 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32349" type="text/javascript"></script> |
|
สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาในฐานะเป็นหัวใจของพุทธศาสนา
นิสิตนักศึกษาครูบาอาจารย์ทั้งหลายการบรรยายในครั้งนี้จะได้บรรยายโดยหัวข้อว่าสิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาบาลีว่าธรรมทั้งปวงธรรมแปลว่าสิ่งนี้สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตาในฐานะที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาเราได้ใช้เวลาไม่มากมายอะไรแต่จะพูดถึงสิ่งที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาคือหลักก
post ครั้งแรก: Thu 23 August 2007, 3:10 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 28 August 2007, 12:35 pm
|
หน้าที่ 7 - หัวใจของพระพุทธศาสนา
เป็นของตนมีสามีก็ยึดถือสามีว่าของตนมีวัวควายไร่นาก็ยึดถือวัวควายไร่นาว่าของตนมีเกียรติยศชื่อเสียงก็ยึดเกียรติยศชื่อเสียงว่าของตนมันเป็นที่ตั้งของความยึดมั่นถือมั่นของว่าตัวตนหรือว่าของตนด้วยกันทั้งนั้น
ถ้าไอ้ความรู้สึกตัวตนของตนไม่เกิดของใหม่ๆของมายาเหล่านี้ไม่มาเกิดในจิตใจจิตใจก็สงบสุขอยู่ตามธรรมชาติอยู่ตามธรรมชาติของเดิมนั้นนะไม่โง่เละก็ไม่ฉลาดอะไรแต่มันไม่มีการปรุงแต่งแต่พอโง่หรือว่าฉลาดเหมือนกันมันก็มีการปรุงแต่งโง่ก็ปรุงแต่งไปตามแบบโง่ฉลาดก็ปรุงแต่งไปตามแบบฉลาดปรุงแต่งแบบโง่ก็มีตัวตนเกิดขึ้นมาเป็นทุกข์ปรุงแต่งแบบฉลาดก็คือปรุงแต่งไม่ให้มีความรู้สึกว่าตัวตนระงับควมรู้สึกว่าตัวตนเสียมันก็ไม่เป็นทุกข์นั้นคนเราทุกคนรู้จักหัวใจของพระพุทธศาสนาสั้นๆว่าทุกอย่างทุกสิ่งมีธรรมทั้งปวงไม่ใช่ตัวตนพอได้เกิดขึ้นในลักษณะใดก็ตามอย่าได้หลงยินดียินร้ายแล้วเกิดตัวตนมีสติสัมปชัญญะควบคุมตนอย่าให้ยินดียินร้ายในสิ่งใดมันก็ไม่เกิดความทุกข์เพราะสิ่งนั้นๆ
ดังนั้นขอท่านทั้งหลายที่เข้าถึงหัวใจของพระพุทธศาสนาที่มีอยู่เพียงสั้นๆว่าสื่งทั้งปวงเป็นอนัตตามีสติให้เห็นเป็นอนัตตาอยู่ในทุกๆกรณีมีหน้าที่อะไรจะทำไปก็ทำไปด้วยสติปัญญาไม่ทำด้วยกิเลสตัญหาของตัวกูไม่ต้องมีตัวกูเข้ามาให้เป็นทุกข์พอทำได้จะศึกษาเล่าเรียนก็ศึกษาเล่าเรียนด้วยสติปัญญาที่ถูกต้องอย่าทำไปด้วยความหวังด้วยกิเลสตัญหาว่าของกูว่าตัวกูมันจะเป็นทุกข์มันจะเป็นบ้าตายหรือเป็นโรคประสาทตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนเราดำเนินชีวิตชนิดที่ฉลาดทันเวลาอยู่เสมอไม่ปรุงว่าเป็นความคิดว่าตัวกูของกูขึ้นมาสมมุติว่าสอบไล่ได้มันก็ถูกแล้วเพราะมันอยู่ในระดับนั้นมันก็สอบไล่ได้มันก็สอบไล่ได้พวกที่สอบไล่ตกมันก็ถูกแล้วเพราะมันทำได้แค่ลำดับนั้นอย่างนั้นเท่านั้นมันก็สอบไล่ตกไม่ต้องเสียใจไม่ต้องร้องไห้สอบไล่ได้ก็ไม่ต้องดีใจเหมือนกับคนบ้าเป็นไป
โดยปกติทั้งที่สอบไล่ได้เละสอบไล่ตกแล้วก็เรียนได้ดีอย่างยิ่งด้วยสติปัญญาเรื่อยๆไปมันก็จะจบการศึกษาเข้าสักวัยหนึ่งเป็นแน่นอนตลอดเวลาไม่เป็นทุกข์ไม่อย่างนั้นมันจะเหมือนกับคนบ้าเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้คือยินดียินร้ายเดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้เป็นเช่นนี้ตลอดไปมันเป็นความละหกละเหินเป็นชีวิตที่หาความปกติสุขไม่ได้เราไม่ต้องการเราต้องการจะเป็นมนุษย์ที่ดีกว่านั้นมันจึงมีวิธีควบคุมจิตใจไม่ให้ละหกละเหินด้วยความยินดีหรือยินร้ายแล้วมันก็ไม่เหลือตัวกูของกูแล้วทันก็ไม่มีความหนักซึ่งเป็นความทุกข์แต่ประการใด
นี่คือหัวใจของพระพุทธศาสนาใช้เวลาสั้นๆเพียงเท่านี้พูดมันก็หมดแล้วแต่ส่วนการปฎิบัตินั้นอยู่ที่ว่าจะปฎิบัติได้เพียงเท่าไหล่มันอาจจะตลอดชีวิตปฎิบัติไม่ได้มันก็ได้เหมือนกันแต่ถ้าเป็นคนตั้งใจดีถ้าระวังดีไม่ต้องตลอดชีวิตมันก็ปฎิบัติได้ในครึ่งชีวิตหรือภายในเวลาอันสั้นมันจะรู้จักควบคุมจิตใจไม่ให้เป็นทุกข์ได้เป็นแน่นอนขอให้ท่านทั้งหลายรู้จักไอ้สิ่งที่เรียกว่าชีวิตรู้จักความทุกข์ของชีวิตรู้จักความไม่มีทุกข์หรือความดับทุกข์ของชีวิตไม่รู้แม้
แต่ชีวิต ชีวิตนี้อนัตตาไม่ใช่ตัวตนประกอบขึ้นมาด้วยร่างกายซึ่งไม่ใช่ตัวตน จิตใจที่ไม่ใช่ตัวตนบนความรู้สึกคิดนึกซึ่งมิใช่ตัวตนอุปกรณ์ของความรู้สึกคิดนึกก็มิใช่ตัวตนอะไรอะไรๆมิใช่ตัวตนมันคือชีวิตจึงไม่ได้ยึดถือว่าชีวิตของกูก็เลยไม่ต้องกลัวไม่ต้องรับไม่ต้องโกรธไม่ต้องเกียรไม่ต้องกลัวเหมือนพระอรหันท่านไม่ต้องมีความรักโดดเดี่ยวกลัววิตกกังวลอาลัยอาวรอะไรส่วนปุถุชนที่เต็มไปด้วยความรัก ความโกรธ ความเกียจ ความกลัวความวิตกกังวลอาลัยอาวรอิจฉาริษยาหึงหวงเหล่านี้เป็นต้น
คนดีมีเมื่อไม่เกิดตัวกูสงบสุขเป็นพระนิพพานใช่ว่ามันคงเป็นตัวกูของกูมันก็เป็นวัฎสงสารเต็มไปด้วยความเร่าร้อนเหมือนตัวอยู่ในกองไฟหรืออยู่ในกะทะน้ำเดือดฉะนั้นการบรรยายสมควรแก่เวลาแล้วขอร้องท่านทั้งหลายว่าข้อความสั้นๆนี้สำคัญที่สุดขอให้อยู่กับจิตใจในความจำในความรู้อยู่ตลอดเวลาจะคุ้มครองไม่ให้เกิดความทุกข์ได้จนตลอดชีวิตและมีความสุขอยู่ทุกทิวาราตีกาลเทอญ
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม