คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32349" type="text/javascript"></script>
สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาในฐานะเป็นหัวใจของพุทธศาสนา
นิสิตนักศึกษาครูบาอาจารย์ทั้งหลายการบรรยายในครั้งนี้จะได้บรรยายโดยหัวข้อว่าสิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาบาลีว่าธรรมทั้งปวงธรรมแปลว่าสิ่งนี้สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาในฐานะที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาเราได้ใช้เวลาไม่มากมายอะไรแต่จะพูดถึงสิ่งที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาคือหลักก
ผู้เขียน: ท่านพุทธทาส ภิกขุ ชมแล้ว: 11,273 ครั้ง
post ครั้งแรก: Thu 23 August 2007, 3:10 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 28 August 2007, 12:35 pm

หน้าที่ 4 - สติสัมปชัญญะ
อย่างนี้พูดมันยืดยาวแต่ใจความมันนิดเดียวว่าถ้ามันโง่คือมันไม่มีสติสัมปชัญญะมันก็จะยินดียินร้ายในสิ่งที่มากระทบถ้ายินดียินร้ายแล้วมันก็จะเกิดความรู้สึกประเภทตัวกูประเภทตัวกูเกิดขึ้นเมื่อใหล่ก็เป็นของหนักเป็นของขบกัดเป็นของเผารนเป็นของผูกพันหุ้มห่อครอบงำล้วนแต่เป็นความทุกข์ทั้งนั้นแหละ




49767



นี่ระวังอย่ายินดียินร้ายเท่านั้นแหละอาจจะไม่เกิดตัวกูชนิดนั้นทีนี้ไปดูกันในส่วนลึกว่ามันเกิดได้จากสิ่งทุกสิ่งที่มีอยู่รอบตัวเราในโลกมีกี่ 100อย่าง 1000อย่างก็เข้ามาให้เกิดยินดียินร้ายได้ทั้งนั้น

แต่ถ้าจะสรุปให้สั้นมันจะเหลือเพียง 5อย่าง 5อย่างเรียกว่าขัน 5ขันทั้ง 5 ร่างกายนี่พอทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งได้มีรู้โพตัพภะที่นิ่มนวลอเร็ดอร่อยได้แต่คนนั้นก็เข้าใจว่าตัวกูได้เอาร่างกายนั่นแหละเป็นตัวกูเช่นถูกตีเจ็บตัวกูเจ็บเอาร่างกายันั้นเป็นตัวกูโง่เอยเซไปโดนต้นไม้หัวโนก็ถือว่าร่างกายเป็นตัวกูเซไปโดนต้นไม้หัวโนกายเป็นตัวกูไม่ใช่เป็นเรื่องของร่างกายมันปราศจากสติสัมปชัญญะแล้วเซไปโดนไม้เข้ามันก็หัวโนตามธรรมชาติๆมันก็ไม่รุ้สึกว่าตามธรรมชาติมันก็รู้สึกว่าตัวกูตัวกูเสมอไปหรือว่าเรามีตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจที่ใช้การได้ดีในร่างกายนี้มีตา หู จมูก ลิ้น กาย 5อย่างที่ใช้การได้ดีก็ว่ามีตัวกูของกูมี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของกูที่ดีและก็หลงรัก หลงพอใจ

ทั้งหมดนี้เรียกว่าเอารูปเป็นตัวตนหรือเป็นของๆตนไอ้ที่เอากายเป็นตัวตนโดยคิดว่ากายเป็นผู้ทำหรือกายเป็นผู้ถูกกระทำอย่างนี้ก็เลยเอากายเป็นตนคือเราจะมีอย่างอื่นรู้สึกว่ากายของตนถูกกระทำก็เอากายเป็นของตนแล้วก็อะไรๆที่มันเกี่ยวกับกายในการกระทำนั้นมันก็กายเป็นของตนไปหมดนี่เราเอากายเอารูปเอากายเอารูปขันหนึ่งเป็นของตนอยู่ๆวันหนึ่งๆไม่รู้จักกี่ครั้งไม่ใช่บีดบาดมือมันก็คิดว่าตัวกูถูกมีดบาดมือไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาตามธรรมชาติที่มีดมันบาดมือตัวเองที่มันเป็นเช่นนั้นอะไรๆที่เป็นกายเป็นของกายก็มาเป็นกูเป็นของกูหมดอย่างนี้เรียกว่าเอารูปขันเป็นตัวตนทีนี้เมื่อมีการสัมผัสตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจอะไรก็ตามมันเกิดเป็นเวทนาขึ้นมารู้สึกเป็นสุขคือพอใจขึ้นมารู้สึกเป็นทุกข์คือไม่พอใจขึ้นมามันก็โง่ไปว่ากูเป็นสุขกูเป็นทุกข์ไม่ได้คิดว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นตามกฎของธรรมชาติเกิดความรู้สึกอย่างนั้นตามกฎของธรรมชาติอย่างนี้เรียกว่าเอาเวทนาเป็นตัวตนๆเอาเวทนาก็เป็นตัวตนเป็นของหนักขึ้นมาทีนี้

ในกรณีต่อไปเรียกว่าสัญญาความจำได้หมายรู้หรือความสำคัญจำได้ว่าอะไรไปเป็นอะไรจำอะไรได้หมายมั่นอะไรได้ก็เอาตัวจำได้หมายมั่นได้นั่นแหละเป็นตัวตนกูจำได้กูสำคัญมั่นหมายได้ว่าอะไรอย่างนี้เอาสัญญาเป็นตัวตนถ้ายิ่ความจำดีก็ยิ่งพอใจในสัญญาเป็นตัวตนที่ดีถ้าจำไม่ดีจำเลวก็โกรธเป็นสัญญาที่ไม่ดีนี่แหละคือตัวกูที่เป็นสัญญามันไม่ดีมันเอาสัญญาเป็นตัวกูบ้างเป็นของกูบ้างนี่เรียกว่าเอาสัญญาเป็นตัวตน

แต่ทีนี้เกิดเวทนาเกิดสัญญาเกิดขึ้นมาตามลำดับความยินดียินร้ายเป็นต้นแล้วมันเกิดความคิดอย่างนั้นความคิดอย่างนี้แล้วก็คิดไปเป็นลำดับๆไปมันก็ไม่ได้รู้สึกว่าความคิดนี่มันเป็นผลของสิ่งเหล่านั้นปรุงแต่งขึ้นมาไม่คิดอย่างนั้นไม่รู้สึกอย่างนั้นไม่วังเวงอย่างนั้นก็เป็นกูคิดกูคิดแล้วก็ความคิดของกูมันจะรูสึกอย่างนี้เสมออย่างนี้เรียกว่าเอาสังขารเป็นตัวตนสังขารขันเป็นตัวตนทีนี้วิญญาณๆที่มีอยู่จำตาหูจมูกลิ้นกายใจตาเห็นอะไรได้หูฟังเสียงอะไรได้จมูกได้กลิ่นอะไรได้ลิ้นรู้รสอะไรได้ผิวหนังมีวิญญาณรู้สัมผัสได้ใจรู้สึกต่ออารมณ์ได้

เอาแต่ละอย่างๆนี่ที่เป็นความรู้แจ้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเอาความรู้แง่นั้นมาเป็นตัวตนจนที่เขาพูดว่ากูเห็นกูได้ยินได้ฟังกูได้ดมกูได้ลิ้มรสกูได้สัมผัสผิวหนังกูได้รู้สึกคิดนึกเอาวิญญาณที่เคยอยู่ทางอยันตนะทั้ง 6นั้นเป็นตัวตนเรียกว่าเอาวิญญาณเป็นตัวตนหมดแล้วเรื่องมันหมดแล้วมันมีเพียง 5เรื่องเท่านั้นแหละอะไรๆที่จะเข้ามาในรูปของตัวตนมันก็เข้าใน 5กองนี้กองใดกองหนึ่งต้องมีมันแยกเป็น 5กองเรียกว่าขัน 5หรือรูปขันกองรูปเวทนาขันกองรูปเวทนาสัญญาขันกองสัญญาสังขารขันกองสังขารวิญญาณขันกองวิญญาณถ้าเข้าใจท่านผู้ฟังเหล่านี้เข้าใจต่อไปก็จะมองเห็นได้เองว่าอะไรเข้ามากระทบตนเป็นขันกองใหนอะไรเกิดขึ้นเป็นขันกองใหนอะไรดับไปเป็นขันกองใหนถึงความรู้แจ้งรู้จักดีที่สุดต่อขันทั้ง 5นั้นเป็นประโยชน์มากจะรู้จักสงเคราะห์เป็นขันทั้ง 5

แต่ละขันๆนั่นก็จะเห็นเป็นแต่เพียงขันเกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัยไม่มีทางที่จะเป็นตัวกูหรือเป็นของกูไม่มีทางที่จะเป็นตัวตนเป็นของตนไม่มีทางที่จะเป็นอัตตาหรือ


<<< หน้าก่อนนี้ (หน้า 3) หน้าถัดไป (หน้า 5) >>>
*หมายเหตุ งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา



ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม

กรุณา login เพื่อ comment งานเขียนนี้

???? สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ


พุทธทาสภิกขุ
(พุทธทาสภิกขุ)

ผู้ชมข้อมูลนี้แล้ว 9,247 ครั้ง
เป็นสมาชิก: นานกว่า 1 ปี
แบ่งปันความรู้ 0 ครั้ง
ได้รับดาว 153 ดวง

โหวตเพิ่มดาว


บทความอื่น

สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาในฐานะเป็นหัวใจของพุทธศาสนา [11,274]
?????? 0 ?????? ?? ??????????????????

บทความแนะนำ

การเกิด สึนามิ [520,318]
GMO พันธุวิศวกรรมศาสตร์ นางฟ้า หรือ ซาตาน [371,585]

Blog แนะนำ

วิชาการ.คอม ขอแนะนำงานเขียนชิ้นนี้ นำชัย ชวนคิด ฝัน และสรรค์สร้างสังคมไทย ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และธรรม [280,291]
Global Warming { English } [116,653]

Hot Links

คลังข้อสอบ | ข่าววิชาการ
เล่นกล/เกม | อ่านนิยาย
ข่าวทุนการศึกษา | ลิงค์

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.