สารบัญ
หน้าที่ 1 - ชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา
ท่านนักเรียนนักศึกษาครูบาอาจารย์และท่านที่สนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายครั้งนี้คิดว่า จะพูดเรื่องที่เนื่องกันกับปีใหม่ เพราะว่าอีกสองสามวันก็จะถึงปีใหม่แล้ว เราควรได้พูดเรื่องที่เกี่ยวกับปีใหม่ ดังนั้นก็จะให้หัวข้อในการพูดวันนี้ว่าชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา ถ้ารู้จักว่าชีวิตคืออะไร เราก็จะเข้าใจได้ยิ่งขึ้นว่า มันเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างไร เพราะชีวิตนี้เป็นของแปลกที่สุดอยู่อย่างหนึ่ง คือว่าในตัวเจ้าของมันเองแหละไม่รู้จัก
เพราะฉะนั้นคำตอบคำแรกที่จะตอบคือว่า ชีวิตคือสิ่งที่เจ้าของไม่รู้จักใครว่ามันยังงงจับต้นชนปลายไม่ค่อยจะถูก ได้แต่เล่าเรียนมาเล็ก ๆน้อย ๆในโรงเรียนว่าชีวิตเป็นสิ่งที่เป็นอยู่ ที่ยังไม่ตายเท่านั้นเอง แต่ตัวชีวิตจริง ๆ ได้แก่อะไรนี้มันเป็นอยู่ ถึงแม้ข้อความที่จะพูดต่อไปนี้มันก็ยากที่จะทำเหมือนกับว่าเอาชีวิตมาดูได้ในฝ่ามือ เหมือนกับก้อนดินก้อนกรวดหยิบมาดูได้ในฝ่ามือ ดูได้ว่ามันคืออะไร
โดยเหตุที่ว่าชีวิตมันไม่ได้เป็นวัตถุอย่างนั้น ถ้าว่าด้วยร่างกายจิตใจยึด ก็คงยังไม่รู่ว่าอะไรคือชีวิตมันก็ยังเป็นร่างกาย อันหมายความว่ามันยังเป็นอยู่คือมันยังไม่ตาย มันต้องพัฒนา แปลว่าเรามีชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา สิ่งที่ยังไม่ตาย เราต้องพัฒนา แปลว่าเรามีชีวิตที่ต้องพัฒนา
คำว่าต้องพัฒนานี้ มันยังแยกเป็น 2 ความหมาย คือตัวมันเอง ก็พัฒนามันคงที่อยู่ไม่ได้
โดยธรรมชาติแล้วชีวิตจะไม่คงที่ตายตัว มันจะมีวิวัฒนาการเปลี่ยนไปสู่จุดที่สูงสุด ยิ่ง ๆ ขึ้นไป นี้มีความหมายว่า ถ้าปล่อยไปตามลำพังตัวมันเองมันก็จะต้องพัฒนา เราจะไปดึงมันไว้ก็ไม่ได้เพราะมันต้องพัฒนาโดยธรรมชาติ ทำไมนี้มันถึงเกี่ยวกับเรา เราต้องร่วมมือกับมันในการพัฒนา คือเราต้องพัฒนาชีวิตนั้นเองไม่ได้หรือแม้แต่ ตัวชีวิตมันต้องพัฒนาไปตามกฎเกณฑ์ ไปทางวัตถุ และจิตใจ ทางสติปัญญา
เมื่อเราเรียนชีววิทยามาพอสมควรแล้ว เราก็จะพบว่ามันมีการพัฒนา ทั้งทางกาย ทางจิตวิญญาณ แม้โดยธรรมชาติไม่อาจจะถือได้ว่ามันเป็นเรื่องตายตัว ถ้าถือทางชีววิทยาทีแรกมันก็ยังไม่มีอะไร กว่ามันจะมีความชื้นที่หมักหมม เกิดเซลล์หลาย ๆ ชีวิต เป็นเซลล์เดียวแท้ ๆ ทำอะไรไม่ได้ มันพัฒนาตัวมันเองเป็นหลายกลุ่มแห่งเซลล์ จนจัดตั้งเป็นสิ่งที่มีชีวิต เป็นพืช เป็นสัตว์ เป็นคนในที่สุด ใครจะไปหยุดมันไม่ได้ บังคับมันไม่ได้ มันจะพัฒนามาเป็นวัตถุ มาเป็นจิตใจ
ส่วนที่เป็นวัตถุ หรือร่างกาย ส่วนที่เป็นวัตถุ หรือร่างกายที่ต้องพัฒนาขึ้นมากเท่าไร ส่วนที่เป็นจิตใจ ที่อยู่ในส่วนร่างกาย ก็พัฒนามามากขึ้นเท่านั้น กำลังจิตของสิ่งที่มีชีวิต ลำดับมันก็มากกว่าเหมือนต้นไม้ มันก็มีความรู้สึกเหมือนต้นไม้ สัตว์ ก็รู้สึกอย่างสัตว์ เป็นคนมันก็ยิ่งกว่าคนมากกว่าสัตว์ เพราะคนมันสูงกว่าสัตว์
ที่นี้มาดูทางสติปัญญาเราจะเห็นได้ว่าเราจะเปรียบกันไม่ได้ เพราะสติปัญญาของคนกับสติปัญญาของสัตว์ สติปัญญาของต้นไม้ที่มันน้อยเหลือเกิน แต่ทางพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่เชื่อถือได้ ว่ามันเป็นสิ่งที่มีความรู้สึก เมื่อมันมีความรู้สึกมันก็จะมีการพัฒนาในความรู้สึกนั้นได้ ต้นไม้จึงรู้จักต่อสู้ รู้จักหลีกเลี่ยง รู้จักทำความเจริญ รู้จักการรอดตาย กำลังความรู้สึกหรือกำลังจิตมันก็มากขึ้น ๆ ตามลำดับของการพัฒนา กว่ามันจะมาเป็นสัตว์ สัตว์ที่ต่ำมาก และสัตว์ที่สูงขึ้น สัตว์ในน้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์บกแท้ ๆ แม้กระทั่งสัตว์ที่บินได้ในอากาศ มีร่างกายที่พัฒนา มีจิตที่พัฒนา มีสติปัญญาที่พัฒนา
แต่โดยเหตุที่เป็นไปตามธรรมชาติมันก็มีขอบเขตจำกัด มนุษย์เราเมื่อแรกที่เป็นมนุษย์ขึ้นมา ครึ่งคนครึ่งสัตว์ กระทั่งเป็นคนแท้ ๆ ยังเป็นคนป่าอยู่ ก็ค่อยพัฒนาก้าวหน้าจนเป็นคนในปัจจุบันนั้น ก็พัฒนาทั้งทางกาย ทางจิต และทางสติปัญญา
จะเห็นได้ว่าร่างกายจะดีกว่ากันมากเพราะได้รับการบริหารที่ละเอียด ประณีต และสุขุม พัฒนาทางกาย พัฒนาทางจิต ให้มีกำลังจิตเข้มแข็งมีกำลัง สมาธิ เพราะร่างกายพัฒนาก็เป็นที่ตั้งแห่งจิตที่มันพัฒนาที่มีกำลังจิตที่
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม