 |
<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32350" type="text/javascript"></script> |
|
|
ชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา(1)
ท่านนักเรียนนักศึกษาครูบาอาจารย์และท่านที่สนใจในธรรมทั้งหลาย การบรรยายครั้งนี้คิดว่า จะพูดเรื่องที่เนื่องกันกับปีใหม่ เพราะว่าอีกสองสามวันก็จะถึงปีใหม่แล้ว เราควรได้พูดเรื่องที่เกี่ยวกับปีใหม่ ดังนั้นก็จะให้หัวข้อในการพูดวันนี้ว่าชีวิตเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนา
post ครั้งแรก: Thu 23 August 2007, 4:53 pm ปรับปรุงล่าสุด: Thu 1 November 2007, 10:36 am
|
หน้าที่ 5 - กามฉันทะ
เดี๋ยวนี้กีฬามันก็บ้า ๆบอ ๆ ของพวกทูตผีปีศาจเสียมากกว่าการกีฬาหรือกีฬาในสมัยนี้ไม่ช่วยให้เยวาชนของเรามีความถูกต้องทางจิตได้จะเป็นนักกีฬาก็ไม่ได้เพราะมีความเห็นแก่ตัวกระทั้งเกิดการแก้แค้น ระบบการศึกษานี้ควรปรับปรุงเสียใหม่ ให้นักเรียนทุกคนมีการฝึกฝนให้มีความถูกต้องทางจิตใจให้มีจิตใจที่บริสุทธิ์ปราศจากความรู้สึกรบกวนของกิเลสในชีวิตประจำวัน ที่เรียกกัน นิวอน๕คือให้ศึกษาดูเถอะ ไม่ใช่ป่าลึกลับ ฤๅษีมุนีในป่าหินมะพานนี้ก็ไม่ใช่ ที่บ้านเมืองของคนเรามีจิตที่ประกอบไปด้วยนิวรณ์ ๕ เราจะตั้งใจทำอะไรให้ดีที่สุดความรู้สึกทางเพศเขามารับกวน
นี้ก็เรียกว่ากามฉันทะนี้คือ
ตัวนิวรณ์ตัวที่๑ ตั้งใจทำอะไรแล้วมีความรวนเร นี้เรียกว่ามี
จิตสิกขา จะทำอะไรก็มีความขุ่นแค้นเข้ามารบกวน
ตัวที่สองถ้าทำอะไรแล้วจิตยังงัวเงียอ่อนเพลียอยากนอนเสียมากกว่านี้คือ
นิวรณ์
ตัวที่ ๓ ตั้งใจกระทำอะไรแล้วจิตมันฟุ้งซานนี้เรียกว่า
นิวรณ์
ที่ ๔ ถ้าตั้งใจทำอะไรแล้วมีความลังเลนี้คือ
นิวรณ์
ที่ ๕ นี้คือ
ชีวิตประจำวันแท้ ๆ ของบุคคลที่มีชีวิตที่ไม่ถูกต้อง ถ้ามีจิตที่ไม่ถูกต้องนี้ทำงานทางจิตอะไรก็ไม่ได้ นี้เราควรฝึกเด็กของเราให้มีจิตที่ถูกต้อง
อย่าให้นิวรณ์รบกวนจิต เป็นจิตที่สดใส ชุ่มชื้นเข็มแข็ง จะทำอะไร จะทำการเรียน หรือทำการงานก็ทำด้วยจิตที่เข็มแข็งก็จะทำได้ดี เป็นนักเรียนก็เป็นนักเรียนได้ดี เมื่อไปประกอบอาชีพอะไรเถอะ มันก็จะทำได้ดี เพราะจิตใจมันพร้อมที่จะทำอย่างนั้น แต่นี้เห็นว่าเป็นหลักสูตรในการอบรมในหลักสูตรโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย การศึกษาหมาหางด้วนมันเป็นอย่างนี้ ให้เรียนหนังสือกับวิชาชีพ
ส่วนที่ทำให้ถูกต้องสมบูรณ์ทำอย่างไรนั้นก็ไม่มี การศึกษาในระบบนี้จึงเป็นการศึกษาระบบหมาหางด้วน ถ้าคุณไม่ชอบหมาหางด้วน อาตมาพูดใหม่ก็ได้ พูดว่าพระเจดีย์ยอดด้วนไม่พูดอย่างหยาบคาย แล้วคุณชอบพระเจดีย์ยอดด้วนหรือเปล่าเล่า อย่างเดียวกันแหละ นั้นอย่างให้มีอะไรขาดให้สมบูรณ์โดยนิพพาน
การศึกษานี้ก็มาทางปัญญาสิกขา คือความถูกต้องทางสติปัญญา คนเราอยู่ด้วยสติปัญญาที่เรามีไม่มากก็น้อยสติปัญญานี้ขึ้นอยู่กับความรู้ความเข้าใจ ความเชื่อถือ ความยึดถือ แม้ในส่วนที่เรียกว่าทฤษฎีนั้นก็ถือว่า ปัญญานั้นเอง คือต้องมีปัญญาทุกระดับและถูกต้อง ปัญญาที่ศึกษาในโรงเรียนนี้ก็ถูกต้อง ปัญญาที่เราใช้เหตุผลของเราเองนั้นก็ถูกต้อง ปัญญาที่มาจากสติปัญญานั้นก็ยิ่งถูกต้องนั้น ก็มีปัญญาถูกต้องหมด เมื่อทางปัญญาถูกต้องแล้วทางจิตก็ต้องถูกต้องเมื่อทางจิตถูกต้องแล้วทางกายทางวาจาก็ต้องถูกต้องด้วย คอยจำไว้นะว่าถูกต้องทางกายทางวาจาและถูกต้องทางจิต นั้นถึงจะไปถูกต้องในทางความคิดความเห็นเป็นความถูกต้องหมดความถูกต้องของ ๓ กลุ่มนี้ เราเรียกว่าไตรสิกขา คือการศึกษา ๓ อย่าง
ถ้าเรายืมคำนี้มาใช้ จากระบบของศาสนาแล้ว อย่าลืมเอาความหมายมาด้วยอย่ายืมมาแต่คำคำว่าศึกษามีแต่เปลือกยกไม่มีเนื้อติดมาเลยนั้นก็เป็นการศึกษาที่ไม่จริง
นั้นก็เป็นการศึกษารู้แต่หนังสือกับวิชาชีพมันก็ไม่ถูกต้องสมบูรณ์ดีเมื่อมัวแต่เรียนอย่างเดียว จดลงแต่ในสมุด นี้มันไม่เป็นการศึกษาเพราะการศึกษาในพระพุทธเจ้านั้นการศึกษาคือ การประพฤติการกระทำลงไปจริง ๆ การกระทำทางกาย การกระทำทางจิตทางสติปัญญา การกระทำเชื่อวาการศึกษาไม่ใช่ขีดเขียน ท่องจำไว้หรือการจดใส่สมุดไว้อย่างนั้นไม่ใช่การศึกษา แต่เป็นเพียงอุปกรณ์การศึกษาชนิดหนึ่งเท่านั้น เพื่อช่วยกันลืมสำหรับนำมาประพฤติปฏิบัตินี้แหละจึงเป็นการศึกษาที่แท้จริง ที่นี้ขอฝากไว้ว่า
ถ้ายืมคำว่าศึกษาในศาสนามาใช้แล้วให้ยืมมาทั้งระบบทั้งเนื้อทั้งตัว อย่ายืมมาแต่ชื่อ เดี๋ยวนี้ยืมมาแต่ชื่อยืมมาแต่เปลือก สารที่ไม่สมบูรณ์นั้นแหละเป็นการศึกษาเหมือนหมาหางด้วน หมาหางด้วนนั้นคือเรียนแต่ หนังสือกับอาชีพ
ส่วนสัจธรรมที่จะเป็นมนุษย์อย่างไรให้ถูกต้องนั้นเราไม่ได้เรียน ที่เรียนกันมากมายแค่รู้แต่วิชาชีพ เป็นปริญญาสูงสุดนั้นก็เป็นส่วนในหนึ่งของอาชีพไม่เป็นส่วนของธรรมะ การศึกษาสิกขามันเปลี่ยนไปเสียแล้ว
*หมายเหตุ
งานเขียนชิ้นนี้ ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิทางปัญญา โดยลิขสิทธิเป็นของผู้เขียน ที่ให้เกียรตินำเผยแพร่ผ่าน วิชาการ.คอม เรามีความยินดีและอนุญาตให้ทำซ้ำหรือเผยแพร่ต่อเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเท่านั้น กรุณาให้เกียรติผู้เขียน โดยอ้างชื่อผู้เขียนและ วิชาการ.คอม (www.vcharkarn.com) ทุกครั้งที่ทำการเผยแพร่ต่อ ห้ามนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อในสื่อที่เอื้อประโยชน์ทางธุรกิจก่อนได้รับอนุญาต ขอขอบคุณที่ร่วมกันช่วยสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งปัญญา
ยังไม่มีความเห็นเพิ่มเติม