คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32349" type="text/javascript"></script>
สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาในฐานะเป็นหัวใจของพุทธศาสนา
นิสิตนักศึกษาครูบาอาจารย์ทั้งหลายการบรรยายในครั้งนี้จะได้บรรยายโดยหัวข้อว่าสิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาบาลีว่าธรรมทั้งปวงธรรมแปลว่าสิ่งนี้สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาในฐานะที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาเราได้ใช้เวลาไม่มากมายอะไรแต่จะพูดถึงสิ่งที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาคือหลักก
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 11,275 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 23 August 2007, 3:10 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 28 August 2007, 12:35 pm

หน้าที่ 3 - ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจรู้สึก
เกี่ยวกับยุงแล้วมันจะเกิดตัวกูแล้วมันจะเกิดโทสะ เกิดโททะ เกิดกิเลสกันยืดยาวหรือว่าถ้าอะเหร็ดอร่อยสบายที่ตรงใหนความอร่อยนั้นจะเกิดตัวกูและความคิดนึกก็จะมีไปอย่างยืดยาวที่เรียกว่าความยึดมั่นถือมั่นในความอร่อยในบุคคลผู้อร่อยในสิ่งที่ให้ความอร่อยนี่มันเป็นเรื่องไว้มากมายอย่างนี้นี่เป็นความทุกข์นั้น



49768




ถ้าอยากมีความรู้สึกทำนองนี้มันก็จะไม่ไม่ต้องมีความทุกข์อะไรก็เป็นไปตามนั้นเป็นไปตามธรรมชาติแล้วก็ไม่ต้องมีทุกข์แล้วกันถ้ามันสวยเข้ามาทางตาก็เฉยคือไม่ต้องยินดีพอใจให้มันเกิดตัวกูว่ากูได้นั่นได้นี่ไม่สวยเข้ามาทางตาก็ไม่ต้องเกิดโมโหโทโสว่าไม่สวยเนี่ยไพเราะเข้ามาทางหูก็ต้องไม่เกิดตัวกูว่ากำลังไพเราะกำลังเป็นสุขด้วยความไพเราะรู้สึกว่าไพเราะได้แต่ไม่ต้องเป็นตัวกูผู้ได้ความไพเราะจมูกได้กลิ่นหอมกลิ่นหอมก็ทำให้พอใจเพียงว่ามันเป็นกลิ่นหอม

แต่ไม่พอใจถึงขนาดเป็นตัวกูผู้พอใจผู้ได้กลิ่นหอมแล้วก็หลงรักในกลิ่นหอมถ้ากลิ่นเหม็นมันก็กลิ่นทั้งนั้นตามระบบประสาทเสนอรายงานว่าอย่างนี้กลิ่นเหม็นก็เท่านั้นแหละจะจัดการอย่างไรก็จัดแต่ไม่ต้องโกรธๆไม่ต้องอึดอัดขัดใจทีนี้ไปกันได้ไปทำอะไรก็ได้ในลิ้นได้รสอร่อยก็รู้สึกว่าโอ้ยเป็นความอร่อยจะรู้สึกอร่อยก็ได้แต่รู้สึกเพียงแค่นั้นอย่าให้อร่อยต้องเป็นตัวกูผู้อร่อยขึ้นมาถ้าไม่อร่อยไอ้อย่างนี้มันก็อย่างนี้เองก็มันอย่างนี้เอง

ไม่ต้องโกรธว่ากูโชคไม่ดีได้กินของไม่อร่อยอย่างนี้แล้วโกรธไม่ต้องถ้าสมมุติว่ากินขนมอันนี้มันไม่อร่อยก็คิดซะมันเป็นอย่างนี้เองขนมอย่างนี้ขนมอันนี้คือเวลาอย่างนี้เวลาที่เราไม่สบายกินไม่อร่อยหรือว่ากินผลไม้เผอิญมันจืดวืดไปส้มมันไม่หวานแตงโมมันไม่หวานก็ถือซะว่ามันอย่างนี้เองมันอย่างนี้เองที่จะต้องโกรธจะต้องขัดใจไปทำไมป่วยการเป็นบ้าเองจะกินต่อไปก็ได้ไม่กินก็ได้ก็ไม่ต้องขัดใจนึกเสียว่าไอ้ลูกนี้คราวนี้มันมีอย่างนี้อย่างชนิดนี้รสชาติมันอย่างนี้จืดอย่างนี้ก็กินไปสิก็กินไปตามว่าความรู้สึกมันเป็นอย่างนี้มันต้องขัดใจในทางลิ้นทางผิวหนังได้รับสัมผัสนิ่มนวล

โดยเฉพาะความรู้สึกเกี่ยวกับกามมารมก็พอใจยินดีสุดเหวี่ยงตามธรรมดาของสัตว์แบบนี้มันจะเกิดตัวกูเข้มข้นๆตัวกูได้สิ่งนั้นตัวกูมีสิ่งนั้นตัวกูอะเร็ดอร่อยอย่างนั้นมันก็ปรุงเป็นความคิดต่อๆๆต่อไปมากมายจะแสวงหาต่อไปจะสะสมไว้ให้มากจะไปปล้นไปจี้ไปขโมยเอามาไว้ให้มากหรือว่าจะขยันทำงานเอาเงินซื้อหามาไว้ให้มากได้ทั้งนั้นมันเป็นเรื่องยืดยาวต่อไปความรู้สึกอันนี้ก็เรียกว่าเป็นความทุกข์ถ้าไม่อร่อยมันก็ตั้งตรงกันข้ามอย่างนั้นเองไม่ต้องโกรธไม่ต้องขัดใจไม่ต้องอึดอัดขัดใจเราก็เลยอยู่ปกตินี่คู่สุดท้ายคือใจกับธรรมมารมความรู้สึกคิดนึกเรื่องใดได้เกิดขึ้นในใจมันตรงขึ้มมาตามธรรมชาติทั้งนั้นเองไม่ต้องยึดเป็นตัวตนหรือว่าตัวตนแต่เราหรือแต่มันควรจะทำอย่างไรก็ทำไปไอ้เรื่องเหล่านี้ส่วนมากมันก็มาจากความจำในอดีตสัญญาในอดีตความรัก ความโกรธ ความเกียจ ความกลัว ความกลัวอะไรต่างๆที่สัญญา

ในอดีตปรุงขึ้นมาใหม่หวนไปรับใหม่หวนไปโกรธใหม่ หวนไปเกียจใหม่ หวนไปกลัวใหม่อย่างนี้รุนแรงมากก็รอเรื่องนั้นมันเป็นอย่างนั้นเป็นการปรุงแต่งตามธรรมชาติในจิตในใจเป็นอย่างนั้นไม่ใช่ตัวกูมีอยู่หรือตัวกูเป็นอย่างนั้นนี่ก็ไม่เกิดตัวกูอีกเหมือนกันแปลว่าเมื่อมีการกระทบเข้ามาทั้ง 6ทางเป็นตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจรู้สึกทันท่วงทีว่ามันอย่างนั้นตามหลักตามธรรมชาติตามลักษณะของธรรมชาติจะต้องรู้สึกอย่างนั้นอย่าไปเลยเถิดเป็นว่ารัก หรือเกียจว่ายินดีหรือยินร้ายถ้าทำได้อย่างนี้ก็เรียกว่าคนนั้นป้องกันความยินดียินร้ายในโลกไว้ได้หรือว่านำออกไปเสียจากกรณีที่เกี่ยวข้องกับเรายังได้อย่างคำสอนที่เป็นหลักว่ามีสติสัมปชัญญะนำอวิชชาและโทรมนัดในโลกออกเสียได้แต่ความสำคัญมันก็อยู่ที่มีสติสัมปชัญญะ

ถ้าไม่มีสติสัมปชัญญะมันทำไม่ได้ก็ต้องไปฝึกให้มีสติสัมปชัญญะตามแบบที่เรียกว่าการฝึกกรรมฐาน แบบ ที่ทำให้มีสติสัมปชัญญะมีสติมากมีสติเร็วมีความรู้สึกสัมปชัญญะลึกมีสติสัมปชัญญะมากเร็วๆลึกดีแล้วมันก็ไม่ยินดียินร้ายคือไม่เกิดอวิชชาและโทรมนัดเมื่อไม่เกิดความยินดียินร้ายไม่เกิดความรู้สึกที่ปรุงให้เป็นตัวกูของกูขึ้นมามันก็ไม่มีความทุกข์เลยนี่พระอรหันต์ต้องมีสติสมบูรณ์ในการที่จะไม่รู้สึกยินดียินร้ายจึงไม่อาจจะเกิดตัวกูของกูเกิดได้อีกต่อไปเพราะไม่มีความทุกข์เลยโดยประการทั้งปวงเรียกว่าเป็นโลกุตตะระไม่ต้องมีความทุกข์เพราะโลกนี้หรือว่าเรื่องต่างๆในโลกนี้ได้อีกต่อไปท่านอยู่เหนือโลกเหนืออำนาจของโลกเหนือการปรุงแต่งของโลกใจความมันมีอยู่


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 2) หน้าถัดไป (หน้า 4) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,247 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาในฐานะเป็นหัวใจของพุทธศาสนา [11,276]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,320]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,595]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,309]
Global Warming { English } [116,662]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.