คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32324" type="text/javascript"></script>
บุตรที่ประเสริฐที่สุด
ท่านนักเรียนทั้งหลายบัดนี้เป็นการพูดกับนักเรียนโดยหัวข้อว่า บุตรที่ประเสริฐที่สุดไม่ทราบว่าบุตรที่ประเสริฐที่สุดเข้าใจว่าคงเป็นที่เข้าใจกันแล้วว่าหมายความว่าอะไรแล้วยังเชื่อว่าจะเป็นที่ปรารถนาของทุกฝ่ายคือฝ่ายบิดามารดาก็ปรารถนาให้บุตรเป็นบุตรที่ดีที่สุดก็
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 9,599 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 21 August 2007, 1:04 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 13 November 2007, 9:15 am

หน้าที่ 2 - อันตรายทั้งหลายของเด็กๆหรือนักเรียน
อันตรายทั้งหลายของเด็กๆหรือนักเรียนเหล่านี้มาจากการไม่เชื่อฟังถ้าเชื่อฟังก็จะเรียนดีหลีกเลี่ยงความชั่วความผิดลาบอยากได้ไม่ต้องมาผิดหวังจนกลายเป็นโรคประสาทมากเข้าก็ต้องกินยาตายแต่ความโง่ของมันคิดว่าแสดงบทบาทดีที่สุดแล้วเมื่อไม่ได้ตามที่ต้องการแล้วอยากตายก็เสียชาติเกิดเปล่าๆไม่ได้รับประโยชน์อะไรนี้เพราะเหตุอย่างเดียวไม่เชื่อฟังถ้าเป็นบุตรที่เชื่อฟังก็จะไม่เป็นไปอย่างนั้นทุกอย่างจะประสบความสำเร็จตามที่ต้องการที่ว่าเชื่อฟังเชื่อฟังใคร

49330


เด็กก็จะเข้าใจเองว่าอย่างน้อยที่สุดเบื้องตันที่สุดเชื่อฟังบิดามารดาครูบาอาจารย์ที่รู้ว่าอยู่ทั่วไปว่าต้องเชื่อฟังบิดามารดาครูบาอาจารย์คนเฒ่าคนแก่จะได้ดีเด็กต้องเชื่อฟังพระเจ้าพระสงฆ์ก็ดีไปกว่านั้นอีกได้เชื่อฟังพระพุทธเจ้าหรือให้ตรงก็เชื่อฟังสัจธรรมหรือเชื่อฟังความรู้สึกฝ่ายดีฝ่ายถูกฝ่ายสูงที่มันมากระจิบอยู่บ่อยๆไอ้คนที่มันจะทำชั่วอะไรต่างๆสิ่งที่ชั่วนั้นก็ตามมันย่อมรู้สึกเพราะชั่วอยู่แล้วทั้งนั้นแหละมันจึงไปทำชั่วจะไปทำอบายมุขข้อไหนมันก็รู้อยู่ว่าเป็นอบายมุขคนที่ชั่วนั่นยังมีความรู้สึกที่ชั่วทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วก็อยากจะลองหรือว่าโง่ไปตามไอ้คนชักชวนทั้งที่เขาชวนไปทางที่โง่เราก็รู้ว่าโง่แล้วเราก็ยังอยากลองถึงแม้จะถูกเขาหลอกให้ทำเราก็ยังรู้ว่ามันยังชั่วที่นี้คิดดูให้ดีว่ามันมีความรู้สึกอยู่ได้อะไรดีอะไรชั่ว


แต่แล้วเราไม่เชื่อฟังความรู้สึกฝ่ายดีเราไปเชื่อฟังความรู้สึกฝ่ายชั่วเขาเรียกว่าธรรทชาติฝ่ายต่ำไม่รักดีไม่อยากดีไม่กลัวบาปนั้นมันเป็นธรรมชาติฝ่ายต่ำมันมาชักชวนให้ทำชั่วนี่ความรู้สึกฝ่ายดีมันก็ทักท้วงว่านี่มันชั่ว นี่มันบาปบิดามารดา ครูบาอาจารย์ เขาห้ามไว้ไม่ให้ทำแต่ไม่สำเร็จที่จิตมันไม่เชื่อมันไม่เชื่อฟังความรู้สึกฝ่ายสูงมันไปเชื่อฟังความรู้สึกฝ่ายต่ำ นี่คือ ความรู้สึกที่เรียกว่าความไม่เชื่อฟัง ไม่เชื่อฟังธรรมมะ


ธรรมมะนี้มันมาได้หลายทิศทางรู้สึกได้เองก็ได้ ได้ยินคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ได้ได้รับคำสั่งสอนจากบิดามารดา ครูบาอาจารย์จดไว้ จำไว้เป็นธรรมมะสำหรับตักเตือน ตัวเองก็ได้ได้ยินนักเรียนสวดมนต์ได้ได้พูดธรรมมะได้นั้นก็เข้าใจว่านักเรียนล้วนแต่ได้ศึกษาธรรมมะมาพอสมควรนั่นแหละจะเป็นสิ่งที่จะคอยตักเตือนให้ทำกันไม่ให้ตกไปอยู่ในความชั่วปัญหามันก็เหลืออยู่แต่ว่าเราจะเชื่อฟังหรือไม่เชื่อฟังเมื่อมีอะไรมายั่งให้ทำผิดเราก็จะไม่เชื่อฟังพระพุทธเจ้าจึงห้ามไม่ให้ทำอย่างนั้นไม่ใช่ไม่เชื่อฟังบิดามารดาครูบาอาจารย์ที่เคยห้ามไว้ว่าอย่าทำอย่างนั้นเราก็ไม่เชื่อฟังหรือความรู้สึกที่เรามีอยู่เองกลัวบาปกลัวกรรมมันมากระซิบที่หูว่า


วันนี้ บาป บาป บาป เราก็ไม่เชื่อฟังความรู้สึกไม่เชื่อฟังมันอยู่ที่ที่น่าเชื่อฟังมันก็ตรงกันข้ามความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันเกิดขึ้นมาเตือนเราก็เชื่อฟังก็หยุดไม่ทำความชั่วก็เป็นอันว่าตรงหมด คำที่พระพุทธเจ้าสอนกับบิดามารดาครูบาอาจารย์ สอนพระเจ้า พระสงฆ์ สอนขนบธรรมเนียมประเพณี มีวินัยไว้นั้น คนไม่เชื่อฟังไม่เชื่อฟังไปทั้งหมดมันไม่เชื่อฟังขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีและแถมยังเล่นแลบลิ้นหลอกขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีของปู่ ย่า ตา ยาย เขาว่ากิเลสมันมากเสียแล้วหรือผีสิงมันมากเสียแล้วมันก็ไม่ยอมเชื่อฟังอะไรได้ ไม่เชื่อฟังบิดามารดาครูบาอาจารย์ พระเจ้า พระสงฆ์ คนเฒ่า คนแก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มันไม่เชื่อทั้งนั้น และที่มันร้ายกาจว่านั้นมันเลวทรามว่านั้นมันก็คือว่าไม่รู้จักเค็ดหลาบควาทมชั่วที่เคยทำไม่แล้ว


ครั้งแรกมันก็ให้โทษเป็นความทุกข์เจือนตายเสียใจนั่งร้องไห้อยู่มันก็ไม่เค็ดหลาบไอ้ที่ว่าพอความชั่วรวมกันยิ่งให้ทำอีกมันไม่เชื่อฟังในความผิดพลาดวิกฤตที่เคยผิดพลาดมาแล้วไม่รู้จักเค็ดหลาบในความไม่รู้จักเค็ดหลาบคือความไม่เชื่อฟังนั่นจึงถูกลงโทษ ถูกเคี้ยนตีทั้งเนื้อทั้งหนังถูกลงโทษทางจิต ทางใจให้เป็นทุกข์เป็นร้อนนอนไม่หลับและถูกลงโทษอย่างร้ายแรงที่สุดก็คือทำให้สูญเสียระบบความนึกคิดความรู้สึกอย่างน้อยก็เป็นโรคประสาทเราคิดดูสิว่าเป็นโรคประสาทก็จะทำอะไรได้เป็นเด็กนักเรียนเป็นนักศึกษาที่เป็นโรคประสาทแล้วจะทำอะไรได้เลยมาหาที่นี่โรคประสาทงอนแงนจะให้ช่วยที่จะทำด้วยธรรมมะข้อใหนช่วยที่บอกกับเขาว่าธรรมมะไม่มีสำหรับคนเป็นโรคประสาทเมื่อเป็นโรคประสาทแล้วมันศึกษาธรรมมะไม่ได้ธรรมะที่คนเป็นโรคประสาทศึกษาได้นั้นมันไม่มีได้รักษาให้โรคประสาทหายเป็นไปตามปกติอย่างก่อนเราจึงมาศึกษาธรรมมะกันขอให้เข้าใจคำที่ว่าเชื่อฟังกับไม่เชื่อฟังนี่


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 1) หน้าถัดไป (หน้า 3) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 13 พ.ย. 2550 (11:38)
แล้วคุรบาอาจารย์ที่ไม่ดีละ ทำอย่างไร พ่อแม่ที่ไม่ดีก็มี นะครับ แล้วจะทำอย่างไร มีข่าวลงหน้าหนึ่งเป็นตัวอย่างให้เห้นๆๆ
tkone เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,255 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

บุตรที่ประเสริฐที่สุด [9,600]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,384]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,652]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,861]
Global Warming { English } [117,021]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.