ แม้ในเวลายากแค้นที่สุด พ่อจากไปเมื่ออายุ ๖๖ ไม่ทันได้เห็นชื่อเสียงของลูกสาว แต่ก็เห็นชื่อเสียงของหลานสาวในฐานะนักเขียนมีชื่อคนหนึ่ง
|
ซอของพ่อ จัดแสดงไว้ที่ร็อคกี้ริดจ์ |
แม่ หรือ Ma ในภาษาอังกฤษ ลอราบรรยายแม่ว่าเป็นสาวอเมริกันเชื้อสายสกอต สวย นิ่มนวลแต่ก็แข็งแกร่งในการเผชิญชีวิตลำเค็ญ เป็นสาวน้อยคนเก่งแบบเดียวกับลอรา เริ่มสอนหนังสือตั้งแต่อายุ ๑๖ และที่สำคัญคือเป็นคนเห็นคุณค่าของการศึกษาสำหรับลูกผู้หญิง เธอยอมที่จะอพยพโยกย้ายตามสามีไปตามแดนเถื่อนหลายแห่งโดยไม่ปริปากบ่น แต่ก็ยื่นคำขาดให้เขาปักหลักตั้งถิ่นฐานเพื่อให้ลูกๆได้มีโอกาสเล่าเรียนเมื่อถึงวัย
แม่เป็นหลักของบ้านเมื่อพ่อออกไปทำงานในนาหรือล่าสัตว์มาให้ลูกๆ คุณสมบัติของแม่คือมีฝีมือเลิศในการทำอาหารจากผักและเนื้อเท่าที่หาได้ และรู้จักสอนลูกๆให้เย็บผ้าถักไหมพรมจากเศษเล็กน้อยไม่เคยทิ้งอะไรให้เสียเปล่า นับเป็นสีสันที่ทำให้ชีวิตในเพิงกลางนาและกระท่อมไม้ซุงเป็นเรื่องรื่นรมย์สำหรับลูกๆทุกคน
เมื่อพ่อถึงแก่กรรมไปแล้ว แม่อยู่ในบ้านที่เดอสะเม็ตกับแมรี่ลูกสาวคนโต มีอายุยืนยาวจน ๘๕ ถึงได้จากไป ๘ ปีก่อนหน้าทันเห็นหนังสือเล่มแรกของลูกสาวคนรอง
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
จำนวน 31 ความเห็น, หน้า่ |
1| -
2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 21 ก.พ. 2549 (15:53) เคยอ่านตอนเป็นเด็ก ๆ จนจบชุด...แล้วหนังสือชุดนี้ก็หายไปจากห้องสมุดต้องการอ่านอีกทราบไหมค่ะว่ามีขายที่ไหนบ้างต่างจังหวัดมีไหมค่ะ
rungsri_tuk@yahoo.com (IP:203.172.181.124,192.168.100.229,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 21 ก.พ. 2549 (19:56) แม่บอกว่าเรื่องนี้ดีมากๆ
เลยซื้อมาให้อ่าน
และก็ดีจริงๆ
สนุกมากมายเลยค่ะ
Pagbung (IP:161.200.255.162,161.200.129.105,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 21 ก.พ. 2549 (23:25) ได้มีโอกาสไปเปน นร แลกเปลี่ยนที่อเมริกา ครอบครัวที่ไปอยู่ด้วย คือญาติห่างๆ ของ ลอร่า อิงกอล ทีแรกก็ไม่รู้ จนกระทั่งกลับมา ถึงรู้ว่าคือคนแต่งเรื่องบ้านเลกในป่าใหญ่ ครอบครัวของเค้า น่ารักไม่แพ้ในเรื่องเลยค่ะ...
Aorta (IP:61.90.123.68,,)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 24 ก.พ. 2549 (20:46) ได้อ่านและชื่นชอบในความสบายใจที่ได้รับจากเรื่องค่ะ
เป็นเรื่องที่อ่านแล้วไม่เครียด...ได้ความรู้บางตัวเพิ่มด้วย
((ต้องขอบคุณคุณป้านีที่กรุณาให้หนังสือแก่หลานคนนี้อ่านค่ะ))
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 26 ก.พ. 2549 (14:16) ได้อ่านเรื่องนี้ตอนเรียนมหาวิทยาลัย กว่าจะหาอ่านครบทุกเล่มได้ ก้อเกือบไม่จบ อ่านแล้วนึกว่าตัวเองเป็นลอร่าเองนะคะเนี่ย( อิ อิ ) เรื่องสนุกมากมากค่ะ พอเรียนจบมีงานทำเลยหาซื้อไว้ครบชุดกะว่าจะเก็บเอาให้ลูกๆ อ่านในอนาคตค่ะ...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 1 มี.ค. 2549 (09:03) รออ่านต่ออย่างใจจดจ่อ...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 2 มี.ค. 2549 (23:37) อ่านมาหลายรอบแล้วครับ ชอบใจที่เอาภาพ"บ้าน"หลังต่างๆของลอร่ามาให้ดู
น่าแปลกที่ว่าผมอ่านเรื่องนี้รู้สึกเหมือนเหตุการณ์ร่วมสมัยนะ เหมือนกับว่าเรื่องนี้เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้เอง ในดินแดนที่ไม่ไกลจากตัวเรานัก ทีตอนอ่าน"ลูกอีสาน"กลับรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไกลตัวเหลือเกิน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 21 มี.ค. 2549 (14:47) คงเหมือนกับผู้ที่เข้ามาอ่านกระทู้หลายๆ ท่าน ดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นแฟนของ ลอรา อิงกัลส์ ไวลเดอร์ ตั้งแต่ยังเด็ก พอเริ่มหัดทำงานพิเศษในต่างจังหวัด (ปวช. เทียบได้สัก ม.4-5) ก็ค่อยๆ ไปหาซื้อหนังสือเล่มนี้ (แบบมือสองนะคะ เพราะราคาของจริงต้องสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ ซึ่งแพงมากตอนนั้น) มาเก็บไว้ทีละเล่มๆ แล้วก็อ่านด้วยความสุขอย่างล้นเหลือตามนิสัยของเด็ก กว่าจะครบชุดจำได้ว่าหลายปีมาก... แล้วเป็นชุดที่หวงที่สุดในบรรดาหนังสือที่อ่านทั้งหมด (รวมๆ แล้วหลายพันเล่ม)
แต่ตอนไปเรียนต่อที่เชียงใหม่ คุณแม่ขนหนังสือไปขายเกือบทั้งหมด ด้วยเหตุผลเดียวคือ - มันรกบ้าน! เดินไปทางไหนก็มีแต่หนังสือเต็มไปหมด กลับมาบ้านตอนปิดเทอมจึงทราบ ร้องไห้อยู่หลายวันค่ะ เพราะหาซื้อกันไม่ได้ง่ายๆ ตอนนี้ทำงานและมีครอบครัวแล้ว คิดว่าพอจะหาซื้อหนังสือชุดนี้เก็บไว้ให้ลูกๆ อ่าน โดยเฉพาะเวอร์ชั่นที่แปลโดยคุณสุคนธรสค่ะ
ขอบคุณเว็บไซต์วิชาการที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง โดยเฉพาะคุณ "เทาชมพู" เหมือนอยู่ๆ ก็มีเพื่อนๆ ที่ชอบเหมือนกันอีกกลุ่มหนึ่ง
........ดีใจมาก ไม่รู้จะอธิบายว่ายังไงดี.............
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 11 เม.ย. 2549 (23:16) ดิฉันเป็นแฟน Laura ตั้งแต่สมัยเรียน ชั้นประถม จำได้ว่าเล่มแรกที่อ่าน คือเมืองเล็กในทุ่งกว้าง ตอนเรียนชั้น ป6 และพยายามติดตามเรื่องอื่นๆ ต่อๆมา กับเพื่อนสนิทอีกคน เราพยายามเสาะหาตามห้องสมุดต่างๆ จน มาครบทุกเล่มตอนเราเรียน ม.ต้น ดิฉันคิดว่าเล่มที่ดิฉันได้อ่านน่าจะเป็น เล่มที่พิมพ์ ครั้งแรก ดิฉัน ยอมรับว่าหนังสือชุดนี้ได้ทำให้ดิฉันมีนิสัยรักการอ่านมาตั้งแต่นั้น และหนังสือเล่มนี้เอง ที่ช่วยดิฉันได้มากในการเรียนภูมิศาสตร์เกี่ยวกับอเมริกาในชั้น มปลาย และในปีที่ดิฉันเรียนจบปริญญาตรี ดิฉันเห็นมีวางที่เชียงใหม่ ครบชุด ดิฉันดีใจมาก เลยซื้อเก็บไว้ด้วยเงินเดือนเดือนแรก ของการทำงาน .และน้องๆของดิฉันเวลามาเยี่ยมที่บ้านก็จะหยิบมาอ่าน และยืมไปอ่าน บ้าง .......เมื่อประมาณเกือบๆ สิบปี่ที่แล้ว ดิฉันเคยเห็นหนังสือชุดนี้วางที่ร้านหนังสือ แต่เป็นผู้แต่งคนอื่นและสำนวนที่แตกต่างออกไป แต่ความที่ไม่มีเวลามากเลยเปิดผ่านๆ และไม่ได้จำชื่อผู้แปล และสำนักพิมพ์....แต่ดิฉันประทับใจในสำนวนของคุณ สุคนธรส เลยไม่ได้สนใจมาก.... และถ้ามีโอกาสอยากจะเยี่ยมชมบ้านของ Laura จังเลย อยากเห็นซอไวโอลิน ของพ่อ..และอื่นๆ เมื่อก่อนดิฉันไม่ทราบว่านามสกุล Laura สะกดอย่างไรในภาษาอังกฤษ ชื่อพอเดาได้ เมื่อประมาณปีกว่ามานี้ ดิฉันลองค้นหาข้อมูลเธอ ใน web ลองเดาๆ สะกดนามสกุลดู โอ..ได้มาเพียบ ขอบคุณ Internet มากๆเลย เขาลงภาพที่เธอถ่ายกับ แอลแมนโซ ด้วย...ทุกวันนี้เวลาว่างๆดิฉันก็จะหยิบขึ้นมาอ่านเล่นและยังสนุกทุกครั้ง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 10 พ.ค. 2549 (17:11) ไม่เคยอ่านเลยอ่ะ ไม่เคยได้ยินด้วย
เห็นแบบนี้ชักอยากอ่านแล้วล่ะซิคะ
c_cin
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 488 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 159 ดวง - โหวตเพิ่มดาว
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 15 พ.ค. 2549 (16:51) อยากอ่านเพราะเคยได้ยินหลายคนบอกว่าอ่านแล้วมีความสุขงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งล่าสุดใหม่ทั้งชุดราคา1550บาทต้องเก็บเงินซื้อให้ได้
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 3 ส.ค. 2549 (13:25) เรื่องนี้ได้อ่านตั้งแต่เมื่อประมาณสัก 10 กว่าปีมาแล้ว เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่า ประทับใจสุด ๆ เหมือนจะอยู่ในใจเพียงเรื่องเดียวเลย นับตั้งแต่อ่านหนังสือมา จนถึงปัจจุบัน พอมีการจัดพิมพ์ขึ้นมาใหม่ รูปแบบและสีสรรสวยงามขึ้น เห็นปุ๊บรีบหาซื้อมาเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวทันที จะเก็บไว้ให้ลูกอ่านตอนโต เค้าจะได้รับสิ่งดีดีเหมือนที่แม่ได้รับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 10 ส.ค. 2549 (13:58) ขอบพระคุณอาจารย์ เทาชมพู มากค่ะ /// ดิฉันอ่านหนังสือชุดนี้ ตั้งแต่ ชั้น ม.1 เป็นเด็กต่างจังหวัด ที่บ้านฐานะ ไม่ค่อยดีนัก ก็พยายามหารายได้พิเศษ คือขายดอกไม้ริบบิ้นสีแดง วันวาเลนไทน์// ได้เงินมา 400 กว่าบาท รู้สึกว่ามันเยอะมาก แต่หนังสือชุดบ้านเล็กที่อยากได้ ชุดนึงก็เกือบๆ 500 //นับเป็นของขวัญสำหรับตัวเองที่มีคุณค่ามากมายเหลือเกิน //ถึงวันนี้ดิฉันยังเก็บรักษาหนังสือชุดนี้ไว้อย่างดี //อายุของหนังสือที่จัดพิมพ์ ครั้งที่ 7 พ.ศ 2524 //ถ้าเป็นคนก็เข้าวัยเบญจเพศแล้วค่ะ// // ได้อ่านเรื่องราวของท่านอื่นที่ผูกพันกับหนังสือชุดนี้ แต่ไม่สามารถ เก็บรักษาไว้ได้ ดิฉันรู้สึกใจหายแทนค่ะ// // จำได้ว่าเมื่อวันที่เริ่มต้นครอบครัวใหม่
คือ วันแต่งงาน ดิฉันกลับไปเก็บ ข้าวของที่บ้านคุณแม่ // หนังสือชุดนี้ เป็นชุดแรกที่ดิฉัน ขอเก็บไว้ ด้วย ความรักและหวงแหนค่ะ /// อยากบอกเพื่อนๆ สมาชิกที่ยังไม่มีโอกาส ได้อ่านหนังสือชุดนี้ /// เริ่มต้นได้เลยค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่า ชีวิตที่พอเพียงของ ลอรา มีความสุขมากมายเพียงใด // ทุกวันนี้ ดิฉันเริ่มอ่าน รอบที่ 6 แล้วค่ะ แต่อ่านพร้อมลูกสาวตัวน้อย อายุ 7 ขวบ และคืนไหนที่ไม่ได้อ่านหนังสือชุด บ้านเล็ก ให้เธอฟังก่อนนอน เธอจะไม่ยอมนอนเด็ดขาด//
ขอบพระคุณอาจารย์ เทาชมพูอีกครั้งนะคะ มันติดค้างในใจดิฉันมานานมากว่า ลอร่าจะเป็นอย่างไร // แอลแมนโซ หล่อเหลา ขนาดไหน //และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้ดิฉันกระจ่าง ตั้งแต่อ่านบทความนี้ // ขอบคุณ//ขอบคุณ//ขอบคุณ//จริงจริง ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 31 ส.ค. 2549 (21:07) เราอ่าน บ้านเล็กในทุ่งกว้าง บ้านเล็กริมห้วย ริมทะเลสาปสีเงิน นั่งฟั่งแม่เล่าตอนอายุ 8 ขวบ มาอ่านเองเองอีก 2 เล่ม ประทับใจมากมันสนุกดีเหมือนนิทาน แต่มันไม่ใช่มันยาวกว่านิทานซะอีก เป็นวรรณกรรมเรื่องแรกที่เราเคยอ่านและฟังเลยแหละ หนุกมากๆ ยกนิ้วให้เลย ปัจจุบัน 12 เรายังอ่านอยู่เลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 2 ก.ย. 2549 (11:04) เคยได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ท่านหนึ่งครับ ว่าหากเราสนใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวบ้านแท้ๆ ดั้งเดิม ก็ลองมาอ่านนิยายชุดบ้านเล็กนี้ดู แม้จะไม่ใช่ของไทย แต่ก็เป็นตัวอย่างที่ดีมากอันหนึ่ง
จนถึงบัดนี้ยังไม่ได้ไปหาซื้อมาอ่านเลยครับ ได้แต่แอบอ่านเรื่องราวบางส่วนในเวปนี้ ซึ่งก็มีเรื่องที่น่าสนใจ และเป็นตัวอย่างที่ดีมากพอสมควร
ยิ่งเมื่อคืนดูรายการแฟนพันธุ์แท้ ตอนวรรณกรรมเยาวชน เห็นความสามารถในการตอบ หรือการจับจุดต่างๆ มาอธิบาย ยิ่งเกิดความอยากอ่านเรื่องนี้มากยิ่งขึ้นครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 2 ก.ย. 2549 (11:46) อ่านเรื่องการโยกย้ายบ้านในชีวิตของผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ ดูช่างน่าเวียนหัวเสียจริง
แต่พอมาลำดับเข้าเรื่องราวของตัวเอง ก็ดูเวียนหัวยิ่งกว่า แต่เพราะเป็นเรื่องของเราที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิต จึงดูไม่ซับซ้อนเท่า
ผู้เขียน โยกย้ายบ้านหลายครั้ง เพราะอาชีพ แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจเป็นสำคัญ
ผมก็เหมือนกัน โยกย้ายหลายครั้ง เพราะอาชีพ หลักสำคัญไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจ แต่เพราะถูกอาชีพหรือหน้าที่การงานบังคับให้ต้องย้าย
ในรอบ ๒๐ ปีกว่านิดหน่อย ต้องย้ายที่นอนรวมแล้ว ๑๓ ครั้ง
หรือให้แคบมาหน่อย ในรอบ ๑๐ ปี ย้ายที่นอนมาแล้ว ๗ ครั้ง
หากแต่งเป็นนิยายเด็ก และวางพล็อตเรื่องให้ดี อาจเจอแจ๊กพ็อตโด่งดังอย่างกับผู้เขียนเรื่องนี้ด้วยก็เป็นได้
เปรียบเขามั่ง เปรียบเรามั่ง ให้เข้าคู่กับคนดัง
เพราะเป็นเรื่องราวที่น่านำมาเป็นตัวอย่างในการเขียนเป็นอย่างยิ่ง
เพ้อฝันให้ฟังแค่นั้นครับ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 13 ต.ค. 2549 (22:46) ขอบคุณมากค่ะ ที่กรุณารวบรวมและพิมพ์ให้อ่าน
สีฟ้าฯอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่ประถม
มาได้ซื้อเป็นของตัวเองตอนทำงานแล้ว
เป็นชุดปกแข็งที่คุณสุคนธรสแปลค่ะ
ซื้อมาตอนลดราคา ดีใจ๊ดีใจค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 3 มิ.ย. 2550 (00:18) อยากทราบว่าจะซื้อหนังสือบ้านเล็กตอนใหม่สุดได้ที่ไหนค่ะทราบมาว่ามี2เล่มแล้ว เรื่อง ชีวิตต้องสู้ และ จดหมายจากลอล่า นอกนั้นมีตอนใหม่ๆนอกเหนือจากนี้อีกหรือเปล่าถ้ามีกรุณาบอกที่จะสามารถหาซื้อได้ให้ทีค่ะจะเป็นพระคุณอย่างสูง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 4 ต.ค. 2551 (17:08) อ่านหนังสือชุดนี้ มาตั้งแต่ยังเด็กๆ จน..... ป่านนี้แล้วก็ยังหยิบมาอ่านอยู่ พออ่านทีไร ก็ยังมีความรู้สึก รัก ประทับใจ และซาบซึ้งอยู่ทุกครั้ง จำได้แม้กระทั่งวันแรกที่รู้จักและได้อ่านเรื่องราวของคุณ luala ที่ถ่ายทอดผ่านงานเขียนชิ้นนี้ของเธอ ได้สัมผัสชีวิตบองชาวอเมริกัน ในยุคบุกเบิก ได้สัมผัสความอบอุ่นในครอบครัวของเธอ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ในสมัยปัจจุบันอาจจะหาได้ยากเต็มที ในสังคมของหลายๆประเทศ รวมทั้งในประเทศไทยของเรา .....ภายหลังจากที่อ่านมาแล้วหลาๆรอบ มีความไฝ่ฝันอยากจะมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนถิ่นกำเนิดของเธอ และความไฝ่ฝันนั้นก็ยังคงอยู่.......... ทุกครั้งที่หบิบหนังสือชุดนี้ขึ้นมาอ่าน จินตนาการที่เกิดขึ้นกับเรา ตั้งแต่ครั้งแรก มาจนถึงขณะนี้ก็ยังแจ่มชัดเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ....เหมาะสมแล้วที่หนังสือชุดนี้จะเป็น วรรณกรรมในดวงใจของคนหลายๆคน .....รวมทั้งเราเองด้วย ....ขอบคุณ คุณ เทาชมพู ที่จุดประกายสิ่งที่ดีๆ เหล่านี้ขึ้นมาอีกครั้ง.............