<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32354" type="text/javascript"></script> |
|
โยชิซูกุปรัชญา
my life my philosophy
post ครั้งแรก: Fri 24 August 2007, 1:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 May 2008, 9:16 pm
|
ผมขอลองเดาดูบ้าง "อุเบกขา" น่าจะหมายถึงการไม่ยึดติดในสิ่งที่ เป็นผลเกิดขึ้น จาก3 ข้อเเรก คือ
เมื่อเรามี เมตตา กรุณา มุทิตา เเล้วเกิดจิตในทางกุศลขึ้นไม่ว่าจะตามด้วยกรรมหรือไม่ก็เเล้วเเต่ เราจะต้องไม่ยึดยึดกับมัน
คนที่ไม่มีอุเบกขา คือคนที่ ยึดมั่นถือมั่นใน เมตตา กรุณา มุทิตา เหมือนการ "ให้" เมื่อเรายึดมั่นว่าสิ่งเหล่านี้มีตัวตนคือการให้ " ให้ " อัตตาของการ "รับ" จึงเกิดขึ้นตาม
เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่ยึดมั่นถือมั่นใน 3 ข้อเเรกว่าเป็นการ " ให้ " สาเหตุที่ทำให้เกิดอัตตาของการ "รับ " ย่อมไม่เกิดขึ้นตามไปด้วย การไม่ยึดมั่นถือมั่น ใน เมตตา กรุณา มุทิตา
เป็นดั่งการ "ให้" เรียกว่าผู้นั้นมี "อุเบกเขา" เเต่ถ้าผู้ใดก็ตามที่ยึดมั่นใน เมตตา กรุณา มุทิตา จึงมักเกิดอกุศลในจิตใจเมื่อใดก็ตามที่ผลของ 3 ข้อเเรกนั้นไม่เป็นไปตามเหตุเเห่งการยึดมั่นว่าตน " ให้" เเก่ผู้อื่นนั้นเอง
เช่น เมื่อคุณปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข พ้นทุกข์ ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี เเต่ผู้อื่นกลับทำในสิ่งตรงข้าม ถ้าคุณมิอาจวางเฉยต่อท่าทีที่ผู้อื่นเเสดงต่อคุณ เช่น ผมหวังดีกับคุณ ผมปรารถนาดีต่อคุณ อยากให้คุณพ้นทุกข์ ทำไมเขาไม่เข้าใจ ทำไมเขาจึงเมินเฉย ทำไมจึงไม่ตอบรับต่อการ "ให้" ของเรา ถ้าคุณไม่สามารถวางเฉยต่อ เมตตา กรุณา มุทิตา ของตัวคุณเองที่มีต่อผู้อื่นได้ เเสดงว่าคุณไม่มี "อุเบกขา" เพราะยึดมั่นถือมั่น ทั้ง 3 ข้อเเรก ทำให้เกิดเป็นอัตตาของการ "ให้" ถ้าคุณไม่สามารถวางเฉยต่อ เมตตา กรุณา มุทิตา เมื่อไม่ได้รับผลที่ไม่สอดคล้องกับการให้นั้น กิเลสจะเข้าครอบงำโดยเฉพาะ โลภะ โทสะ
จงเมตตา เเต่อย่ายึดติดกับเมตตา
จงกรุณา เเต่อย่ายึดติดกับกรุณา
จงมุทิตา เเต่อย่ายึดติดกับมุทิตา


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |