คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32324" type="text/javascript"></script>
บุตรที่ประเสริฐที่สุด
ท่านนักเรียนทั้งหลายบัดนี้เป็นการพูดกับนักเรียนโดยหัวข้อว่า บุตรที่ประเสริฐที่สุดไม่ทราบว่าบุตรที่ประเสริฐที่สุดเข้าใจว่าคงเป็นที่เข้าใจกันแล้วว่าหมายความว่าอะไรแล้วยังเชื่อว่าจะเป็นที่ปรารถนาของทุกฝ่ายคือฝ่ายบิดามารดาก็ปรารถนาให้บุตรเป็นบุตรที่ดีที่สุดก็
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 9,593 ครั้ง
post ครั้งแรก: Tue 21 August 2007, 1:04 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 13 November 2007, 9:15 am

หน้าที่ 6 - สัจจะคือความจริงที่ต้องเป็นคนซื่อสัตย์พื้นฐานต้องเป็นคนจริงจริงต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
อยู่ที่เนื้อที่ตัวปฎิบัติ กาย วาจา ใจ ที่ดีกว่าดีกว่าอยู่อยู่ในหนังสือเรียกว่า สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะให้เป็นของขึ้นปากคล่องปากมันก็คล่องใจ
จำได้คล่องเนื้อคล่องตัวคือปฎิบัติอยู่อย่างคล่องแคล่วสม่ำเสมอ

ข้อที่ 1 สัจจะก็มีความจริงใจ
ข้อที่ 2 ทมะการบังคับตัวเอง
ข้อที่ 3 ขันติอดกั้นอดทน
ข้อที่ 4 จาคะบริการสั่งที่ไม่ควรจะมีอยู่ในตน




49334




ข้อที่ 1
สัจจะคือความจริงที่ต้องเป็นคนซื่อสัตย์พื้นฐานต้องเป็นคนจริงจริงต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันจริงต่อการงานจริงต่อเวลาและดีที่สุดนั้นก็คือจริงต่อความเป็นมนุษย์คนโดนมากไม่จริงต่อความเป็นมนุษย์ของตนไม่ยอมรับรู้ว่าเป็นมนุษย์จะต้องเป็นกันอย่างไรถึงไหนมันก็ไม่รู้จะจริงต่อความเป็นมนุษย์ของตน

ถ้าจริงต่อความเป็นมนุษย์ของตนได้มันก็ต้องจริงต่อสิ่งทุกสิ่งได้นั้นขอให้จริงต่อความเป็นมนุษย์คือให้เป็นมนุษย์ที่จริงๆถ้าใครมาด่าเราว่าไอ้สัตว์เราก็โกรธสุดขีดแต่ทำไมเรายังไม่เป็นมนุษย์ยังเป็นสัตว์อยู่เมื่อเรามีความจริงจะเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์กันเสียก่อนตั้งใจจะเป็นมนุษย์ที่แท้จริงให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดของมนุษย์กันเสียก่อนข้อนี้เรียกว่าสัจจะคือความจริงฝังแน่นอยู่ในจิตใจ

ข้อถัดไปเรียกว่าทมะ ทมะคือการบังคับตัวเอง บังคับตัวเองคือบังคับจิตบังคับจิตคือบังคับกิเลสที่จะเกิดขึ้นนี่เรียกว่าบังคับตัวเองมีสัจจะตั้งใจไว้อย่างไรก็บังคับตัวเองให้เป็นไปอย่างนั้นถ้าไม่บังคับมันมันก็จะรักษาสัจจะไว้ไม่ได้มันก็เป็นไปซะทางอื่นนี่เราจะต้องมีการบังคับตัวเองจึงจะรักษาสัจจะไว้ได้ทีนี้ให้การบังคับตัวเองต่อสู้กับกิเลสนั้นก็เจ็บป่วยบ้างก็กิเลสอยากจะไปทำตามอำนาจของกิเลสเช่นอยากไปดูหนังดูละครอยากจะไปดื่มเหล้าเล่นการพนันเที่ยวกลางคืนอะไรอย่างเนี้ยมันเป็นเรื่องของกิเลสพอบังคับมันก็เจ็บปวดไม่ได้ไปดูหนังไม่ไดไปเที่ยวกลางคืนไม่ได้ไปทำอบายมุขเจ็บปวดก็ต้องทน

ขันติแปลว่าความอดทนทนทุกอย่างแต่ว่าทนที่ดีที่สุดไดนั้นคือทนต่อการบีบคลั้นของกิเลสทนหนาว ทนร้อน ทนเจ็บ ทนไข้ ทนเขาด่าอย่างนี้ก็ยังไม่ดีเท่าว่าทนต่อการบีบบังคับของกิเลสกิเลสจะไปใส่หัวให้ทำชั่วเราก็ไม่ทนต่อการบีบบังคับของกิเลสคนที่บังคับตัวไม่ได้นั่นนั่งขีดเขี่ยนั่งฟังมีขันติความอดทนที่บังคับทนให้อยู่ในระเบียบนั่งตรงนี้ก็นั่งขีดทรายเสียก็ไม่ได้ฟังเพราะว่ามันไม่มีขันติคือความอดทนต่อการบีบคลั้นของจิตกิเลสนิดเดียวก็เล่นสนุกอยู่ตรงนี้ไม่รู้ว่าความอดทนมันเป็นอย่างไรที่นี่มีแต่ไม่ทนทนหน่อยก็ไม่ทน หนาวหน่อยก็ไม่ทน ร้อนหน่อยก็ไม่ทนเหลวไหลในการเรียนการงานเขาว่าหน่อยนินทาหน่อยก็ไม่ทนไม่ก็ทะเลาะวิวาทกันจนเกิดเรื่องเสียหายเนี่ยคือทนมากคือการบีบการบีบคั้นของกิเลสว่าอย่าไปทำอบายมุขเลยก็ทนได้ก็ไม่ต้องทำมีความอดทนก็ต้องรักษาให้ช่วยบังคับทนได้รัษาสัจจะไว้ได้


ข้อสุดท้ายเรียกว่าจาคะแปลว่าบริจาคสิ่งที่ไม่ควาจะมีอยู่ในตนอะไรเป็นของไม่ดีไม่ควรจะมีอยู่ในตนในเนื้อในตัวก็ขัดถูออกไปนับตั้งแต่ว่าที่กิเลสจะมีเนื้อหนังร่างกายมันไม่ควรจะมีในตนควรอาบน้ำชำระล้างขัดถูออกไปขี้ใครที่มันมีอยู่ที่เนื้อหนังร่างกายนะถูขี้ใครออกไปก็เรียกว่าบริจาคสิ่งที่ไม่ควรบริการออกไปสิ่งที่อยู่ในตนถึงการประพฤติทางกาย ทางวาจาทางอะไรที่ต่อสังคมที่ไม่ถูกไม่ต้องก็ขจัดออกไปความรู้สึกคิดนึกนิสัยที่ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความดีความงามก็ต้องรักไปเสียละนิสัยเลวๆไปเสียประกอบกิจกรรมทางศาสนาสวดมนต์ภาวนาอะไรอยู่เป็นประจำเขาเรียกว่าบริจาคสิ่งที่ไม่ควรจะมีอยู่ในตนให้ออกไปเสียจากตนอยู่เรื่อยๆไปนี้ก็เรียกว่าจาคะ

มันก็ไม่มีอะไรที่จะบีบคั้นมากเพราะว่าเราบริจาคเรื่องของกิเลสเหตุของกิเลสอะไรอยู่เรื่อยๆกิเลสมันก็ไม่แตกกล้ามันไม่บีบบังคับมากเราก็ทนได้เราก็บังคับตัวได้เราก็รักษาสัจจะไว้ได้ในธรรมมะ 4ประการนั้นมันก็มีจะมีสัจจะความจริงใจทมะการบังคับตนเอง ขันติความอดกั้นอดทน จาคะบริการสิ่งที่ไม่ควรจะมีอยู่ในตนแล้วก็มีฆราวาสสัจจะธรรมที่สมบูรณ์จะเป็น49335


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 5) หน้าถัดไป (หน้า 7) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



จำนวน 1 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 13 พ.ย. 2550 (11:38)
แล้วคุรบาอาจารย์ที่ไม่ดีละ ทำอย่างไร พ่อแม่ที่ไม่ดีก็มี นะครับ แล้วจะทำอย่างไร มีข่าวลงหน้าหนึ่งเป็นตัวอย่างให้เห้นๆๆ
tkone เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 150 ดวง - โหวตเพิ่มดาว


กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,247 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

บุตรที่ประเสริฐที่สุด [9,594]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,320]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,590]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,300]
Global Warming { English } [116,657]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.