<script language="JavaScript" src="http://www.vcharkarn.com/javafeed/article/32354" type="text/javascript"></script> |
|
โยชิซูกุปรัชญา
my life my philosophy
post ครั้งแรก: Fri 24 August 2007, 1:16 pm ปรับปรุงล่าสุด: Tue 6 May 2008, 9:16 pm
|
(
from http://midnightuniv.org/middata/newpage7.html)deconstruction part 2
ในการพิจารณาความเเตกต่างระหว่างความคิดของ
heidegger กับ derrida เกี่ยวกับ deconstruction ให้ลองดูตามตัวอย่างนี้ข้าพเจ้าเขียนหนังสือขึ้นมา 1 เล่มเป็นเรื่องเกี่ยวกับชุมชน
ข้าพเจ้าตรวจสอบมันซ้าเเล้วซ้ำเล่า
จนกระทั่งข้าพเจ้ารู้สึกพอใจในสิ่งที่ตน
"ทำ""
ทำ" ในที่นี้หมายถึง ได้เขียนทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากจะเขียนเเล้วทุกสิ่งทุกอย่างในที่นี้ หมายถึง อะไรที่เป็นความหมายของชุมชน ทั้งหมดที่สอดคล้องใกล้ชิดเชื่อมโยงไปถึงประเด็นสำคัญได้อย่างชัดเจนเพียงพอ เเละเเน่นอนว่ารายละเอียดในประเด็นปลีกย่อยบางอย่างย่อมถูก
(ละเลยหรือมองข้าม) ตราบเท่าที่ประเด็นปลีกย่อยเหล่านั้นไม่ได้เชื่อมโยงใกล้ชิดกับประเด็นหลัก หรือ การขาดหายไปนั้นไม่มีผลในทางลบต่อความชัดเจนของประเด็นหลักด้วยเหตุนี้ การทำของข้าพเจ้าจึงมาจากการอ้างจาก
(ทุกสิ่งทุกอย่างที่สำคัญที่มีอยู่ในหัวของข้าพเจ้า) เเละเเสดงการมีอยู่ของ(มัน)ออกมาในฐานะหนังสือเล่มหนึ่งเมื่อมีสำนักพิมพ์เเห่งหนึ่งสนใจจะตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้
อะไรที่ข้าพเจ้าควรทำเป็นอย่างเเรก นั่นคือการคิดคำนำขึ้นมา
คำนำเปรียบเหมือนการชี้จุดขึ้นมาซึ่งเป็นได้ทั้ง
"
สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา " หรือ "สิ่งเดียวกันอย่างสั้นๆ"deconstruction
เป็นการเเสดงให้เห็นว่า มันมีบางสิ่งบางอย่างที่ตกไปเเม้มันจะอ้างว่าสมบูรณ์เพียงใดก็ตามdrconstruction
ได้เเสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ถูกลืมหรือมองข้ามไปในโครงสร้างของตำรา โดยไม่จำเป็นต้องสามารถระบุถึงสิ่งที่ถูกละเลยหรือข้ามไปเเละเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดการละเลยหรือหลีกเลี่ยงขึ้นนั้นคือ
ไม่มีใครสามารถจะพูดทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งใดๆได้ครบถ้วน
เพราะสิ่งๆนั้นสัมพันธ์กับทุกสิ่ง ประสบการณ์ที่เราได้จากสิ่งนั้นมาไม่ว่าด้วยทางใดจึงเป็นเเค่ส่วนหนึ่งที่เราสามารถพูดได้เกี่ยวกับของสิ่งนั้น เช่น ก้อนหินที่อยู่บนพื้นเราอาจมองเห็นมัน จับต้องมัน รับรู้ความเเข็งของมัน ด้วยประสาทสัมผัสอันมีข้อจำกัดทั้งหมดของเราเเละจากประสบการณ์อื่นๆทั้งทางตรงเเละทางอ้อมทั้งหมดเท่าที่เราเคยได้รู้เกี่ยวกับก้อนหินเองเเละที่ก้อนหินสัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆ เเม้กระทั่งกับจักรวาล ต่อให้เรามีความรู้เพียงใด ความรู้ที่ได้จากประสบการณ์เหล่านั้นก็เป็นเพียงเเค่ส่วนหนึ่ง ด้านหนึ่งที่เรารู้เกี่ยวกับหินก้อนนั้น เเม้เเต่ระดับของความสัมพันธ์ ระหว่างภาพรวมเเละส่วนย่อย เช่น ถ้าเรามองก้อนหินก้อนนั้นในฐานะที่เป็นอะตอม ที่สัมพันธ์กับอะตอมอื่นๆ เเค่นี้ก็ยังมีสิ่งที่ไม่ได้พูดอีกมาก
kant
อาจเรียกข้อเท็จจริง เป็นประสบการณ์ของความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสิ่งนั้น หมายความว่า ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น(อยู่ในระหว่างการปรับปรุง)


Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |